ตอนที่ 2761
บทที่ 1038.4 สวรรค์เป็ นใจ
October 21, 2026
ที่แท้ในช่วงจังหวะที่สตรี “คุยเล่น” กับเด็กหนุ่มสะพายกระบี่ เวินจื่อซี่ก็ใส่แรงเต็มก าลังออกหมัดอย่างดุร ้าย ร่างกายหดย่อพื้นที่อย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มาโผล่ตรงหน้า เผยเฉียน เผยเฉียนยังคงพูดคุยด้วยสีหน้าสบายๆ รับหมัดของอีกฝ่ าย เอาไว้อย่างจัง ก็แค่ว่าร่างทั้งร่างถูกต่อยจนกระเด็นออกไป สองเท้า ลอยพ้นพื้น แผ่นหลังแนบติดกับกาแพง เผยเฉียนไม่คิดจะมองเวินจื่อซี่ที่ปล่อยหมัดหนึ่งออกมาแล้ว ตัวเองก็กระอักเลือดเพียงแค่มองไปทางอาจารย์พ่อ นางคลี่ยิ้มกว้าง เอ่ยว่า “ข้าจงใจ” เฉินผิงอันถลึงตาใส่ “เก่งกาจ!” เผยเฉียนสะบัดไหล่เล็กน้อยกระเทือนให้ฝุ่ นที่อยู่บนแผ่นหลัง กระจายหายไป ก่อนจะยื่นมือไปปัดเศษฝุ่ นที่ติดอยู่บนมวยผมทรง กลมของตน เวินจื่อซี่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือดสายตาพร่าเลือน พึมพา เบาๆ ว่า “เจ้าคือเผยเฉียน! เจ้าถึงกับเป็ นเผยเฉียนจริงๆ…”เผยเฉียนหันหน้ามาถ่มเลือดข้นในปากทิ้งไปเบาๆ “อาจารย์พ่อ ก็แค่ประลองฝีมือกับคนอื่นเท่านั้น อย่าโกรธเลย” เฉินผิงอันเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเค้นรอยยิ้มออกมา พยักหน้า รับเบาๆ อีกแค่นิดเดียวเฉินจี้อาจารย์สอนหนังสือที่โรงเรียนก็เกือบจะเดิน ก้าวเดียวมาถึงที่นี่แล้ว เผยเฉียนมองเวินจื่อซี่ที่ยืนโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่แล้วพลันหยุด ยืนนิ่ง ดูเหมือนนางจะสัมผัสได้ว่าทั้งร่างกายและจิตใจของอีกฝ่ าย ล้วนจมสู่บ่อโคลนลึกของความหวาดกลัว จึงกระตุกมุมปาก ไม่ได้ ปล่อยหมัดออกไป เพียงแค่ดีดนิ้วหนึ่งที ขยับริมฝีปากเบาๆ ว่า เจ้าไป ได้ เวินจื่อซี่หงายหลังตึง ก่อนที่จิตสานึกของเขาจะพร่าเลือนไป อย่างสิ้นเชิงก็รู ้สึกถึงเพียงความยินดีที่ตัวเองรอดพ้นจากความตาย มาได้ และยังมีความสิ้นหวังอย่างมหาศาลที่ชวนให้ห่อเหี่ยวไร ้ เรี่ยวแรง ตนไม่คู่ควรให้อีกฝ่ายออกหมัดเลยหรือ? เฉินผิงอันหันหน้าไปมอง เกือบจะอดใจไม่ไหวแผดเสียงด่า ออกไป เจ้าชาติสุนัข ถึงกับแอบหนีไปแล้วตรงต้นจามจุรีตีนเขา ป๋ ายเหมาเห็นว่าใบหน้านักพรตลู่เต็มไป ด้วยความขมขื่นน่าสงสารก็ถามอย่างเป็ นกังวลว่า “น้องลู่ เกิดอะไร ขึ้น? ลืมของมีค่าไว้ที่จวนเฝิ่นหวานหรือ? ลู่เฉินทอดถอนใจเฮือกๆ “พี่ใหญ่ป๋ าย คนใบ้กินหวงเหลียน ขม ขื่นเท่าใดก็มีแต่ตัวเองที่รู ้” ป๋ ายเหมาอยากจะตบไหล่ของนักพรตหนุ่ม เอ่ยปลอบใจสักสอง สามประโยค ลู่เฉินกลับกระโดดออกไปด้านข้าง ร ้องเอ๊ะ “เอาอย่างเฉินหลิง จวินท าไมกัน” ป๋ ายเหมามึนงง เก็บมือมาอย่างขุ่นเคือง “นักพรตลู่ว่องไวนัก” ไม่สนใจเวินจื่อซี่ที่นอนกองอยู่กับพื้น เฉินผิงอันพาเผยเฉียนเดินลงจากภูเขามาด้วยกันอย่างเนิบช ้า ถามเสียงเบาว่า “เป็ นอย่างไร? ต้องกินยานั่งลืมตนของตาหนักพยัคฆ์ เขียวหรือไม่?” เผยเฉียนกลั้นขา เกาหัวพูด “อาจารย์พ่อ ในภาพจาของท่าน ข้าทนรับการทุบตีไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรือ?” เฉินผิงอันหัวเราะ ไม่ได้เอ่ยอะไร ก็ไม่ใช่หรือไร?