ตอนที่ 2759
บทที่ 1038.2 สวรรค์เป็ นใจ
October 21, 2026
สุดท้ายเฉาหรงขยับสายตามองไปยังเด็กสาวตัวด าผอมแห้ง แต่ กลับใช ้เสียงในใจยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าชื่อหนีชิง ใช่ไหม? เจ้ามีวาสนากับ อาจารย์ของผินเต้า อาจารย์สั่งให้ข้านาพาเจ้าขึ้นเขาฝึกตน เจ้ายินดี หรือไม่?” เด็กสาวถามอย่างขลาดๆ “ไม่ทราบว่าอาจารย์ของเฉาเทียนจวิ นคือใคร ข้าเคยเจอเขาหรือไม่?” เฉาหรงยิ้มเอ่ย “พวกเจ้าได้เจอกันแล้ว ก็คือคนที่ส่วนลึกในใจ ของเจ้าคิดว่าเป็ นไปไม่ได้มากที่สุด” ในโลกมนุษย์มีทั้งอวี๋โต้วผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริง มีเกากูแห่ง ต าหนักหัวยาง ผู้บรรลุมรรคาที่เงียบขรึมพูดน้อย ต่อให้ไม่พูดจาก็ สามารถปฏิเสธให้คนอยู่ห่างไปไกลนับพันลี้ได้ แล้วก็มีทั้งหลี่เซิ่ง เจ้าลัทธิใหญ่โค่วหมิงแห่งป๋ ายอวี้จิง จ้าวเทียน ไล่เทียนชื่อแห่งภูเขามังกรพยัคฆ์ที่เป็ นบุคคลซึ่งสงบเยือกเย็น ทาให้ คนรู ้สึกเหมือนอาบไล้อยู่ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิ แล้วก็มีเจิ้งจวีจงแห่งนครจักรพรรดิขาว ซิ่วหู่ชุยฉาน บุคคลที่ดู เหมือนว่าทุกคนอยากทาเพียงแค่เคารพอยู่ไกลๆ เท่านั้นสรุปก็คือต่างก็มีนิสัยที่โดดเด่นและมาดของคนบนยอดเขา แตกต่างกันไป แต่ก็มีอย่างลู่เฉินอาจารย์ของตน อย่างซิ่วไฉเฒ่า ชุนไหวจงแห่ง อารามเสวียนตูที่เป็ นคนพูดง่ายอย่างมาก ค าถามถัดมาของเด็กสาวท าให้เฉาหรงรู ้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เฉาเทียนจวิน เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกายเขาคือใคร? คนที่สวมรองเท้า สานสะพายกระบี่น่ะ” เฉาหรงยิ้มบางๆ ตอบว่า “คือเฉินผิงอัน เจ้าขุนเขาแห่งภูเขาลั่ว พั่ว อิ่นกวานคนสุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่” เด็กสาวอ้าปากกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เป็ นเขา? จะเป็ นไปได้อย่างไร?! “เด็กหนุ่ม” คนนั้น เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็ นนักต้มตุ๋นที่ไม่ว่าจะพูดจา หรือท าอะไรก็ล้วนไม่น่าเชื่อถือ แต่หากเป็ นเขาจริงๆ ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่เซียนกระบี่ที่พวกพี่ หญิงโจวและพวกท่านลุงหลิวพูดถึงซ้าแล้วซ้าเล่า ทุกครั้งที่หากเอ่ย ชื่อของอีกฝ่ายก็ดื่มเหล้าได้มากขึ้นหรอกหรือ? จาได้ว่าเมื่อก่อนนางได้ยินมากเข้ายังอดพูดหยอกล้อไม่ได้ว่า ชื่อ “เฉินผิงอัน” นี้ก็คือกับแกล้มแกล้มสุราที่ดีที่สุดแล้วในจวนเฝิ่นหวานของภูเขาเหอฮวานเหมือนเกิดฟ้ าผ่าอย่างไม่ ทราบสาเหตุ เป็ นเหตุให้ผู้ฝึกตนอิสระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เถื่อนมากมาย ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพียงแค่เพราะบรรพจารย์เซียงจวินเจ้าตาหนักหลิงเฟยที่อยู่ใน ห้องรับรองด้านข้างซึ่งมีแขกอยู่น้อยที่สุดแห่งนั้นได้ถอนเวทอา พรางตาทิ้งไป เปิดเผยตัวตน ออกหน้าทาการเก็บกวาดครัวเรือนด้วย ตัวเอง จ้าวฝูหยางแห่งจวนอินอวินและอวี๋ฉุนจือแห่งจวนเฝิ่นหวาน คู่รัก ผู้ฝึกตนอิสระที่ต่างก็มีชาติกาเนิดจากภูตคู่นี้ได้แต่อยู่เฉยรอให้อีก