ตอนที่ 2776
บทที่ 1042.2 ชื่อนี้ไม่เลว
October 21, 2026
เสี่ยวโม่พยักหน้าเอ่ย “จิ่งชิงอยู่บนภูเขาลั่วพั่ว พูดถึงแค่ตอนที่ อยู่กับข้า เขาก็ไม่เคยพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับเว่ยซานจวิน พูดแค่ว่าเขา กับท่านเป็ นสหายกันมานานหลายปี ประหนึ่งพี่น้องแท้ๆ ที่พลัดพราก จากกันไปนานแล้วได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง ความรู ้สึก ความสัมพันธ ์ที่มีต่อกันดีมาก” เว่ยป้ อนวดคลึงปลายคาง รู ้สึกละอายใจเล็กน้อย เว่ยป้ อพลันเอ่ยว่า “ฮ่องเต้ที่ออกเดินทางลงใต้ก่อนกาหนดได้ เปลี่ยนเส้นทางจากที่ก าหนดไว้ ไม่ได้หวนกลับมาเมืองหลวง แต่ เลือกจะลงใต้ต่อ ตอนนี้ได้เข้าไปในอาณาเขตของอวิ้นโจวแล้ว ดู จากท่าทางน่าจะไปที่อาเภอสู้ยอันจังหวัดเหยียนโจว เห็นได้ชัดว่า ตั้งใจไปหาเจ้า” เฉินผิงอันลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนเอ่ยว่า “วันหน้าเรื่องแบบนี้ เจ้าก็ ถือเสียว่าไม่เคยรับรู ้แล้วกัน” เด็กหนุ่มที่เคยแอบดื่มเหล้าเพียงลาพัง ภายหลังคือเถ้าแก่รองที่ ดื่มเหล้าที่โต๊ะและข้างทาง ก็น่าจะเหมือนยุทธภพของเด็กชายชุด เขียว ต่างคนต่างดื่มเหล้า รสชาติสารพัดหลากหลาย มีเพียงไม่มีสุรา ที่ “ทาให้สหายลาบากใจ’ เท่านั้นเว่ยป้ อยิ้มกล่าว “สารถีเฒ่าที่อยู่ในเขตอวี้จางก็เหมือนหิ่งห้อยที่ ลอยนิ่งไม่ขยับอยู่ในลานบ้าน โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียว ต่อให้ข้าไม่ อยากจะเห็นก็ยังยาก” เฉินผิงอันกล่าว “นี่ก็ถือเป็ นเหตุผลด้วยหรือ? แน่จริงเจ้าก็หา ข้ออ้างที่มันฟังไม่ขึ้นกว่านี้สิ?” เว่ยป้ อยกชามเหล้าขึ้นพูดด้วยสีหน้าฮึกเหิม “ข้าผู้อาวุโสอยาก ดื่มเหล้ายังต้องหาข้ออ้างอีกหรือ?” เฉินผิงอันร ้องโอ้โห ก่อนจะรีบยกกันขึ้น สองมือถือชามเหล้า พูดด้วยใบหน้าประจบสอพลอ “คาพูดนี้กล่าวได้ดี บนโต๊ะเหล้า เหตุผลใหญ่ที่สุดแล้ว! เสี่ยวโม่ อย่ามัวอึ้งอยู่สิ พวกเราสองคนต้องดื่ม กับเว่ยซานจวินสักหน่อย” …… จังหวัดอวิ้นโจว เหยียนโจว อ าเภอสู้ยอันเทือกเขาเขียวเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน น้าใสไหลไกล ผืนนาทอด ยาว ดอกไม้ภูเขาสะพรั่งเบ่งบานแสงแดดกาลังดี บนพื้นของลานตากธัญพืชที่อยู่นอกซุ้มประตู ของหมู่บ้านมีแต่ก้อนเยื่อกระดาษขาวที่ส่องกระทบกับแสงจนคล้าย ก้อนเงินวับวาว ลาลากโม่บด พวกชายฉกรรจ์วัยก าย าก าลังพูดคุย กันไปเรื่อยเปื่อย เส้นสายตาคอยมองตามหน้าอกนูนเด้ง และสะโพก ผายอวบอิ่มของสตรีโตเต็มวัยกับแม่นางน้อยที่อยู่ห่างไปไม่ไกล เหล่าชายฉกรรจ์กลืนน้าลาย น้าเสียงที่พูดคุยดังเพิ่มขึ้นหลายส่วนอย่างที่ สังเกตไม่เห็น ผู้เฒ่านั่งตากลมอยู่ใต้ร่มชายคา สูบยาสูบ ในใจคิด คานวณว่าเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วจะมีฝนตกกี่มากน้อย นึกถึงผลผลิต ตลอดทั้งปี บนประตูเรือนแปะตัวอักษรฝูและกลอนคู่ที่เด็กรุ่นหลาน เป็ นผู้เขียน ลายเส้นพู่กันอ่อนเยาว์ แต่เผยถึงความมีชีวิตชีวา คนบน