ตอนที่ 2796
บทที่ 1048.2 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
อู๋โซ่วเคยชินกับภาพเหตุการณ์นี้เสียแล้ว เขาหัวเราะหึหึ คีบเนื้อ ปลาชิ้นใหญ่ยัดใส่ปาก จิบเหล้าสาเกที่รสชาติค่อนข้างจืดจางไปหนึ่ง อึก “ก็ไม่รู ้ว่าเป็ นเจ้าคนผู้ใดที่กินอิ่มว่างงาน จงใจป่ าวประกาศแก่ ภายนอกว่าฮ่องเต้หญิงเหยาจิ้นจือ หวงอีอวิ๋นแห่งภูเขาผูซาน อวี้ เจวี้ยนฟู และยังมีปรมาจารย์ใหญ่หญิงแห่งธวัลทวีปหลิ่วตุ้ยอวี๋ต่างก็ มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ และยังมีเทพธิดาที่ชื่อเสียงความงามระบือไกลอีก สิบกว่าคนที่ต่างก็มาถึงเมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียนแล้ว เวลาสั้นๆ เพียงแค่สองเดือนก็มีพวกผู้ฝึกตนที่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกลุ่มใหญ่ และปัญญาชนของหลายแคว้นรอบแคว้นอวิ๋นเหยียนพากันกรูมาที่นี่” แม้ว่านับตั้งแต่ที่อู๋โซ่วกลับมาจากสานักกระบี่ชิงผิงจะจงใจแสร ้ง ท าท่าล าพองภาคภูมิใจให้พวกกวอม่านเชี่ยนเห็นอยู่ตลอด และอันที่จริงตอนอยู่ที่ท่าเรือนอกภูเขา อิ่นกวานหนุ่มผู้นั้นก็มี ท่าทางปรองดองอย่างมาก และน้าชาของท่าเรือชิงซานก็…อร่อยมาก จริงๆ แต่ไม่รู ้ว่าเหตุใดตอนนี้วลีติดปากของอู๋โซ่วถึงเป็ นค าว่า “ขอให้ ข้าได้พักหายใจหายคอสักหน่อย” กวอม่านเชี่ยนเคารพนับถือเจ้าขุนเขาเฉินที่มีชาติกาเนิด ยากจนผู้นั้นจากใจจริง ตั้งตัวด้วยมือเปล่า อยู่ในวัยไม่สับสนก็สามารถสร ้างกิจการบ้านเรือนใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้แล้ว มีภูเขาเบื้อง บนหนึ่งแห่งและสานักเบื้องล่างอีกหนึ่งแห่ง คู่รักบนภูเขาของร ้านผ้าห่อบุญ เถาหงสิงเลื่อมใสในการกระทา ของอิ่นกวานหนุ่มที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ ส่วนสตรีออกเรือนแล้ว กลับชื่นชมในความ “กลัวภรรยา” ของเฉินผิงอันมากกว่า ทุกวันนี้ข่าวลือเล็กๆ บางอย่างเล่าลือกันไปอย่างน่าเชื่อถือ บอก ว่าตอนเช ้าตรู่มักจะมองเห็นเถ้าแก่รองนั่งอยู่หน้าประตูใหญ่ของ จวนหนิงเพียงล าพังอยู่บ่อยๆ ตรอกเล็กนอกร ้านอาหารมีเด็กหนุ่มชุดขาวที่มีใฝกลางหว่างคิ้ว คนหนึ่งเดินผ่านมา เขาสะบัดชายแขนเสื้อเดินดิ่งผ่านหน้าประตูร ้าน ไป แต่จู่ๆ กลับเอนตัวมาด้านหลัง เบิกตากว้างมองเข้ามาในร ้าน ก่อน จะหมุนตัวกลับเดินข้ามธรณีประตูเข้ามา ยิ้มพูดหน้าทะเล้นว่า “คนเรามีชีวิตอยู่บนโลก มักจะมีความพยายามที่เปล่าประโยชน์ เหมือนคนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่สองสามเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น รักษาม้าตาย ประคองจับโคลนเละๆ แกะสลักไม้ผุ โน้มน้าวให้หญิง คณิกาเปลี่ยนแปลงตนเองเป็ นผู้หญิงที่ดี บอกให้นักฆ่าวางมีด ให้ พ่อค้าอย่าหาเงินอย่างหน้าเลือด” เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในร ้านแล้วก็ตบลงบนไหล่ของเจ้าอ้วนหนักๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง “สหายหลิงเจียว ใจกว้างร่างอ้วน หรือ ถึงได้ยังมีอารมณ์มาหลบดื่มเหล้าอยู่ที่นี่?!”“สหายหลิงเจี่ยว” ที่ร่างอ้วนฉุแต่กลับชื่อว่าอู๋โซ่ว (โช่วแปลว่า ผอม) ร่างแข็งชื่อ จิตแห่งมรรคาบีบตัวแน่น หันหน้ามามองด้วย ใบหน้าอมทุกข์ ยิ้มแห้งๆ เอ่ยว่า “เจ้าสานักชุย ลมอะไรหอบให้ท่านผู้ อาวุโสมาถึงที่นี่หรือ?” ชุยตงซานยิ้มเอ่ย “เพราะออกห่างมาจากท่าเรือชิงซาน ทุกวันได้ กินดีอยู่ดี ในที่สุดก็คืนสติแล้วหรือ?” อู๋โซ่วยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เจ้าสานักชุยพูดตลกแล้ว” ชุยตงซานบีบบ่าของเจ้าอ้วนอย่างแรง “พูดตลกหรือ? สหายหลิง เจี่ยวตีวัวกระทบคราด อยากจะพูดว่าข้าเป็ นคนเหยาะแหยะไม่จริงจัง หรือ?” อู๋โซ่วรีบเอ่ยขออภัย “มิกล้าๆ เข้าใจผิดแล้วๆ” ชุยตงซานขยับเท้า ยื่นมือไปผลักอู๋โซ่วและกวอม่านเชี่ยนออก จากกันแล้วเบียดตัวเองนั่งลงตรงกลางของม้านั่งยาว กวอม่านเชี่ยนขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้พูดอะไร เกี่ยวกับ “เด็กหนุ่มชุดขาว” ที่ไม่รู ้ว่าโผล่มาจากไหนผู้ซึ่งเป็ นเจ้า สานักของสานักเบื้องล่างภูเขาลั่วพั่ว ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเจ้า ขุนเขาเฉินผู้นี้…ต่อให้จะเป็ นร ้านผ้าห่อบุญที่ข่าวสารว่องไวก็ยังหา เบาะแสใดๆ ไม่พบ ก่อนหน้านี้ไม่นานบรรพจารย์จางจื๋อยังเตือนพวก เขาโดยเฉพาะว่าอย่าได้พยายามไปตามหาเบาะแสเกี่ยวกับรากฐานการฝึกตนของ “ชุยตงซาน’ ส าหรับคนผู้นี้ แค่รักษาความเคารพอยู่ ห่างๆ ก็พอ ดังนั้นวันนี้ซุยตงซานเป็ นคนมาหาเองถึงที่ นอกจากอู๋โซ่วที่เคย เจอกับความยากลาบากซึ่งแอบโอดครวญอยู่ในใจตัวเองแล้ว พวก เถาหงสิงต่างก็รู ้สึกประหลาดใจกันอย่างมาก“รู ้จักไหม?”