ตอนที่ 2765
บทที่ 1040.1 จุดตะเกียงชมกระบี่ท่ามกลางความเมามาย
October 21, 2026
โต๊ะตัวเดียวมีแขกอยู่หลายคน ก็ได้แต่นั่งเบียดกันไป เฉินผิงอันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างหมี่ลี่น้อยกับเฉินหลิงจวิน เฉิน ชิงหลิวกับซินจี้อันนั่งบนม้านั่งยาวตัวหนึ่งด้วยกัน จิงเฮานั่งกับป๋ าย เติง น่าสงสารอิ๋นลู่ที่ไม่รู ้เรื่องไม่รู ้ราวอะไรกับเขา แต่กลับได้ยึดครอง ม้านั่งไปเพียงลาพัง แม้ว่าอิ๋นลู่จะรู ้สึกตะครั่นตะครอไม่สบายตัวเสียเลย แต่จะให้ บังคับดึงใครมานั่งข้างตนก็คงไม่ได้ เขามองออกแค่ว่าคนหนุ่มชุด ขาวที่มีฉายาว่าจ้าวจวินคือเซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบที่ทั่วร่างเต็ม ไปด้วยกลิ่นอายมังกร ส่วนคนอื่นๆ อย่างจิงเฮา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แขกของภูเขาลั่วพั่วสองคนหลังนั้น อิ๋นลู่กลับมองตื้นลึกไม่ออกแล้ว ในเมื่อมองตบะของอีกฝ่ ายไม่ออก เดิมทีก็สามารถอธิบายปัญหาได้ อย่างชัดเจนแล้ว อิ๋นลู่รู ้ชัดเจนดีถึงน้าหนักของตัวเอง มองออกถึงความกระอักกระอ่วนของอิ๋นลู่ เจิ้งต้าเฟิงที่ยกถาดมา ด้วยสองมือจึงดึงนักพรตเซียนเว่ยให้นั่งลงด้วยกัน อิ่นลู่ถือว่าตายังมี แววอยู่บ้าง รีบขยับไปนั่งริมม้านั่งยาว ให้คนเฝ้ าประตูที่สวมชุด นักพรตปักปิ่นไม้นั่งตรงกลาง หมี่ลี่น้อยใช ้สายตาสอบถามเจ้าขุนเขา คนดีเฉินผิงอันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แม่นางน้อยชุดดาจึงลุกขึ้น ยืนแล้วเริ่มง่วนทางาน เจิ้งต้าเฟิงผลักถาดใบนั้นไปทางหมี่ลี่น้อย นางจึงหยิบเมล็ดแตงในชายแขนเสื้อออกมาวางในถาดเป็ นกองๆ ก่อนจะ เปิดกระเป๋ าผ้าฝ้ ายออก เทปลาตัวน้อยตากแห้งที่ห่อด้วยกระดาษ น้ามันสองห่อลงในถาดกระเบื้อง จากนั้นเจิ้งต้าเฟิงค่อยเอาถาดวางไว้ กลางโต๊ะ เพื่อสะดวกให้ทุกคนยื่นมือมาคว้าไปได้ อย่าว่าแต่ใต้หล้าไพศาลเลย ทั่วทั้งโลกมนุษย์ ผู้ที่กล้ารับรอง แขกเช่นนี้มีไม่มากเลย เสี่ยวโม่โน้มน้าวเซี่ยโก่วให้ไปที่อื่นด้วยกันแล้ว หรือจะพูดให้ถูก ก็คือลากตัวเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวออกไปด้วยกัน อย่าได้คิดว่าป๋ ายจิ่งดีแต่จะข่มขู่ให้คนกลัว หากต้องต่อสู้กัน ขึ้นมาจริงๆ ก็คือการต่อสู้ที่แท้จริงแล้ว เฉินผิงอันยิ้มเอ่ยกับซินจี้อันว่า “อาจารย์เหม่ยฉิน พวกเราดื่มชา ที่นี่กันก่อน อีกเดี๋ยวค่อยขึ้นไปดื่มบนภูเขา สถานที่ก็จะกว้างขวาง แล้ว” ซินจี้อันยกถ้วยชาขึ้น ยิ้มเอ่ย “ไม่เป็ นไร อยู่ที่นี่ก็มีอิสระดี” เคยชินกับการใช ้ชีวิตบนหลังม้ามานานแล้ว บวกกับนิสัยใจคอ พื้นฐาน แต่ไหนแต่ไรมาซินจี้อันจึงไม่ได้มีมาดของเซียนซืออย่าง พวกจิงเฮา พอจิงเฮาได้ยินค าเรียกขานว่า “อาจารย์เหม่ยฉิน” มือที่เพิ่งยก ชามขึ้นก็สั่นทันที เส้นเอ็นหัวใจบีบรัดตัวในฉับพลันหากจะพูดถึงบัณฑิตที่มีฉายาว่า “เหม่ยฉิน” ของไพศาลแล้วล่ะ ก็ หากไม่มีหนึ่งพันก็ต้องมีอยู่หลายร ้อย แต่ “อาจารย์เหม่ยฉิน” ที่ สามารถมาเยือนภูเขาลั่วพั่วพร ้อมกับเฉินเซียนจวินได้จะยังเป็ นใคร ได้อีก?! ซินจี้อันมองจิงเฮาที่เดาสถานะของตนออกได้แล้วคลี่ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ระหว่างที่เดินทางมา สหายรักยังพูดถึงเรื่องที่ภูเขาชิงกงจะตก ไปเป็ นของใครกับข้า ข้าไม่ได้เห็นด้วยเท่าไรนัก แน่นอนว่านี่เป็ น เรื่องในบ้านของพวกเจ้า ข้าที่เป็ นคนนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ออก ความเห็น” เฉินผิงอันยิ้มอย่างชอบใจ จ าได้ว่าอริยะปราชญ์ของศาลบุ๋นเคยมีค าวิจารณ์ต่อซินจี้อัน ใน คาพูดแฝงไว้ทั้งความหมายในเชิงลบและเชิงบวก ผู้ที่มีความสามารถในการเป็ นผู้นา กวาดล้างทุกอย่างราบคาบ เพียงแต่ว่าในยามที่เขาท าตามอ าเภอใจอย่างก าเริบเสิบสานกลับไม่มี ใครกล้าตาหนิเขาแม้เพียงครึ่งคา พูดง่ายๆ ก็คือตอนที่เขานาทัพทาสงครามสร ้างความผาสุก ให้กับใต้หล้า คนอื่นอย่าได้ปากมากเอ่ยต าหนิ ความคิดของเฉินหลิงจวินไม่ได้อยู่บนตัวของผู้ฝึ กตนหนุ่มที่ บุคลิกสุภาพอ่อนโยน เขาง่วนอยู่กับการยักคิ้วหลิ่วตาให้เฉินจั๋วหลิว พี่น้องคนดี พวกเราสองคนใช ้น้าชาต่างสุรา มาชนกันสักหน่อยเฉินชิงหลิวยกชามขึ้นดื่มชาแต่ทาท่าสะใจเหมือนดื่มสุรา เฉิน หลิงจวินกระดกดื่มรวดเดียวหมดแล้วเช็ดปาก ร ้องฮ่าหนึ่งที สะใจ สะใจ ซินจี้อันหยิบปลาลาธารตากแห้งขึ้นมาเคี้ยวละเอียดแล้วกลืน ช ้าๆ พยักหน้าเอ่ย “รสชาติดี” หมี่ลี่น้อยเกาแก้ม ยิ้มเขินอาย ยื่นนิ้วไปชี้ปลาลาธารตากแห้งอีก สองสามชนิดที่เหลือ “อาจารย์เหม่ยฉิน ยังมีพาตี้หู่ หวงล่าติงที่อร่อย มากเหมือนกันนะ”ซินจี้อันยิ้มจนตาหยี ยื่นมือไปหยิบปลาลาธารตากแห้งอีกสองตัว ขึ้นมากินจริงๆ “ได้เลย ข้าจะลองชิมให้หมด”หมี่ลี่น้อยก็ยิ้มตาหยีตามเขาไปด้วยเฉินผิงอันแนะนาให้คนทั้งสองรู ้จักกันด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์เหม่ย ฉิน นางชื่อโจวหมี่ลี่คือผู้พิทักษ์ขวาของภูเขาลั่วพั่วพวกเรา”ซินจี้อันพยักหน้า “จั๋วหลิวเคยเล่าให้ฟังแล้ว ดีมาก นี่ต่างหากจึง จะเป็ นภาพบรรยากาศที่บนภูเขาควรมี นี่เป็ นความเห็นส่วนตัวของ ข้านะ”ก่อนหน้านี้เฉินชิงหลิวเคยมีการเตือนซินจี้อันเป็ นพิเศษมาก่อน บอกว่าทุกวันนี้สถานะของเขาคือบัณฑิตยากจนจากอุตรกุรุทวีป ชื่อ ว่าเฉินจั๋วหลิว มาถึงภูเขาลั่วพั่วแล้วห้ามเขาหลุดปากพูดกับสหายจิ่ง ชิงเด็ดขาดจิงเฮาใช ้หางตาลอบมองเฉินหลิงจวินที่ยิ้มกว้างอยู่ตลอดเวลา เขายิ่งไม่แน่ใจแล้วว่าเป็ นเพราะไม่รู ้ถึงน้าหนักของ “เหม่ยฉิน” เพราะ อ่านต ารามาน้อย ใจใหญ่ หรือว่ารู ้แต่ไม่สนใจ? เพราะถึงอย่างไรใน