ถนนมีสองคนแบกกรงไม้ไผ่ทรงกลมมาสองใบ ด้านในมีลูกเจี๊ยบขน ฟูเบียดเสียดกันส่งเสียงร ้องกันเจี๊ยวจ๊าวรถม้าสองคันเคลื่อนผ่านเขตที่ตั้งป้ ายหินแบ่งเขตริมอาเภอสอง แห่งมาอย่างช ้าๆ เงยหน้ามองไกลๆ ไปเห็นเจดีย์เหวินชางอยู่หลังหนึ่งสายน้าสาขาแยกของลาคลองซี่เหมยแตกกิ่งก้านออกมา ข้าง ทางมีศาลาที่ก่อด้วยผนังขาวกระเบื้องดา มีคนมารอคอยอยู่ตรงนี้ แล้วข้างศาลามีต้นเฝ่ ย (ไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งของจีนใช ้เป็ นวัสดุ ก่อสร ้างได้ เมล็ดใช ้กินขับพยาธิในล าไส้ได้) ใหญ่พอโอบได้อายุ หลายร ้อยปีอยู่ต้นหนึ่ง แผ่ร่มใบหนาเหมือนร่มคันใหญ่ยักษ์ สามารถ บังศาลาหลังเล็กที่มีไว้ให้คนพักเท้าได้มิดพอดี ร่มใบครื้มเขียวชอุ่ม ประดุจน้าวสันตฤดูขุนนางต้าหลีสองคนในศาลาคือเผยทงกับฉู่เหลียง ทั้งสองต่างก็ มีหน้าที่สาคัญ คนหนึ่งเป็ นผู้ว่าอวิ้นโจว อีกคนคือแม่ทัพ ถือเป็ น บุคคลอันดับหนึ่งในด้านการทหารและการปกครองของจังหวัดใน พื้นที่ พวกเขาออกเดินทางครั้งนี้ ข้างกายพาองค์รักษ์ผู้ติดตามออกมาจากที่ว่าการซึ่งมีการป้ องกันเข้มงวดเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ตามกฎของต้าหลีแล้ว ราชส านักจะต้องจัดหาผู้ฝึ กตนติดตาม กองทัพจานวนไม่เท่ากันให้กับขุนนางใหญ่ในพื้นที่ศักดินาที่มีหน้าที่ ดูแลพื้นที่ในปกครองเหล่านี้ จะมอบตาแหน่ง “เลขาธิการ” ซึ่งไม่เป็ น ทางการให้กับฝ่ ายหลังชั่วคราว สามารถรับเงินเดือนได้สองก้อน เวลาที่กาหนดไม่แน่นอนค่อนข้างจะมีอิสระ ส่วนใหญ่จะรับหน้าที่ นานสามถึงห้าปี นี่ไม่ใช่ชั้นวางดอกไม้อะไร หลังจากที่สงครามใน แจกันสมบัติทวีปปิดฉากลง หลายปีมานี้จานวนครั้งที่มีการลอบฆ่า ขุนนางคนส าคัญในจังหวัดต่างๆ ทางทิศใต้ของต้าหลี ไม่ว่าจะในทาง ลับหรือทางแจ้งก็มีมากนับร ้อยครั้ง นักฆ่ามีทั้งกากเดนเผ่าปีศาจแห่ง เปลี่ยวร ้างที่ปีนั้นหนีออกไปจากแจกันสมบัติทวีปไม่ได้ แล้วก็มีผู้ฝึก ตนของแคว้นต่างๆ ที่เคียดแค้นสกุลซ่งต้าหลี สาหรับฝ่ายหลัง ตอนที่ ราชส านักต้าหลีอยู่ในมือของราชครูชุยฉานก็มีข้อสรุปมานานแล้ว ว่ามิอาจสังหารคนในตระกูลของพวกเขา มิอาจพานโกรธไปยังราช ส านักของแคว้นใต้อาณัติผู้ติดตามสองคนที่เป็ นผู้ฝึ กตนนั่งตัวตรงอยู่หน้าประตูศาลา รูปลักษณ์ล้วนอ่อนเยาว์กันอย่างมาก พวกเขามาจากแม่น้าทงเทียน ภูเขาเจินอู่และร่องต้าหนีของศาลลมหิมะครั้งนี้ขุนนางบุ๋นบู๊คนสาคัญสองคนที่มีชาติกาเนิดยากจนอย่าง เผยทงและฉู่เหลียง ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งได้รับโองการลับฉบับหนึ่ง บอกให้พวกเขามารอรับเสด็จที่ชายแดนของอ าเภอสุ้ยอันวันนี้รถม้าสองคันจอดลงข้างทาง ฮ่องเต้ซ่งเหอเลิกผ้าม่านขึ้น โบก มือบอกเป็ นนัยแก่ผู้ว่าเผยและแม่ทัพฉู่ว่าไม่ต้องมากพิธีในเมื่อไม่ได้อยู่ในตาหนักหน้าหรือวังหลังของเมืองหลวง ฮ่องเต้ ซ่งเหอก็ท าตัวตามสบายอย่างมากแล้ว เอื้อมมือไปด้านหลัง นวดก้น ของตัวเอง พูดหยอกล้อว่า “นั่งรถม้ามาตลอดทางจนกันข้าเกือบจะแตกลายแล้ว”