ตอนที่ 2795
บทที่ 1048.1 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
เมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียนซึ่งเป็ นแคว้นเล็กแห่งหนึ่ง ทุกวันนี้ สามารถพบเจอคนมหัศจรรย์ เทพเซียนบนภูเขาที่ขี่เมฆทะยาน หมอกได้ทุกที่ เรียกได้ว่าเป็ นสถานที่มังกรซ่อนพยัคฆ์หมอบอย่าง แท้จริง บวกกับที่มีชนชั้นสูงและเหล่าขุนนางจากแต่ละแคว้นที่มาเยือนที่ แห่งนี้มีมากมายเต็มท้องถนน ขอแค่เป็ นคนต่างถิ่นก็ล้วนมีสถานะกัน ทั้งนั้น คงเป็ นเพราะว่าไม่ว่าจะเจอกับใครก็ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย คลื่น ลมถึงได้สงบเพียงนี้? พูดถึงแค่ผู้ฝึกลมปราณที่เรียกลมได้ลมเรียก ฝนได้ฝนที่คล้ายกับนัดหมายกันมาพวกนั้นก็มีความรู ้ใจกันดีเยี่ยม ไม่ว่าจะค าพูดหรือการกระท าก็ล้วนเป็ นไปตามกฎเกณฑ์ อยู่ร่วมกับ ชาวบ้านล่างภูเขาได้อย่างสงบสุข จนถึงทุกวันนี้ทางฝั่งของที่ว่าการ กรมอาญาแคว้นอวิ๋นเหยียนก็ยังไม่เคยได้รับข่าวข้อพิพาทเรื่องใดที่ ต้องให้พวกเขาไปจัดการสักเรื่อง ขุนนางกรมพิธีการและศาลหงหลูก็ ยิ่งเริ่มคิดหาสารพัดวิธีในการขอความดีความชอบจากฮ่องเต้ตอนว่า ราชการในท้องพระโรง ในร ้านอาหารข้างทางที่อยู่ในตรอกเก่าโทรมแห่งหนึ่ง ปลาเผา คืออาหารขึ้นชื่อ โต๊ะหลายตัวล้วนมีคนนั่งกันเต็มหมดแล้วลูกค้าที่มากินอาหารในร ้านพูดจาเสียงดัง ส่วนใหญ่คุยเรื่อง การค้าใหญ่ที่เอะอะก็ต้องใช ้เงินหลายพันหรือหลายหมื่นตาลึงเงิน โต๊ะที่พูดเสียงเบาที่สุดสั่งปลาเผามาหนึ่งจาน แล้วยังสั่งเหล้า สาเกที่เป็ นผลผลิตพิเศษของเมืองหลวงมาอีกหลายจิน ก่อนหน้านี้มีคนผู้หนึ่งที่ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็ นคนควักเงินเลี้ยง อาหารทุกคนตามลูกจ้างร ้านไปเลือกปลาที่เรือนด้านหลังร ้าน โดยเฉพาะ เขาชี้ปลาตัวอ้วนแต่เลือกปลาตัวผอม สุดท้ายบอกว่า สาหรับสี่คนกิน ปลาชิงที่ตักขึ้นมาตัวนั้นอย่าให้มีน้าหนักมากเกินไป ไม่ใจกว้างมากพอ แค่มองก็รู ้ว่าในกระเป๋ ามีเงินอยู่แค่ไม่กี่แดง นานๆ ทีถึงจะได้ออกจากบ้านมากินอาหารในร ้านอาหาร คนผู้นี้ขาข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนม้านั่งยาว ร่างทั้งร่างห่อเข้าหา กัน จิบเหล้าหนึ่งอีก พูดกลั้วหัวเราะเสียงเบาว่า “ได้ยินว่าท่านบรรพ บุรุษน าพาอู๋โซ่วเดินทางไปเยือนสานักกระบี่ชิงผิงด้วยตัวเองหรือ?” ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะคือชายหญิงวัยกลางคนลักษณะคล้ายสามี ภรรยาคู่หนึ่ง สตรีออกเรือนแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ กาลังเขี่ยผักชีที่ใช ้ ประดับอาหารออก พอได้ยินก็คลี่ยิ้มกว้างเอ่ยว่า “เห็นได้ชัดว่าบรรพ จารย์ช่วยทาความดีชดใช ้ความผิดแทนเจ้าอ้วนนั่น แต่จากนิสัยของ สหายหลิงเจี่ยว ไปถึงที่นั่นแล้วก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็ นที่ชื่นชอบ เกินครึ่งคงเข้ากันไม่ได้จวนเซียนสานักแห่งอื่นบอกได้ยาก แต่สานัก ของใต้เท้าอิ่นกวานมีขนบธรรมเนียมเช่นไร ข้ารู ้อยู่แก่ใจดี”บุรุษคีบผักชีมาไว้ในจานของตัวเอง เอ่ยเสียงเบาว่า “พวกเรา อย่าได้สาดเกลือลงบนบาดแผลของเจ้าอ้วนอู๋กันอีกเลย” จากนั้นบุรุษก็เอ่ยเสริมมาว่า “อาหารมื้อนี้ยังต้องรอให้เขามา ควักกระเป๋ าเงินจ่ายให้นะ เพื่อให้ไม่ต้องจ่ายเงิน เจ้าหมอนี่แกล้งทา เป็ นเมาหรือไม่ก็แกล้งเข้าห้องส้วมได้เก่งสุดยอดเลยล่ะ” เขากับสตรีออกเรือนแล้วเป็ นคู่รักบนภูเขากันจริงๆ พวกเขามีชื่อ ว่าเถาหงสิงกับหลัวจิน เป็ นร ้านผ้าห่อบุญ ทุกวันนี้รับผิดชอบเรื่องกิจ ธุระในใบถงทวีป ส่วนผู้ฝึ กตนหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือนักบัญชี ของร ้านผ้าห่อบุญใบถงทวีปที่รับผิดชอบดูแลสมุดบัญชีและรายรับ รายจ่ายโดยละเอียด ชื่อว่ากวอม่านเชี่ยน ทั้งสองฝ่ ายมีความสัมพันธ ์ ในรูปแบบที่ช่วยกันหาเงินแล้วก็ทั้งคอยตรวจสอบกันและกัน ก่อน หน้านี้บรรพจารย์บุกเบิกภูเขาของร ้านผ้าห่อบุญในใต้หล้าไพศาล อย่างจางจื๋อพูดถึงพวกเขาสามคนกับเฉินผิงอันที่ท่าเรือชิงชาน บอก ว่าพวกเขาต่างก็เคารพเลื่อมใสใต้เท้าอิ่นกวาน ไม่กล้าพาพวกเขา เดินทางมาด้วยกันเพราะง่ายที่จะทาให้การค้ากลายเป็ นน้าใจ ตอน นั้นเฉินผิงอันคิดแค่ว่าฟังคาพูดตามมารยาทในวงการการค้าเท่านั้น แต่แท้จริงกลับเป็ นความจริงที่มีแต่เนื้อไม่มีน้าผสม ก่อนจะมาใบถง ทวีป เถาหงสิ่งมีความสัมพันธ ์ที่ดีมากกับพวกเจ้าของเรือหรือไม่ก็ ผู้ดูแลเรือข้ามทวีปที่ในอดีตเคยไปท าการค้ากับภูเขาห้อยหัว และตัว ของกวอม่านเชี่ยนเองก็มีชาติกาเนิดมาจากตระกูลชนชั้นสูงระดับ ต้นๆ ของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ตระกูลของเขาก็มีเรือข้ามทวีปอยู่ลาหนึ่ง อีกทั้งยังอยู่ในนามของเขาด้วย ดังนั้นเกี่ยวกับการประชุม ของเรือนชุนฟานที่เซียนกระบี่ปิดประตูในปีนั้น