ตอนที่ 2774
บทที่ 1041.7 บอกเล่าข่าวคราวของดอกเหมย
October 21, 2026
มองแผ่นหลังของสวินชวี่ก็รู ้สึกว่ายิ่งเหมือนอาจารย์เฉินอีกหลาย ส่วน หลังจากนั้นเจิงเย่ก็ไปหาโรงเตี๊ยมตระกูลเซียนแห่งนั้น หากไม่ เป็ นเพราะอาจารย์เฉินเขียนบอกไว้ในจดหมายอย่างละเอียดก็ไม่แน่ เสมอไปว่าเขาจะหาเจอจริงๆ เคาะประตูไปแล้วก็มีผู้ฝึกตนหญิงอายุ น้อยสองคนมาคอยรับรองแขก ห่างไปไกลอีกหน่อยก็มีอีกสองคน เดินอ้อมผ่านก าแพงบังตายังมีอีกสองคน พวกนางล้วนกระตือรือร ้น กันมาก รูปร่างหน้าตาแน่นอนว่าต่างก็งดงาม ดุจสกุณารวมกลุ่มส่ง เสียงเจื้อยแจ้ว พวกนางพูดจากระตือรือร ้นเรียกขานค าแล้วค าเล่าว่า คุณชาย ว่าเซียนซือ แต่กลับท าให้เจิงเย่รู ้สึกไม่สบายตัวเสียเลยเขา ลังเลอยู่เล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้บอกไปว่าตัวเองคือสหายของ อาจารย์เฉิน แล้วก็ไม่ได้ถามว่าเถ้าแก่โรงเตี๊ยม “ก่ายเยี่ยน” อยู่ หรือไม่ เจิงเย่เพียงแค่จ่ายเงินมัดจาก้อนหนึ่งไปแล้วเข้าพักอาศัย หลังจากที่เจิงเย่เข้าห้องพักไปแล้ว ก่ายเยี่ยนที่อยู่ในห้องของตัวเองก็นั่งยกขาไขว่ห้างเปิดดูสมุด บัญชีพลางดีดลูกคิดไปด้วย ไม่เลวๆ กิจการรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ใต้เท้าอิ่นกวานท าการค้าพอจะมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ แค่ช่วยเสนอ แนวคิดให้ไม่กี่ข้อกิจการของโรงเตี๊ยมก็ดีขึ้นได้ทันทีเจิงเย่วางสัมภาระไว้เรียบร ้อยแล้ว ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็หยิบ สัมภาระขึ้นมาสะพายใหม่ ออกไปจากโรงเตี๊ยม ไปยังตรอกเล็กเส้น นั้น ตรอกเล็กที่อยู่นอกหอเหรินอวิ๋นอื้อวิ๋น อาจารย์และศิษย์สองคน อย่างหลิวเจียและจ้าวตวนหมิงไม่มีเรื่องอะไรให้ทา พวกเขาที่อยู่ใน พื้นที่ประกอบพิธีกรรมเปลือกหอย คนหนึ่งจึงดื่มเหล้า อีกคนกินถั่ว ลิสงโรยเกลือ ผู้เฒ่ารู ้สึกเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่เฉินผิงอันออกไป จากเมืองหลวงตรอกเส้นนี้ก็ไม่ครึกครื้นอีกแล้ว แรกเริ่มสุดก็เป็ นปรมาจารย์มหาปราชญ์ที่มาเยือนที่แห่งนี้ด้วย ตัวเอง อาจารย์และศิษย์สองคนต่างก็จาไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรเมื่อ เทียบกับรูปลักษณ์ที่อยู่ในภาพแขวนของศาลบุ๋นก็แตกต่างกัน ค่อนข้างมาก ภายหลัง….หลี่เซิ่งก็มาเหมือนกัน! โชคดีที่เจ้าเด็กจ้าวตวนหมิงพอจะมีแววตาอยู่บ้าง คงเป็ นเพราะ ถูกฟ้ าผ่าอยู่หลายครั้งจนทาให้เกิดไหวพริบขึ้นมา ก าเนิดเฒ่าถึงได้ ไม่เสียมารยาท หลังจากนั้นก็มีคนทยอยมาเยือนที่นี่ บางคนก็เป็ นคนที่ผู้เฒ่าไม่ กล้าแม้แต่จะฝันถึงบางคนก็เป็ นใบหน้าที่ไม่รู ้จักยกตัวอย่างเช่นก่อนหน้านี้ยังมีหลี่ซีเซิ่งที่บอกว่าตัวเองมาจาก อ าเภอไหวหวงหลงโจวมาเยือนที่ตรอกแห่งนี้ เขาเป็ นคนบ้าน เดียวกับเฉินผิงอัน แล้วจะขัดขวางอย่างไร? ก่อนหน้านั้นอีกก็มีนักพรตเฒ่าเรือนกายกายา ข้างกายมี ลูกสมุนตัวน้อยติดตามมาเป็ นนักพรตเต๋าที่มีลักษณะเป็ นเด็กหนุ่ม