ตอนที่ 2773
บทที่ 1041.6 บอกเล่าข่าวคราวของดอกเหมย
October 21, 2026
ลู่ไถร ้องอ้อ “สานักแห่งนี้ของพวกกเรา อย่างมากสุดก็จะมีคน รวมทั้งสิ้นแค่สิบเอ็ดคนเท่านั้น จากนั้นทุกๆ หนึ่งร ้อยปีจะคัดออกหนึ่ง คน แล้วเสริมเพิ่มมาหนึ่งคน” “ใครที่เลื่อนติดอันดับสิบคนหรือตัวสารองสิบคนในใต้หล้าจะไม่ ถูกคัดออก คนที่กลายเป็ นผู้ฝึ กยุทธสิบอันดับแรกของใต้หล้าก็จะ ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน” “ต้องมีสักวันหนึ่งที่สานักแห่งนี้ของพวกเราล้วนมีแต่ยอดฝีมือใน บรรดากลุ่มของยอดฝีมือ อย่ามัวอึ้งกันอยู่สิ ปรบมือให้หน่อย” จางเฟิงไห่เพียงแค่ยกกาเหล้าขึ้นสูง หลวี่ปี้เสียยิ้มบางๆ แบบนี้เองหรือ เริ่มรอคอยจริงๆ แล้วนะ ซือสิงหยวนเงยหน้ามองดวงจันทร ์สองดวงที่ขอบฟ้ า สีหน้ามี ชีวิตชีวาสดใส ดูท่าตนคงต้องฝึกตนให้ดีๆ แล้ว มีเพียงหยวนอิ๋งที่ปรบมืออย่างดัง ผลคือลู่ไถกลับเอ่ยประโยคที่เป็ นการทาลายบรรยากาศว่า “พี่ หญิงชื่อ ในค่าคืนที่แสงจันทร ์กระจ่างเช่นนี้ แสงจันทร ์ยิ่งขับให้ผิว ของเจ้าดาขึ้นกว่าเดิมอีกนะ” ซือสิงหยวนหัวเราะอย่างฉุนๆ “เจ้าชอบพูดแขวะข้าอยู่เรื่อย ดีแต่ จะบีบมะพลับนิ่ม แน่จริงก็ว่าหลวี่ปี้เสียบ้างสิ!” ลู่ไถกล่าวอย่างเหนียมอาย “คากล่าวนี้ออกจะละเมียดละไมไป สักหน่อย ง่ายที่จะท าให้คนเข้าใจผิด” ซือสิงหยวนหลุดหัวเราะพรืด “เจ้าคนปากหวาน” หลวี่ปี้เสียพยักหน้า “แข็งนอกอ่อนใน คาดว่าได้แค่สองทีก็คง เอ่ยว่า “ขอข้าพักสักเดี๋ยว” แล้ว” ลู่ไถยกสองมือกุมเป็ นหมัด “กลัวพวกเจ้าแล้ว ยอมแพ้ ยอมแพ้” จางเฟิงไห่หัวเราะลั่น สีหน้าของซินขู่จึงเกร็ง แต่ในดวงตากลับมีรอยยิ้ม ลู่ไถเงยหน้ากรอกเหล้าเข้าปากอีกใหญ่ เช็ดปากแล้วพูดว่า “นับ แต่โบราณมาอริยะปราชญ์ก็คือตัวแทนของฟ้ าดิน วีรบุรุษผู้กล้าของ ในปัจจุบันก็คือการจ าแลงของดวงดาว คืนนี้โชคดีได้ร่วมดื่มกับพวก ท่าน ไม่พอๆ อยู่ไกลเกินกว่าจะพอมากนัก นัดหมายกันไว้เลยว่าพัน ปีให้หลังจะมาดื่มด้วยกันที่นี่วันนี้เดือนนี้อีกครั้ง ข้าจะเมาก่อน!” เสียงตึงดังขึ้นมา ที่แท้ลู่ไถก็หงายหลังตึงนอนหลับไปแล้ว หยวนอิ๋งเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “สามีของข้าคนนี้พฤติกรรม ยามดื่มเหล้าดีมาก แต่คอไม่แข็งสักเท่าไร” …… เหนือหัวกาแพงเมืองของเมืองหลวงต้าหลี สวินชวี่ที่ทั้งหัวเปียก ไปด้วยไอหมอกเร่งรุดมาหยุดอยู่ข้างกายของผู้เฒ่าคนหนึ่งที่มาชม จันทร ์อยู่ที่นี่ กุมมือคารวะเอ่ยว่า “ข้าน้อยสวินชวี่คารวะหงหลางจง” ผู้เฒ่าที่มีรูปร่างผอมแห้งผงกศีรษะรับ ยิ้มเอ่ยว่า “วันนี้เรียกเจ้า มาที่นี่กะทันหัน เป็ นเพราะมีคนผู้หนึ่งเพิ่งจะเข้าเมืองมา ให้เจ้าออก