ตอนที่ 2797
บทที่ 1048.3 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
นี่ก็คือออกคาสั่งไล่แขกแล้ว เตือนชุยตงซานว่าหากยังคุยต่อ ร ้านผ้าห่อบุญของใบถงทวีปก็จะฉีกหน้าแตกหักกับสานักกระบี่ชิงผิง แล้ว ชุยตงซานหยิบตะเกียบจากอู๋โซ่วและกวอม่านเชี่ยนมาคนละข้าง แล้วยื่นแขนออกไปหยิบเหล้าสาเกที่วางไว้ข้างมือหลัวจินกับชาม เหล้าหนึ่งใบที่วางไว้ตรงหน้าเถาหงสิงซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมา เด็กหนุ่มชุดขาวรินเหล้าเต็มชาม แล้วจึงใช ้ตะเกียบคู่หนึ่งวางลง บนชามขาว ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “คืนนี้พวกเรากินปลาคือนิมิตหมายที่ดี ทุกปีต้องมีกินมีใช ้เหลือเฟือแน่นอน” (คาว่าอวี๋ปลาพ้องเสียงกับค า ว่าอวี่ที่แปลว่าเหลือ) “คนหนุ่ม” คนหนึ่งที่ในมือถือไม้เท้าเดินป่าเดินเข้ามาในร ้าน ยิ้ม เอ่ยว่า “เจ้าส านักชุยไม่สู้ลองพูดเรื่องที่สามให้ฟังหน่อย พวกเขา ความอดทนไม่มากพอ แต่ข้ากลับยินดีจะฟัง” ในที่สุดตัวเอกของเรื่องก็มาแล้ว ชุยตงซานยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ในอนาคตภาคกลางของใบถงทวีป ริมฝั่งเลียบลาน้าใหญ่ร ้านผ้าห่อบุญหลายสิบร ้านของท่าเรือตระกูล เซียนหลายสิบแห่ง พวกเจ้ากินอิ่มหรือ?”จางจื๋อนั่งลงตรงข้ามของโต๊ะ ยิ้มถามว่า “หมายความว่า อย่างไร?” ชุยตงซานกล่าว “ไม่สู้ให้ใบถงทวีปแห่งนี้มีร ้านผ้าห่อบุญอยู่ใน ท่าเรือของทั้งทวีปไม่ดีกว่าหรือ?” จางจื๋อถาม “เรื่องที่ต้องระวังล่ะ?” ชุยตงซานกล่าว “ยกตัวอย่างเช่นให้ในเมืองหลวงของแต่ละ แคว้นในขุนเขาสายน้าของหนึ่งทวีปล้วนมีร ้านผ้าห่อบุญอยู่” จางจื๋อถามอีก “ยังมีอะไรอีก?” ชุยตงซานกล่าว “ยกตัวอย่างเช่นว่าหลักการเหตุผลเดียวกัน ให้ฝูเหยาทวีปก็เป็ นเช่นนี้ด้วย” จางจื๋อเงียบครุ่นคิด ชุยตงซานยิ้มกล่าว “กลัวจะอิ่มเกินหรือ? หากยังกินไม่หมดก็ เหลือไว้ก่อนได้ ของเหลือปีนี้เก็บไว้ปีหน้า แต่ละปีล้วนดีกว่าปีที่ผ่านๆ มา” จางจื๋อยิ้มเอ่ย “แน่ใจหรือ?” ชุยตงซานถาม “ไม่ถามว่าข้าคือใครหรือ?” แล้วจางจื๋อก็ถามจริงๆ “เจ้าคือใคร” ชุยตงซานควักพัดเล่มหนึ่งออกมา “ข้าก็คือชุยตงซานลูกศิษย์ผู้ เป็ นที่ภาคภูมิใจของอาจารย์อย่างไรล่ะ”จางจื๋อยิ้มเอ่ย “สายตาในการเลือกลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิน สายตาในการเลือกอาจารย์ของเจ้าส านักชุย ดูท่าต่างก็ดีกันมากๆ เลยนะ” ใบหน้าของชุยตงซานแสดงความกังขา “คงไม่ใช่ว่าจะพูดตรง ข้ามหรอกนะ” จางจื๋อยิ้มเอ่ย “เป็ นคาพูดจากใจจริง” มีนักพรตหนุ่มคนหนึ่งที่รูปโฉมงดงามอย่างถึงที่สุดสวมชุดคลุมสี