นักพรตสองคนที่ลักษณะคล้ายอาจารย์และศิษย์กันนี้ลอบมอง เข้ามาในตรอกเล็กอย่างลับๆ ล่อๆ หลิวเจียจะไม่ขวางได้หรือ? ต้อง ขวางแน่อยู่แล้ว แน่นอนว่ายังมีอาจารย์เจิ้งของนครจักรพรรดิขาวด้วย โชคดีที่นักพรตเฒ่าเคยเจอกับ “คลื่นมรสุมใหญ่” มาเป็ นพรวน ขอบเขตไม่สูง แต่ฝึ กอบรมจิตใจประสบความส าเร็จแล้ว จิตแห่ง มรรคาของก่อก าเนิดถูกขัดเกลาจนแข็งแกร่งดุจหินผา! หลังจากที่เจิ้งจวีจงจากไป หนึ่งคนแก่หนึ่งเด็ก อาจารย์และศิษย์ สองคนหันมามองหน้ากันเอง ตาใหญ่มองตาเล็ก ตอนนั้นยังคงเป็ นผู้เฒ่าที่เปิดปากเอ่ยก่อน “ตวนหมิงอ่า เหมือน เจ้าจะตื่นเต้นอยู่บ้างนะ ตอนที่เรียกขานอาจารย์เจิ้งคล้ายว่าฟันจะ กระทบกันด้วย?” เด็กหนุ่มไม่ได้เถียงอะไร เพียงแค่ชี้ไปที่หน้าผากของผู้เฒ่า “อาจารย์ รีบเช็ดเหงื่อเร็วเข้า ฝนตกหรือไรวันนี้ผู้เฒ่าคีบถั่วลิสงโรยเกลือเม็ดหนึ่งโยนเข้าปาก เอ่ยว่า “ตวน หมิงอ่า เจ้าลองคานวณดูสิว่ายังจะมีบุคคลยิ่งใหญ่คนใดบ้างที่ไม่ ได้มาขานชื่อกับพวกเราที่นี่” เด็กหนุ่มนั่งยองอยู่บนพื้น เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อาจารย์ ท่านกล้าพูดว่าขานชื่อเลยหรือช่วงนี้ท่านเหมือนจะตัวลอยไปหน่อย นะ ควบคุมตัวเองหน่อยเถอะ” ผู้เฒ่าจิบเหล้าหนึ่งอีกแล้วร ้องเอ๊ะ “มีคนมาแล้ว ตวนหมิง เบิกตา กว้างมองให้ดีว่าใช่ยอดฝีมือบนยอดเขาที่ร ้ายกาจคนใดหรือไม่”จ้าวตวนหมิงหันกลับไปมอง คือผู้ฝึ กตนหนุ่มลักษณะเหน็ด เหนื่อยจากการเดินทางเขาส่ายหน้ากล่าว “ไม่รู ้จัก เอาเป็ นว่าไม่ตรง กับภาพเหมือนภาพใดที่แขวนไว้ในศาลบุ๋นศาลบู๊ก็แล้วกัน”ผู้เฒ่าร ้องอ้อหนึ่งที รอกระทั่งเด็กหนุ่มก้มหน้ายื่นมือไปคว้าถั่ว ลิสงโรยเกลือ เขากลับเห็นว่าไม่เหลือถั่วอีกแม้แต่เม็ดเดียวแล้วเจิงเย่ยืนอยู่หน้าตรอก กุมมือประสานใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “เจิงเย่ แห่งพรรคห้าเกาะเคยติดตามอยู่ข้างกายอาจารย์เฉินช่วงระยะเวลา หนึ่ง อาจารย์เฉินให้ข้ามาหาเซียนซือผู้เฒ่าหลิวและเซียนซือน้อย จ้าวที่นี่”หลิวเจียได้ยินก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันใด เจ้าเฉินผิงอันผู้นี้ถือว่ายัง รู ้ความอยู่บ้าง รู ้ว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ตนเป็ นคนคุม ดังนั้นจึงบอกให้ สหายมาเป็ นฝ่ายทักทายกับตนที่นี่เปิดตราผนึกของพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หลิวเจียลุกขึ้นยืน กุม มือคารวะกลับคืน ยิ้มเอ่ยว่า “น้องชายเข้ามาคุยกันข้างในเถอะ”เจิงเย่เดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมหยกขาวแห่งนี้ พูดถึงแผนการการเดินทางมาเยือนเมืองหลวงของตัวเองครั้งนี้กับ เซียนซือผู้เฒ่าตามค าบอกกล่าวของอาจารย์เฉินในจดหมายจ้าวตวนหมิงอารมณ์ดีอย่างมาก แนะนาเจิงเย่ว่าในเมื่อมาก็ มาแล้ว สามารถไปเดินเที่ยวตรอกอี้ฉือและถนนฉือเอ๋อร ์เพิ่มจาก รายการที่เขียนไว้ได้ แม้จะบอกว่าไม่มีความหมายอะไร แต่หากไม่ไป เยือนสักรอบกลับจะยิ่งไม่มีความหมายมากกว่าหลิวเจียลูบหนวดยิ้มถาม “เจิงเย่ เจ้าคิดจะพักที่ไหน?”