ตอนที่ 2807
บทที่ 1050.1 เวทกระบี่ของเฉินชิงตูธรรมดาสามัญ
October 21, 2026
“อ่านต าราพิชัยยุทธสามารถหลบร ้อน ร ้อยช่องโพรงเย็นสบาย อ่านกวีที่ดีเหมือนได้ขับไล่ความเหน็บหนาว ทั่วร่างอุ่นซ่าน เวลานี้ ทิวทัศน์เช่นนี้ พวกเราสามพี่น้องควรจะดื่มน้าผงรากบัวกันสักชาม” ขุยตงซานยิ้มพลางหยิบน้าผงรากบัวใส่น้าแข็งสองชามออกมา จากชายแขนเสื้อ ยื่นส่งให้กับเจียงซ่างเจินและเฝิงเซวี่ยเทา เฝิงเซวี่ย เทาเอ่ยขอบคุณ รู ้สึกว่าตัวเองตามความคิดของเจ้าส านักชุยไม่ทัน เลยจริงๆ ชุยตงซานถามว่าต้องการซ ้อนหรือไม่ เจียงซ่างเจินบอกว่าไม่ ต้อง เขาถือถ้วยด้วยมือข้างเดียวเงยหน้ากระดกดื่มน้าผงรากบัว ชุย ตงซานเสกออกมาอีกสองชาม ถือไว้ในมือข้างละชาม ยกถ้วยฝั่งซ ้าย ที่ฝั่งขวาทีชุดเข้าปาก หนึ่งบินทะยานสองเซียนเหรินมีกลิ่นอายแห่งเทพเซียนกันเช่นนี้ บนฝั่งของท่าเรืออวี่หลินมีเทพธิดาหลายคนที่มาเยือนเพราะได้ ยินชื่อเสียง ไม่ได้เห็นหมี่อวี้ แต่กลับเห็นเด็กหนุ่มที่สวมชุดขาวพลิ้ว ไสวคนนั้นก็ให้รู ้สึกดีใจอย่างไม่คาดฝัน ชุยตงซานโบกมือให้พวกนางพลางพูดคุยถึงสถานการณ์ล่าสุด ของสานักเบื้องล่างกับเจียงซ่างเจินไปด้วย อยู่บนภูเขา มีเรื่องกับใคร ก็ไม่ควรไปมีเรื่องกับพวกพี่สาวเทพธิดาที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์รูปโฉมของผู้คนพวกนี้เด็ดขาด นี่ไม่เกี่ยวข้องกับขอบเขตว่าสูงหรือต่า พ่อ ครัวเฒ่าที่เป็ นคนอาบน้าร ้อนมาก่อนพูดไว้ได้ดี ขอแค่มี ความสัมพันธ ์ที่ดีกับพวกนาง ชื่อเสียงของสานักก็ไม่มีทางแย่อย่าง แน่นอน สานักกระบี่ชิงผิงได้สานสัมพันธ ์กับฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของสกุล หยวนราชวงศ์ต้ายวนแล้ว ราชวงศ์สกุลหยวนที่เดิมทีแบ่งออกเป็ น สามฝ่ าย ในที่สุดทุกวันนี้ก็กลับมารวมเป็ นหนึ่งเดียวกันได้อีกครั้ง หยวนอิ๋งขึ้นครองราชย์ตั้งตนเป็ นจักรพรรดิ หยวนลี่และหยวนมี่ยอม ยกธงขาวไปเป็ นอ๋องเจ้าเมือง สานักกระบี่ชิงผิงเป็ นเพื่อนบ้านกับ ราชวงศ์ต้ายวน ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของสกุลหยวนรับปากว่าใน อนาคตไม่เพียงแต่ตัวอ่อนผู้ฝึกกระบี่ที่จะพบเจอได้หรือไม่ก็ต้องดูที่ โชควาสนาเท่านั้น ขอแค่เจอตัวเด็กในอาณาเขตของแคว้นที่เหมาะ กับการฝึกตนก็ล้วนจะส่งตัวมาที่ภูเขาเซียนตู ขอแค่ทางฝั่งของสานัก กระบี่ชิงผิงยินดีรับเอาไว้ พวกเขาก็จะกลายไปเป็ นลูกศิษย์ฝ่ ายนอก โดยอัตโนมัติ ส่วนจะได้อยู่ต่อหรือไม่ก็อยู่ที่วาสนาของพวกเขาเอง แล้ว นอกจาก “ไป้ กวาน” ที่เป็ นเค่อชิงแล้วก็ยังมีวังม่านเมิ่งผู้ฝึกตน หญิง เฉียนจวิ้นที่มีฉายาว่าเฉียนโหวเอ๋อร ์ ทุกวันนี้พวกเขาต่างก็ กลายเป็ นลูกศิษย์ฝ่ายนอกของสานักกระบี่ชิงผิงแล้วคนหนึ่งรับหน้าที่อยู่ในหน่วยหมักและผลิต เป็ นผู้ช่วยให้กับฉิวตู๋ ส่วนเฉียนโหวเอ๋อร ์นั้นรับหน้าที่อยู่ในหน่วยบุปผาจันทรา ถือว่าเป็ น ผู้ช่วยให้กับเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ นอกจากนี้ทางฝั่งของลาคลองหลินเหอก็ยังมีเสมียนจวนวารีของ พ่อปู่ลาคลองที่หัวไวมีไหวพริบอีกหลายคนที่จะได้เข้ามาอยู่ในอาณา เขตของภูเขาเซียนตู ยังไม่ได้ถูกบันทึกชื่อลงทาเนียบ แค่แขวนชื่อไว้ ที่ยอดเขาอู๋เฉาของชุยตงซานไปก่อนชั่วคราว หากจะบอกว่าภูเขาลั่วพั่วมีภูเขาใต้อาณัติเยอะ สมาชิกท าเนียบ มีน้อย องค์กรต่างๆ ก็น้อย เฉลี่ยแล้วบนภูเขาลูกหนึ่งก็มีคนอยู่แค่ ไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าอย่างนั้น “ที่ว่าการ” ของสานักกระบี่ชิงผิงก็แทบจะมีเยอะกว่า “ขุนนาง” ไปแล้วเฉลี่ยแล้วก็แทบจะหนึ่งคนต่อหนึ่งที่ว่าการเลย ทีเดียว? แล้วนับประสาอะไรกับที่เจียงซ่างเจินเองก็มองออกได้ในปราด เดียวว่า อีกเดี๋ยวกองงานใหญ่อย่างกองคุณความชอบและความผิด และกองประสานงานก็จะต้องมีที่ว่าการใต้อาณัติงอกเพิ่มขึ้นมาอีก มิน่าเล่าชุยตงซานถึงได้รีบร ้อนอยากรวบรวมผู้คนถึงเพียงนี้ ภู เขาลั่วพั่วไม่ต้องสนใจว่าจานวนคนจะมากหรือน้อยได้ แต่สานักเบื้อง ล่างกลับทาแบบนั้นไม่ได้เพียงแต่ว่ากิจธุระในบ้านของสานักเบื้องล่างพวกนี้ เขาเจียงซ่าง เจินที่เป็ นผู้ถวายงานของสานักเบื้องบนกลับไม่เหมาะจะมายุ่งเกี่ยว แล้ว หลีกเลี่ยงไม่ให้วันหน้าเก้าอี้ในศาลบรรพ จารย์ยอดเขาจี้เซ่อ ต้องหายไป แล้วนับประสาอะไรกับที่ยังต้องพิถีพิถันในเรื่องที่ว่า แม้กระทั่งพี่น้องแท้ๆ ก็ต้องคิดบัญชีกันอย่างชัดเจนด้วย