มรกตเดินอยู่ในเมืองหลวงที่แสงไฟสว่างไสวเพียงลาพัง เนื้อหนังมัง สาที่โดดเด่นของเขาทาให้ยากจะแยกออกว่าเป็ นชายหรือหญิง แต่ ถึงอย่างไรก็คู่ควรกับค าเรียกขานว่า “คนงาม” นี่จึงเป็ นเหตุให้เมื่อคนผู้นี้เดินอยู่บนถนน บุรุษก็หันมอง สตรีก็ เหลียวมา เขาก็คือชิงถง ผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานแห่งหอสยบปี ศาจ ใบถงทวีป ถึงอย่างไรก็อยู่ว่างไม่มีอะไรท า เขาจึงมาร่วมวงความ ครึกครื้นที่นี่ตลอดทางมานี้เดินมาได้ไม่กี่ก้าว ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ก็ล้วนมีผู้ ฝึกลมปราณที่ลมปราณเข้มลึกให้ชิงถงสัมผัสได้เสมอ“เหอะ น้าตื้นตะพาบเยอะสินะ”แรกเริ่มฮ่องเต้สกุลฉินแคว้นอวิ๋นเหยียนและขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราช ส านักต่างก็อดกังวลไม่ได้ว่าการที่อยู่ดีๆ เมืองหลวงซึ่งเป็ นสถานที่ที่ ยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งแห่งนี้มีผู้ฝึกลมปราณมากมายขนาดนั้นกรูกัน เข้ามาก็ง่ายที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งที่อาจทาให้กลืนไม่เข้าคายไม่ ออกหรือไม่ คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะคิดมากกันไปเอง จนถึงทุกวันนี้ก็ ยังไม่เคยมีคดีที่ผู้ฝึกตนต่างถิ่นรังแกชาวบ้านในพื้นที่มาก่อน เดิมที หัวใจของขุนนางกรมพิธีการและกรมอาญาแคว้นอวิ๋นเหยียนแทบจะ ลอยขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ กลัวก็แต่ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นใต้ฝ่ าเท้าของโอรส สวรรค์ในคืนนี้ พรุ่งนี้ว่าราชการเข้าก็จะถูกฮ่องเต้สั่งลงโทษทาให้ ต าแหน่งขุนนางหายไปเวลานี้ในที่สุดก็รู ้สึกว่าสามารถเอาใจกลับไป วางไว้ที่เดิมได้แล้วชิงถงพลันหยุดเดิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เป็ นนาง ไปได้อย่างไร? มาท าอะไรที่นี่? ไม่กลัวจะถูกฟันหรือ?เห็นเพียงว่าร ้านปิ้งย่างข้างทางเบื้องหน้ามีสตรีวัยกลางคนรูป โฉมธรรมดาคนหนึ่งแต่งกายมอซอสวมกระโปรงผ้าปักปิ่นไม้ ข้าง กายมีเด็กสาวที่มีชาติกาเนิดจากภูติมาด้วย สตรีก าลังกินอาหาร เสียบไม้อย่างสารวม แต่เด็กสาวกลับมีคราบน้ามันเปื้อนเต็มปาก สอง มือกาไม้ปิ้งย่างกาใหญ่ ใบหน้าเอ่อล้นไปด้วยความสุขสตรีวัยกลางคนหันหน้ามา ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายชิงถง ได้เจอ กันอีกแล้วนะ”ปีศาจหย่างจื่อบนบัลลังก ์ราชาเก่า และแม่ย่าลาคลองน้อยกาน โจว ทุกวันนี้คือลูกศิษย์บันทึกชื่อของนางผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานมีวิธีการอ าพรางลมปราณได้อย่าง ยอดเยี่ยม ระหว่างผู้ฝึ กตนที่ขอบเขตเท่ากันยากจะอาศัยวิธีการที่ คล้ายคลึงกับการดูภูเขาสายน้าผ่านฝ่ามือมาสัมผัสกับความจริงได้ชิงถงรีบกดริ้วกระเพื่อมในใจลงไป นั่งลงข้างโต๊ะ ไม่รู ้ว่าควรจะ เปิดปากอย่างไรดีเด็กสาวพูดเสียงอู้อี้แก้มพองโป่ งว่า “ผู้อาวุโสชิงถง บังเอิญ ขนาดนี้เลย กินตามสบายเลยนะ ข้าเลี้ยงเอง!”