ตอนที่ 2801
บทที่ 1048.7 สายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง
October 21, 2026
ความนัยในคาพูดของฟ่ านเจี่ยนถานก็คือเวินอวี้เป็ นคนหยิ่ง ทระนง เขาก็ย่อมต้องมีเหตุผลและความมั่นใจมากพอให้หยิ่งทระนง พวกเขาสองคนก็แค่อายุมากกว่า คมวาทะที่สร ้างไว้พอใช ้ได้ แต่เรื่อง ของการสร ้างคุณูปการกลับมิอาจเปรียบเทียบกับเวินอวี้ได้ “เหล่าคัง จะบอกเรื่องวงในให้เจ้าฟัง จ าไว้ว่าอย่าเอาไปเล่าให้ ใครฟัง ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ศาลบุ๋นมีผู้อ านวยการใหญ่แห่ง สถานศึกษาอยู่สองท่านที่ร่วมมือกันแนะนาให้เลื่อนขั้นให้เวินอวี้เป็ น กรณียกเว้น ให้เขารับหน้าที่เป็ นเจ้าขุนเขาของสานักศึกษาบางแห่ง โดยตรง แต่เวินอวี้เป็ นคนปฏิเสธเอง บอกว่าความสามารถใน การศึกษาหาความรู ้ของเขาได้แค่เป็ นรองเจ้าขุนเขาของส านักศึกษา เท่านั้น แน่นอนว่าทางฝั่งของศาลบุ๋นย่อมตอบตกลง ภายหลังเวินอวี้ ก็เลือกส านักศึกษาเทียนมู่ของพวกเรา ศาลบุ๋นยังถามเขาว่าในใจมี ตัวเลือกเจ้าขุนเขาที่เหมาะสมหรือไม่ ถึงได้มีเจ้าและข้าสองคนมารับ หน้าที่อย่างไรล่ะ” คังข่ายยิ้มกล่าว “เวินอวี้ตัวดี เป็ นเพราะเห็นว่าพวกเราไม่มีนิสัย เจ้าอารมณ์ พูดคุยด้วยง่ายสินะ?” ฟ่านเจี่ยนถานแยกย้ายกับคังข่ายแล้วก็ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้าย ก็ยังไปหาเวินอวี้เจ้าขุนเขาฟ่ านเอ่ยเสียงเบาว่า “เวินอวี้ ข้าไม่เพียงแต่ไม่รู ้สึก อคติต่อการฉายประกายเฉียบคมของเจ้า กลับกันยังปลาบปลื้มใจ อย่างมาก รู ้สึกจากใจจริงว่านี่คือบุคลิกที่ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อสมควรมี ถึงขั้นที่ว่ายังรู ้สึกอิจฉาเจ้าอยู่หลายส่วน คนหนุ่มก็ควรมีความเฉียบ คมของคนหนุ่ม แต่ขณะเดียวกันข้าก็หวังว่าเจ้าจะใช ้สติปัญญาของ ตัวเองในทางที่ดีด้วย มหามรรคามีทางแยกมากมาย แกะผลัดหลง หายไปก็หาเจอได้ไม่ง่าย บัณฑิตศึกษาหาความรู ้โดยที่ไม่มีเป้ าหมาย แน่ชัด ก็จะต้องหลงทางเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าประโยคนี้อาจจะ รุนแรงไปสักหน่อย อย่าได้รู ้สึกว่าไม่น่าฟังก็แล้วกัน” เวินอวี้ประสานมือขอบคุณ เอ่ยเสียงทุ้มหนัก “ข้าจะจดจาคาสั่ง สอนของอาจารย์ให้ขึ้นใจ” เจ้าขุนเขาฟ่ านยิ้มอย่างชอบใจ พยักหน้ารับ น่าเสียดายที่ตา เฒ่าดังไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้เห็นภาพนี้ หลังจากเวินอวี้จากไป ผู้เฒ่าก็ลูบหนวดยิ้ม คนหนุ่มนี่ช่างดีจริงๆ อยากติดตามเด็กหนุ่มออกไปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ แต่สุดท้ายก็ทา ไม่ได้ ทว่าต่อให้ท าไม่ได้แล้วจะอย่างไรเล่า …… ตาหนักพยัคฆ์เขียวภูเขาชิงจิ้ง หออวี่ฮว่าที่สูงเสียดฟ้ า เจ้าเหรินผู้เฒ่าลู่ถือแส้ปัดฝุ่ นไว้ในมือ ทอดสายตามองไปยังทะเล เมฆสีทองที่อยู่นอกภูเขาข้างกายก่อกาเนิดเฒ่ามีนักพรตหนุ่มที่ห้อยชิ่ง (เครื่องดนตรี ประเภทเคาะหรือตี) หยกขาวไว้ตรงเอว สองเท้าสวมรองเท้าย่าเมฆ รูปโฉมงดงามอย่างถึงที่สสุด เขาทาท่าจะพูดไม่พูด ก้มหน้าลงมองรองเท้าย่าเมฆบนท้าตัวเอง แล้วกลืนค าพูดกลับลงท้องไป เพียงแต่ว่าพอเขาเงยหน้าเห็นอาจารย์ ที่มีท่าทางค่อนข้างเหนื่อยล้า นักพรตหนุ่มก็ยังอดไม่ไหวเอ่ยเสียงเบา ว่า “อาจารย์ ศิษย์รู ้ถึงความสัมพันธ ์ระหว่างท่านกับเจ้าขุนเขาเฉินดี ที่สุด แต่เจ้าขุนเขาเฉินเอาแต่เรียกร ้องขอโอสถเช่นนี้ นี่เพิ่งจะผ่าน ไปแค่กี่ปี เอง เขาก็เปิ ดปากขอเกือบสามครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง จุดสิ้นสุดเสียที หากยังเป็ นแบบนี้ต่อไป อาจารย์ก็คงกลายเป็ น อาจารย์หลอมโอสถให้ภูเขาลั่วพั่วพวกเขาใช ้งานโดยเฉพาะแล้ว ทุก วันนี้เจ้าขุนเขาเฉินยังมีสานักเบื้องล่างอีก อีกทั้งยังอยู่ที่ใบถงทวีป ของพวกเรา วันหน้าหากส านักกระบี่ชิงผิงเปิดปากขออีก ควรจะตอบ ตกลงหรือไม่ตกลงดีเล่า?” เขาก็คือลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจของลู่ยงไม่มีหนึ่งใน มีนามว่า จ้าวจู้ ฉายา “เซียนซิ่ว คือลูกศิษย์ที่ลู่ยงพาขึ้นเขาด้วยตัวเอง ปีนั้นเกือบจะรับลูกศิษย์ แทนอาจารย์แล้ว เพียงแต่ว่าอาจารย์มีนิสัยเกียจคร ้าน แม้แต่ลูกศิษย์ ในนามสักคนก็ยังไม่ยินดีจะรับมา คราวก่อนหลอมโอสถจาแลงขนนกเตาหนึ่งส่งไปให้ที่เรือนอวิ๋น ฉ่าว ก็เป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนนี้ที่ทาหน้าที่แทน จ้าวจู้เองก็คือโอสถทองหนุ่มที่มีหวังจะเลื่อนเป็ นก่อกาเนิดมากที่สุดของตาหนักพยัคฆ์ เขียวด้วย อย่าว่าแต่ยาล้าค่าทุกเตาเลย แม้กระทั่งยาเม็ดเดียว อยู่บนภูเขา ในสองทวีปอย่างใบถงและแจกันสมบัติทุกวันนี้ต่างก็ถือว่าเป็ นน้าใจที่ ไม่เล็กแล้ว ลู่ยงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ตอบตกลงสิ ทาไมจะไม่ตกลงเล่า?” จ้าวจู้กัดฟัน “หากอาจารย์รู ้สึกล าบากใจกลัวจะท าลายมิตรภาพ ก็ให้ศิษย์เป็ นคนชั่วเองเถอะ คราวหน้าข้าจะเป็ นคนปฏิเสธค าขอร ้อง ของเจ้าขุนเขาเฉินหรือไม่ก็สานักกระบี่ชิงผิงอย่างละมุนละม่อมเอง” ลู่ยงโบกแส้ปัดฝุ่ น หันหน้ามายิ้มมองลูกศิษย์ที่พูดจาจริงใจสี หน้าก็หนักแน่นผู้นี้ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า ข้าไม่ได้ปฏิเสธ ด้วยตัวเอง แต่ให้เจ้าออกหน้าแทน อีกฝ่ ายที่รู ้ดีอยู่แก่ใจจะไม่ยิ่งเสีย ความรู ้สึกมากกว่าเก่าหรอกหรือ?” ผู้ฝึกตนเฒ่าหันกลับไปมองทะเลเมฆอีกครั้ง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ใน วิถีทางโลกที่ซับซ ้อนที่เต็มไปด้วยคนที่หลอกลวงกัน มีคนจริงใจอยู่ น้อยนิดใบนี้ พวกเรามักจะไม่ถือสาหากโดนคนฉลาดหลอก แต่พวก เราจะเจ็บแค้นที่ตัวเองถูกคนโง่มองเป็ นคนโง่แล้วหลอกเอา”จ้าวจู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ากล่าว “เป็ นศิษย์ที่คิดง่ายๆ ไป เอง”ผู้ฝึกตนเฒ่าส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “พูดถูกแค่ครึ่งเดียว เป็ นเพราะ เจ้ายังคิดได้ไม่เรียบง่ายมากพอ”ที่แท้คราวก่อนที่เรือเฟิงยวนเดินทางผ่านท่าเรือของภูเขาชิงจิ้ง เจ้าขุนเขาเฉินท่านนั้นได้ทาหน้าหนา บากหน้ามาขอสั่งจองยานั่งลืม ตนที่เป็ นป้ ายอักษรทองของตาหนักพยัคฆ์เขียวจากเทพเขียนผู้เฒ่าลู่ล่วงหน้าอีกครั้งบอกว่าเป็ นยาที่ขอให้แทนสหายคนหนึ่งที่เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขต ปลายทางซึ่งจะมารับหน้าที่เป็ นราชครูคนใหม่ของต้าเฉวียน หันกวง หู่ทุกวันนี้คนที่มาขอยาจากตาหนักพยัคฆ์เขียวมีมากมายดุจปลา ตะเพียนข้ามแม่น้า ลู่ยงได้แต่เลือกตอบตกลงกับบางคนเท่านั้น อีก ทั้งยังไม่เคยรับประกันวันเวลาที่แน่ชัดในการส่งมอบยาจ าแลงขนนก ให้กับกองก าลังฝ่ายใดสานักกุยหยกที่อยู่ทางทิศใต้สุดของใบถงทวีป อารามจินติ่งทาง ทิศเหนือ เสี่ยวหลงชิวถ้ามังกรขาว ฯลฯ หากขยับขึ้นเหนือไปอีก อย่างแจกันสมบัติทวีป คนที่มาขอยาก็ยิ่งมีจานวนไม่น้อย ซ่งมู่ลั่ว อ๋องแห่งเมืองหลวงส ารองต้าหลี ส านักโองการเทพของเทียนจวินฉี เจิน และยังมีศาลบรรพบุรุษสองแห่งของส านักการทหารอย่างศาลลม หิมะและภูเขาเจินอู่ในแจกันสมบัติทวีป ตระกูลฝูนครมังกรเฒ่า สกุล เจียงอวิ๋นหลิน ตาหนักฉางชุน อารามหลิงเฟยของ เฉาหรงเซียนจวิน ลัทธิเต๋า…ทางฝั่งของล่างภูเขาใบถงทวีปก็มีราชวงศ์ใหญ่สิบแห่งที่เพิ่งถูกคัดเลือกมาใหม่ล่าสุด เกินครึ่งก็ไม่มีใครลืมตาหนักพยัคฆ์ เขียว บ้างก็เป็ นฮ่องเต้ที่เขียนจดหมายมาด้วยตัวเอง หรือไม่อย่างนั้น ก็เป็ นราชครู เจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้นที่ช่วยเขียนแทนให้ ล้วน ต้องการสั่งจองยาจากลู่ยงล่วงหน้า สั้นสุดก็สามร ้อยปี นานสุดก็ห้า ร ้อยปี ลู่ยงอย่าได้หวังว่าจะมีเวลาว่างทว่าต่อให้เป็ นเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นตอนที่เฉินผิงอันเปิดปากขอสั่ง จองยาล่วงหน้า เทพเซียนผู้เฒ่าลู่ก็ยังไม่มีความลังเลใดๆ เขาตอบตก ลงทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด “มีอะไรให้ต้องล าบากใจกันเล่า เดิมที หลิวจงผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของราชสานักต้าเฉวียนก็มาขอยาจาก ผินเต้าหนึ่งเตา ตอนนั้นใช ้คาถาถ่วงเวลากับเขาไป ก็ถือเสียว่ามอบ ให้สกุลเหยาต้าเฉวียนล่วงหน้าก็แล้วกันตอนนั้นเฉินผิงอันกล่าวอย่างเคอะเขินว่า “พี่ใหญ่ลู่ ข้าจะ พยายามรับรองให้เรื่องเดิมไม่ทาซ้าสามครั้งหนึ่งตัวเองขอเอง ครั้งหนึ่งขอให้เรือนอวิ๋นฉ่าวผูซาน ครั้งนี้ ช่วยขอให้หันกวงหู่ลู่ยงหัวเราะเสียงดังกังวาน “เรื่องดีไม่รังเกียจว่ามีมาก น้องเฉิน อย่าได้เกรงใจข้าเลยคนบ้านเดียวกันไม่พูดจาห่างเหินหรอกนะอันที่จริงเรื่องที่จะสร ้างตาหนักพยัคฆ์เขียวขึ้นมาใหม่ ลู่ยงก็ได้ ทาตามข้อตกลงที่มีกับเฉินผิงอันก่อนหน้านี้ มอบใบรายการยาวเป็ น พรวนไปให้โดยไม่มีความเกรงใจใดๆ ให้เรือเฟิงยวนที่เดินทางผ่านสถานที่ของสามทวีปช่วยหาซื้อของทุกอย่างที่ต้องการ ตอนนั้นเฉิน ผิงอันเองก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ได้ก าไร แต่ก็ไม่ขาดทุนแต่เฉินผิงอันก็ยังเกรงใจอย่างมาก ก่อนจะลงจากภูเขาจึงมอบ ป้ ายสงบสุขที่เก็บรักษามานานชิ้นหนึ่งมาให้ แกะสลักเลขแปดลู่ยงไม่ได้เล่นตัวใดๆ เขารับไว้ทันทีอันที่จริงเฉินผิงอันกับตาหนักพยัคฆ์เขียวและลู่ยงก็ถือว่ามีบุญ สัมพันธ ์ต่อกันอย่างมากแล้วต้องรู ้ว่าสมบัติหนักชิ้นแรกที่เฉินผิงอันหล่อหลอมขึ้นมาได้ก็ เพราะใช ้เตาตู้ทองห้าสีที่ซื้อมาด้วยเงินฝนธัญพืชห้าสิบเหรียญภายหลังถึงสามารถหลอมวัตถุแห่งชะตาชีวิตห้าธาตุชิ้นหนึ่ง ออกมาได้ส าเร็จบนทะเลเมฆเหนือนครมังกรเฒ่าโดยมีฟ่ านจวิ้นเม่า ช่วยปกป้ องมรรคาให้ฟ่ านจวิ้นเม่าเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า อย่างเจ้านี่ไม่เรียกว่าซื้อ แต่ต้องเรียกว่าเก็บมาได้ถึงจะถูก“จ้าวจู้ สุดท้ายนี้อาจารย์จะสอนวิชาลับในการอยู่ร่วมกับสังคม ให้เจ้าสองข้อ จงจดจ าให้ขึ้นใจ ไตร่ตรองดูให้มาก จะมีประโยชน์ต่อ เจ้าไปตลอดชีวิต”“ศิษย์ยินดีรับฟังอย่างละเอียด”“การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมต้องคิดคานวณอย่างละเอียด ชัดเจนกับคนที่เฉลียวฉลาด ไม่อย่างนั้นเขาไม่หลอกเจ้าแล้วจะ หลอกใคร ในขณะเดียวกันก็ปฏิบัติต่อคนฉลาดอย่างจริงใจ จ าไว้ว่า เจ้าโง่เล็กน้อยก็เท่ากับฉลาดเพิ่มขึ้นมาสองส่วน”จ้าวจู้จดจาคาพูดที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์นี้เงียบๆ จากนั้นก็ รอประโยคถัดไป แต่อาจารย์กลับเงียบไม่เอ่ยอะไรต่อ