ตอนที่ 2798
บทที่ 1048.4 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
อีกฝ่ ายแนะน าตัวเองว่า “ข้ามาจากต้าหลงชิวแผ่นดินกลาง นาม ว่าซือถูเมิงจิง ฉายา “หลงหราน” ทุกวันนี้ผู้เยาว์รับหน้าที่เป็ นตัวแทน เจ้าสานักของเสี่ยวหลงชิวใบถงทวีปชั่วคราว” นักพรตเนิ่นพยักหน้า “อ้อ หลงชิวน้อยใหญ่ เคยได้ยินมาก่อน” ดูท่าการประลองเวทบนเกาะยวนยางครานั้นคงสร ้างชื่อเสียงไม่ เบา คนทั้งใต้หล้าล้วนรับรู ้กันหมดแล้ว ควรจะหาโอกาสไปต่อสู้กับผู้ ฝึกตนเฒ่าขอบเขตบินทะยานอีกสักครั้งดีหรือไม่นะ? แล้วก็เพราะติดตามนายท่านจนได้รับการกล่อมเกลามานาน ไม่อย่างนั้นในประโยคที่เอ่ยลวกๆ ประโยคนี้คงจะต้องเพิ่มคาว่า “ไม่” เข้าไปอีกค าแล้ว นักพรตเนิ่นพลันถามอย่างสงสัย “ไม่ใช่บอกว่าเสี่ยวหลงชิวปิด ภูเขาไปแล้วหรอกหรือเจ้าขุนเขาซือถูนี่คือ….?” คงเป็ นเพราะรู ้สึกว่าถามคาถามเช่นนี้เหมือนการตบหน้าอีกฝ่ าย หากจะบอกว่าขอบเขตที่จริงแท้แน่นอนของตัวเองวางอยู่ตรงนั้น ย่อม ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายที่เป็ นเซียนเหรินจะคิดมาก เพียงแต่ว่าวันนี้ไม่เหมือนวันวาน จะพูดจาหรือท าอะไร หากไม่ พิถีพิถันเอาเสียเลยก็ง่ายที่จะเดือดร ้อนให้นายท่านหลี่ไหวไม่มีชื่อเสียงที่ดีตามไปด้วย หากหลี่ไหวได้รับความอยุติธรรม เฒ่าตา บอดก็จะอารมณ์ไม่ดีไปด้วย เฒ่าตาบอดอารมณ์ไม่ดี เขานักพรต เนินไม่ตาย ชีวิตก็ต้องหายไปครึ่งหนึ่ง เอาเป็ นว่าเหตุผลก็คือเหตุผล นี้แล้วกัน ดังนั้นนักพรตเนิ่นจึงเปลี่ยนสีหน้าใหม่ทันใด เค้นรอยยิ้มที่ตัวเอง คิดว่าจริงใจออกไปฝืนนิสัยกุมหมัดเอ่ยถ้อยค าตามมารยาทว่า “ข้าก็ แค่ถามไปอย่างนั้นเอง สหายอย่าได้เก็บไปใส่ใจ หากว่ามีตรงใดที่ เป็ นการล่วงเกิน ข้าก็ต้องขอโทษสหายหลงหรานมา ณ ที่นี้ด้วยขอ โทษด้วยจริงๆ” อันที่จริงซือถูเมิ่งจิงก็กาลังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าไฉนนักพรต เนิ่นที่เกือบจะฆ่าหนันกวงจ้าวให้ตายอยู่บนเกาะยวนยาง คืนนี้ถึงได้ พูดง่าย รู ้จักมารยาทบนภูเขาถึงเพียงนี้ ซือถูเมิ่งจิงเก็บกลั้นความสงสัยในใจลงไป ยิ้มอธิบายว่า “เสี่ยว หลงชิวปิดภูเขาจริงๆ แต่ด้าหลงชิวได้ยินว่าที่นี่จะขุดเจาะลาน้าใหญ่ จึงอยากจะทุ่มเทสุดกาลังอันน้อยนิดที่มี ข้าจัดการกิจธุระของทาง สานักอยู่ที่นี่เรียบร ้อยแล้ว อีกไม่นานก็จะหวนกลับไปยังเสี่ยวหลงชิว