ตอนที่ 2760
บทที่ 1038.3 สวรรค์เป็ นใจ
October 21, 2026
เผยเฉียนยิ้มกว้าง ฮ่า ในเรื่องของความเจ้าคิดเจ้าแค้นยังคงเป็ นอาจารย์พ่อที่เป็ น ผู้เชี่ยวชาญ ตนห่างชั้นไกลนัก ได้แต่เรียนรู ้มาอย่างผิวเผินเท่านั้น เผยเขียนถามอย่างสงสัย “เวินจื่อซี่ผู้นั้นไม่ได้สังเกตเห็นหรือว่า เจ้าจวนป๋ ายหายไปแล้ว?” เฉินผิงอันอธิบาย “ลู่เฉินไม่อยากให้เขารู ้ เขาก็ย่อมไม่รู ้” เผยเฉียนพยักหน้า บางทีหากไม่อยากอยู่ในสภาพการณ์เดียวกันกับเวินจื่อซี่ อย่าง น้อยที่สุดก็ต้องเป็ นชั้นเทพมาเยือนของขอบเขตปลายทาง? หรือจะ บอกว่าต่อให้เป็ น “เทพมาเยือน ก็ยังไม่เพียงพอ? ไปถึงลานกว้างหยกขาวนอกประตูใหญ่ของจวนเฝิ่ นหวาน เวินจื่อซี่ค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าเจ้าคนที่บนใบหน้าเขียนคาว่า กวนโอ้ยไว้เต็มไปหมด และยังมีผีสวมชุดคลุมนกกระสาตนนั้นต่างก็ พากันหายตัวไปแล้ว นี่ทาให้เส้นเอ็นหัวใจของเวินจื่อซี่ขึงตึงทันที เตือนตัวเองว่า อย่าได้เสียท่าในตอนท้ายเข้าล่ะ ไม่ใช่ว่ากังวลอะไร เพียงแต่ว่าหาก แพร่ออกไปย่อมไม่น่าฟังก็เหมือนกับเฉาสือผู้นั้น ทั้งๆ ที่ชนะในการถามหมัดครั้งนั้น ผลกลับกลายเป็ นว่าไม่ต่าง จากไม่ชนะ หรือแทบจะเรียกได้ว่าพ่ายแพ้แล้วด้วยซ้า เผยเฉียนเดินไปยังใจกลางของลานกว้าง หมุนตัวกลับมายืนนิ่ง กุมหมัดยิ้มเอ่ย “ประลองฝีมือกันหน่อยไหม?” เวินจื่อซี่ที่แผ่ดวงจิตออกไปแต่ก็ยังหาเบาะแสใดๆ ไม่เจอ ยิ้มเอ่ย ว่า “มีความจ าเป็ นตรงไหนเล่า?” หญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งมองยิ่ง งามแบบนี้ หน้าเขียวจมูกบวมจะเหมาะสมหรือ เผยเฉียนยิ้มกล่าว “เคยได้ยินมาว่า ดูเหมือนเจ้าจะชอบกด ขอบเขตถามหมัดกับคนอื่นเป็ นที่สุด ทั้งยังไม่เคยพ่ายแพ้ด้วย” เวินจื่อซี่บิดหมุนข้อมือ “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนแม่นางช่วยบอกชื่อ แซ่ด้วย” เรื่องประหลาดมีให้พบเจอตลอดจริงๆ โดยเฉพาะวันนี้ที่มีเยอะ เป็ นพิเศษ แต่ละคนต่างก็คิดว่าตนนิสัยดีรังแกง่ายกันนักหรือ? เผยเฉียนกล่าว “เจิ้งเฉียน” เวินจื่อซี่กลั้นขาไม่อยู่ ดีนักนะ เป็ นคนที่เลื่อมใส เจิ้งเฉียน” อีก คนหนึ่งแล้ว ล่างภูเขาของแจกันสมบัติทวีปในทุกวันนี้ หญิงสาวหลายคนที่ออกท่องยุทธภพแรกๆ ล้วนเป็ นอย่างนี้กันหมด ชอบตั้ง นามแฝงให้ตัวเองว่าเจิ้งเฉียน อีกทั้งแม้แต่การแต่งกายและทรงผม พวกนางก็ยังเลียนแบบ “เจิ้งเฉียน” ผู้นั้น และยิ่งก่อนจะออกหมัดพวก นางก็จะยิ่งชอบม้วนชายแขนเสื้อ เวลานี้ความอดทนของเวินจื่อซี่หมดสิ้นแล้ว แน่นอนว่าหลักๆ แล้วต้องยกคุณความชอบให้เจ้าคนที่ปากเต็มไปด้วยอาจมผู้นั้น ใน เมื่อยังหาตัวการหลักไม่เจอก็ “จะถือว่าเจ้าคือเจิ้งเฉียนผู้นั้นแล้วกัน