ตอนที่ 2764
บทที่ 1039.3 โปรดอภัยที่ไม่ได้ไปต้อนรับแต่ไกล
October 21, 2026
วันนี้เด็กชายชุดเขียวลงจากภูเขามาตั้งแต่เช ้าตรู่ เดินอาดๆ ไป ที่ตรอกฉีหลง เอาสองมือไพล่หลังเดินเข้าไปในร ้านยาสุ่ย มองเถ้า แก่สือโหรวแวบหนึ่งแล้วถอนหายใจ วางมาดของผู้อาวุโสบนภูเขาทิ้ง ประโยคหนึ่งที่เศร ้าใจกับความโชคร ้ายแต่ก็เดือดดาลเพราะความไม่ เอาไหนของอีกฝ่ายว่า “หัวทึบไม่รู ้จักแสวงหาความก้าวหนา คร ้านจะ พูดกับเจ้าแล้ว” เจ้าใบ้น้อยที่แต่ไหนแต่ไรมาก็สนิทสนมกับสือโหรวเป็ นพิเศษไม่ สบอารมณ์ทันใด ทะเลาะกับเฉินหลิงจวินทันที เฉินหลิงจวินเถียงกับ อีกฝ่ ายไปได้ไม่กี่ประโยคก็รู ้สึกหมดสนุกไม่อยากจะถือสาเด็กน้อย คนหนึ่ง จึงไปที่ร ้านข้างๆ วันนี้พี่ใหญ่เจี่ยไม่อยู่ที่ร ้าน เลื่อนขั้นสูงแล้ว เปลี่ยนจากเถ้าแก่ร ้านเล็กๆ ในตรอกฉีหลงกลายเป็ นผู้ดูแลรองของ เรือข้ามทวีป สหายร่วมดื่มสุราคนรู ้ใจหายไปคนหนึ่ง เฉินหลิงจวิน รู ้สึกเหงาอยู่บ้าง เข้าไปในร ้านฉ่าวโถวก็เรียกตัวเองว่าเป็ นอาจารย์อา ครึ่งตัวด้วยความภาคภูมิใจ ช่วยชี้แนะด้านการฝึกตนให้กับเถียนจิ่ว เอ๋อร ์ จากนั้นก็ออกจากตรอกฉีหลงไปที่เหลาสุราบนถนนหลัก สั่ง อาหารมาโต๊ะหนึ่ง รอคอยสหายสองคนอย่างชิงกงไท่เป่าและจ้าวจวิน ให้มาดื่มเหล้ากันที่นี่แต่เช ้าดื่มเหล้ามื้อเช ้ากันไปรอบหนึ่งแล้วเฉินหลิงจวินก็พาพวกเขาขึ้น เขาไปด้วยกัน สาหรับเด็กสาวที่นิสัยอ่อนโยนอีกทั้งยังว่าง่ายรู ้ความคนนั้น เฉิน หลิงจวินยินดีที่จะพูดถึงนางดีๆ ให้พี่ใหญ่เจี่ยฟังอยู่หลายประโยค เถียนจิ่วเอ๋อร ์มีคุณสมบัติโดดเด่น เพราะนางมีเลือดสดที่ไม่ เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเป็ นเหตุให้เกิดมาก็เป็ น “น้าพุยันต์” แห่ง หนึ่ง น่าเสียดายที่นางกลับไม่มีคุณสมบัติด้านการวาดยันต์จึงเหมือน ได้ครอบครองภูเขาเงินภูเขาทอง อานาจทั้งหมดเป็ นของนาง แต่กลับ ไม่มีอานาจที่จะน ามาใช ้ ในเรื่องนี้เฉินหลิงจวินเคยถามพ่อครัวเฒ่าเป็ นการส่วนตัวอยู่ หลายครั้ง คาตอบที่ได้รับก็เป็ นคาตอบที่ไม่ต่างกันเท่าไร ‘จะ กลายเป็ นผู้ฝึกตนสายยันต์ได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็คือไม่ได้ มิอาจฝืน บังคับกันได้” กลับเป็ นเจี่ยงชวี่ที่ทุกวันนี้สร ้างกระท่อมฝึกตนอยู่บน ภูเขาฮุยเหมิงที่กลับมีฐานกระดูกเช่นนี้ ก่อนที่จะ “เป็ นโล้เป็ นพาย” หรือก็คือก่อนจะเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตกลาง ค่าใช ้จ่ายจะสูงมาก กิน ภูเขาเงินภูเขาทองมากที่สุด กระดาษยันต์ที่ใช ้หมดไปมีมากเกินจะ นับได้ไหว อีกทั้งเวลาปกติยิ่งเป็ นวัตถุดิบกระดาษที่ใช ้วาดยันต์ดี เท่าไร ประสิทธิผลก็จะยิ่งดีมากเท่านั้นในความเป็ นจริงแล้ว “น้าพุ ยันต์” สองสามตาลึงที่เถียนจิ่วเอ๋อร ์มอบให้ในปริมาณที่กาหนดและ เวลาที่กาหนดพวกนั้นแทบจะกลายเป็ นบันไดในการเดินขึ้นเขาทีละ ขั้นของเจียงชวี่แล้ว แม่นางน้อยไม่รู ้เรื่องนี้ เกรงว่าต่อให้นางรู ้ก็คงจะไร ้ค าบ่นอยู่เหมือนเดิม ถึงอย่างไรนางก็รู ้สึกว่าสามารถทาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีค่าพอให้พูดถึงให้กับภูเขาลั่วพั่วได้ นางถึงจะอยู่ที่ ตรอกฉีหลงได้อย่างสบายใจ เกี่ยวกับเรื่องนี้เฉินหลิงจวินก็อ่อนใจ เหมือนกัน นี่น่าจะเรียกว่าแต่ละคนมีชะตาต่างกันกระมัง ทุกครั้งที่นึก ถึงเรื่องพวกนี้เฉินหลิงจวินจะต้องดื่มเหล้าที่ร ้านในตรอกฉีหลงเพิ่ม มากขึ้นอีกหน่อย ดื่มเหล้าเป็ นเพื่อนกับพี่ใหญ่เจี่ยให้เมามายถึงจะ ยอมเลิกรา ไม่เมาก็จะไม่กลับ เจ้าตะพาบปากเสียอย่างเจิ้งต้าเฟิ ง มักจะชอบพูดว่าเขาคิดอะไรกับเถียนจิ่วเอ๋อร ์หรือไม่ถึงได้ชอบไปที่ ตรอกฉีหลงบ่อยๆ ทุกครั้งจะต้องมอมตัวเองให้เมา เพราะต้องการ อาศัยเหล้าดับทุกข์ เฒ่าสุราดื่มสุราแต่ความหมายไม่ได้อยู่ที่สุราสินะ …เซียนเว่ยก็ยิ่งโง่เง่า ถึงได้เชื่อจริงๆ พ่อครัวเฒ่ายิ่งไร ้คุณธรรม ไม่ รู ้จักช่วยอธิบายให้กันบ้างเลย มีแต่พวกตะพาบทั้งนั้น พาสหายสองคนเดินขยับเข้าใกล้ภูเขาลั่วพั่วไปด้วยกัน เฉินหลิง จวินก็รู ้สึกกลัดกลุ้มเล็กน้อย หากนายท่านบ้านตนไม่ยอมรับพวกเขา จะท าอย่างไรดี? ไปถึงหน้าประตูภูเขาของภูเขาลั่วพั่ว เฉินหลิงจวินพบว่าหมี่ลี่ น้อยกาลังนั่งดื่มชาอยู่ข้างโต๊ะ ตรงข้ามกับนางคือแขกแปลกหน้าคน หนึ่ง ส่วนนักพรตเซียนเว่ยก็ยังคงเหมือนเดิม นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่หน้า ประตู อ่านต าราเล่มหนึ่งที่เปลี่ยนหน้าปกใหม่ เจิ้งต้าเฟิงเจ้าคนเกียจ คร ้านผู้นั้นน่าจะยังนอนหลับฝันหวานอยู่กระมังเฉินหลิงจวินกระแอมสองสามที่ให้ลาคอชุ่มชื้น สะบัดชายแขน เสื้อ “หมี่ลี่น้อยอ่า มีแขกมาน่ะ” หมี่ลี่น้อยรีบลุกขึ้นยืน เอ่ยทักทายพวกเขา ก่อนจะไปต้มน้าชง ชา แม่นางน้อยอารมณ์ดีอย่างมาก มีงานให้ท าแล้ว ป๋ ายเติงที่มีฉายาว่าจ้าวจวินอยู่ที่เมืองเล็กมาหลายวัน ตอนนี้จึง