แล้ว” นักพรตเนิ่นพูดกลั้วหัวเราะเสียงดังกังวานว่า “สหายหลงหรานจะ รีบกลับภูเขาไปไยบังเอิญที่ข้าก็เพิ่งมาถึงที่นี่เหมือนกัน ไม่มีคนรู ้จักที่ ไหน ไม่สู้สหายอยู่ต่ออีกสักหน่อย พวกเราจะได้ดื่มเหล้ากันดีๆ สักสองสามมื้อ? ไม่ทราบว่าสหายพักอยู่ที่ไหน มีห้องว่างหรือไม่หากว่า สะดวกข้าก็จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองความคิดจิตใจไปหาที่พักแล้ว” ออกจากบ้านมาครั้งนี้ต้องหาโอกาสทาความรู ้จักกับสหายบน ภูเขาให้มากขึ้น วันหน้าเมื่อออกเดินทางไกลเป็ นเพื่อนหลี่ไหว ไม่ว่า ไปอยู่ที่ไหนจะได้อยู่อย่างสบาย คงเป็ นเพราะนักพรตเนิ่นแสดงออกกระตือรือร ้นเกินไปจนท าให้ ซือถูเมิ่งจิงรับมือไม่ทันอยู่บ้าง แต่แค่ใช ้ความคิดเล็กน้อย ซือถูเมิ่งจิงก็ยังเชิญให้นักพรตเนิ่นไป ดื่มเหล้ายังที่พักของตน ผู้ฝึ กตนใหญ่ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งที่ทุกวันนี้ต้องถูก ศาลบุ๋นจับตาอย่างแน่นอนคงไม่ถึงขั้นมาหาเรื่องตนและต้าเสี่ยวหลง ชิวโดยที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรต่อกันมาก่อน ช่วงก่อนหน้านี้ยอดเขาเซียนตูและยอดเขามี่เซวี่ยของสานัก กระบี่ชิงผิงส่งกระบี่บินแจ้งข่าวฉบับหนึ่งมายังยอดเขาซินอี้เจียนของ เสี่ยวหลงชิวที่ป่าวประกาศแก่ภายนอกว่าปิดภูเขาไปแล้ว อ่านเนื้อหาในจดหมายที่ลงนามว่าผู้ส่งคือชุยตงซานแห่งส านัก กระบี่ชิงผิง ซือถูเมิ่งจิงก็ไม่รู ้ว่าควรจะหัวเราะหรือร ้องไห้ดี เจ้าส านัก ชุยนี่เจ้าจะเก็บของผุพังไว้หรือ? เพียงแต่พอคิดถึงเรื่องการขุดเจาะลาน้าใหญ่ที่กาลังดุเดือด ซือถู เมิ่งจิงก็เข้าใจความต้องการของเจ้าส านักชุยได้อย่างรวดเร็ว ในจดหมายอีกฝ่ ายแนะนาให้เสี่ยวหลงชิวของพวกเขาไม่ต้องรีบร ้อน ป่ าวประกาศแก่ภายนอกว่าได้ตัดชื่อผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาสองคน ออกจากท าเนียบและขับไล่ออกจากอาณาเขตไปแล้ว สามารถโยน มาไว้ที่แคว้นอวิ๋นเหยียนได้ไม่สู้ลองให้โอกาสพวกมันได้ท าความดี ชดใช ้ความผิด ไม่ต้องให้เงินเดือน ถือเสียว่าให้ท างานใช ้แรงไปอีก สักสิบกว่าปีก็แล้วกัน นี่เรียกว่าแม้ทาผิดเล็กน้อยก็ต้องลงโทษเพื่อ ไม่ให้คราวหน้าท าผิดร ้ายแรงกว่าเดิม นี่คือเรื่องดีที่มาส่งถึงหน้าประตูบ้าน หากซือถูเมิ่งจิงเป็ นแค่ผู้ฝึก ตนของต้าหลงชิวบางทีอาจยังรู ้สึกอึดอัดไม่อยากท าตามอยู่บ้าง