ตอนนี้เจ้าเป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตอะไรแล้ว?” มองออกว่าสตรีคือผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในขั้นหลอมลมปราณแล้ว ไม่ ง่ายเลย คาดว่าในพรรคบ้านนาง นางก็น่าจะถือเป็ น “ผู้มีพรสวรรค์” ที่ได้รับคาชมจากคนรอบข้างทุกวันกระมัง? อาจารย์ของนางก็ต้องตั้งใจอบรมสั่งสอนไม่น้อยแน่ ป้ อนหมัด สอนหมัดต้องใส่ใจอย่างมาก พรรคเล็กๆ ในยุทธภพเห็นนางเป็ น สมบัติบูชาก็ถือเป็ นเรื่องปกติอย่างมาก เผยเฉียนยิ้มเอ่ย “ข้าขอบเขตเท่าไรต้องดูว่าเจ้าจะกดขอบเขต ไว้เท่าไร” เวินจื่อซี่ได้ยินก็ไม่ได้คิดมาก ในเมื่ออีกฝ่ ายรู ้ว่าตนที่เป็ น ขอบเขตเดินทางไกลเชี่ยวชาญการกดขอบเขตถามหมัด ถ้าอย่าง นั้นนางพูดจาชิงความได้เปรียบเช่นนี้ก็แสดงว่าต้องเป็ นคนเก่าแก่ใน ยุทธภพแล้วได้ยินมาว่าเมืองหลวงสารองของต้าหลีตอนนั้น ทุกครั้งที่หยุด พักจากการท าสงครามก็จะมีผู้ฝึ กยุทธที่ไปขอวิชาความรู ้จากเจิ้ง เฉียน ฝ่ ายหลังมักจะชอบกดขอบเขตประลองกับอีกฝ่ ายในขอบเขต เดียวกันเสมอ เวินจื่อซี่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเนิบช ้า ยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะใช ้ขอบเขตสี่ต่อกรกับขอบเขตห้า ถามหมัดกับเจ้าดีไหม?” เพราะถึงอย่างไรหากกดขอบเขตมากเกินไปก็ท าให้ตนล าบาก ใจจริงๆเผยเฉียนม้วนชายแขนเสื้อกล่าวว่า “เจ้าอารมณ์ดีก็พอ”เวินจื่อซี่ก้าวเดินไปข้างหน้าต่อ ผายฝ่ ามือข้างหนึ่งออกมา เอ่ย เชื้อเชิญว่า “แม่นางเจิ้ง เชิญออกหมัดก่อน”เผยเฉียนยกหมัดขึ้นมาโบกเบาๆดูจากท่าทางของนางคืออยากจะบอกว่านางออกหมัดแล้วหรือ?เวินจื่อซี่ทั้งขาทั้งฉุน ไม่เลวๆ ดูท่านางคงเห็นตัวเองเป็ นเจิ้งเฉียน จริงๆค้อมเอวเล็กน้อย เวินจื่อซี่ใช ้พละกาลังของขอบเขตห้าพุ่งทะยาน ไปเบื้องหน้าราวกับสายฟ้ าแลบ พริบตาเดียวก็มาอยู่ข้างกายสตรี ใช ้ ฝ่ามือตบไปที่ซีกแก้มของนางเผยเฉียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ยกแขนข้างหนึ่งตั้งขึ้น ใช ้ข้อมือสกัดขวางหลังมือของเวินจื่อซี่ไม่มีเสียงดังใดๆ แค่สกัดไว้เท่านั้นในใจเผยเฉียนมั่นใจได้แล้วว่าอีกฝ่ ายไม่ใช่ขอบเขตเดินทางไกล กระดาษเปียกเว่ยจื่อซี่ก้าวไปด้านข้างหลายก้าวทิ้งระยะห่างจากนาง นางถึงกับ เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตห้าที่ปรากฐานมาอย่างแน่นหนา? หรือจะเป็ น …ขอบเขตหก!?เฉินผิงอันนั่งยองอยู่ริมขอบของลานกว้าง ลู่เฉินเองก็มานั่งยอง อยู่ด้านข้าง ทั้งสองเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อเหมือนกันอย่าง ไม่มีผิดเพี้ยนเหมือนชาวนาสองคนที่มานั่งอาบแดดหน้าหนาว ฟังคนคุยโว หรือไม่ก็มองที่นาของตัวเองอยู่ริมคันนา เฝ้ าฝันถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ อุดมสมบูรณ์ของปีเฉินผิงอันถาม “เจ้าจวนป๋ ายล่ะ?”