นับตั้งแต่ขั้นตอนไป จนถึงผลลัพธ ์ อันที่จริงกวอม่านเชี่ยนล้วนรู ้ชัดเจนดี ตอนนี้ลองมา คิดดู แม้ว่าจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้น แต่ก็รู ้สึกเลื่อมใสใฝ่ ฝัน หาตลอดมา กวอม่านเชี่ยนยิ้มตาหยี จงใจคีบเนื้อปลาให้กับสตรีที่ออกเรือน แล้วด้วยเจตนาชั่วร ้ายถูกเถาหงสิงใช ้ตะเกียบปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ถลึงตาเอ่ย “นางคือพี่สะใภ้ของเจ้านะ ทาตัวให้ดีๆ หน่อย!” กวอม่านเชี่ยนเก็บตะเกียบกลับมายัดเนื้อปลาใส่ปากตัวเองแล้ว เคี้ยว ถามว่า “บรรพจารย์เห็นดีในต้นกาเนิดทรัพย์สินหลังจากที่เกิด การขุดเจาะลาน้าใหญ่ขนาดนี้จริงๆ หรือ? หากเปลี่ยนเป็ นข้า ต่อให้ สามารถใช ้จ่ายเงินได้ตามใจชอบ แต่เกรงว่าก็คงไม่มีความกล้านี้เงิน ฝนธัญพืชตั้งหกพันเหรียญเชียวนะ” ก่อนหน้านี้อยู่สานักกระบี่ชิงผิง บรรพจารย์ท่านนั้นรับปากว่า สามารถเอาเงินฝนธัญพืชออกมาได้หกพันเหรียญ แต่ครึ่งหนึ่งในนั้น คือเงินเก็บส่วนตัวของจางจื๋อเอง ในนามจะถือเป็ นว่ากองกาลังจากฝ่ ายต่างๆ อย่างสานักกระบี่ชิง ผิง ส านักกุยหยก ราชวงศ์ต้าเฉวียนเป็ นผู้ริเริ่มร่วมกัน แต่อันที่จริง คนมีตาล้วนรู ้ชัดเจนว่าเป็ นอิ่นกวานหนุ่มที่ใช ้นามของสานักกระบี่ชิง ผิงเป็ นผู้น าแล้วค่อยดึงทุกคนมารวมตัวกันเรื่องการขุดเจาะลาน้าใหญ่ของใบถงทวีป เงินเทพเซียนก้อนแรก มีมูลค่ามหาศาล ทางฝั่งของสานักกระบี่ชิงผิงออกเงินฝนธัญพืชสามพันเหรียญ คลังสมบัติของส านักกุยหยกควักห้าพัน สกุลเหยาต้าเฉวียนสองพัน ว่ากันว่าหยิบยืมมาจากทั้งสานักกระบี่ชิงผิงและสานักกุยหยก ไม่มีดอกเบี้ยสกุลหลิวธวัลทวีป สกุลอวี้ราชวงศ์มี่เสวียน ฝ่ ายหนึ่งออกหนึ่ง หมื่นเหรียญ อีกฝ่ายออกสองพันเหรียญล้วนทยอยกันเข้าบัญชีแล้ว บวกกับหกพันเหรียญจากร ้านผ้าห่อบุญนอกจากนี้ดูเหมือนว่าภูเขาพีอวิ๋นของแจกันสมบัติทวีป เว่ยป้ อ ชานจวินมหาบรรพตอุดรที่ชอบจัดงานเลี้ยงท่องราตรีผู้นั้น ก่อนหน้า นี้ไม่นานก็ควักเงินฝนธัญพืชออกมาอีกสองพันเหรียญ?