ตนปัดกวาดพวกมันออกจากบ้านไปแล้ว ไม่มีเหตุผลให้ต้องเก็บ คาสั่งของตัวเองกลับมา แต่ในเมื่อทุกวันนี้เขาเป็ นเจ้าขุนเขาของเสี่ยวหลงชิว จึงยอมข่ม กลั้นความไม่ชอบใจในใจลงไป ตอบกลับจดหมายไปว่ารับปากจะท า เรื่องนี้ แล้วยังเอ่ยขอบคุณชุยตงซานผ่านจดหมายไปด้วยหากไม่เป็ นเพราะปิดภูเขาไปแล้ว อันที่จริงการเข้าร่วมการขุด เจาะลาน้าใหญ่ก็เป็ นทางเลือกที่ไม่เลวสาหรับเสี่ยวหลงชิว อิงตาม แนวความคิดนี้ไป ซือถูเมิ่งจิงเพียงแค่ขบคิดเล็กน้อยก็เขียนจดหมาย ส่งไปที่ต้าหลงชิวแผ่นดินกลางทันที ให้ศาลบรรพตารย์ส่งตัวเซียน ดินที่ทางานด้านกระจกหลายคนมา ให้พวกเขาเป็ นผู้น าพาลูกศิษย์ผู้ สืบทอดของตัวเองและลูกศิษย์ฝ่ ายนอกของสานักมาที่ใบถงทวีป ด้วยกัน ช่วยออกแรงในเรื่องของการขุดเจาะลาน้าใหญ่ อาจจะไม่ได้มีประโยชน์มากนัก แต่จะดีจะชั่วก็เป็ นน้าใจ แล้วก็ถือว่าเสี่ยวหลงชิว ในใบถงทวีปได้แสดงท่าทีต่อเรื่องนี้แล้ว จะได้เป็ นการกอบกู้ชื่อเสียง บนภูเขากลับมาได้หน่อยเถาถิงแห่งเปลี่ยวร ้างที่ได้ครอบครองคาถาหลอมภูเขาครึ่งบท แล้วหรือนักพรตเนิ่นแห่งใต้หล้าไพศาลที่ทุกวันนี้ชื่อเสียงเลื่องลือหากยังรวมเจ้าของลาคลองเย่ลั่วเก่าที่เดินทางมาที่นี่อย่างลับๆ อย่างหย่างจื่อปีศาจใหญ่บัลลังก ์ราชาเก่าแห่งเปลี่ยวร ้างเข้าไปด้วยปีศาจใหญ่ขอบเขตบินทะยานสองคนนี้ คนหนึ่งย้ายภูเขา คน หนึ่งพลิกมหาสมุทร ต่างก็เป็ นวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตที่พวกเขา ถนัดกันที่สุดท่าเรืออวี่หลิน เรือข้ามฟากขนาดใหญ่ลาหนึ่งที่มีชื่อว่าถงอิน เด่นสะดุดตามากเป็ นพิเศษไม่เพียงแต่เรือข้ามฟากถงอินเท่านั้นที่สะดุดตามาก ยิ่งเป็ น เพราะบนเรือข้ามฟากลานี้ทุกวันนี้มีเซียนกระบี่ใหญ่แช่หมี่คนหนึ่ง คอยรับผิดชอบนั่งบัญชาการณ์เรือข้ามฟากลานี้ด้วยเซียนกระบี่หมี่เพียงแค่ออกจากห้องบนตัวเรือมาเดินเล่นผ่อน คลายอารมณ์ มายืนพิงราวรั่วเท่านั้น ชุดขาวพกกระบี่ มาดโดดเด่น เปี่ยมเสน่ห์ทางฝั่งของท่าเรือมักจะมีผู้ฝึกตนหญิงของจวนเซียนแห่งต่างๆ ป้ วนเปี้ยนไปมาอยู่แถวนี้ ส่วนใหญ่เป็ นหญิงสาวที่ขอแค่ได้เห็นมาด ของหมี่อวี้สักครั้งก็ยังดีทุกครั้งที่หมื่อวี้เผยกายก็จะมีเสียงกรีดร ้องของเหล่าสตรีดังมา เป็ นระลอกในฐานะหนึ่งในผู้ริเริ่มเรื่องการขุดเจาะลาน้าใหญ่ สานักกระบี่ชิง