เจียงซ่างเจินเอ่ยสัพยอก “ไม่เลือกขนาดนี้เลยหรือ?” ชุยตงซานยิ้มเอ่ย “ตะแกรงร่อน ตะแกรงร่อน ต้องร่อนออกมา ก่อนถึงจะเลือกได้ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็ นสตรีมากฝีมือแต่ไร ้วัตถุดิบปรุง อาหารก็แสดงฝีมือไม่ออกแล้ว” เจียงซ่างเจินถาม “ต้องการใช ้กรณีตัวอย่างส าเร็จรูปมาสอน อาจารย์ของเจ้าว่าควรจะจัดการกับสานักแห่งหนึ่งอย่างไรหรือ?” ชุยตงซานเอ่ยอย่างเดือดดาล “ข้าหรือจะกล้ามีความคิดเนรคุณ เช่นนี้ โจวอันดับหนึ่งเจ้าอย่าใส่ร ้ายคนอื่นนะ!” เจียงซ่างเจินยิ้มเอ่ย “อิจฉาเจ้าจริงๆ สามารถย้อนกลับมาเริ่ม ใหม่ได้อีกครั้ง ภูเขาตะวันออก (ตงซาน) ผุดขึ้นมาได้ใหม่” (เปรียบ เปรยว่าหวนกลับมาตั้งตัวเป็ นใหญ่อีกครั้งหนึ่ง)ความมีชีวิตชีวาของคนหนุ่มสาวและปณิธานที่กล้าแกร่งห้าว หาญมากมายมักจะถูกเรื่องราวบนโลกฉีกทิ้งจนกลายไปเป็ นชาก อ้อยไร ้รสหวานเกลื่อนเต็มพื้นด้วยขอบเขตและวิธีการของเจียงซ่างเจิน ต่อให้ไม่พูดถึงสถานะ ของผู้ฝึกตนท าเนียบส านักกุยหยกและเจ้าประมุขสกุลเจียง ก็ใช่ว่า เขาจะไม่สามารถเปลี่ยนสถานที่แห่งใหม่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่ มาเปิดภูเขาก่อตั้งพรรคได้เพียงแต่ว่าสภาพจิตใจของเขาไม่อนุญาต แล้วก็คร ้านจะหาเรื่อง ใส่ตัว ก็เหมือนเดินซ้าไปบนเส้นทางสายเดิม เดินได้มั่นคงก็จริง เพียงแต่ว่าทิวทัศน์ระหว่างก็ยังเหมือนเดิมเฝิงเซวี่ยเทาอิจฉาในความสัมพันธ ์ระหว่างเจียงซ่างเจินกับชุยตง ซานอยู่บ้าง บนภูเขาคิดอยากจะหาสหายแท้จริงที่มีปณิธานเดียวกัน อีกทั้งนิสัยยังเข้ากันได้ดีแบบนี้ให้เจอ ไม่เพียงแต่มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ ร่วมต้าน ยังร่วมกันทาเรื่องราวต่างๆ อยู่ด้วยกันมานานโดยที่ยังไม่ เบื่อหน่ายกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เฝิงเซวี่ยเทาที่มีฉายาว่าชิงมี่ ตัวเขา เองเป็ นผู้ฝึกตนอิสระบ้านเกิดอยู่ที่ธวัลทวีป รู ้จักกับเทพเจ้าแห่งโชค ลาภหลิวและเหวยเซ่อมาเนิ่นนาน แต่กลับเข้ากันได้ไม่ดีนักขุยตงซานกล่าว “ทุกวันนี้หย่างจื่อก็อยู่ในเมืองหลวง นางเปลี่ยน สถานะใหม่ เปลี่ยนชื่อมาเป็ นจิ่งสิง กลายเป็ นผู้ถวายงานของ ราชวงศ์ต้าเฉวียน”เจียงซ่างเจินยิ้มเอ่ย “เมืองหลวงแคว้นอวิ๋นเหยียนไม่ใช่บนเรือ ราตรีลานั้นเสียหน่อยพาพี่เฝิงกับหมื่อวี้ไปด้วยกันไหม?”