ช่วงเวลานสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน เด็กชายชุดเขียวคนนี้ก็สร ้างความ ประหลาดใจให้กับจิงเฮาหลายครั้งแล้ว ขอแค่เป็ นคนปกติทั่วไปก็ดู เหมือนจะถูกเฉินหลิงจวินปั่นหัวให้มึนงงได้อย่างง่ายๆเฉินชิงหลิวยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “จิ่งชิง ยังจาที่ข้าบอกกับเจ้าได้ไหม ว่าข้ามีสหายแซ่ซินอยู่คนหนึ่ง วันหน้าจะช่วยแนะนาให้เจ้าได้รู ้จัก”เฉินหลิงจวินที่ถอดรองเท้านั่งขัดสมาธิอยู่นานแล้วทาหน้าเหลอ หรา “หา?”มารดามันเถอะ พวกเราดื่มเหล้าด้วยกันมาตั้งหลายมื้อ พูดคุย เรื่องโน้นเรื่องนี้กันมากมาย ลืมไปนานแล้ว แล้วจะให้พูดส่งเดชว่า ตัวเองจาได้ก็ไม่ได้เสียด้วย นี่เจ้ากาลังทาให้ข้าล าบากใจอยู่ไม่ใช่ หรือ?เฉินชิงหลิวยกชายแขนเสื้อขึ้น สองนิ้วประกบกันชี้ไปที่ถ้วยขาว บนโต๊ะเหมือนส่งสัญญาณลับ ยิ้มเอ่ยว่า “จอกเหล้า เจ้าขยับมาใกล้ ข้า!”“หากพูดแบบนี้แต่แรกก็เข้าใจไปนานแล้ว จาได้สิ ทาไมจะจา ไม่ได้ล่ะ!”เฉินหลิงจวินตบเข่าฉาด หัวเราะฮ่าๆ หันไปยกนิ้วโป้ งให้กับ อาจารย์เหม่ยฉิน “พี่ใหญ่ฉิน เวลาอยู่บนโต๊ะเหล้าท่านเป็ นแบบนี้เลย นะ!”แล้วก็เพราะว่านั่งอยู่ไกลกัน ไม่อย่างนั้นจะต้องตบไหล่ของอีก ฝ่ายแสดงถึงความเคารพแล้วซินจี้อันยิ้มเอ่ย “ดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย อย่าได้คิดเป็ นจริงเป็ น จัง”เฉินหลิงจวินกุมท้องหัวเราะก๊าก ยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาท่าผลัก ประตูเปิด พูดกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข “พี่ใหญ่เฉินยังบอกด้วยว่า ท่านคนนี้คอไม่แข็งนัก มีครั้งหนึ่งเมาพับอยู่ข้างต้นสน ใช ้มือผลักต้น สน ผลักอยู่ตั้งนาน…”ซินจี้อันหลุดหัวเราะพรีดผลคือเด็กชายชุดเขียวถูกนายท่านของตัวเองตบป้ าบไปหนึ่งทีเฉินหลิงจวินขุ่นเคือง หุบยิ้มทันที “พี่ใหญ่ซิน ข้าไม่ได้หัวเราะ เยาะท่านนะ ข้าคนนี้พอเหล้าเข้าปากแล้วก็มักจะควบคุมปากตัวเอง ไม่ได้ ท่านอย่าได้ถือสา คนกันเองไม่พูดจาห่างเหิน”หมี่ลี่น้อยเอ่ยเตือนเสียงเบา “จิ่งชิง จิ่งชิง เจ้ายังไม่ได้ดื่มเหล้าเลย นะ”เฉินหลิงจวินร ้องเฮ้อเลียนแบบนายท่านของตัวเอง “เรื่องนี้เจ้าไม่ เข้าใจแล้ว บุรุษในยุทธภพพบเจอกันโดยบังเอิญ แค่เห็นหน้าก็ เหมือนรู ้จักกันมานาน เหมือนได้ดื่มเหล้าหมักเลิศรส”หมี่ลี่น้อยไม่อยากจะโต้เถียงจิ่งชิงต่อหน้าทุกคน จึงแค่แอบขมวด คิ้วสีเหลืองอ่อนจางสองข้างเงียบๆ สองมือยกชามขาว ก้มหน้าดื่มชาเฉินหลิงจวินรู ้ว่าตัวเองพูดผิดไปแล้วจึงรีบแก้ค าพูด หันหน้าไป เอามือป้ องข้างปากเอ่ยเสียงเบาว่า “หมี่ลี่น้อย เดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้าหา ปริศนาค าทายสักสิบข้อนะ”หมี่ลี่น้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบก้มหน้าลง