ฝ่ายจัดการแต่โดยดี ไม่มีการต่อต้านใดๆ พวกเขานาพาบุตรชายหญิงมานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบรรพ จารย์เซียงจวินที่มีฉายาว่าต้งถิง ในสายตาของแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงรับลูกเขยซึ่งมีทั้งคนดีและ คนเลวปะปนกัน นี่คือการเลือกที่ชาญฉลาดซึ่งไม่ได้น่าแปลกใจอะไร ภูเขาเหอฮวานลูกนี้มีเขียนดินโอสถทองอยู่แค่สองคนเท่านั้น ไม่ เพียงพอจะต่อกรกับเจินจวินลัทธิเต๋าขอบเขตหยกดิบที่สามารถ บุกเบิกพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของตัวเองไว้ในซากปรักสนามรบคน หนึ่งได้เลย หากดื้อรั้นต่อต้านนอกจากจะแหลกสลายกลายเป็ นเถ้า ธุลีเพียงแค่อีกฝ่ายดีดนิ้วทีเดียวแล้ว ยังจะมีจุดจบอะไรได้อีก?ไม่ต้องให้ใครส่งเสียงเตือน ผู้คนที่อยู่ในอาณาเขตของภูเขา เหอฮวานต่างก็เลียนแบบครอบครัวของจ้าวฝูหยาง พากันนั่งคุกเข่า อยู่ในห้องโถงจัดเลี้ยงแต่ละห้องบรรยากาศอันตรายล่อแหลมที่แม้กระทั่งเข็มตกก็ยังได้ยิน ไม่รู ้ ว่าเป็ นวีรบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญคนใดที่ถึงกับส่งเสียงเรอ ขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะน่าเสียดายที่ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่ลองวิเคราะห์ ต าแหน่งจากเสียง ดูเหมือนจะอยู่ในห้องข้างที่บรรพจารย์เซียงจวิน อยู่?เวลานี้ในมือเซียงจวินมี “สมุดบัญชี” เพิ่มมาเล่มหนึ่ง เป็ นอวี๋ ฉุนจือที่ประคองส่งมาให้ด้วยสองมือ ในสมุดจดบันทึกว่ากลุ่มผู้กล้า ในอาณาเขตภูเขาเหอฮวานที่เป็ นหนึ่งเดียวกันแม้กระทั่งจวนสู่เยว่ ของทะเลสาบร ้อยบุปผา และหลี่ถึงเทพภูเขาอูเถิงที่คอยรับใช ้พวก เขาด้วยความภักดีสุดจิตสุดใจ ได้กระทาเรื่องชั่วร ้ายใดลงไปในวัน เดือนปีใดบ้าง ทุกเรื่องล้วนถูกเปิดโปงทั้งหมดเซียงจวินพลิกอ่านสมุดบัญชีด้วยสีหน้าเย็นชาจบอย่างว่องไว ปิดสมุดลงแล้วโยนไปที่ข้างเท้าของภูตจิ้งจอกตนนั้น เอ่ยด้วยน้าเสียง เรียบเฉยว่า “พวกเจ้าจงนาสมุดเล่มนี้ไปส่งมอบให้กับราชส านัก ทั้งหลายด้วยตัวเอง ให้พวกเขาเป็ นคนจัดการ ใครที่ควรฆ่าก็ฆ่า คน ที่เหลือมีโทษไม่สมควรตาย ควรจับขังก็ขัง ควรจัดการก็จัดการ”นักพรตหนุ่มนั่งอยู่ที่เดิม ยกสองขาไขว่ห้าง แยกปากกว้าง กาลัง ใช ้ไม้จิ้มฟันแคะฟัน เมื่อครู่ก็คือเจ้าคนขวัญกล้าเทียมฟ้ าผู้นี้ที่ส่งเสียงเรอออกมา เซียงจวินได้ใช ้เสียงในใจพูดคุยกับจ้าวฝูหยางจบไปก่อนแล้วเพราะกลัวว่าจะท าให้จ้าวฝูหยางตกใจ นางจึงไม่กล้าบอกว่าเจ้า ลัทธิลู่ได้เดินทางมาที่ภูเขาเหอฮวานแล้ว เซียงจวินพูดแค่ว่าเวลานี้ อาจารย์ของนางน่าจะจับตามองความเคลื่อนไหวของที่นี่อยู่ไม่ไกล นักในฐานะลูกศิษย์ที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อชั่วคราวของเทียนจวิน เฉาหรง จ้าวฝูหยางจะต้องไปฝึ กตนอยู่ในตาหนักหลิงเฟยเพื่อทา ความดีชดใช ้ความผิดส่วนในอนาคตจะได้เดินเข้าห้อง กลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของ เทียนจวินได้หรือไม่ก็ต้องดูที่ “วาสนา” ของจ้าวฝูหยางเองแล้วเซียงจวินกล่าว “หยกลัญจกรสามชิ้น จงรีบมอบกลับคืนให้ราช