ตอนที่ 2805
บทที่ 1049.3 ภูเขาสายน้าของที่แห่งนี้ประหนึ่งรังโจร
October 21, 2026
ชุยตงซานดีดปลายเท้าเหยียบไปบนกาแพงเรือน จากนั้น กระโดดตัวอีกทีลอยขึ้นไปบนหลังคา นั่งลงข้างกายนักพรตเนิ่น เอ่ย เสียงเบาว่า “นักพรตเนิ่น บอกตามตรงนะ ทุกวันนี้พวกเราเพิ่งจะ สร ้างส านัก…” นักพรตเนิ่นแย่งพูดทันใด “ข้าไม่มีเงิน!” ยังคงเป็ นหลี่ไหวที่พูดได้ถูกต้อง เป็ นคนจะปล่อยให้ศักดิ์ศรี หน้าตาจูงเดินไปไม่ได้ อีกอย่างก็ไม่ใช่ว่านักพรตเนิ่นแกล้งทาเป็ นจน แต่ความจริงคือ เป็ นเช่นนี้จริงๆ อยู่ที่ภูเขาใหญ่แสนลี้มาปีแล้วปีเล่า เงินเทพเซียนที่ สะสมมาอย่างยากลาบากก่อนหน้านั้นได้ถูกเถาถิงแห่งเปลี่ยวร ้างที่ ท้องร ้องโครกครากกินไปหมดแล้ว เจ้าคิดว่าเฒ่าตาบอดที่ขอบเขตสูงเท่าไรก็ยิ่งฉุนเฉียวเจ้า อารมณ์มากเท่านั้นเป็ นคนดีนักหรือ? เขาจะสนใจเรื่องอาหารการกิน ของข้าหรือไร? ถึงท้ายที่สุดในกระเป๋ าเงินของเถาถิงแห่งเปลี่ยวร ้างก็เหลือเงิน เทพเซียนแค่สามเหรียญ ชนิดละเหรียญ นั่นเป็ นเพราะตัดใจกินไม่ลง จริงๆ จึงคิดจะเก็บไว้เป็ นที่ระลึกให้กับตัวเองหากจะพูดถึงสมบัติวิเศษสมบัติอาคม วัตถุดิบวิเศษแห่งฟ้ าดิน หรือยาวิเศษอะไรนักพรตเนิ่นก็ยังพอมีอยู่บ้างสองสามชิ้น เพราะถึง อย่างไรก็เป็ นขอบเขตบินทะยานแล้ว แล้วยังเป็ นผู้ฝึ กตนเฒ่าที่มี ชื่อเสียงด้านความดุร ้ายอยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง หากไม่มีทรัพย์ สมบัติเสียบ้างเลย ออกจากบ้านก็อายที่จะโอภาปราศรัยกับสหาย สนิท เด็กหนุ่มชุดขาวคล้ายถูกค้อนทุบหนักๆ เข้าที่หัวใจ พลันอึ้งงัน เป็ นไก่ไม้ เอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “ผู้อาวุโสบนภูเขาที่มีชื่อเสียงมี คุณธรรมสูงส่ง อายุขัยการฝึกตนยาวนานอย่างนักพรตเนิ่น ถึงกับ …” นักพรตเนินพยักหน้า “ยากจน” คงเป็ นเพราะพูดจาแข็งกระด้างเกินไป นักพรตเนิ่นกังวลว่าจะ ท าลายความปรองดองได้ยินมาว่าบัณฑิตสายของเหวินเซิ่งขี้ฟ้ องกัน ทุกคน หากวันใดชุยตงซานเอาเรื่องไปฟ้ องหลี่ไหว ถึงอย่างไรก็จะไม่ ดี ดังนั้นนักพรตเนิ่นจึงปรับน้าเสียงให้อ่อนลง อธิบายว่า “หากข้ามี เงินจริงๆ ไฉนยังต้องมาขอกินขอดื่มอยู่กับหลงหรานเซียนจวินด้วย เล่า” ชุยตงซานถูมือกล่าว “ไม่มีเงินสักเหรียญเลยหรือ ถ้าอย่างนั้นผู้ อาวุโสยินดีออกแรงสักกี่ส่วนล่ะ?”