ลู่เฉินยิ้มบางๆ ตอบ “ไปดูต้นจามจุรีที่ตีนเขาเป็ นเพื่อนข้าอยู่ ถามตลอดทางว่าท าไมพวกเจ้าถึงไม่ตามไป เกือบจะรั้งเขาไว้ไม่อยู่ แล้ว ได้แต่บอกว่าพวกเจ้าเลือกทางเล็กๆ ที่เงียบสงบลงจากภูเขามา เขาก็เริ่มบ่นว่าพวกเจ้าไร ้คุณธรรม เลือกทางระยะใกล้ก็ไม่รู ้จักพาพวกเราไปด้วย แต่ในใจกลับคิดว่าขออย่าให้พวกเจ้าเจอปัญหาอะไร เลย”เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “คนดี”“เป็ นคนดี แล้วก็เป็ นผีที่ดีด้วย”ลู่เฉินยิ้มกล่าว “ไม่อยากให้ป่ ายเหมาไปอยู่ที่พรรคห้าเกาะของ ทะเลสาบซูเจี่ยนหรือ?”เฉิ นผิงอันตอบ “ก่อนหน้านี้ก็เคยคิด เพียงแต่ว่าดูจาก สถานการณ์ของภูเขาเหอฮวานในตอนนี้คงไม่จาเป็ นแล้ว ไปอยู่ที่ พรรคห้าเกาะของเจิงเยว่ ถึงอย่างไรก็เป็ นการไปพักพิงอยู่ใต้ชายคา ของผู้อื่น อยู่นานเข้า ไม่แน่เสมอไปว่าป้ ายเหมาจะคุ้นชิน ไม่สู้ให้เขา อยู่ที่สันเขาเซียจื่อ จะดีจะชั่วก็เป็ นกิจการที่สร ้างไว้ด้วยตัวเอง วางแผนให้ดีๆ ขยับขยายใหญ่ไปช ้าๆ เจ้าจวนป๋ ายของพวกเรา อาจจะรู ้สึกประสบความส าเร็จได้มากกว่า”ลู่เฉินพยักหน้า “คือเหตุผลนี้”เวินจื่อซี่ยิ้มถาม “ถ้าอย่างนั้นก็คือขอบเขตหกสินะ?”เผยเฉียนยังคงย้าประโยคเดิม “เจ้าอารมณ์ดีก็พอ”แลกหมัดกันอีกครั้งเผยเฉียนที่หัวไหล่โดนหมัดของเวินจื่อซี่ นางยื่นมือไปคว้าลาคอ ของอีกฝ่ายจับเหวี่ยง กระแทกไปที่กาแพงสูงของจวนเฝิ่นหวานเวินจื่อซี่ใช ้ข้อศอกดันกาแพงไว้เบาๆ ตอนแรกก็ไม่รู ้สึกอะไร แต่ จู่ๆ กลับเห็นใบหน้าของสตรีที่ประดับรอยยิ้มน้อยๆ โผล่พรวดมา ตรงหน้าเวินจื่อซี่ที่หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยเอียงศีรษะหลบตามจิตใต้ สานึก บนกาแพงพลันมีรูโหว่เกิดขึ้นทันที ข้างหูของเวินจื่อซี่เหมือน มีเสียงฟ้ าผ่าระเบิดใส่ ดินบนผนังร่วงกราวลงมาเผาะๆเวินจื่อซี่ไม่กล้าประมาทอีกแล้ว ใช ้วิชาหมัดที่เป็ นวิชาลับ ถ่ายทอดมาจากอารามหลิงเฟยเมื่อนานมาแล้วทาการ “เข้าทรง” ประหนึ่งอัญเชิญเทพเจ้าลงมาสิงบนร่างของเวินจื่อซี่ มองดูคล้ายเวท คาถาเซียนบทหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วยังคงเป็ นวิชาหมัดที่จริงแท้แน่นอน ไม่ถือว่าเป็ นการโกง ดวงตาทั้งคู่ของเวินจื่อซี่ปรากฏสีทองอ่อนจาง ปณิธานหมัดที่เปี่ยมล้นไหลรินไปทั่วช่องโพรงในร่าง ออกหมัดได้เร็ว กว่าเดิมไม่ใช่แค่หนึ่งเท่าตัว หนึ่งหมัดต่อยลงบนจุดไท่หยางของสตรี หนักๆ เวินจื่อซี่กังวลว่าอีกฝ่ ายจะมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด หรือไม่ ขออย่าให้นางตายเลย! หาไม่แล้วคงให้ค าอธิบายกับบรรพ จารย์เชียงจวินไม่ได้คาดไม่ถึงว่าสตรีเพียงแค่ลื่นไถลออกไปด้านข้างห้าหกก้าว เท่านั้น นางที่ยังคงมองเห็นได้ว่ามีสีหน้าเรียบเฉยเพียงแค่เผย…แวว ตาร ้อนแรงออกมาในดวงตาแวบเดียว้