ในภาพจาของอาจารย์พ่อ เจ้าก็คือถ่านดาน้อยที่แค่ยามเดินทาง มีตุ่มน้าพองขึ้นบนเท้าก็ร ้องไห้จ้าเสียงดังแล้วไม่ใช่หรือไร ดูเหมือนว่าเพียงแค่ชั่วพริบตา แม่นางน้อยก็เติบใหญ่แล้ว ปีนั้นระหว่างที่ออกเดินทางไกล ถ่านดาน้อยที่มักจะกระโดดโลด เต้น ชอบเล่นกระโดดข้ามช่อง ไฉนจึงรู ้ความในทันทีทันใด กลายมา เป็ นแม่นางใหญ่ที่สะโอดสะองแล้วนะ เฉินผิงอันถามเสียงเบา “ตอนเจ้ายังเล็ก อาจารย์พ่อคอยควบคุม เจ้าเรื่องโน้นเรื่องนี้มากมายหลายเรื่อง ตอนนั้นเจ้ารู ้สึกราคาญบ้าง หรือไม่?” หากจะบอกว่าวัยเด็กก็คือการละเล่นกระโดดข้ามช่อง ถ้าอย่าง นั้นกฎระเบียบของพ่อแม่ผู้ปกครอง คาพูดและการปฏิบัติเป็ น แบบอย่างให้เห็นก็คือเส้นที่ขีดเป็ นกรอบและขอบเขต เผยเฉียนกล่าว “ไม่มีทางรู ้สึกร าคาญอยู่แล้ว”ผลคือนางโดนมะเหงกเขกหัวเฮ้อ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยหลอกอาจารย์พ่อได้เลยเผยเฉียนจึงได้แต่ตอบไปตามสัตย์จริงว่า “ตอนที่ยังเด็กมากรู ้สึก ว่าน่าราคาญ อันที่จริงพอมาถึงภูเขาลั่วพั่วก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นอีก แล้ว”บางทีอาจเป็ นเพราะหลังจากนั้นอาจารย์พ่อก็จะต้องออกเดิน ทางไกลอีกแล้ว ไม่พูดหลักการเหตุผลกับนางอีกแล้ว บางทีพอนาง ไปถึงภูเขาลั่วพั่ว ต่อให้อาจารย์พ่อไม่อยู่ข้างกายนางก็เติบใหญ่ได้ แล้วจริงๆ ใครเล่าจะรู ้ได้เฉินผิงอันแสร ้งพูดอย่างผ่อนคลายสบายๆ “ได้ยินมาว่าหลิวโยว โจวก็เข้าร่วมการประชุมศาลบรรพจารย์ของที่เมืองหลวงแคว้นอวิ๋น เหยียนด้วยหรือ?”เผยเฉียนอึ้งตะลึง ก่อนจะพยักหน้า “ข้ารู ้แล้ว แต่ไม่ได้เจอหน้า กัน ถึงอย่างไรก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน เจอหน้าก็ไม่รู ้จะคุยเรื่อง อะไร”จากนั้นเผยเฉียนก็ยิ้มเอ่ย “อาจารย์พ่อ พี่หญิงอวี้ก็อยู่ที่นั่นด้วย นะ”เฉินผิงอันตีหน้าเคร่งเอ่ยสั่งสอนว่า “ไม่รู ้จักเด็กจักผู้ใหญ่ หาก เป็ นเมื่อก่อนต้องได้กินมะเหงกจนเต็มอิ่มแน่”เผยเฉียนก้าวเดินด้วยฝี เท้าแผ่วเบา นางเป่ าลมเบาๆ สายลม อ่อนโชยพัดผ่านหน้าผากนูนเกลี้ยงเฉินผิงอันกล่าว “ในเมื่อกลับมาแล้ว เรื่องของการขุดลาน้าใหญ่ ที่นั่นมีคนเก่งอยู่เยอะขาดเจ้าไปสักคนก็ไม่เป็ นไร เจ้าตรงกลับไปที่ ภูเขาลัวทั่วเลยแล้วกัน ใช ้เวลาอยู่กับหน่วนซู่และหมี่ลี่น้อยให้มาก อีกอย่างหลังจากนี้ยังมีเรื่องของการแต่งตั้งห้ามหาบรรพตของแจกันสมบัติทวีปรออยู่ พวกเราสามารถไปชมความครึกครื้นที่ภูเขาพือวิ๋น ไปร่วมแสดงความยินดีกับเว่ยซานจวินได้”เผยเฉียนพยักหน้ารับอย่างแรง “ได้เลย อาจารย์พ่อพูดถูกแล้ว!”เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรีดหากไม่หันหน้ามามองก็เหมือนว่าคนที่อยู่ข้างกายยังคงเป็ นถ่าน ดาน้อยคนนั้นแสงจันทร ์ส่องสว่างเหนือมหาสมุทรเรือลาหนึ่งล่องไปกลางทะเลที่ไร ้คลื่นลม ผู้เฒ่าคนพายเรือตั้ง หม้อไฟ ตุ๋นปลาทะเลให้ตัวเองหนึ่งหม้อคนพายเรือเฒ่าที่มีฉายาว่าเซียนฉานั่งขัดสมาธิอยู่เพียงลาพัง มือหนึ่งถือชาม เคาะกราบเรือคลอเพลงรอคอยให้ปลาตุ๋นสุกอย่างอดทนต่อให้ลู่เฉินจะไม่เคยยอมรับว่าเป็ นอาจารย์ของตัวเอง แต่เพื่อให้ เป็ นค่าตอบแทนในการถ่อเรือออกทะเลเยี่ยมเยือนเซียน ปีนั้นก็เคย ถ่ายทอดวิชาบินทะยานและต ารับอมตะบางอย่างให้กับเขา แต่คงเป็ น เพราะติดขัดที่คุณสมบัติในการฝึกตน กู้ชิงซงถึงยังไม่เคยตามหาม หามรรคาพบ ถึงขั้นที่ว่ายังมีด่านในการฝึกตนอีกมากมายที่ยังมิอาจ ฝ่ าไปได้ หลังจากที่ลู่เฉินออกไปจากใต้หล้าไพศาลแล้ว กู้ชิงซงก็ บากหน้าขึ้นฝั่งไปขอความรู ้จากพวกศิษย์น้องอย่างเฉาหรงอ้อมๆ ถึงสามารถผ่านด่านมาได้อย่างราบรื่น ดังนั้นในหลายๆ ครั้งกู้ชิงซงก็จะ คิดว่า บางทีข้อดีเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ได้กลายเป็ นอาจารย์และศิษย์กัน ก็คือไม่ท าให้ลู่เฉินผู้เป็ นอาจารย์ต้องขายหน้าไม่ได้เป็ นลูกศิษย์ของลู่เฉิน ไม่ได้รับความชื่นชอบจากกุ้ยฮูหยินกู้ชิงซงคิดว่าตัวเองไม่มีเหตุผลให้ไม่รู ้สึกว่าชีวิตขมขื่น ยากลาบาก ดังนั้นบางครั้งที่ขึ้นฝั่งไปผ่อนคลายอารมณ์ก็จะพูดจา เป็ นธรรมที่จริงใจกับใครบางคนสักสองสามประโยค ไม่รู ้ด้วยซ้าว่า พวกเขาจะโกรธท าบ้าอะไรสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ตรงท้ายเรือ กู้ชิงซงไม่คิดจะหัน หน้าไปมอง แม้จะบอกว่าตนไม่เก่งกาจทั้งเรื่องทะเลาะถกเถียงและ เรื่องต่อยตีกับคนอื่น แต่เขาก็ไม่คิดจริงๆ ว่าจะมีใครเอากระสอบป่ าน มาครอบหัวตัวเองได้น้าเสียงที่ทั้งคุ้นเคยทั้งไม่คุ้นหูดังขึ้นมา “สหายเซียนฉา ไม่ได้ เจอกันนานเลยนะ”คนพายเรือเฒ่าโคลงศีรษะ ตนคงก าลังฝันอยู่แน่ๆแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้นยิ้มเอ่ย “เรือก็ส่ายแล้ว เหล้าในชามก็ แกว่งแล้ว คิดดูแล้วก็ไปไม่น่าจะฝันอยู่กระมัง? มีฝันประหลาดแบบนี้ ด้วยหรือ ขอให้ข้าสักกระบุงหนึ่งสิ?”กู้ชิงซงวางชามเหล้าลงช ้าๆ ลุกขึ้นยืนก่อน จากนั้นก็คุกเข่าก้ม กราบอยู่กับพื้น หากคนนอกมองมา นี่กไม่ใช่การถอดกางเกงผาย ลมหรอกหรือคนพายเรือเฒ่าเอาแต่โขกศีรษะของตัวเองไป พูดเสียงอู้อี้ว่า “กู้ ชิงซงคารวะท่านอาจารย์”โขกศีรษะเสร็จ กู้ชิงซงก็ลุกขึ้นนั่ง หันหลังให้นักพรตที่อยู่ท้าย เรือเห็นเจ้าเป็ นอาจารย์ก็จริง แต่ลูกศิษย์ก็มีอารมณ์ได้เหมือนกันลู่เฉินไม่รู ้ว่าควรจะหัวเราะหรือร ้องไห้ดี โอ้โห นี่ยังโกรธอยู่อีก หรือ