ผิงออกจากภูเขาครั้งนี้มีพลังอานาจไม่น้อยมีจ้งชิวนักบัญชีและหมี่อวี้ผู้ถวายงานอันดับหนึ่งเป็ นคนนาขบวน เฉาฉิงหล่างแห่งยอดเขาจิ่งชิง เถาหรานผู้ฝึกกระบี่โอสถทอง ผู้ฝึก กระบี่เด็กหนุ่มเหอกูและอวี๋เสียหุยติดตามมาด้วยฉิวตู๋ฉิวเฒ่าขอบเขตก่อกาเนิดมาจากสานักเบื้องบน แล้วก็มี หงเซี่ยเจียวน้าที่เป็ นขอบเขตก่อกาเนิดเช่นเดียวกัน รวมไปถึงอวิ๋ นจื่อที่ตอนนี้ยังเป็ นขอบเขตประตูมังกรและยังมีหุ่นเชิดที่มีจินซือ มัวอวี๋เอ๋อร ์และเที่ยวซานกงเป็ นหนึ่งใน นั้น นาพามัลละยันต์กลุ่มใหญ่มาเป็ นผู้เปิดภูเขาเคลื่อนย้ายสันเขา บุกเบิกเส้นทางน้าคืนนี้หมื่อวี้กาลังรับรองแขกด้วยตัวเองจ้งชิวกับเฉาฉิงหล่างไม่เหมาะจะต้อนรับแขกสองคนนี้จริงๆเพราะเป็ นผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นสองคนที่เดินทางมาไกล คนหนึ่งอยู่ ในรูปโฉมของเด็กหนุ่ม อีกคนหนึ่งอยู่ในรูปโฉมของหญิงชราพวกเขามีชื่อว่าสิงอวิ๋นและหลิ่วสุ่ยพวกเขาเพิ่งมาถึงใบถงทวีปได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ไปเยือนภูเขา เซียนตูมาแล้ว ผลคือพลาดเป้ าหมายจึงตรงดิ่งมาที่เมืองหลวง แคว้นอวิ๋นเหยียนในห้อง สิงอวิ๋นยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าก็คือหมี่อวี้หรือ?” หมื่อวี้พยักหน้ารับ “ข้าเอง”โชคดีที่หมื่อวี่เคยอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน แล้วยังช่วยงานใต้ เท้าอิ่นกวานเป็ นประจ า ท างานจุกจิกอย่างเช่นแยกบันทึกลับเข้าห้อง เอกสาร หาไม่แล้วหากเปลี่ยนมาเป็ นผู้ฝึ กกระบี่ทั่วไปของกาแพง เมืองปราณกระบี่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะรู ้ประวัติความเป็ นมาของผู้ฝึก กระบี่อาวุโสสองคนนี้จริงๆผู้ฝึกกระบี่อาวุโสสองคนที่จากบ้านเกิดไปนานหลายปี ก่อนหน้า นี้ได้เรียกกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตออกมาให้หมี่อวี้ดู แล้วยังนา จดหมายที่ฉีถิงจี้เขียนเองกับมือออกมาด้วยการลงนามช่วงท้ายของจดหมายลับ ฉีถิงจี้ใช ้ปราณกระบี่แทน น้าหมึก หมื่อวี้ตรวจสอบว่าไม่มีข้อผิดพลาดแล้วก็ถือว่ายืนยันใน ตัวตนของพวกเขาแล้ว จากนั้นก็ส่งกระบี่บินแจ้งข่าวไปที่ยอดเขาจี้ เซ่อภูเขาลั่วพัวสิงอวิ๋นถามอย่างกังขา “จาได้ว่าตอนที่หมี่ฮู่ยังเล็ก รูปโฉมดูไม่ ค่อยได้เท่าไร”หลิ่วสุ่ยพยักหน้า พูดตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม “ค่อนข้าง อัปลักษณ์เลยล่ะ”