ตอนที่ 2804
บทที่ 1049.2 ภูเขาสายน้าของที่แห่งนี้ประหนึ่งรังโจร
October 21, 2026
เฉินผิงอันลังเลอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังใช ้วิธีเสียงในใจเอ่ยความใน ใจที่เขาเก็บกลั้นมานานหลายปีแล้ว “เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไม่เคย หยุดพักทั้งกลางวันกลางคืน ลาบากอาจารย์ใหญ่แล้ว” คาโบร่าโบราณในหมู่ชาวบ้านมักจะมีคากล่าวทานองว่าความ ยุติธรรมอยู่ในใจคนหรือไม่ก็บอกว่าในใจของชาวบ้านมีตาชั่ง…คา กล่าวทานองนี้มองดูเหมือนเป็ นคาเลื่อนลอยแต่สาหรับบัณฑิตที่ได้ ครอบครองตัวอักษรแห่งชะตาชีวิตคนแรกของโลกมนุษย์ผู้นี้กลับ ไม่ใช่ถ้อยคาที่เหลวไหลแม้แต่น้อย บนเส้นทางของโลกมนุษย์ ทั้งใน และนอกต ารา ทุกค าพูดการกระท า ความดีความเลวทุกอย่างที่ขยาย ยาวออกไปจากคาพูดหนึ่งประโยคหรือเรื่องหนึ่งเรื่อง เมื่อมาปรากฏ กับอาจารย์ใหญ่เต้าหลิงท่านนี้ก็ล้วนชัดเจนอยู่ในสายตาชัดเจนอยู่ ในหู เสียงพวกนั้นมากมายเหมือนอาณาประชาราษฎรในโลกมนุษย์ มากมายเหมือนรถม้าบนถนนหนทางที่เดินทางไม่หยุดพักทั้ง กลางวันกลางคืน เสียงดังสนั่นดุจเสียงฟ้ าค าราม บัณฑิตสวมชุดผ้าฝ้ ายที่ห้อยกระบวยตักน้าใบหนึ่งไว้ตรงเอว ไม่ได้จงใจจะโอ้อวดตัวตนของตัวเองกับคนบนโลก แต่นี่เป็ นการ “จาแลงแห่งมรรคา” ที่แสดงออกมาภายนอกอย่างหนึ่ง ้ มีความเป็ นไปได้อย่างมากว่าในกระบวยมีน้ามากหรือน้อยก็คือ ความตื้นลึกของความเมตตากรุณาในโลกมนุษย์ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ นการคาดเดาของเฉินผิงอันเอง บัณฑิตสวมชุดผ้าฝ้ ายยิ้มเอ่ย “เป็ นเพื่อนบ้านกับมรรคา ยินดี และมีความสุขยิ่ง” “ในความเห็นของข้า การเปลี่ยนแปลงของวิญญูชนมีอยู่สาม อย่าง หนึ่งเปลี่ยนไปเป็ นปราชญ์ สองเปลี่ยนไปเป็ นอริยะ พอเปลี่ยน อีกครั้งก็เปลี่ยนไปถึงมรรคา” “มีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่ยากจนและพร ้อมอุทิศตนเพื่อ ศีลธรรม เชื่อว่าอาจารย์ฉีก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็ นการปฏิบัติหน้าที่อันพึงกระทาของอริยะปราชญ์ หรือการ ใช ้ความแค้นตอบแทนความแค้นของวีรบุรุษผู้กล้า เจ้าคิดว่า จ าเป็ นต้องทาก็ทาให้เต็มที่ เพียงแต่ว่าในสภาพจิตใจไม่ควรให้มีการ อืดอาดชักช ้ามากเกินไป เชื่อว่าอาจารย์ฉีเองก็ไม่ต้องการให้จิตแห่ง มรรคาของเจ้าติดขัด เป็ นอุปสรรคต่อการฝึกตนเพราะเหตุนี้” เฉินผิงอันพยักหน้า บัณฑิตพลันถามว่า “เฉินผิงอัน เจ้ามองความรู ้ของหย่าเซิ่ง อย่างไร?” เฉินผิงอันเอ่ยเนิบช ้า “พูดถึงแค่สองประโยคที่ว่า “ยามยากจน ดูแลตนให้ดี ยามร่ารวยช่วยเหลือทั่วหล้า” “เมื่อการกระทาไม่ได้ ้ ผลลัพธ ์อย่างที่คาดการณ์ก็ควรย้อนกลับมาหาสาเหตุที่ตัวเอง” ก็มี สิทธิ์ที่จะสืบทอดต่อไปให้กับโลกยุคหลังได้อีกหมื่นปีแล้ว” “ยังมีอะไรอีก” เจ้าเฉินผิงอันอย่าคิดจะใช ้ประโยคนี้มา “ปัดให้เรื่องผ่านอย่างขอ ไปที” อยู่ไกลเกินกว่าจะพอมากนัก หากเจ้าไม่พูดถึงข้าดีๆ ข้าก็คงไม่เอาเรื่องนี้มาทดสอบเจ้าแล้ว เห็นว่าเฉินผิงอันคล้ายจะถูกคาถามทาให้สะอึกอึ้ง เขาก็ยิ้มเอ่ย “เปลี่ยนคาถามเป็ นรูปธรรมที่ไม่เลื่อนลอยเหมือนเมื่อครู่แล้วกัน ไม่สู้ เจ้าลองพูดถึงความคิดที่มีต่อการโต้เถียงแบบฉี่หลิ่วและการโต้เถียง แบบน้าเชี่ยวให้ฟังคร่าวๆ หน่อยเถอะ” เฉินผิงอันกล่าว “ก่อนจะตอบคาถามข้อนี้ของอาจารย์ใหญ่ ข้า ขอพูดถึงความเข้าใจส่วนตัวของข้าสักสองสามข้อก่อน” “มนุษย์เราแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานเพียงเล็กน้อย หลักๆ แล้ว เป็ นเพราะมนุษย์มีคุณธรรมและสติปัญญา หากไม่มีสี่คุณธรรม พื้นฐาน มนุษย์ก็จะไม่ใช่มนุษย์ ผู้ฝึกลมปราณที่เดินขึ้นเขาฝึ กตน จาเป็ นต้องเข้าใจสัจธรรมในเรื่องนี้มากกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป” “แต่ข้ากลับไม่เห็นด้วยในคากล่าวที่ว่า “เด็กน้อยสองสามขวบไม่ มีใครที่ไม่รู ้จักรักพ่อแม่ของตน รอกระทั่งพวกเขาเติบใหญ่ก็ไม่มีใคร ที่ไม่รู ้จักให้ความเคารพพี่ชายของตน” หย่าเซิ่งมองข้ามครอบครัว ตระกูล รอยตราประทับจากประสบการณ์ที่ขนบธรรมเนียมของ ้ สถานที่แห่งหนึ่งมีต่อคน มองข้ามสัญชาตญาณที่คนคนหนึ่งเกิดมา ก็เอนเอียงเข้าหาผลประโยชน์หลีกเลี่ยงหายนะ” “มีเพียงประโยคเดียวที่ข้าคิดว่าหย่าเซิ่งตั้งใจอย่างลึกซึ้งยาวไกล มีเพียง “ค าพูดเทพเซียนบนภูเขา” ประโยคเดียวเท่านั้น นั่นคือ “มนุษย์มีจิตสานึกพื้นฐานที่เหมือนกัน…” ฟังมาถึงตรงนี้ บัณฑิตสวมชุดผ้าฝ้ ายก็หัวเราะ ถึงกับไม่ยอมให้ เฉินผิงอันพูดต่อไป “หยุดแค่นี้เถอะ” อาจารย์ใหญ่ท่านนี้ก็ไม่ได้บอกว่าเขาพูดถูกหรือว่าพูดผิด เฉินชิงหลิวลุกขึ้นยืน ไม่รู ้ว่าเหตุใดจู่ๆ ถึงรู ้สึกคิดถึงศิษย์พี่ หญิงเซี่ยคนโง่ผู้นั้นขึ้นมาเสียแล้ว ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายของตน กลับกลายเป็ นว่าศิษย์พี่ หญิงเซี่ยรักหลิ่วเต้าฉุนที่สมองไม่ค่อยเฉียบไวอย่างลาเอียงมากที่สุด แต่กลายเป็ นว่านางกลับไม่มีอะไรให้พูดคุยเจิ้งจวีจงชุดคลุมเต๋าสีชมพูที่สะดุดตาตัวนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็ นศิษย์พี่ หญิงเซี่ยที่มอบให้หลิ่วเต้าฉุนเป็ นของขวัญพบหน้า นอกจากนี้ยัง มอบหอแก้วใสเป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแก่เขาด้วยคงเป็ นเพราะมีความสัมพันธ ์ชั้นนี้อยู่ เฉินชิงหลิวจึงมีความ ล าเอียงต่อลูกศิษย์คนเล็กที่ชื่อว่าหลิ่วชื่อเฉิงอยู่หลายส่วน้หลิ่วชื่อเฉิงเป็ นแค่ลูกศิษย์คนเล็ก อันที่จริงเฉินชิงหลิวยังไม่ได้ รับลูกศิษย์ปิดส านัก แต่หลิ่วชื่อเฉิงกลับเรียกตัวเองว่าเป็ นลูกศิษย์ปิด