สานักแคว้นชิงซึ่งโดยเร็วที่สุด”จ้าวฝูหยางเขียนอิสระที่พยศยากจะการาบผู้นี้ใช ้สองมือดันพื้น โขกหัวเสียงดัง เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า “น้อมรับคาสั่งเจ้าตาหนัก”ไม่พูดถึงสถานะ “ไม่ได้รับการบันทึกชื่อ” หากนับกันตามลาดับ อาวุโส เซียงจวินก็ถือเป็ นศิษย์พี่หญิงของจ้าวฝูหยางแล้ว แต่ถึง อย่างไรนางก็ยังมีสถานะของเจ้าต าหนักอยู่สาวใช ้ที่คอยยกน้าส่งชาสองคนของจวนเฝิ่ นหวานอย่างอวี๋อี๋ โหยวและอวี๋หรงอวี่นึกไม่ ถึงว่าคาพูดเหลวไหลของนักพรตหนุ่มก่อน หน้านี้จะกลายเป็ นความจริง กลายเป็ นดั่งคาท านายไปได้พวกนางแต่ละคนต่างก็ได้รับโชควาสนาใหญ่เทียมฟ้ า เป็ นดั่งคา กล่าวที่ว่า “เวลาเกิดและแปดอักษรสอดคล้องต้องกัน จะมีโชคดีมา เยือน จริงๆที่แท้อวี๋อี๋โหยวก็ถูกบรรพจารย์เซียงจวินเลือกตัว นับแต่นี้ไปนาง ได้กลายเป็ นผู้ฝึ กตนบนท าเนียบของต าหนักหลิงเฟยแล้ว ส่วนจะ กราบใครเป็ นอาจารย์ยังต้องรอไปก่อน กลับไปถึงต าหนักหลิงเฟยจะ มีการจัดประชุมศาลบรรพจารย์อีกที ถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน ส่วนอวี๋ห รงอวี่ก็ถูกสิงจื่อแห่งอารามจินเซียน “ถูกใจ” ในฐานกระดูกด้านการ ฝึกตน กลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของนางโดยตรง เมื่อเป็ นเช่นนี้ พวกนางต่างก็ได้รับโชควาสนาตระกูลเซียนที่เท่ากับได้เดินขึ้นฟ้ าใน ก้าวเดียวจริงๆ แล้ว สามารถเปลี่ยนจากผู้ฝึ กตนอิสระที่สถานะต่า ต้อยดุจพืชหญ้า ได้รับเกียรติให้กลายมาเป็ นผู้ฝึกตนทาเนียบ อีกทั้ง คนหนึ่งยังได้อยู่ในศาลบรรพจารย์ของตาหนักลัทธิเต๋า อีกคนหนึ่งก็ เป็ นผู้สืบทอดของเซียนดิน คือเรื่องงดงามที่แม้แต่ฝันพวกนางก็ยังไม่ กล้าฝันผู้ฝึ กตนหญิงทั้งสองหลั่งน้าตาด้วยความยินดีอย่างอดไม่อยู่ เพียงแต่ว่านอกเหนือจากความตกตะลึงระคนยินดีแล้วพวกนางก็แอบ สบตากันด้วยความรู ้สึกสงสัยคลางแคลงไม่ได้ปากของนักพรตหนุ่มคนนั้นทานายได้แม่นยาถึงเพียงนี้เชียว หรือ?นักพรตยากจนที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใช ้ไม้จิ้มฟันแคะฟันหัน มายักคิ้วหลิ่วตา ยิ้มหน้าทะเล้นให้พวกนางป๋ ายเหมาเจ้าจวนที่มาจากจวนชิงป๋ ายสันเขาเซียจื่อรู ้สึกเลื่อมใส อีกฝ่ ายยิ่งนัก นึกอยากจะให้บรรพจารย์เซียงจวินช่วยดูฐานกระดูก ให้ตนสักหน่อยว่าพอจะถือเป็ นวัตถุดิบที่ดีในการฝึ กตนได้บ้าง หรือไม่ เจ้าจวนป๋ ายไม่เรียกร ้องอะไรมาก อย่าว่าแต่ผู้สืบทอดเลย ให้ เป็ นลูกศิษย์นักการฝ่ายนอกก็ยังได้ผีที่อยู่ในรูปลักษณ์ของปัญญาชนสวมชุดคลุมนกกระสาผู้นี้ กลับไม่รู ้ตัวเลยว่า คืนนี้คนที่ได้วาสนาใหญ่ที่สุดไม่มีหนึ่งใน ก็คือตัว เขาเองสมุดภาพที่นักพรตลู่แทบจะบังคับซื้อบังคับขายเล่มนั้น เจ้า จวนป๋ ายที่คิดว่าตัวเองถูกหลอก หากจะพูดกันจริงๆ เขาก็แค่จ่ายเงิน เกล็ดหิมะซื้อมาแค่สองเหรียญเท่านั้นมือหนึ่งส่งเงินมือหนึ่งมอบของ สองหน้าของสมุดภาพมีคัมภีร ์ เต๋าตัวอักษรสีทองเพิ่มมาสองบท มองดูเหมือนลู่เฉินคุยโว บอกว่า“ตัวอักษรพันกว่าตัวนั้นสูงส่งยอดเยี่ยมเกินจะเปรียบ แต่แท้จริงแล้ว นั่นก็คือ “ตารับอมตะ” ที่บริสุทธิ์ตรงไปตรงมาที่สุดของฟ้ าดินอย่างไม่ ต้องสงสัย