นักพรตเนิ่นรู ้สึกระแวงทันที “ออกแรง? หมายความว่ายังไง? ใน เมื่อเป็ นคนกันเองก็คงต้องรบกวนให้เจ้าส านักชุยพูดจากันอย่าง ตรงไปตรงมาหน่อย” “เรื่องที่ควักเงินซื้อภูเขามาจากราชสานักแคว้นต่างๆ ข้า สามารถพึ่งพาตัวเอง จะให้ไปหยิบยืมจากคนอื่นก็ดี หรือเชื่อเงินกับ คนอื่นก็ช่าง สรุปแล้วต่อให้ต้องรื้อกาแพงตะวันออกมาซ่อมก าแพง ตะวันตกก็พอจะฝืนท าให้ส าเร็จได้” “ภูเขาทั้งหลายที่ถูกจักรพรรดิแคว้นต่างๆ มองเป็ นซี่โครงไก่ พวกมันไม่มีขาเดินเองได้เสียหน่อย เรื่องของการย้ายภูเขาสิ้นเปลือง ปราณวิญญาณของผู้ฝึกลมปราณมากเกินไปขอบเขตของผู้เยาว์ไม่ มากพอ เป็ นแค่เซียนเหรินตัวเล็กๆ เท่านั้น แล้วก็ไม่มีวิชาอภินิหาร ล้าเลิศที่สามารถเก็บขุนเขาไว้ในกระเป๋ า รองรับเขาพระสุเมรุเมล็ดงา ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องแบกภูเขาหนักๆ กลับสานักก็เป็ นเรื่องเหน็ด เหนื่อยยากลาบากเกินกว่าจะหาคามาบรรยายได้ หลายต่อหลายครั้ง ที่เรียกฟ้ าฟ้ าไม่ขาน จนข้านึกอยากจะเอาหัวโหม่งตายให้รู ้แล้วรู ้รอด ไปเลย” “นักพรตเนิ่นไม่มีเงิน ผู้เยาว์ไม่มีขอบเขต พี่น้องคู่ทุกข์คู่ยาก มิน่าเล่าถึงได้ถูกชะตากันนัก” นักพรตเนิ่นหัวเราะร่วน “ข้ามาใบถงทวีปครั้งนี้ก็เพราะอาจารย์ ของเจ้าเชิญให้มาช่วยเรื่องย้ายรากภูเขาระหว่างที่มีการขุดเจาะลา น้าใหญ่ ข้อเรียกร ้องนี้ของเจ้าถือเป็ นเรื่องส่วนตัวสินะ?”หยุดคิดไปครู่หนึ่ง นักพรตเนิ่นก็เอ่ยต่ออีกว่า “หากเจ้าสานักชุย ยินดีเปิดปากพูดกับอาจารย์ของตัวเอง ขอกระดาษเอกสารแผ่นหนึ่ง มาจากยอดเขาจี้เช่อภูเขาลั่วพั่ว งานครั้งนี้ต่อให้ยุ่งยากแค่ไหน ข้าก็ พร ้อมจะช่วย” ติดตามอยู่ข้างกายหลี่ไหว นักพรตเนิ่นได้เรียนรู ้การอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นมาไม่น้อย หนึ่งเพราะกังวลว่าชุยตงซานจะตัดสินใจท าอะไรเอง โดยพลการ เดือดร ้อนให้ตนต้องเปลืองแรงเปล่า หากท าอะไรผิดไป เกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่มีใครมาคอยช่วยแก้ต่างให้ หากเฉินผิง อันเป็ นคนพูดเอง หรือจะดีจะชั่วก็มีหลักฐานตัวอักษรดาบนกระดาษ ขาวสักแผ่น วันหน้าหากเกิดปัญหาใดๆ ก็สามารถผลักไปให้เฉินผิง อันได้ อิ่นกวานหนุ่มผู้นี้แม้จะหมกมุ่นในทรัพย์สินเงินทองไปสัก หน่อย แต่กลับถือว่าเป็ นคนมีคุณธรรมมีสัจจะ อีกอย่างถึงแม้ตนจะเป็ นบรรพบุรุษของสายย้ายภูเขา คือบรรพ จารย์อย่างสมศักดิ์ศรีนอกจากจูเยี่ยนแล้วก็ไม่มีใครมาทัดเทียมกับ ตนในเรื่องนี้ได้อีก การย้ายรากภูเขาเป็ นเรื่องง่ายเหมือนแค่กวักมือก็ เสร็จ แต่จะให้เขาออกแรงเปล่าๆ ย่อมไม่ได้ เฉินผิงอันกับเจ้าคนแซ่ ชุยตรงหน้าผู้นี้ต่างก็ต้องติดค้างน้าใจตนครั้งหนึ่งถึงจะได้นี่เรียกว่ารัดกุมไร ้ข้อผิดพลาดใดๆ อีกทั้งยิงธนูดอกเดียวยังได้ นอกถึงสองตัวขุยตงซานท าท่าโล่งใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก “มีสิ จะไม่ มีจดหมายได้อย่างไรมีการตอบกลับกันมาตั้งนานแล้ว หากไม่มีการอนุญาตและคาสั่งจากอาจารย์ ผู้เยาว์จะกล้ามารบกวนผู้อาวุโสได้ อย่างไร นั่นดูจะไร ้มารยาท ไม่มีความพิถีพิถันเกินไปแล้ว ใต้หล้านี้ ไม่มีหลักการในการเป็ นผู้เยาว์เช่นนี้”ชุยตงซานหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ ยื่นส่งให้ ด้วยสองมือนักพรตเนิ่นเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ในชายแขนเสื้อ ไม่ได้เปิด อ่าน พยักหน้าเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไปกับเจ้าสานักชุยสักรอบ ถือเสียว่าไปอุ่นมือดูก่อน”ในเมื่อมีจดหมายลายมือของอิ่นกวานหนุ่มอยู่แล้ว การช่วยเหลือ ครั้งนี้หากไม่ทาก็จะเสียเปล่า เพราะหากจะคิดกันจริงๆ จังๆ ขึ้นมา ก็ อย่าว่าแต่การย้ายภูเขาที่ง่ายดายเหมือนยกฝ่ ามือเลย หากจะให้ช่วย หลอมภูเขาด้วยก็ยังไม่เป็ นปัญหา ถึงอย่างไรก็ถือเป็ นการฝึ กตน ทั้งนั้นมารดามันเถอะ เด็กหนุ่มผู้นี้จะดีจะชั่วก็เป็ นถึงเจ้าสานักของ สานักแห่งหนึ่ง แล้วยังเป็ นลูกศิษย์ของลูกศิษย์เหวินเซิ่งด้วย คงไม่ หลอกตนในเรื่องแบบนี้หรอกกระมังดังนั้นจึงไม่เปิ ดจดหมายอ่านต่อหน้าอีกฝ่ ายแล้ว เพราะถึง อย่างไรบัณฑิตของใต้หล้าไพศาลก็รักศักดิ์ศรีหน้าตากันทั้งนั้นใต้หล้าไพศาลที่มีข้อพิถีพิถันยิบย่อยในทุกเรื่องราวไม่อาจเทียบ กับบ้านเกิดที่ “เดินท่องใต้หล้าด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า” อยู่ที่นี่อาศัยแค่ขอบเขตสูงอย่างเดียว ต่อให้จะตีรันฟันแทงเก่งแค่ไหนก็ยังอยู่ไม่ได้ ต่อให้เจ้าจะเป็ นขอบเขตบินทะยาน แต่ไม่รู ้จักวางตัวให้ดี ทางที่เดินก็ อาจจะแคบลงได้ มีเพียงสหายที่รู ้จักคุ้นเคยกันมีมากเข้า ความสัมพันธ ์ควันธูปบนภูเขามีเยอะ ถึงจะสามารถทาอะไรก็ราบรื่น ชนจอกสุราพูดคุยกับผู้คนอย่างสนุกสนาน ร่วมงานเลี้ยงสุรางานแล้ว งานเล่าชุยตงซานท าท่าเงยหน้ายกมือกระดกแก้ว หัวเราะคิกคักเอ่ยว่า “นักพรตเนิ่น ทางฝั่งของท่าเรืออวี่หลินมีเรือข้ามฟากบ้านพวกเราอยู่ ลาหนึ่ง ด้านบนมีสุราดีๆ ไม่สู้ไปดื่มอีกสักมื้อ?”นักพรตเนิ่นคิดแล้วก็รู ้สึกว่าถึงอย่างไรก็อยู่ว่างไม่มีอะไรทา ดื่ม เหล้าก็ดื่มเหล้าสิ ยังคงยึดมั่นในจุดมุ่งหมายนั้น มีสหายบนภูเขาเพิ่ม มาก็มีเส้นทางให้เดินเพิ่มขึ้นคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มชุดขาวจะไม่ใช ้วิธีของตระกูลเซียน แต่เลือก จะเดินเท้าไปที่ท่าเรืออวี่หลิน นักพรตเนิ่นรู ้สึกอ่อนใจเป็ นทบทวี แต่ จะให้เขาเปลี่ยนใจก็ไม่ได้ จึงได้แต่เดินตามอีกฝ่ายไปบนเรือข้ามฟากถงอิน หลังจากชุยตงซานจากไป อาศัยการ พูดคุยกับอาจารย์จ้งท าให้รู ้ว่าที่แท้พอชุยตงซานได้เป็ นเจ้าส านักก็ เป็ นขุนนางใหม่ที่ไฟแรงสามกองวันนี้เรื่องที่พวกเขาจะต้องหารือกันก็คือเรื่องที่ไม่เหมือนกับภูเขา ลั่วพั่วอย่างมากไม่เหมือนกับ “กาวเปียกหนึ่งก้อน ที่สมัครสมานกลมเกลียวกัน ของภูเขาลั่วพั่ว ส านักกระบี่ชิงผิงที่เป็ นสานักเบื้องล่าง เมื่อมาอยู่ใน มือของชุยตงซานเจ้าส านักคนแรกก็ได้เข้าสู่การปฏิรูปที่เรียกได้ว่า เฉียบขาดเด็ดเดี่ยว ยกตัวอย่างเช่นมีการก่อตั้งสามจวนหกกองแปด หน่วยขึ้นมาใหม่หมด ว่ากันว่าวันหน้ารอให้จานวนสมาชิกบน ทาเนียบของสานักมีเพิ่มขึ้นแล้ว นอกจากสามจวนที่จะไม่มีการ เพิ่มเติมใดๆ แล้ว ที่ว่าการของกองงานและหน่วยงานที่เหลือจะยังมี องค์กรต่างๆ ขยับขยายเพิ่มขึ้นมาบนรากฐานเดิมที่มีอยู่อีกบนผนังในห้องแขวนภาพแผนที่ขนาดใหญ่ยักษ์ของสานักกระบี่ ชิงผิงเอาไว้ ใช ้หมึกสีแดงระบุพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของยอดเขา ทั้งหลายที่แตกต่างกัน รวมไปถึงใช ้หมึกสีดาวาดวงกลมที่ตั้งของ “ที่ว่าการ” กองงานและหน่วยงานต่างๆ เอาไว้ก่อนหน้านี้อยู่ในศาลบรรพจารย์ยอดเขามี่เซวี่ย มีฉางมิ่งบรรพ จารย์ผู้คุมกฏของภูเขาลั่วพั่วสานักเบื้องบนมาเป็ นผู้ป่ าวประกาศ รายชื่อสมาชิกศาลบรรพจารย์ของสานักกระบี่ชิงผิงสานักเบื้องล่างเฉินผิงอันเจ้าสานักเบื้องบน ชุยตงซานเจ้าสานักเบื้องล่าง เก้าอี้ สองตัวตั้งหันหน้าเข้าหากัน