ตอนที่ 2787
บทที่ 1045.2 บนเส้นทางไม่กล้ามีเจิ้ง
October 21, 2026
ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมถ้าสวรรค์ฉางชุนสานักกระบี่ชิงผิง เฉิน ผิงอันที่ได้ฝึกตนถามมรรคาในภูเขาลึกตามความหมายที่แท้จริงเป็ น ครั้งแรกเคยมีการอนุมานและการตั้งสมมติฐานที่ใจกล้าอย่างมาก สมมติว่าสักวันหนึ่งตนเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ จะมีศัตรูใน จินตนาการที่สามารถช่วงชิงกับตนบนมหามรรคาเป็ นใครได้บ้าง ในบรรดาศัตรูในจินตนาการนั้น ไม่กล้ามีเจิ้ง หันเชี่ยวเซ่อพูดด้วยน้าเสียงที่ติดจะสั่งสอนและบ่นอย่างไม่พอใจ ว่า “เสี่ยวช่านวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ คุณูปการใหญ่เทียมฟ้ าเช่นนี้ เจ้า อย่าพูดให้เป็ นเรื่องเบาสบายเช่นนี้สิ หากไม่ใช่เจ้า สวี่ย่วนและเทียน ซือน้อยแห่งภูเขามังกรพยัคฆ์คนนั้น และยังมีพวกฉุนชิง พวกเขา สามคนก็ไม่มีทางมีชีวิตรอดออกมาจากใต้หล้าเปลี่ยวร ้างได้เลย” อันที่จริงก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับลู่เฉิน เฉินผิงอันก็ได้ฟังเรื่อง ขั้นตอนคร่าวๆ ของการพบเจอกันบนทางแคบครั้งนั้นมาก่อนแล้ว แม้แต่เรื่องที่กู้ช่านหลอกเอาตัวจอยู่เพิ่งมาก็ยังรู ้อย่างชัดเจน กู้ช่านยิ้มเอ่ย “ต้องยกคุณความชอบให้กับใบไหวของบ้านเกิดที่ เหมือนซี่โครงไก่มาโดยตลอด โชคดีที่จ้าว สวี่ เฉา ล้วนเป็ นแซ่สกุล ที่พบเห็นได้บ่อย”ก่อนจะออกจากบ้านเกิดตอนเยาว์วัย ในตรอกหนีผิงแห่งนั้นก็ เป็ นเด็กหนุ่มสวมรองเท้าสานตัวดาผอมแห้งคนนั้นที่เคยกาชับเจ้าขี้ มูกยึดน้อยว่าจะต้องเก็บรักษาใบไหวกระเป๋ านั้นให้ดี เฉินผิงอันกลับเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น เขาถามว่า “ได้ยินว่าเจ้า ต่อสู้กับเฉาสือไปรอบหนึ่ง?” กู้ช่านพยักหน้า พูดง่ายๆ ว่า “ก็แค่หาเรื่องสนุกทาเท่านั้น” เฉินผิงอันถาม “เฉาสือไม่เพียงแต่เลื่อนเป็ นขั้นเทพมาเยือนของ ขอบเขตปลายทาง ยังปล่อยหมัดเปิดทางด้วยขอบเขตสิบเอ็ดด้วย?” กู้ช่านพยักหน้า “เพื่อช่วยเปิดทางให้กับพวกเรา เฉาสือร่วมมือ กับกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเจียงซ่างเจิน เขาปล่อยหมัดที่ไม่ สอดคล้องกับขอบเขตของตัวเองออกไป จึงบาดเจ็บไม่เบา” เฉินผิงอันขมวดคิ้วถาม “จะทิ้งโรคแฝงไว้เบื้องหลังหรือไม่?” กู้ช่านตอบ “ข้าเคยถามเฉาสือแล้ว เขาบอกเองว่าไม่” เฉินผิงอันถอนหายใจโล่งอก ด้วยนิสัยของเฉาสือ ขอแค่เขายินดีเปิดปากพูดก็มีแต่จะพูดใน