เด็กหนุ่มชุดขาวยกชายแขนเสื้อขึ้น ควักเงินเทพเซียนสาม เหรียญออกมาวางลงบนโต๊ะเป็ นเงินสามชนิดของบนภูเขา เงินเกล็ดหิมะ เงินร ้อนน้อย เงิน ฝนธัญพืชชุยตงซานยื่นฝ่ ามือออกมา นิ้วสามนิ้วแยกกันดันไว้บนเงินเทพ เซียนหนึ่งเหรียญ ยิ้มเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าพวกเจ้าต่างก็ไม่รู ้จักพวกมัน พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”เถาหงสิงยิ้มเอ่ย “เจ้าสานักซุยคิดว่าเป็ นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ เป็ นเช่นนี้เถอะ”ในเมื่อมีคนบางคนที่แค่พบเจอหน้าก็เหมือนรู ้จักกันมานาน เจอ แล้วถูกชะตาด้วยอย่างมาก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีคนบางคนที่เห็นแล้ว ไม่อยากเจออีกเป็ นครั้งที่สอง ยกตัวอย่างเช่นเจ้าสานักชุยที่แสร ้ง อวดภูมิให้ดูลึกลับซับซ ้อนตรงหน้าผู้นี้น่าเสียดายก็แต่เจ้าสานักเฉินผู้นั้น ไฉนถึงเอาลูกศิษย์ผู้สืบทอด คนนี้มาเป็ นเจ้าสานักของสานักเบื้องล่างได้เปลี่ยนเป็ นเผยเฉียนลูกศิษย์ใหญ่ที่ชื่อเสียงดีมากก็ยังดี แต่ก็จริง นะ นางคือผู้ฝึกยุทธเต็มตัว มิอาจก่อตั้งพรรคบนภูเขาได้ชุยตงซานงอสามนิ้วเคาะลงบนเงินเทพเซียนบนโต๊ะเบาๆ หัวเราะ ร่าเอ่ยว่า “อาจารย์ของข้ายึดมั่นมาโดยตลอดว่าหากอธิบายเหตุผล โดยไม่ยกตัวอย่างก็ไม่ต่างจากอันธพาลที่ท าตัวเหลวไหล ถ้าอย่าง นั้นข้าก็จะยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกัน ยกตัวอย่างเช่นพวกเจ้ารู ้จักกับ อาจารย์ฟ่ าน แต่อาจารย์ฟานกลับไม่รู ้จักพวกเจ้า ถ้าอย่างนั้นพวก เจ้ากับอาจารย์ฟานก็ไม่ถือว่ารู ้จักกัน ถูกไหม? นี่ก็หลักการเดียวกัน”กวอม่านเชี่ยนพูดกลั้วหัวเราะเสียงหยัน “ทาไม เงินเทพเซียน สามเหรียญนี้รู ้จักเจ้าสานักชุยหรือ?”ชุยตงซานสะบัดชายแขนเสื้อเก็บเงินเทพเซียนมาไว้ในชายแขน เสื้ออีกครั้ง “ช่างเถิดเปิดคุยกับไก่ สอนพวกเจ้าไม่ได้จริงๆ หากจางจื๋ ออยู่ที่นี่ด้วย คาดว่าเขาน่าจะฟังเข้าใจ”ในบรรดาลู่หยางมู่เค่อเจ็ดกลุ่มที่เริ่มลงจากภูเขามาหา ประสบการณ์ได้รวมบุรุษที่มีฉายาว่าซงจือเอาไว้ด้วย พวกเขาเลือก สถานที่ต่างๆ ในทวีปเพื่อลงหลักปักฐานได้ยินมาว่าอาจารย์ฟ่ านของสานักการค้าขึ้นเขาไปด้วยตัวเอง เพื่อโน้มน้าวให้ลู่หยางมู่เค่อกลุ่มนี้ละเมิดกฎบรรพบุรุษออกมาจาก ภูเขาอันที่จริงร ้านผ้าห่อบุญก็ดี ลู่หยางมู่เค่อก็ช่างในสายตาของชุยตงซานแล้วก็เป็ นแค่การตัดเย็บชุดแต่งงานให้ คนอื่นเท่านั้นคาว่า “คนอื่น” ที่ว่านี้มีสองคนหนึ่งคือบรรพบุรุษสานักการค้า อาจารย์ฟ่านสองคือหลิวจวี้เป่ าเทพเจ้าแห่งโชคลาภธวัลทวีปที่ทาการค้าไป ทั่วหล้าการประชุมในศาลบุ๋นคราวก่อน ในที่สุดหลี่เซิ่งก็เปิ ดปากพูด เท่ากับเป็ นการเปิดตราผนึกชั้นหนึ่งออกเป็ นเหตุให้เหล่าบรรพบุรุษของเมธีร ้อยสานัก นับแต่วันนี้ไปจะ สามารถฝึกตนเดินขึ้นสู่ที่สูงได้โดยที่ไม่มีคอขวดใดๆ อีก