ตอนที่ 2790
บทที่ 1046.3 เหล่าศิษย์หลานทั้งหลาย
October 21, 2026
อู๋ม่านเหยียนกล่าวอย่างกระจ่างแจ้ง “ถ้าอย่างนั้นก็หมายความ ว่าไม่ต้องมอบกล่องกระบี่กลับคืนไปน่ะสิ?” ได้ยินถัวเหยียนฮูหยินเล่าว่า เฉินอิ่นกวานท าการค้ากับผู้ฝึ ก กระบี่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ ไม่ว่าจะขายเหล้าหรือเป็ นเจ้ามือก็ ล้วนไม่เคยขาดทุน มีแต่ก าไร! แต่เซียนกระบี่เส้ากลับบอกว่าอันที่จริงใต้เท้าอิ่นกวานไม่เคยได้ เงินมาจากก าแพงเมืองปราณกระบี่แม้แต่เหรียญเดียว ลู่จือหัวเราะ “จะพูดอย่างนี้ก็ได้” อู๋ม่านเหยียนเอ่ยชื่นชม “ใต้เท้าอิ่นกวานยังคงเข้าข้างคนกันเอง มากกว่า ไม่เคยเข้าข้างคนนอก!” เด็กหนุ่มเฮ้อชิวเซิงกลอกตามองบน ในใจรู ้สึกเปรี้ยวฝาด แล้วตัวท่านล่ะศิษย์พี่หญิง ทุกๆ สามวันห้าวันจะต้องโหวกเหวก ว่าจะออกไปฝึกประสบการณ์ข้างนอกเพื่อเพิ่มพูนความรู ้ ใครบ้างที่ ไม่รู ้ว่าการลงภูเขาของท่านก็เพื่อมุ่งตรงไปยังภูเขาลั่วพั่วของแจกัน สมบัติทวีปอู๋ม่านเหยียนอดไม่ไหวเอ่ยอย่างสะท้อนใจว่า “สมบัติของป๋ ายอวี้ จิงมีเยอะจริงๆ เจ้าลัทธิลู่เอาสมบัติออกมาง่ายๆ ชิ้นหนึ่งก็มีมูลค่าควร เมืองถึงเพียงนี้แล้ว” ลู่จืออธิบายด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ของที่เอาออกมาง่ายๆ อะไร ไม่ พูดถึงนครหนันหัวที่ลู่เฉินเป็ นผู้ปกครอง เกรงว่าต่อให้เป็ นห้านครสิบ สองหอเรือนของป๋ ายอวี้จิง สมบัติหนักที่มีระดับขั้นเท่านี้ก็ยังเป็ นของ หายากที่มีน้อยจนนับชิ้นได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่กระบี่แปดเล่มนี้ลู่ เฉินก็หลอมขึ้นมาเองกับมือทั้งหมด ชื่อก็ไม่ได้ตั้งอย่างส่งเดช กระบี่ แต่ละเล่มที่หลอมสาเร็จล้วนหมายความถึงความเข้าใจส่วนตัวที่ลู่เฉิน มีต่อวิถีกระบี่หนึ่งเส้น” อู๋ม่านเหยียนได้ยินแล้วก็ทอดถอนใจอย่างตกตะลึง “กระบี่พวกนี้ ถึงกับเป็ นกระบี่ที่เจ้าลัทธิลู่หลอมขึ้นเองกับมือเชียวหรือ? หรือว่าเจ้า ลัทธิลู่นอกจากจะเป็ นนักพรตต าแหน่งใหญ่เขียนตัวอักษรได้เก่งกาจ แล้วยังตีเหล็กหลอมกระบี่เป็ นอีกด้วย?” หากรวมห้าฝันเจ็ดจิตธรรมที่ลู่เฉินได้ครอบครองอย่างที่อาจารย์ เล่าให้ฟังเข้าไปด้วย เจ้าลัทธิลู่แห่งป้ ายอวี้จิงก็เป็ นคนมากความรู ้ ความสามารถขนาดนี้เชียวหรือ? แม้ว่าลู่จือจะไม่เต็มใจนัก แต่ก็ยังเอ่ยประโยคที่เป็ นธรรมว่า “นอกจากพลังพิฆาตที่อาจจะไม่สูงพอแล้ว ลู่เฉินก็ไม่มีข้อด้อยอย่าง อื่นอีก”แน่นอนว่าค าว่าไม่สูงพอของลู่จือก็คือเอาลู่เฉินไปเปรียบเทียบ กับเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสกับอวี๋โต้วที่ได้ครอบครองกระบี่อาคม “เต้าจ้าง เฮ้อชิวเซิงถามเสียงเบาอย่างระมัดระวัง “อาจารย์ลู่ ในเมื่อกระบี่ พวกนี้ล้วนเป็ นเจ้าลัทธิลู่ที่ทาขึ้นมาเอง หรือว่าเขาจะยังเป็ นผู้ฝึ ก กระบี่ที่อาพรางตนอย่างลึกล้าคนหนึ่งด้วย?” ในสายตาของผู้ฝึกกระบี่ ส่วนใหญ่ก็มักจะมองเห็นแต่ผู้ฝึกกระบี่ ลู่เฉินคือผู้ฝึกกระบี่? ลู่จือไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ จึงนึกไม่ออกว่าคาตอบ จะเป็ นเช่นไร นางส่ายหน้า คร ้านจะคิดมาก ถึงอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้อง อะไรกับนางอยู่แล้ว ไม่สนหรอกว่าเขาจะใช่ผู้ฝึกกระบี่หรือไม่ ลู่จือยิ้ม เอ่ย “ต่อให้ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ ลาพังแค่ “บทซัวเจี้ยน” ที่ลู่เฉินเคยเขียน รวมไปถึงหอหนังสือที่ลู่เฉินสร ้างขึ้นในนครอวี้ซู ตั้งชื่อให้ว่าเรือนพิศ พันกระบี่ คิดดูแล้วความเข้าใจที่เขามีต่อวิชากระบี่และวิถีกระบี่คงไม่ ต่าแน่นอน ส่วนสรุปแล้วลู่เฉินจะใช่ผู้ฝึกกระบี่หรือไม่ สวรรค์เท่านั้นที่ รู ้คาถามประเภทนี้อย่าถามข้าเลย วันหน้าเมื่อพวกเจ้ามีโอกาสก็ลอง ไปถามเฉินผิงอันดู เขาสนิทกับลู่เฉินมาก อีกทั้งพวกเขาสองคนก็ พูดคุยกันได้ทุกเรื่องมาโดยตลอด” คราวก่อนติดตามอิ่นกวานหนุ่มเดินทางไปยังใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง อันที่จริงฉีถิงจี้และลู่จีอก็ไม่ต่างจากการไปเที่ยวเล่นขุนเขาสายน้าแล้วถือโอกาสเก็บเงินไปตลอดทางด้วย ผลเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล้นนครป๋ ายฮวาส านักอักษรจงจนหมด เกลี้ยง ภายหลังก็มีสถานที่อย่างนครเซียนจานที่มีเรื่องน่าตะลึงระคน ยินดีรออยู่ นี่ทาให้ฐานกาลังทรัพย์ รากฐานคลังสมบัติของส านัก กระบี่หลงเซี่ยงเพิ่มหนาขึ้นมาทันที เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างจานวน ไม่น้อย หลังจากที่รอดพ้นหายนะจากเฉินผิงอันและหนิงเหยามาได้ ผลกลับต้องมาเจอฉีถิงจี้และลู่จือที่ตามมาภายหลังอีก แต่ละตนหาก ไม่ถูกฉีถิงจี้ “ส่งเดินทาง” ก็ถูกลู่จือออกกระบี่สังหาร ส่วนศพร่างจริง ของผู้ฝึ กตนเผ่าปี ศาจที่ตายไปอย่างเฉียบพลัน รวมไปถึงสมบัติ อาคมอาวุธวิเศษทั้งหลายที่กระจายเกลื่อนอยู่เต็มพื้น รวมไปถึงโครง กระดูกของวิญญาณวีรบุรุษต่างก็ถูกฉีถิงจี้เก็บมาไว้ในกระเป๋ า ทั้งหมดสุดท้ายฉีถิงจี้ใช ้เงินเก็บส่วนตัว ทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อยันต์ชาระ ล้างกระบี่ของนครอวี้ซูสามแผ่นมาจากลู่เฉิน แล้วจึงน ามามอบต่อ ให้กับลู่จือที่เป็ นผู้ถวายงานอันดับหนึ่ง ดังนั้นช่วงนี้ลู่จือถึงได้สงบใจ อยู่ในสานักที่ทักษินาตยทวีปแต่โดยดี อยู่ในสานักกระบี่หลงเซี่ย งแห่งนี้ นอกจากนางจะต้องคอยดูแลผู้ฝึกกระบี่ทั้งหลายที่ไม่แน่ว่า เวลาใดอาจต้องปิดด่านฝ่ าทะลุขอบเขตพวกนี้แล้ว ก็ยังหลอมยันต์ ใหญ่สามแผ่นของป๋ ายอวี้จิง น ามาใช ้ขัดเกลาคมกระบี่ของกระบี่บิน แห่งชะตาชีวิต “เป่ยโต้ว’ตัวลู่จือเองก็ยอมรับว่า นางสอนเวทกระบี่ให้คนอื่นไม่เก่งนัก บาง ทีเส้าอวิ๋นเหยียนที่เป็ นผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตหยกดิบอาจยังสอนเวท กระบี่ได้เก่งกว่านางด้วยซ้าเรื่องนี้นางไม่ต่างจากหนิงเหยาที่เป็ นเด็กรุ่นหลังสักเท่าไร เมื่อ คุณสมบัติในการฝึกกระบี่ของตัวผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งดีเกินไปก็มักจะ ไม่อาจท าความเข้าใจความไม่เข้าใจของคนทั่วไปได้….ทาไมแค่นี้ถึงไม่เข้าใจ? นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือ เจ้าจะให้ข้าสอน อย่างไร?ดังนั้นถึงแม้ว่าลู่จือจะเป็ นหนึ่งในสิบเซียนกระบี่บนยอดเขาที่มี คุณสมบัติได้เข้าร่วมการประชุมบนหัวก าแพงเมือง แต่นางกลับไม่ เคยรับลูกศิษย์ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสเองก็ไม่เคยพูดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ในความเป็ นจริงแล้วต่อให้จะหวนกลับมายังใต้หล้าไพศาลที่นาง ไม่เคยยอมรับว่าเป็ นบ้านเกิดของตัวเองแล้ว ลู่จือก็ยังไม่มีความคิดที่ จะรับลูกศิษย์อยู่ดี เพราะมันเป็ นเรื่องเหนื่อยยากที่แค่คิดก็เหนื่อยแล้วมีเด็กหนุ่ มใบหน้าเหลี่ยมหูโตคนหนึ่งถามอย่างสงสัยว่า “อาจารย์ลู่ ป๋ ายอวี้จิงที่อยู่ในใต้หล้ามืดสลัว ในเมื่อพวกเขาร ้ายกาจ ขนาดนั้นก็แสดงว่าต้องมีเซียนกระบี่เยอะมากสินะ?”เด็กหนุ่มผู้ฝึ กกระบี่คนนี้ชื่อว่าหวงหลง คุณสมบัติในการฝึ ก กระบี่ด้อยกว่าอู๋ม่านเหยียนระดับใหญ่ ด้อยกว่าเฮ้อชิวเซิงเล็กน้อยไม่ค่อยเหมือนกับคนร่วมสานักคนอื่นๆ เขาชอบสืบข่าวเล็กๆ น้อยๆ ของกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่สุดแล้วนานวันเข้าระหว่างเพื่อนร่วมสานักก็มีคากล่าวที่ว่า “ไม่รู ้เรื่อง ไหนให้ไปถามหวงหลงแน่นอนว่าเป็ นศิษย์พี่หญิงอู๋ม่านเหยียนที่เป็ น คนพูดก่อน ตัวเด็กหนุ่มเองก็รู ้สึกว่าดีมากลู่จือยิ้มกล่าว “คิดดูแล้วจานวนก็ไม่น่าจะน้อยกระมัง แต่หากใช ้ ค ากล่าวของนักพรตซุนแห่งอารามเสวียนตู ถ้าพูดกันถึงแค่ พรสวรรค์บนวิถีกระบี่ อันที่จริงป๋ ายอวี้จิงมีอยู่แค่สองคนเท่านั้นที่เรียก ได้ว่าเข้าใจเวทกระบี่ นอกจากอวี๋โต้วผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริงแล้วก็ยัง มีเจ้านครและรองเจ้านครของนครอวี้ซู่อย่างกวอเจี่ยและเส้าเซี่ยง”อู๋ม่านเหยียนถามอย่างสงสัย “นี่ก็ไม่ใช่สามคนแล้วหรือ?”เฮ้อชิวเซิงกล่าว “ต้องเป็ นกวอเจี่ยกับเส้าเซี่ยงสองคนรวมกันถึง จะถือว่าเป็ นคนหนึ่งน่ะสิ”อู๋ม่านเหยียนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้ารู ้เยอะจริงๆ เป็ น ขอบเขตหยกดิบตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?”เฮ้อชิวเซิงเงียบไม่ต่อค าก่อนหน้านี้อยู่ที่ท่าเรือเกาะนกแก้วของศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง เด็ก หนุ่มเด็กสาวสองคนที่มักจะปะทะฝีปากกันเป็ นประจาผู้นี้เคยบังเอิญ ไปเจอกับเฉินสืออี อิ่นกวานหนุ่มที่ชื่อเสียงเลื่องลือผู้นั้นผู้ฝึกกระบี่ที่มีพรสวรรค์นามว่าเฮ้อชิวเซิง ก่อนหน้านี้เห็นศิษย์พี่ หญิงที่ขวัญกล้าเทียมฟ้ า ขนาดอยู่กับอาจารย์เจ้าส านักยังไม่แสดง ความต่าต้อย แต่พอเจอกับเฉินผิงอัน นางกลับอ่อนหวานนุ่มนวลราว กับคุณหนูตระกูลใหญ่ เด็กหนุ่มรู ้สึกเปรี้ยวฝาดในใจ เพราะหัวร ้อน ไปชั่วขณะ เขาจึงนัดหมายกับอิ่นกวานหนุ่มที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันเป็ น ครั้งแรกว่า รอให้วันใดเขาเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตบนจะต้องถามกระบี่ กับเฉินผิงอันสักครั้ง้