เรื่องราวในใต้หล้า ขอแค่มีเงินเปิดทาง ต่อให้ยากแค่ไหนก็ไม่ ยากอีกต่อไปเถาหงสิงรู ้สึกเลื่อมใสอย่างถึงที่สุด “ฝีมือยิ่งใหญ่ ฝีมือยิ่งใหญ่ ไม่เสียแรงที่เป็ นเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิว ลงมือทีก็ไม่ธรรมดาเลย”ที่แท้นอกจากสกุลหลิวธวัลทวีปจะออกเงินแล้วยังรับปากเพิ่มเติม อีกว่า ภายในหนึ่งปีจะโยกย้ายเรือข้ามฟากบนภูเขาและเรือยันต์ที่อยู่ในหลายทวีปขนาดไม่เท่ากันจ านวนสามร ้อยลามาส่งให้ที่ใบถงทวีป แห่งนี้กวอม่านเชี่ยนเอ่ยอย่างอิจฉา “ในเมื่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิว มีความสามารถขนาดนี้ก็มอบเซียนซือคนขับเรือมาให้พร ้อมกันด้วย เลยสิ เงินเทพเซียนที่ต้องหมดไปกับการใช ้ปราณวิญญาณก็ยกเว้นไปพร ้อมกันเลยด้วย”สกุลกวออาเภอจวิ้นหยางแห่งแผ่นดินกลางเคยมีปัญหากับสกุล หลิวธวัลทวีปในวงการการค้ามาก่อน ทว่าแต่ละคนต่างก็ส าแดงฝีมือ ของตัวเองออกมา ในเมื่อสกุลกวอความสามารถสู้ผู้อื่นไม่ได้ ผลลัพธ ์ ที่ออกมาก็คือฝ่ ายหลังพ่ายแพ้จึงต้องเสียต้นกาเนิดทรัพย์สินที่เท่า เทียมกับราชวงศ์ใหญ่หนึ่งแห่งและแคว้นระดับกลางอีกสามสี่แห่งดูจากบนหน้ากระดาษแล้วสกุลหลิวกับสกุลอวี้ออกเงินมากที่สุด อีกทั้งว่ากันว่ายังไม่มีการทาสัญญาเป็ นลายลักษณ์อักษร อาศัยแค่ สัญญาปากเปล่าจากสองฝ่ ายเท่านั้น ถือเป็ นสัญญาวิญญูชนอย่าง สมชื่อนอกจากนี้ตามข้อตกลง หลิวอวี้สองตระกูลจะได้กาไรแค่ส่วน เดียวจากเงินทุน วันใดที่ได้รับเงินทุนและส่วนแบ่งที่สมควรได้รับ กลับคืนไป ลาน้าใหญ่ของใบถงทวีป ไม่ว่าในอนาคตจะเป็ น ผลประโยชน์เหมือนสายน้าเล็กไหลยาวสะสมจากน้อยเป็ นมาก หรือ ได้ก าไรเป็ นกอบเป็ นกาที่ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมาบนหน้าบัญชี ชวนให้คนอิจฉาตาร ้อน ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกแล้วหลัวจินยิ้มเอ่ย “นี่ไม่ได้จะบอกว่า ลาพังแค่น้าใจของเฉินอิ่นก วานคนเดียว สาหรับหลิวจอี้เป่ าแล้วก็มีค่ามากพอถึงเงินฝนธัญพืช หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเหรียญเลยหรือ?”เถาหงสิงพยักหน้า “มีค่าพอจริงๆ”หลัวจินรู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “นี่ก็ผ่านไปตั้งหนึ่งเดือนกว่า แล้ว หลังจากที่เรือข้ามฟากลานั้นของสานักกระบี่ชิงผิงจอดเทียบท่า ที่ท่าเรืออวี๋หลิน หมี่อวี้ก็อยู่บนเรือมาโดยตลอด ไม่เคยลงจากเรือมา เลย ดูเหมือนว่าเซียนกระบี่ใหญ่ท่านนี้จะจงใจยกโอกาสในการ เปิดเผยหน้าตาให้กับนักบัญชีจ้งชิวและเฉาฉิงหล่างแห่งยอดเขาจิ่ง ซิงนะ”กวอม่านเชี่ยนคลี่ยิ้มมีเลศนัย เหลือบตามองไปยังเถาหงสิงหมี่อวี้จากกาแพงเมืองปราณกระบี่ ไม่ว่าจะเนื้อหนังมังสาหรือ มาดของเซียนกระบี่ก็ล้วนดีมากจริงๆ