เจิงเย่จึงบอกชื่อโรงเตี๊ยมตระกูลเซียนแห่งนั้นออกไปหลิวเจียกล่าวอย่างกังขาว่า “มีเงินขนาดนี้เชียวหรือ ถึงได้ไปใช ้ จ่ายที่นั่น? ทุกวันนี้คนในเมืองหลวงต่างก็บอกว่าสถานที่แห่งนั้นเป็ น สถานที่ที่เอาไว้เชือดหมูอย่างผู้ฝึกตนต่างถิ่นโดยเฉพาะ พยายามคิด หาสารพัดวิธีในการหลอกเอาเงินคน เจ้าต้องระวังหน่อยนะ”จ้าวตวนหมิงพยักหน้ารับอย่างแรง “พี่เจิง จริงๆ นะ ได้ยินว่าเมื่อ ก่อนที่นั่นเงียบเหงาจนแทบจะกางตาข่ายจับนกหน้าประตูได้ ทุกวันนี้ ไม่รู ้ว่าเป็ นอย่างไรถึงได้ร ้ายกาจขึ้นมาเชือดหมูกันเต็มที่เลย”เจิงเย่ไม่รู ้ว่าควรจะตอบอย่างไรดีหลิวเจียกล่าว “ประหลาดเสียจริง คราวก่อนเฉินผิงอันมาเยือน เมืองหลวง ตัวเขาเองก็ไม่ได้พักอยู่ที่นั่น ทาไมถึงได้หลอกให้เจ้าไป เสียเงินเปล่าที่นั่นได้นะ หรือว่าได้ส่วนแบ่ง?”จ้าวตวนหมิงเอ่ยเสียงเบา “คงไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง พี่ใหญ่เฉินคือ บัณฑิตที่สูงส่งผึ่งผายนะ”เจิงเย่รีบเปลี่ยนหัวข้อทันทีด้วยการถามว่า “เซียนซือผู้เฒ่าหลิว ขอถามหน่อยว่าคราวก่อนอาจารย์เฉินพักอยู่ที่ไหนหรือ?”หลิวเจียผงกปลายคาง “เดินเข้าไปในนี้แค่ไม่กี่ก้าว เป็ นโรงเตี๊ยม ชาวบ้าน แม้ว่าจะซอมซ่อไปสักหน่อย แต่จ่ายเงินแค่ไม่กี่แดง ข้าว่า เฉินผิงอันก็พักได้อย่างเคยชินดีนะ”จ้าวตวนหมิงยิ้มเอ่ย “ได้ยินเถ้าแก่หลิวบอกว่าพี่ใหญ่เฉินยังซื้อ เครื่องกระเบื้องชิ้นหนึ่งมาจากที่นั่นด้วยหรือ”เจิงเย่ยิ่งประหลาดใจมากกว่าเดิม คิดแล้วก็เอ่ยว่า “ข้าจะไปดูที่ นั่นสักหน่อย”หลิวเจียพยักหน้า “มาถึงที่นี่แล้วก็ตามสบาย เจ้าเด็กตวนหมิงผู้ นี้มองเหมือนจะโง่ แต่อันที่จริงไม่ใช่คนเลวร ้าย แค่ต้องจ าไว้ว่าเวลา เดินอยู่บนถนนกับเขาต้องระวังให้มากหน่อยโดยเฉพาะหากมีฝนตก ฟ้ าร ้องก็พยายามอยู่ห่างเจ้าเด็กคนนี้เอาไว้”จ้าวตวนหมิงกล่าวอย่างเดือดดาล “อาจารย์ มีใครเขาใส่ร ้ายลูก ศิษย์แบบท่านบ้างเล่า?! มีครั้งไหนที่ข้าโดนฟ้ าผ่าแล้วทาให้คนอื่น เจ็บตัวไปด้วย หา?!”หลิวเจียพยักหน้า “ก็จริงนะ”เจิงเย่มึนงง แต่กระนั้นก็ยังกุมหมัดขอตัวลาจากไปรอกระทั่งเจิงเย่ออกมาจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแล้ว จ้าวตวนห มิงก็ตบศีรษะตัวเองนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “เกือบจะลืมไปแล้วเชียว บอกว่าจะหาตาราเล่มนั้นให้กับนังหนูนั่นกลุ้มใจจริง! อย่าว่าแต่เมือง หลวงเลย ร ้านหนังสือในสถานที่ต่างๆ ข้างนอกต่างก็ไม่จัดพิมพ์ บันทึกการเดินทางเล่มนั้นมานานแล้ว แล้วจะให้ข้าไปหาที่ไหนเล่า เจ้าตะพาบเฉาเกิงซินผู้นั้น ปากก็พูดเสียดิบดี บอกว่าจะต้องช่วยหา ให้ข้าแน่นอน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวเป็ นคนที่พึ่งพาไม่ได้ ผู้หนึ่ง…”เจิงเย่หาโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเจอได้อย่างรวดเร็ว เถ้าแก่ผู้เฒ่ากาลัง ใช ้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นบนโต๊ะคิดเงิน