เรื่องที่เป็ นความจริงเท่านั้น แม้ว่าการจากลากันที่ศาลบุ๋น ตนจะขอบเขตถดถอยจากชั้นคืน ความจริงของขอบเขตปลายทางมาเป็ นชั้นปราณโชติช่วง แต่เฉาสือกลับเลื่อนไปเป็ นชั้นเทพมาเยือนของขอบเขตปลายทาง ระยะห่าง ระหว่างกันจึงถูกดึงออกไปอีก ต่อให้มีความเป็ นไปได้มากว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองจะยิ่งมีมาก ขึ้นเรื่อยๆ ยากที่จะเดินเคียงบ่ากันไปได้อีก แต่เฉินผิงอันก็หวังจากใจ จริงให้เฉาสือบุกรุดหน้าไปบนเส้นทางของการเรียนวรยุทธอย่างห้าว หาญ ยิ่งเดินไปไกลยิ่งเดินไปได้สูง ต่อให้จะตามฝีเท้าของเฉาสือไม่ทัน แต่นั่นก็เป็ นเพราะตัวเฉินผิง อันเองไร ้ความสามารถ เขาไม่ต้องการให้เพราะเรื่องไม่คาดฝัน บางอย่างท าให้ฝี เท้าในการเดินขึ้นสู่ยอดสูงสุดบนวิถีวรยุทธของ เฉาสือต้องเฉื่อยช ้าลง เฉินผิงอันถาม “ครั้งนี้กลับมาที่แจกันสมบัติทวีป ได้กลับบ้าน แล้วหรือยัง?” กู้ช่านส่ายหน้า บอกตามจริงว่า “ข้าขึ้นฝั่งมาที่ซากปรักนคร มังกรเฒ่า ไปที่ทะเลสาบซูเจี่ยนมารอบหนึ่ง เจอกับศิษย์พี่หญิงเถียน หูจวินและจ้งเซียวแห่งเกาะหวงหลี ได้ยินเถียนหูจวินบอกว่าแจกัน สมบัติทวีปในทุกวันนี้มีสถานที่ที่ชื่อภูเขาเหอฮวาน ข้าก็เลยไปที่ อารามของเฉิงเฉียนเจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้นมารอบหนึ่ง ถือโอกาส เจอกับบรรพจารย์เซียงจวินของต าหนักหลิงเฟยด้วย เจรจากับนาง ส าเร็จ พวกเขายินดีตัดใจมอบของรัก เปลี่ยนมาเป็ นให้ข้าจ่ายเงิน เพื่อซื้ออาณาเขตของภูเขาเหอฮวานมา ถือว่าข้าติดค้างน้าใจของ ต าหนักหลิงเฟยพวกเขาครั้งหนึ่ง”เฉินผิงอันพยักหน้า “ในเมื่อได้พบหน้ากันแล้ว แล้วก็ซื้อมาแล้ว จัดการธุระเสร็จแล้วก็อย่ามัวเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกอีกเลย รีบกลับบ้าน เร็วหน่อยเถอะ” กู้ช่านอืมรับหนึ่งที เขาถอดรองเท้านั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ จิบเหล้าหนึ่งอีก ดวงตาเป็ น ประกายเจิดจ้า อยู่ข้างกายหรือไม่อยู่ข้างกายเฉินผิงอัน กู้ช่านก็ราวกับเป็ นคน ละคนกันเลยยังคงเป็ นคาพูดเก่าแก่ประโยคนั้นที่บอกไว้ว่า วีรบุรุษผู้กล้ากลัว ที่จะเจอกับเพื่อนบ้านมากที่สุดก็เหมือนคนคนหนึ่งที่เห็นเด็กสวมกางเกงเปิดก้นผู้หนึ่งเติบใหญ่ มา อีกฝ่ ายโชคดีไปมีชื่อเสียงอยู่ข้างนอก ได้ดิบได้ดีแล้วกลับมายัง บ้านเกิด แต่พออยู่กับเพื่อนบ้านที่รู ้ไส้รู ้พุงกันดี พูดโอ้อวดอะไรไปก็ ไม่ได้น่าสนใจเลยสักนิดดื่มเหล้ากันอย่างลวกๆ ไปแล้ว ยังคงเป็ นหันเชี่ยวเซ่อที่เข้าอก เข้าใจผู้อื่นเป็ นอย่างดีแนะนาให้ทุกคนไปเดินเล่นที่ท่าเรือนอกเหลา สุราออกมาจากเหลาสุรา นางก็ให้กู้ช่านไปเดินเล่นกับเฉินผิงอัน เพียงล าพัง ส่วนตัวเองพาเผยเฉียนกับจื่ออู่เมิ่งไปเดินเล่นที่อื่น ยังบอกเผยเฉียนว่าหากเจอของที่ถูกใจก็หยิบมาได้เลยไม่ต้องถามราคา นางจะจ่ายให้เอง คนทั้งสองเดินเลียบริมลาคลองเส้นหนึ่งของท่าเรือจิ๋วฮวา กู้ช่านใช ้เสียงในใจถามว่า “เรื่องนั้นที่เจ้าจะทา ข้าช่วยได้หรือไม่” กู้ช่านไม่ได้ถามว่าต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่ เพราะเฉินผิงอันย่อมไม่ต้องการให้เขาลงมือช่วยเหลืออยู่แล้ว เมื่อก่อนเป็ นเช่นนี้ ทุกวันนี้ก็ยิ่งเป็ นเช่นนี้ เฉินผิงอันย้อนถาม “เดาออกได้อย่างไร?”กู้ช่านยิ้มเอ่ย “ไม่ว่าจะการวางตัวหรือการลงมือทาอะไรเจ้าล้วน ระมัดระวังถึงเพียงนั้นไม่มีทางที่จะปล่อยร่างแยกให้ออกมาท่องเที่ยว ส่งเดชหรอก”เฉินผิงอันพยักหน้า “นี่คือความแค้นส่วนตัวระหว่างข้ากับตระกูล หม่าแห่งตรอกซิ่งฮวา เจ้าไม่ต้องสอดมือเข้าแทรก ทาเรื่องของตัวเอง ให้ดีก่อน”กู้ช่านพูดเสียงเบา “ข้าเดาถูกแล้วหรือ เป็ นเรื่องนี้จริงๆ หรือนี่?”เฉินผิงอันยกมือขึ้นงอสองนิ้ว น่าจะมอบมะเหงกให้อีกฝ่ าย เพียงแต่ลังเลอยู่เล็กน้อยก็คลายนิ้วออก แล้วก็คงอยากจะตบหัว กู้ช่าน แต่สุดท้ายก็ยังลดฝ่ ามือลงตบไหล่ของคนหนุ่มที่สวมชุดลัทธิ ขงจื๊อเบาๆเฉินผิงอันเอ่ยด้วยภาษาถิ่นของบ้านเกิดด้วยความเคยชินว่า “เพื่อนบ้านที่ย้ายไปอยู่ในตัวเมืองมีเยอะ หากเจอกันบนถนนก็จ าไว้ ว่าให้เรียกคนเขาตามล าดับอาวุโส เป็ นฝ่ ายทักทายไปก่อน อย่าท าสิ่งที่ไม่ควรทา” กู้ช่านรู ้สึกไม่เต็มใจสักเท่าไร แต่กระนั้นก็ยังพยักหน้า “รู ้แล้วๆ”เฉินผิงอันหันมามองกู้ช่านรู ้อยู่แล้วว่าหลอกเขาไม่ได้ กู้ช่านที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อน ใจจึงได้แต่พูดรับรองว่า “รับปากแล้วต้องท าให้ได้”เฉินผิงอันก าชับอย่างอดทน “ไม่ได้บอกให้เจ้ายิ้มให้พวกผีขี้ เหล้าที่ทาตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น ไม่ว่าจะในหรือนอกตาราก็ล้วนไม่ มีหลักการเหตุผลเช่นนี้ ใช ้คุณธรรมตอบแทนความแค้นแล้วจะใช ้ อะไรตอบแทนคุณธรรม? พวกเขาไม่ได้รับการสั่งสอนจากครอบครัว มาตั้งแต่เด็ก เติบโตกลายเป็ นผู้ใหญ่ ทุกวันนี้ก็กลายเป็ นคนแก่แล้ว ชั่วชีวิตที่ผ่านมาดื่มอะไรกินอะไรเข้าไป ในท้องก็ยังมีแต่น้าเสียๆ (เปรียบเปรยถึงความคิดชั่วร ้าย) อยู่ดี อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าเจอกับ พวกเขาไฟโทสะก็สุมอกเหมือนกัน ข้าเห็นว่าหลายปีมานี้เจ้าไปที่ตัว เมืองมาหลายรอบแล้ว? ตาไม่เห็นใจก็ไม่หงุดหงิด ดังนั้นข้าจึงพูดถึง แค่พวกเพื่อนบ้านที่ในอดี ความสัมพันธ ์นับว่าพอใช ้ได้ เจ้าสามารถ มีมารยาทต่อพวกเขามากหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ในอดีตถือ ว่ามีคุณธรรมต่อครอบครัวเจ้า เห็นเด็กรุ่นหลัง เด็กเล็กๆ ใน ครอบครัวพวกเขาก็สามารถมอบซองแดงอะไรให้ได้ เตรียมซองแดงสักปีกหนึ่งไว้ในชายแขนเสื้อ ไม่ต้องใส่เงินเทพเซียน ทุกวันนี้พวก เขาเองก็น่าจะรู ้ว่าบ้านเจ้าไม่ยากจนแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับภูเขา ดังนั้นหากในซองแดงมีแค่เงินเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญก็จะดูขี้ เหนียวเกินไปแล้วยังตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าใช ้คุณธรรมสังหารคน ยังสู้ ไม่มอบให้เลยจะดีกว่า ในซองแดงทุกซองอาจจะใส่ใบไม้สีทองไว้สอง สามใบ แบบนี้จะค่อนข้างเหมาะสมแล้ว…”เสียงพร่าพูดจู้จี้ที่ไม่ได้ยินมานาน กู้ช่านเอาสองมือสอดรองไว้ใต้ ท้ายทอย บางครั้งก็พยักหน้ารับเบาๆ บางครั้งก็อืมรับเฉินผิงอันหยุดพูดกู้ช่านกล่าว “วันเวลาที่ยากลาบากมีเพียงอดทนให้ผ่านพ้นมา ไม่มีความรู ้อย่างอื่นแต่หลังจากมีเงินแล้ว มีชีวิตที่ดีแล้วกลับ กลายเป็ นว่ามีข้อพิถีพิถันเยอะ หากค าสอนของตระกูลดี ต่อให้ยังไม่ แสดงออกในเวลานั้น แต่ก็ต้องปรากฏในรุ่นของลูกหลานแน่นอน ไม่ มีทางยากจน มีแต่จะได้ดีในช่วงบั้นปลาย ไม่เพียงแต่หลักการเหตุผล เป็ นเช่นนี้เท่านั้น ความเป็ นจริงก็เป็ นเช่นนี้เหมือนกัน พูดถึงแค่บ้าน เกิดของพวกเรา เวลาสั้นๆ แค่สามสิบปีก็มีครอบครัวที่อยู่ดีๆ ก็มีเงิน ขึ้นมามากมายขนาดนั้น ย้ายไปอยู่ในตัวเมือง วันหน้าจะยากจน ยาวนานหรือจะร่ารวยยาวนาน เดี๋ยวก็จะเป็ นดั่งน้าลดหินผุดเอง”เฉินผิงอันพยักหน้า “เจ้าคิดได้แบบนี้ก็ดีมาก”กู้ช่านถาม “เจ้ารู ้รากฐานมหามรรคาของหม่าขู่เสวียนหรือไม่ ดู เหมือนเขาจะมาจากกรมสายฟ้ าของยุคบรรพกาล? อีกทั้งเมื่อเทียบ กับสารถีเฒ่าของกองพิฆาตกรมสายฟ้ าผู้นั้นแล้ว บางทีต าแหน่งเทพ ก็อาจจะสูงยิ่งกว่าด้วย?”เฉินผิงอันกล่าว “หม่าขู่เสวียนคิดอยากให้ลูกชายใช ้หนี้แทนบิดา ก็ปล่อยให้เขาท าไป”หม่าขู่เสวียนอยู่ที่เมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนแล้ว