เริ่มเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว แม้จะบอกว่าบนภูเขาและล่างภูเขามีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน แต่ป๋ ายเติงที่อาศัยการฟังเด็กชายชุดเขียวเล่าบนโต๊ะสุราก็พอจะรู ้ เรื่องวงในของถ้าสวรรค์หลีจูแห่งนี้มาบ้างแล้ว เขาถึงได้รู ้ว่าที่แท้สถานที่ปิดฉากของศึกพิฆาตมังกรเมื่อสามพัน ปีก่อนก็คือที่นี่! และมังกรที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวบนโลกในทุกวันนี้ก็คือหวังจูสุ่ย จวินแห่งมหาสมุทรบูรพา สถานที่ที่นางได้ดิบได้ดีก็คือตรอกหนีผิง แห่งนั้นมิน่าเล่ายามที่ป๋ ายเติงเดินอยู่บนถนนฝูลู่และตรอกเถาเย่เพียง ล าพังถึงได้รู ้สึกเยียบเย็นเหมือนน้าแข็งเกาะกระดูก แต่ขณะเดียวกัน ก็รู ้สึกเหมือนตกลงไปในกระทะน้ามันเดือดจิตวิญญาณถูกต้มให้ เดือดพล่านจนจิตแห่งมรรคาของเขาไม่มั่นคงไปด้วยตามคากล่าวของเฉินหลิงจวิน เมื่อก่อนในภูเขาใหญ่ทางทิศ ตะวันตกยังมีสานักกระบี่หลงเฉวียนอยู่ด้วย ตอนนี้ย้ายไปอยู่ทางทิศเหนือแล้ว ช่างหร่วนเจ้าส านักคนก่อนคืออริยะส านักการทหาร ขอบเขตหยกดิบ ทุกวันนี้ในสานักก็มีขอบเขตหยกดิบเพิ่มมาอีก หลายคนคนหนึ่งในนั้นคือหลิวเสี้ยนหยางเจ้าประมุขคนปัจจุบัน คือ เซียนกระบี่อายุสี่สิบปี เจ้าหมอนี่เป็ นสหายรักกับนายท่านบ้านตนมา ตั้งแต่เด็ก หากนับตามลาดับอาวุโส ต่างคนต่างก็ถือว่า…สถานที่แห่งนี้เป็ นแค่หนึ่งในเจ็ดสิบสองถ้าสวรรค์เล็กเท่านั้นเอง นะ แต่กลับชวนให้คนอกสั่นขวัญผวาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ขนาดป๋ ายเติงยังต้อง ‘ระมัดระวังทุกก้าวย่าง” เช่นนี้ จิงเฮาที่เป็ น ผู้ฝึ กตนใหญ่ขอบเขตบินทะยานซึ่งยิ่งมองเส้นสนกลในออกก็ยิ่ง หวาดผวาพรั่นพรึงมากกว่าหม่าขู่เสวียนแห่งตรอกซิ่งฮวา กู้ช่านแห่งตรอกหนีผิง จ้าวเหยา แห่งถนนฝูลู่ที่มีข่าวลือเล็กๆ แพร่ออกมาว่าเป็ นลูกศิษย์ของป๋ ายเหย่ ครึ่งตัว ลูกหลานของเทียนจวินเซี่ยสือแห่งอุตรกุรุทวีปอย่างเซี่ยหลิง ตรอกเถาเย่…ผู้ฝึ กตนรุ่นเยาว์แต่ละคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พวกเขามา เบียดเสียดกันอยู่ในเมืองเล็กทีใหญ่เท่าฝ่ามือนี่น่ะหรือ?เจ้าขุนเขาเฉินที่สวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวไม่รู ้ว่ามานั่งอยู่ชั้น บนสุดของบันไดเส้นทางหลักที่ทอดยาวสู่ยอดเขาจี้เซ่อภูเขาลั่วพั่ว ตั้งแต่เมื่อไหร่เขาลุกขึ้นยืน เดินก้าวหนึ่งตรงมาที่ตีนเขา เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยกับเฉินหลิงจวิน “มีแขกมาหรือ? สหายของเจ้า?”