หน้ามาต้อนรับจะค่อนข้างเหมาะสม” ผู้เฒ่าไม่ได้สวมชุดขุนนาง ในความเป็ นจริงแล้วนอกจากการ เข้าประชุมในท้องพระโรงแล้ว หลางจงขุนนางหลักกองชิงลี่ฝ่ าย บวงสรวงกรมพิธีการที่เป็ นขุนนางขั้นห้าชั้นเอกผู้นี้ก็ไม่ได้ถูกจ ากัด ในเรื่องนี้เท่าใดนัก นี่ถือเป็ นกรณีพิเศษในวงการขุนนางต้าหลี ขุนนางของเมือง หลวงมีมากมาย แต่มีแค่สามคนเท่านั้นที่สอดคล้องกับคาเรียกขาน อันงดงามที่ทั้งสงบเงียบทั้งสูงส่งนี้มากที่สุด นอกจากกองประเมินผล งานกรมขุนนางและกองคัดเลือกทหารบู๊กรมกลาโหมแล้ว ก็คือกอง ชิงลี่ฝ่ ายบวงสรวงของกรมพิธีการแล้ว รองเจ้ากรมพิธีการสองท่าน สามารถร่วมกันตัดสินผลการทดสอบประเมินผลงานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งภูเขาสายน้าในราชสานักต้าหลีด้วยกันได้ แต่คนที่ดูแลกิจธุระ อย่างเป็ นรูปธรรมอย่างแท้จริง อันที่จริงยังคงเป็ นกองชิงลี่ฝ่ าย บวงสรวง ดังนั้นฐานะที่โดดเด่นนี้ของผู้เฒ่าจึงทาให้ถูกเรียกขานว่า “ขุนนางสวรรค์น้อย สวินชวี่ใช ้เสียงในใจสอบถาม “อาจารย์ คนผู้นี้เกี่ยวข้องกับ อาจารย์เฉินหรือ?” ผู้เฒ่าพยักหน้า ยื่นนิ้วชี้ไปยังผู้ฝึกตนหนุ่มต่างถิ่นที่เดินอยู่บน ถนน “เขาชื่อว่าเจิงเย่อันที่จริงไม่ถือเป็ นผู้ฝึกตนของภูเขาลั่วพั่ว แต่ว่าปีนั้นตอนที่เฉินผิงอันอยู่ในทะเลสาบซูเจี่ยนได้พาเจิงเย่มาไว้ข้างกายอยู่ตลอดเวลา เป็ นเพื่อนบ้านใกล้เคียงบนเกาะชิงเสีย อาศัยโชคและความขยันมานะของตัวเอง ทุกวันนี้เจิงเย่จึงได้เป็ นเจ้าประมุขของพรรคห้าเกาะแล้ว จะดีจะชั่วก็นั่งอยู่บนเก้าอี้อันดับหนึ่งของจวนเซียนดังนั้นเส้นทางการเข้าเมืองหลวงของเขาครั้งนี้ กรมอาญาจึงได้ส่งรายงานมาที่กองชิงลี่ฝ่ ายบวงสรวงของพวกเรานานแล้ว เพราะเขามีความสัมพันธ ์ในขั้นนี้กับเฉินผิงอันอยู่ ข้าจึงรู ้สึกว่าควรให้เจ้าออกหน้า ทางฝั่งกรมพิธีการและกรมอาญาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ความเห็นต่างมีไม่มาก ครั้งสองครั้งก็ถือเป็ นข้อกาหนดที่ที่ว่าการแต่ละแห่งให้การยอมรับไปโดยปริยายแล้ว ดีมากเลยล่ะ”สวินชวี่ยิ้มเอ่ย “ความเห็นต่างมีไม่มาก แต่ก็ยังมีความเห็นต่างอยู่ดี”ผู้เฒ่ากระตุกมุมปาก “ที่ว่าการแต่ละแห่งล้วนทาไปตามกฎ ไม่ถือเป็ นอะไร มีใครบ้างเล่าที่ไม่มีใจเห็นแก่ตัวเลย”อู๋ยวน ทุกวันนี้เป็ นผู้ว่าของฉู่โจวไปแล้ว เขาเป็ นทั้งลูกเขยของสกุลหยวนเสาค้ายันแคว้น แล้วยังเป็ นหนึ่งในลูกศิษย์จานวนไม่มากของราชครูชุยฉานด้วยเจี่ยนเฟิงที่มารับตาแหน่งขุนนางผู้ตรวจการงานเตาเผาคนใหม่แทนที่เฉาเกิงซิน ขั้นสี่ชั้นเอก จิ่งควนที่อยู่กองชิงลี่กรมคลังเก่า ช่วงก่อนหน้านี้ก็ออกจากเมืองหลวงไปรับหน้าที่เป็ นเจ้าเมืองของเขตเป่าซีระหว่างราชสานักกับที่ว่าการต่างก็มีการทะเลาะโต้เถียงกันในเรื่องทานองนี้อยู่เสมอวงการขุนนางแห่งขุนเขาสายน้าก็ยิ่งไม่ใช่ข้อยกเว้นสวินชวี่ถาม “อาจารย์ ข้าจะไปพบเจ้าประมุขเจิงตอนนี้เลยนะขอรับ?”