ชุยตงซานส่ายหน้า “ต่อจากนี้นางกับนักพรตเนิ่นจะเป็ นกาลัง ส าคัญในการช่วยเคลื่อนย้ายสายน้าและยอดเขามากมาย”เจียงซ่างเจินหัวเราะร่วน “ล้วนเป็ นการฝึ กตนนี่นา มักจะเป็ น เช่นนี้เสมอ ทั้งๆ ที่รู ้ว่าบนภูเขามีเสือก็ยังดึงดันจะเดินขึ้นเขาไปหา เสือ”ชุยตงซานเงยหน้ากระดกดื่มผงรากบัวใส่น้าแข็งเสียงดังซู้ด “ฝัน ดีว่าได้พบสาวงามถือตะกร ้าใส่ดอกท้ออยู่หลายครา”เจียงซ่างเจินกล่าว “ที่นี่ยังมีเรื่องที่ต้องให้ข้าออกหน้าอีกหรือไม่? หากไม่มีข้าจะตรงไปที่ภูเขาลั่วพั่วแล้ว หากยังไม่ไปอีก ข้ากังวลว่าจะ รักษาตาแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่งไว้ไม่อยู่แล้ว”อาจารย์เสี่ยวโม่ผู้นั้นคือศัตรูที่น่ากลัวอย่างมากเลยนะมีเสี่ยวโม่อยู่ในภูเขาลั่วพั่ว ไม่ใช่การกดดันยกระดับสินค้าอย่าง ไม่เป็ นธรรมแล้วจะเรียกว่าอะไร!นี่ทาให้เจียงซ่างเจินกลัดกลุ้มอย่างมากชุยตงซานกล่าว “ไปเถอะๆ หากยังไม่ไปก็จะสายเกินจริงๆ แล้ว”เจียงซ่างเจินพยักหน้า “พอดีกับที่ข้าจะได้ปล่อยฝีไม้ลายมือใน เรื่องที่ศาลบุ๋นแต่งตั้งห้าขุนเขาได้พอดี”ชุยตงซานจุ๊ปาก “ดูเหมือนพวกพี่หญิงเทพธิดาจะกาลังซุบซิบ กันอยู่ว่าสรุปแล้วเจ้าใช่อดีตเจ้าส านักเจียงหรือไม่”เจียงซ่างเจินกินผงรากบัวหมดแล้วก็เริ่มเลียชาม คว่าชามลงบน ใบหน้า ล าพังแค่การกระทาชวนสะอิดสะเอียนนี้ก็ทาให้เหล่าเทพธิดา ที่อยู่บนท่าเรือมั่นใจได้แล้วว่าคนผู้นี้ต้องไม่ใช่เจียงซ่างเจินอย่าง แน่นอนชุยตงซานหัวเราะชั่วร ้าย “เจ้าเดาสิว่าหนีหยวนจานจะเป็ นฝ่ ายไปหาสุยโย่วเปียนด้วยตัวเองหรือไม่?”เจียงซ่างเจินพยักหน้า “หลเชิงผู้นี้ เกินครึ่งน่าจะต้องไปเยือนหอ ซ่าวฮวายอดเขาเจ๋อเซียนรอบหนึ่งแน่”ชุยตงซานถาม “เจ้าอารามผู้เฒ่าคิดอย่างไรกันแน่ ในเมื่อเชิญ หลูเชิงออกมาจากอารามกวานเต๋าแล้วก็ปล่อยให้พื้นที่มงคลดอกบัว มีผู้ฝึกกระบี่ที่คล้ายกับสิงกวานหาวซู่เพิ่มมาอีกคนก็ไม่ดีหรอกหรือ? ดันมาหลอกหนีหยวนจาน กดข่มการฝึกตนของเขาไว้เช่นนี้”