ประตูของอาจารย์ด้วยความภาคภูมิใจมาโดยตลอดปิดประตู? อย่างเจ้านั่นเรียกว่าดักขวางอยู่หน้าประตูมากกว่าเฉินชิงหลิวถอนหายใจเบาๆ ต้นไม้ดอกไม้ในภูเขาลูกนี้มี มากมาย ขาดก็แต่ต้นท้อไปเท่านั้น กลับเป็ นตรอกเถาเย่ในเมืองเล็ก ที่ดอกท้อบานสะพรั่งทั้งสีแดงเข้มสีชมพูอ่อนไม่เงียบเหงาหากวันใดข้าได้เป็ นเทพเจ้าแห่งวสันตฤดู ข้าจะจัดให้ดอก เบญจมาศและดอกท้อเบ่นบานในฤดูใบไม้ผลิพร ้อมกันก่อนหน้านี้เฉินชิงหลิวช่วยเปิดปากขอเทียบอักษรมาให้สองชิ้น ชิ้นหนึ่งที่มอบให้กับภูเขาลั่วพั่ว ซินจี้อันตัดเนื้อหามาจากเนื้อหาเก่า ในกวีสือไผที่มีชื่อว่าทานองเพลงสายน้าเนิ่นนานที่นักเดินทางไม่ได้มาเยือน ทิวทัศน์อันงดงามยังคงรอ คอยท่านอยู่…ปลุกแสงจันทร ์ให้ส่องสว่างไสว สาดส่องลงมายังน้าแข็ง และหิมะในใจของข้า ร ้อยธารายังไหลรินยิ่งใหญ่ตระการโดยไม่ทันรู ้ตัว ในภูเขาของภูเขาลั่วพั่วเวลานี้ล าพังแค่ผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานและเหนือขอบเขตบิน ทะยานขึ้นไปก็มีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่ คนพิฆาตมังกร เฉินชิงหลิวซินจี้อัน เสี่ยวโม่ ป๋ ายจิ่ง้ขุนนางผู้เรียบเรียงต าราของภูเขาลั่วพั่ว เด็กชายผมขาวที่ใช ้ นามแฝงว่าคงโหว เทวบุตรมารนอกโลกที่เป็ นขอบเขตบินทะยานเต้าหลิง โจวกั๋ว เหมินหมิ่น หลีโหวที่เลื่อนขั้นเป็ นสิบศิษย์เอกผู้มี เทวรูปตั้งวางในศาลบุ๋นหากยังรวมผู้ฝึ กตนเฒ่าขอบเขตก่อก าเนิดจากหลิวเสียทวีป อย่างจิงเฮาฉายาชิงกงไท่เป่าที่ไม่กล้าโผล่หน้ามาเข้าไปด้วยก็มีถึงสองมือนับแล้วอืม เจ้าขุนเขาของภูเขาแห่งนี้ที่เป็ นเจ้าบ้าน คือขอบเขต ก่อก าเนิด……เมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียน ชิงถงแยกย้ายกับหย่างจื่อแล้วก็เดิน เล่นไปตามตรอกซอกซอยเพียงล าพังอย่างไร ้จุดหมายจู่ๆ ก็มองเห็นเด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งตรงมุมเลี้ยวของตรอกที่ ค่อนข้างเงียบสงัด เขายืนเอนหลังพิงก าแพง ในมือถือกังหันลม กระดาษพับสีสันสดใสหากจะให้พูดจากใจจริงๆ ชิงถงยินดีที่จะคบค้าสมาคมกับเฉินอิ่ นกวาน แต่ไม่ยินดีจะพบเจอกับคนผู้นี้เลยจริงๆ้ชุยตงซานเดินเร็วๆ มาหาชิงถง ระหว่างที่เขาเดินกังหันลมสีสัน สดใสก็หมุนติ้วๆ เขาเอ่ยด้วยสีหน้ากระตือรือร ้นว่า “ได้เจอกับรองผู้ ถวายงานชิงถงนอกภูเขาได้ ข้าดีใจเหลือเกิน!”เค่อชิงอันดับหนึ่งของสานักกระบี่ชิงผิงคือเย่อวิ๋นอวิ๋นแห่งผูซาน ส่วนผู้ถวายงานอันดับรองก็คือชิงถงที่อยู่ตรงหน้านี้แล้วอาจารย์เคยพูดอย่างเปิดเผย ให้คาวิจารณ์ที่สูงมากต่อสหาย ชิงถง บอกว่าเขาก็คือภูเขาที่มองไม่เห็นลูกที่สี่ของสานักกระบี่ชิงผิงดังนั้นจึงได้เชิญให้เขามาเป็ นผู้ปกป้ องมรรคาที่สถานะถูกปิดบัง อ าพรางเอาไว้ของสานักเบื้องล่างด้วยตัวเองเฉินผิงอันยังรับปากว่าจะพาอาจารย์ของเขาไปช่วยพูดจาเป็ น ธรรมให้กับชิงถงที่ศาลบุ๋น้้้้