เฉินหลิงจวินกลอกตาเร็วรี่ รู ้สึกใจฝ่อเล็กน้อย เพียงแต่ว่าอยู่ข้าง กายสหายใหม่ จะแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่มีความส าคัญในตระกูล ไม่ได้ตอนอยู่ที่โต๊ะเหล้าเขาคุยโวไปแล้วว่าตัวเองเป็ นผู้อาวุโสของ ภูเขาลั่วพั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่กับนายท่านที่คาพูดคาจาของเขา ได้ผลอย่างมาก มีหน้ามีตาสุดๆ!แต่ในความเป็ นจริงแล้วเฉินหลิงจวินรู ้ดีอยู่แก่ใจว่าฐานะของ ตัวเองบนภูเขาลั่วพั่วสู้นังเด็กโง่อย่างพวกหน่วนขู่ไม่ได้ด้วยซ้าเพียงแต่ว่าดื่มเหล้าไปด้วยกันหลายมื้อ เฉินหลิงจวินโม้ถึง ประสบการณ์ในยุทธภพของตัวเอง ถึงขั้นยังคุยโวไปว่าเว่ยซานจวิน ก็คือพี่น้องร่วมสาบานของตน มีเพียงเรื่องราวของนายท่านบ้านตนที่ เขาไม่เคยพูดถึงตอนอยู่บนโต๊ะเหล้าเหมือนจะคิดว่าหากพวกเจ้ารู ้ย่อมดีที่สุด แต่หากตอนนี้พวกเจ้า ยังไม่รู ้ถ้าอย่างนั้นหน้าก็ไปสืบเสาะให้รู ้เอาเองเฉินผิงอันลูบศีรษะของเด็กชายชุดเขียว “ในเมื่อเป็ นสหายของ เจ้าก็คือสหายของภูเขาลั่วพั่วแล้ว ดื่มชาที่นี่กันไปก่อน พวกเราค่อย ขึ้นไปคุยกันบนภูเขา”จากนั้นเฉินผิงอันถึงได้หันไปมองแขกทั้งสอง ยิ้มเอ่ยว่า “สหาย ทั้งสองท่าน โปรดอภัยที่ไม่ได้ไปต้อนรับแต่ไกล”เฉินหลิงจวินที่รู ้ตัวอย่างเชื่องช ้าเพิ่งจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ว่า แขก สูงศักดิ์ที่ทาให้นายท่านบ้านตนออกหน้ามารับรองแขกได้ด้วยตัวเอง เช่นนี้มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น มือข้างเดียวนับก็ยังพอพอคิดแบบนี้ในใจของเฉินหลิงจวินก็วูบโหวง รู ้สึกว่าสหายที่เพิ่ง รู ้จักได้แค่ไม่กี่วัน ไม่ควรพากลับมาที่ภูเขาลั่วพั่วเลย รบกวนให้นาย ท่านต้องออกมารับรองแขกด้วยตัวเองอีกตอนที่ภายนอกเฉินผิงอันพูดจาเกรงใจมีมารยาท เสียงในใจ กลับไร ้น้าใจของเจ้าบ้านอย่างสิ้นเชิง “จิงเฮา เคยได้ยินมาก่อน ผู้ฝึก ตนขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งที่ไม่กล้าออกจากหลิวเสียทวีปเดินทาง มายังทิศใต้ หากวันนี้ไม่เป็ นเพราะเฉินหลิงจวินเป็ นคนนาทางมา ต่อ ให้เจ้ามาที่ภูเขาลั่วพั่วก็ไร ้ความหมาย ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครต้อง ขอร ้องใคร น้าบ่อไม่ยุ่งกับน้าคลอง อย่างมากก็แค่เคารพกันและกัน อยู่ไกลๆ เท่านั้น”