ชิงถงส่ายหน้า ยิ้มปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม “ข้าคงไม่กินหรอก ไม่ชินกับอาหารมันเลี่ยนพวกนี้”“เถ้าแก่ เอาปลาหมึกย่างมาอีกสิบไม้!”เด็กสาวใช ้การกระทาที่ชัดเจนมาพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือของ อาหารอร่อยริมทางพลางพูดโน้มน้าวต่อว่า “อร่อยมากเลยนะ ผู้ อาวุโสชิงถง ท่านลองชิมดูก่อนเถอะ นี่เรียกว่าหากไม่ลองก็ไม่รู ้ ลอง แล้วต้องตกใจ!”ชิงถงท าท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูดเพราะไม่รู ้ว่าหย่างจื่อมีสัญญาอย่างไรกับเฉินผิงอันกันแน่ ชิงถง กังวลว่าจะเป็ นการวาดงูเติมขา กลายเป็ นว่าไม่เป็ นที่ชื่นชอบของทั้ง สองฝ่าย จึงไม่อยากพูดอะไรมากหย่างจื่อกล่าว “ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย รู ้ชัดเจนดีเลยล่ะ”สีหน้าของชิงถุงซับซ ้อน “แต่เจ้าก็ยังมา”หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่พันลี้ที่จอมปราชญ์น้อยช่วยก าหนด ขอบเขตไว้ให้แต่โดยดีก็ไม่ดีมากหรอกหรือ?หย่างจื่อพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หากข้าเอาแต่หลบซ่อนอย่าง เดียว เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าสักวันเขาจะต้องเป็ นฝ่ ายไปหาข้าถึงที่ ข้าจะ หลบอยู่ที่นั่นได้สักกี่ปี? หนึ่งร ้อยปี หนึ่งพันปี? หากสมมติว่าการถาม กระบี่ครั้งนั้นจะต้องมาถึงจริงๆ ก็ไม่สู้ข้าฉวยโอกาสตั้งแต่ตอนนี้ ยัง สามารถออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก ได้กินของอร่อยบ้าง”ชิงถงอดไม่ไหวถามว่า “เจ้าไม่กลัวว่าจะเจอกับหมื่อวีระหว่างทาง หรือ?”หย่างจื่อยิ้มเอ่ย “ถึงอย่างไรก็ยังเป็ นแค่เซียนเหรินเท่านั้น ใคร ฟันใครตายก็ยังไม่แน่”ชิงถงเอ่ยอย่างอ่อนใจ “นับว่าเจ้าปลงตกแล้ว”หย่างจื่อหันหน้าไปทางเถ้าแก่ร ้านปิ้งย่าง กวักมือเอ่ย “เพิ่มเนื้อ แพะและไส้เป็ ดอีกอย่างละสิบไม้ โรยผงพริกไทยเยอะๆ หน่อย”เถ้าแก่ร ้านหัวเราะเสียงดัง “ได้เลย ลูกค้าโปรดรอสักครู่”หย่างจื่อถอนสายตากลับมา “จะไม่ลองชิมดูจริงๆ หรือ? รสชาติ ไม่เลวนะ”ชิงถงยังคงส่ายหน้า “ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมข้าแล้วจริงๆ ไม่ใช่การยุ ให้ดื่มเหล้าบนโต๊ะสุราเสียหน่อย”์