ผู้เฒ่ากล่าว “มุทะลุ! เจ้าไม่รู ้จักรอไปอีกหน่อยหรือ? เท้าหน้าของคนเขาเพิ่งจะก้าวเข้ามาในเมืองหลวง เท้าหลังของเจ้าก็ก้าวไปขวางแล้ว นี่ไม่ได้เป็ นการบอกกล่าวกับเจิงเย่อย่างชัดเจนว่าราชส านักจับตามองการเดินทางของเขาอยู่หรอกหรือ?”สวินชวี่ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “จงใจพูดแบบนี้ ศิษย์ไม่ได้ยินคาสั่งสอนของอาจารย์แบบนี้มานานแล้ว”ผู้เฒ่าหลุดขาอย่างอดไม่อยู่ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่สวินชวี่ยังเป็ นแค่ซวี่ปันขุนนางขั้นเก้าชั้นโทเล็กๆ ซึ่งมีหน้าที่ซ่อมแซมวัดวาอารามของเมืองหลวงที่ศาลหงหลูทางตรอกหนันซวิน คือขุนนางเมล็ดงาที่ได้แต่นั่งเก้าอี้เย็นๆ อย่างแท้จริงอยู่ในเมืองหลวงต้าหลี ตาแหน่งนี้ไม่เรียกว่าเป็ นขุนนางด้วยซ้าทุกวันนี้สวินชวี่ย้ายมารับหน้าที่ในกองคลังยุทโธปกรณ์ของกรมกลาโหม ได้เลื่อนขั้นขุนนางแล้ว แต่การเลื่อนขั้นครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าไม่มีลางบอกเหตุอะไร เพราะตอนที่รับหน้าที่เป็ นซวี่ปันในศาลหงหลูสวินชวี่ก็สามารถควบตาแหน่งดูแลกองกิจการงานของวัดในเมืองหลวงแล้ว บวกกับที่ช่วงเวลาที่เจ้าขุนเขาเฉินแห่งภูเขาลั่วพั่วเข้าเมืองหลวงมาก็เป็ นสวินชวี่ที่ติดตามอยู่ข้างกายตลอด ดังนั้นเดินขึ้นบันไดไปหนึ่งขั้น กลายเป็ นขั้นเก้าชั้นเอกย่อมไม่มีคาติฉินท์นินทาอะไรดังนั้นตอนที่ดื่มเหล้ากับลูกศิษย์ที่ลาคลองชางผู ผู้เฒ่าที่เป็ นผู้ถ่ายทอดมรรคาให้กับสวินชวี่ถึงได้เอ่ยสัพยอกไปหนึ่งประโยคว่า เจ้าขุนเขาเฉินไม่มีน้าใจเสียเลย ไม่รู ้จักบอกกล่าวกับกรมขุนนางสักค าไม่ว่าอย่างไรก็น่าจะได้เลื่อนขั้นสามขั้นติด หาไม่แล้วก็ช่างผิดต่อบารมีของใต้เท้าอิ่นกวานยิ่งนัก ล้อเล่นส่วนล้อเล่น สาหรับในสายตาของหลางจงผู้เฒ่าที่รับหน้าที่ในกองชิงลี่ฝ่ ายบวงสรวงกรมขุนนางมานานหลายปีผู้นี้แล้ว คนหนุ่มอย่างสวินชวี่ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามที่ว่าการกองงานต่างๆ ของราชส านักไม่หยุดโดยมีศาลหงหลูเป็ นจุดเริ่มต้น ในอนาคตเขาจะนั่งอยู่ในแต่ละต าแหน่งได้ไม่นาน นานสุดก็สามปีห้าปี สั้นหน่อยก็หนึ่งถึงสองปีแน่นอนว่ายิ่งนานตาแหน่งขุนนางก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆนี่เกี่ยวพันไปถึงเรื่องวงในที่จนถึงทุกวันนี้สวินชวี่ก็ยังไม่รู ้ อันที่จริงนี่เป็ น “ภาพการเลื่อนขั้นขุนนาง” ที่ราชครูชุยฉานเตรียมการมาไว้นานแล้วลางสังหรณ์ของสวินชวี่ไม่ผิด ราชครูชุยที่ชอบเห็น “เรื่องเล็ก”