ตอนที่ 2800
บทที่ 1048.6 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
รอกระทั่งเผ่าปี ศาจใช ้พลังอานาจที่พังทุกอย่างราบเป็ นหน้า กลองโจมตีและยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของใบถงทวีปไปได้ ทาง สานักว่านเหยาแห่งพื้นที่มงคลสามภูเขาก็ได้สั่งให้นางพยายามรักษา พลังต้นก าเนิดของราชวงศ์สกุลอวี๋เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ให้เข้าไป หลบภัยในพื้นที่ลับของพรรคชิงจ้วน รอกระทั่งเผ่าปีศาจถอยออกไป จากใต้หล้าไพศาล ส านักว่านเหยาก็ออกคาสั่งมาให้นางอีกว่าให้ แอบฮุบกลืนพรรคชิงจ้วนที่มีผู้ฝึกตนโอสถทองแค่สองคน หวังว่านาง จะสามารถใช ้ที่นี่เป็ นรากฐานสร ้างสานักอีกแห่งขึ้นมาใหม่ เมื่อเป็ นเช่นนี้ รอกระทั่งสานักว่านเหยาอาศัยเงินเทพเซียนทุ่ม ออกมาเป็ น “คุณความชอบทางการสู้รบ” จนได้สร ้างสานักเบื้องล่าง ไว้ที่ใบถงทวีปแล้ว และรอให้หลวี่ปี้หลงเลื่อนเป็ นขอบเขตหยกดิบ สาเร็จ พรรคชิงจ้วนก็สามารถเปลี่ยนเป็ นสานักชิงจ้วนได้แล้ว และ ก่อนที่นางจะ “ปิดด่านฝ่าทะลุขอบเขต” ก็ควรจะหาโอกาสเข้ามาเป็ น ผู้ฝึกตนท าเนียบของส านักว่านเหยาก่อน ถึงเวลานั้นสานักว่านเหยา ก็จะสามารถถือโอกาสเลื่อนขั้นกลายเป็ น “สานักดั้งเดิม” พร ้อมกับที่ ได้ครอบครองสานักเบื้องบนและสานักเบื้องล่างไปในเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้สานักศึกษาได้ทาการ ‘สอบสวน” หลงกงไปแล้วครั้ง หนึ่ง หลวี่ปี้หลงแห่งอารามจีชุ่ย” ทุ่มหมดหน้าตักแล้ว อะไรที่ควรพูด อะไรที่ไม่ควรพูด นางล้วนพูดไปทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ว่าทางฝั่งของสานักศึกษาเทียนมู่ยังไม่ได้ข้อสรุป สาหรับเรื่องนี้หลงกงรู ้ดีอยู่แก่ใจว่าต้องรอเวินอวี้รองเจ้าขุนเขา เสียก่อน ก่อนหน้านี้ตอนอยู่อารามจีชุ่ยเด็กหนุ่มชุดขาวที่จนถึงทุกวันนี้ นางก็ยังไม่รู ้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ ายได้ใช ้สถานะของเวินอวี้มา ข่มขู่นาง อีกทั้งยังได้ผลดีมากด้วย เพราะพวกเวินอวี้สามคนต่างก็ห้อยป้ ายหยกของเจ้าขุนเขาที่ เป็ นตัวแทนสถานะของพวกเขา จึงสามารถมองข้ามตราผนึกขุนเขา สายน้าของจวนเดินเข้ามาข้างในโดยตรง หลงกงที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนแล้ว นางจึงมายืนอยู่นอกประตูของห้องหลัก น้อมต้อนรับเจ้าขุนเขาของ สานักศึกษาทั้งสามท่าน ยอบกายคารวะพวกเขา รอกระทั่งหลงกงได้เห็นเวินอวี้แห่งสานักศึกษาตัวจริงผู้นี้แล้วก็ไม่ รู ้ว่าเหตุใด เพียงแค่มองแวบแรก หลงกงก็รู ้สึกหวาดผวาย าเกรงในตัว ของลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อหนุ่มผู้นี้อย่างมาก ร่างทั้งร่างของนางเหมือนตกลงไปในหลุมน้าแข็ง รู ้สึกเสียวสัน หลังวาบอย่างห้ามไม่ได้แน่นอนว่านางก็กลัวเด็กหนุ่มชุดขาวคนนั้นด้วย แต่ความรู ้สึกที่ มากกว่านั้นคือมีความรู ้สึกเหลวไหลไร ้สาระมากกว่าเคารพย าเกรง ดังนั้นแค่เวินอวี้มองมาที่หลงกง นางก็ก้มหน้าลงตามจิตใต้สานึก ทันที ไม่กล้าสบตากับเขา อาจารย์ผู้เฒ่าสองท่านสบตากัน ต่างก็รู ้สึกว่าน่าขัน ยังคงต้องให้รองเจ้าขุนเขาเวินออกหน้าจึงจะได้จริงเสียด้วย แม้จะบอกว่าถูกจับขัง แต่หลงกงที่อยู่ในสานักศึกษานอกจาก ออกไปจากเรือนแห่งนี้ไม่ได้แล้ว อันที่จริงก็ไม่ได้รับ “การปฏิบัติ” อย่างที่นักโทษสมควรได้รับ ในบ้านพักยังมีต าราให้นางอ่านมากมาย ตอนนี้ทั้งบนและล่างภูเขาของใบถงทวีปมีความเห็นพ้องต้องกัน อย่างหนึ่งที่ไม่จาเป็ นต้องเอื้อนเอ่ยออกมา ทาเรื่องที่ผิดศีลธรรมก็อย่าได้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเวินอวี้แห่ง ส านักศึกษาเทียนมู่ ล่างภูเขา สาหรับเรื่องที่จะว่าหนักก็หนักจะว่าเบาก็เบา ส านัก เทียนมู่อาจจะลงโทษสถานเบา แต่หากเป็ นผู้ฝึกตนบนภูเขาที่กระทา ความผิด ส านักศึกษากลับลงโทษสถานหนักมาโดยตลอด รอกระทั่งการก่อสร ้างของสานักศึกษาสามแห่งสืบเนื่องไปจน เสร็จสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวินอวี้มารับหน้าที่รองเจ้าขุนเขาของ ส านักศึกษาเทียนมู่ เพียงไม่นานทางฝั่งของใบถงทวีปก็ขบคิดจนได้เส้นสนกลในบางอย่าง ดังนั้นผู้ฝึ กตนบนภูเขาและเผ่าปี ศาจใน ท้องถิ่นทางเหนือของใบถงทวีป พวกที่ทาชั่วแล้วใจฝ่ อทั้งยังรู ้สึกว่า กระดาษย่อมห่อไฟไม่มิดต่างก็เป็ นฝ่ ายไปเยือนส านักศึกษาต้าผู้ที่ ภาคกลางหรือไม่ก็สานักศึกษาอู่ชีที่ภาคใต้ด้วยตัวเองแทน ยอมที่จะ เดินทางอ้อมไปไกล ยอมที่จะเสี่ยงอันตราย แต่กลับไม่ยอมไปยัง ส านักศึกษาเทียนมู่ของเวินอวี้เด็ดขาด นั่นไม่เรียกว่าการมอบตัว แต่ คือการพาตัวไปติดกับดัก ไม่ตายก็ต้องเอาชีวิตไปทิ้งครึ่งหนึ่ง เพราะการกาหนดโทษและการลงโทษทั้งหมด สามสานักศึกษา จะป่าวประกาศให้แก่ภายนอกรู ้ในทันที ระดับความรุนแรงในการลงโทษที่สานักศึกษาเทียนมู่มีต่อผู้ฝึก ลมปราณมักจะหนักหนาเกินกว่าที่สานักศึกษาต้าฝูและส านักศึกษา อู่ชีจะเทียบได้ติดในทุกกรณีไม่มียกเว้น เดินข้ามธรณีประตูของห้องหลักมา เจ้าขุนเขาทั้งสามนั่งเรียง แถวกัน หลงกงยืนอยู่ตรงข้ามพวกเขาเพียงล าพังรอกระทั่งฟ่ านเจี่ยนถานและคังข่ายนั่งลงแล้ว เวินอวี้ถึงได้นั่งลง ยื่นมือไปกดลงความว่างเปล่าต่อผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตก่อกาเนิดที่ อยู่ฝั่งตรงข้ามสองที “ในเมื่อยังไม่ได้กาหนดโทษ ก็ไม่ต้องระมัดระวัง ตัวมากเกินไป นั่งลงคุยกันเถอะ”หลงกงได้ยิน เส้นเอ็นหัวใจก็บีบรัดตัวแน่นทันที ประโยคนี้ของ เวินอวี้ อันที่จริงหากเขาไม่พูดน่าจะดีกว่านางนั่งอยู่บนเก้าอี้รู ้สึกเหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม“หากสานักว่านเหยาไม่แอบสมคบคิดกับเผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยว ร ้างมานานแล้วก็ต้องจงใจปิ ดบังรายงานข่าว ถือว่ารู ้แต่ไม่ยอม รายงาน ในความเห็นของข้า เห็นได้ชัดว่าความเป็ นไปได้ของอย่าง แรกมีมากกว่า”ประโยคแรกของเวินอวี้ในวันนี้เท่ากับว่าให้ข้อสรุปต่อการ สอบสวนที่ยังไม่ได้เริ่มต้นของวันนี้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่แค่หลงกง เท่านั้น ยิ่งพุ่งเป้ าเล่นงานไปที่สานักว่านเหยาและหันอจี้ซู่ผู้เป็ นเจ้า ส านักเจ้าขุนเขาฟานเจี่ยนถานไม่พูดอะไรสักค าเวินอวี้กล่าวต่ออีกว่า “ตอนที่หลงกงออกมาจากสานักว่านเหยา ห่างจากช่วงเวลาที่เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างโจมตีกาแพงเมืองปราณ กระบี่อยู่นานมาก สานักว่านเหยาส่งตัวนางมาที่ใบถงทวีป ใช ้ นามแฝงว่าหลวี่ปี้หลงเข้ามาอยู่ในอารามจีชุ่ยของเมืองลั่วจิง รับ หน้าที่เป็ นเจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้นของราชวงศ์สกุลอวี๋ จากนั้นนาพา คนกลุ่มใหญ่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในพรรคชิงจ้วน การกระทาที่ร ้อยเรียง ต่อเนื่องกันนี้ เห็นได้ชัดว่าสานักว่านเหยาและหันอวี้ซู่ได้มีการ เตรียมการมาก่อน”รองเจ้าขุนเขาคังข่ายอดไม่ไหวกล่าวว่า “เจ้าส านักหันคือเซียน เหรินที่มีประสบการณ์โชกโชน พื้นที่มงคลสามภูเขายังเป็ นพื้นที่ลับเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร ์ยาวนานและการสืบทอดที่ลึกล้าอาพราง เจ้า ส านักหันจะไม่อาจอาศัยเวทลับหรือสัญลักษณ์กว้าในการท านายมา อนุมานได้ว่า…ฟ้ าอานวยมีการเปลี่ยนแปลงเชียวหรือ? จากนั้นก็ อาศัยสิ่งนี้มาวางแผนไว้แต่เนิ่นๆ? แม้จะบอกว่าพื้นที่มงคลสามภูเขา ตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าเอาตัวรอดเพียงลาพัง เพียงแต่ว่านี่ก็ถือเป็ น ความรู ้สึกทั่วไปของมนุษย์ หนึ่งเพราะหันอวี้ซู่ไม่ใช่ลูกศิษย์ของลัทธิ ขงจื๊อ อีกอย่างส านักว่านเหยาก็ไม่เคยติดต่ออะไรกับศาลปุ่น รองเจ้า ขุนเขาเวินตัดสินเช่นนี้จะดูไม่ค่อยเหมาะสมหรือไม่?”เพราะถึงอย่างไรโลกภายนอกไม่ได้รู ้รากฐานของมหามรรคา พื้นที่มงคลสามภูเขาอย่างชัดเจน แต่ศาลบุ๋นและส านักศึกษากลับ พอจะเข้าใจอยู่บ้างนั่นคือหนึ่งในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมบรรพกาลของอาจารย์ซาน ซานจิ่วโหว ดังนั้นบางทีอาจมีการสืบทอดที่ลี้ลับบางอย่างของวิชา อภินิหารที่เป็ นความรู ้เฉพาะตัวที่ผู้ฝึ กตนของโลกภายนอกมิอาจ สัมผัสได้ถึงสมมติว่าหันอวี๋ซู่อนุมานถึงสงครามที่จะเกิดขึ้นในภายหลังนั่นได้ จริง ไม่ว่าจะเป็ นสัญลักษณ์ทางการทานายหรือผลลัพธ ์ที่ได้จาก คานวณในใจ ชัดเจนหรือพร่าเลือน ในเรื่องที่ใหญ่เทียมฟ้ าถึงเพียงนี้ การที่จะเรียกร ้องให้สานักว่านเหยาไปแจ้งเตือนศาลบุ๋นแต่เนิ่นๆ ก็ เป็ นการทาให้คนอื่นลาบากใจมากจริงๆเห็นสกุลลู่ส านักหยินหยางแผ่นดินกลางเป็ นพวกไร ้ประโยชน์ จริงๆ หรือไร? ส านักว่านเหยาที่อยู่ห่างไกลอย่างเจ้าจะค านวณ เจตนารมณ์สวรรค์ได้อย่างแม่นย า มองภาพปรากฏการณ์ดวงดาวได้ อย่างชัดเจน?แล้วนับประสาอะไรกับที่ทั่วทั้งใต้หล้าไพศาล พูดถึงแค่ทวีปแดน เทพแผ่นดินกลาง คนมหัศจรรย์มีมากมาย นอกจากสกุลลู่แล้ว ผู้ บรรลุมรรคาที่เชี่ยวชาญเรื่องปรากฏการณ์ดวงดาวและการท านาย ทายทักก็ไม่ได้ขาดแคลนเลยจริงๆ“ด้วยรากฐานของสานักว่านเหยาที่ได้ครอบครองพื้นที่มงคล สามภูเขา คิดอยากจะเปิดประตูใหญ่ในวันใดวันหนึ่ง ได้ครอบครอง สองสานักเบื้องล่างไปพร ้อมๆ กัน จากนั้นอาศัยการปูรากฐานของ เจ้าที่อยู่ข้างนอกสร ้างวีรกรรมที่จะเลื่อนเป็ น “สานักดั้งเดิม” ได้ใน รวดเดียวก็ใช่ว่าจะเป็ นไปไม่ได้”เพียงแค่อาศัยการวางแผนอย่างลับๆ ที่ต่อเนื่องกันเป็ นชุดนี้ก็จะ อาศัยสิ่งนี้มาตัดสินว่าส านักว่านเหยาและหันอวี้ซู่แอบสมคบคิดกับ เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างอย่างลับๆ ถึงอย่างไรก็ไม่มีหลักฐานเจ้าขุนเขาฟ่านเจี่ยนถานมาจากสายหย่าเซิ่ง คือลูกศิษย์เข้าห้อง ของหย่าเซิ่งรองเจ้าขุนเขาคังข่ายมาจากสายของสถานศึกษาชุนชิว สายบุ๋ นของเขาถือเป็ นของพรรคกงหยางที่มีการสลับสับเปลี่ยนระหว่าง ความรู ้แบบเด่นชัดและความรู ้แบบอ าพรางโดยตลอดดังนั้นประโยคที่สองของรองเจ้าขุนเขาเวินจึงสมกับเป็ นเวินอวี้อ ย่างมากแล้ว “ข้าอาศัยการรวบรวมข้อมูลจากช่องทางต่างๆ ที่ แตกต่างกันมาท าการศึกษาส านักว่านเหยาอย่างละเอียด สุดท้ายได้ ข้อสรุปออกมาว่าโอกาสที่พวกเจ้าจะตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่ามีการ สมคบคิดกับเผ่าปีศาจมีไม่น้อย”หากสงสัยให้มีโทษ หากสงสัยให้พ้นผิด วิธีการตัดสินคดีสอง อย่างนี้ หนึ่งคือฟ้ าหนึ่งคือดินวิธีการลงมือของเวินอวี้นั้นเรียบง่ายมาก ไม่ใช่สานักศึกษาที่เป็ น ผู้หาหลักฐาน สุดท้ายค่อยตัดสินโทษของเจ้าหันอวี้ซู่แต่เป็ นเจ้าหันอวี้ซู่ต้องไปหาหลักฐานด้วยตัวเอง จากนั้นมา พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองที่สานักศึกษาหลงกงหน้าซีดขาวในทันใดเวินอี้ถามด้วยน้าเสียงเรียบเฉย “หันอวี้ซู่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า เจ้าจะไม่มีใจเป็ นอื่น ไม่คิดจะไปสวามิภักดิ์ต่อสานักใบถงหรือสานัก กุยหยก แต่ต้องเลือกก่อตั้งพรรคของตัวเองอยู่ข้างนอก?”