ตอนที่ 2808
บทที่ 1050.2 เวทกระบี่ของเฉินชิงตูธรรมดาสามัญ
October 21, 2026
ผู้ฝึกลมปราณคิดอยากจะเดินทางไปกลับสองใต้หล้าสักรอบก็มี แค่ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานเท่านั้นที่ถึงจะทาได้ “หลังจากพวกท่านกลายเป็ นผู้ถวายงานของส านักแล้วก็ต้องได้ ออกไปผ่อนคลายอารมณ์ ไปฝึ กประสบการณ์ข้างนอก พกกระบี่ เดินทางไปยังเก้าทวีปอย่างเลี่ยงไม่ได้” “ใต้หล้าไพศาล นอกจากสายฝนพร่างพรมเหนือใบอู๋ถง ก็ยังมี สายลมแห่งฝูเหยา มีแสงเรืองรองเต็มม่านฟ้ า (หมายถึงหลิวเสียทวีป) มีหิมะขาวโพลนกระจ่างตา (หมายถึงธวัลทวีป) ทัศนียภาพของแต่ละ ทวีปแตกต่างกันออกไป เวลาสั้นๆ ภายในร ้อยปีก็ไม่มีทางมองเบื่อ” “เรื่องที่ไม่เป็ นธรรมในไพศาลมีอยู่มากมาย” “ขอแค่พวกท่านออกกระบี่อย่างมีเหตุผล ในอนาคตไม่ว่าจะ สร ้างเรื่องเละเทะใหญ่โตแค่ไหน ข้าทีเป็ นเจ้าส านักก็จะเป็ นคน รับผิดชอบแทนเอง พวกท่านเชิญออกกระบี่ใช ้เหตุผลได้ตามสบาย ไม่จาเป็ นต้องกังวลถึงปัญหาที่จะตามมาภายหลัง” ฟังมาถึงตรงนี้ หลิวสุยก็ตัดบทค าพูดห้าวเหิมของขุยตงซาน หญิงชราพูดด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “รับผิดชอบเองทั้งหมดได้เลย หรือ? ต่อให้เจ้าสานักชุยจะเป็ นเซียนเหรินคนหนึ่งแต่พูดแบบนี้ก็ เหมือนจะโอ้อวดตัวเกินไปหรือไม่? พูดถึงแค่วันหน้าพวกเราไปเยือนทวีปแห่งอื่น ไปมีเรื่องกับขอบเขตบินทะยานหรือไปท้าทายสานัก อักษรจงเก่าแก่เข้า ผลคือเกิดคดีฟ้ องร ้องกันไปจนถึงศาลบุ๋น บางที เฉินผิงอันอาจจะรับผิดชอบได้ แต่เจ้าชุยตงซานจะจัดการได้จริง หรือ? หรือจะบอกว่าเมื่อเกิดเรื่องก็ให้พวกเราไปหาภูเขาลั่วพั่วที่เป็ น สานักเบื้องบน?” หากเป็ นผู้ฝึกกระบี่ของบ้านเกิดอย่างกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่ พูดเช่นนี้ นางก็คงจะเชื่อ ตามคากล่าวของหมื่อวี้ เจ้าส านักหนุ่ มแซ่ชุยผู้นี้คือผู้ฝึ ก ลมปราณขอบเขตเซียนเหรินอีกทั้งยังสามารถมองเป็ นผู้ฝึกกระบี่ครึ่ง ตัวได้ด้วย ชุยตงซานยิ้มกล่าว “หากเกิดเรื่องจริงๆ ต้องไม่มีทางไปขอร ้อง ให้ภูเขาลั่วพั่วช่วยแน่นอน ขอแค่เป็ นกิจธุระของสานักเบื้องล่าง สานักกระบี่ชิงผิงของพวกเราก็สามารถคลี่คลายได้เอง ข้าชุยตงซาน ไม่กล้า ไม่เหมาะ แล้วก็ไม่ต้องไปรบกวนอาจารย์” สิงอวิ๋นยิ้มเอ่ย “เจ้าส านักชุย ท่านอย่าให้กลายเป็ นว่าไม่มี ความสามารถของผู้ฝึ กกระบี่ มีแต่นิสัยเจ้าอารมณ์ของผู้ฝึ กกระบี่ แทนล่ะ ข้าคนนี้พูดจาไม่น่าฟัง แค่ชินไปแล้วก็ดีเอง” หลิ่วสุ่ยปรายตามองสิงอวิ๋น หาได้ยากนักที่เจ้าจะพูดจาเข้าหูคน ชุยตงซานยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ลักษณะการพูดจาเช่นนี้ของพวก ท่าน ไม่ต้องให้ข้าปรับตัวให้ชินหรอก นี่ก็ดีมากแล้ว”ลิงอวิ๋นกับหลิ่วสุ่ยสบตากัน เจ้าคนแซ่ชุยผู้นี้ คล้ายจะถูกใจพวก เราอยู่บ้าง? ทั้งสองฝ่ ายใช ้เสียงในใจพูดคุยกัน “สิงอวิ๋น จะไปที่ภูเขาลั่วพั่ว พบเฉินผิงอันก่อนสักรอบหนึ่งแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะมาอยู่สานัก กระบี่ชิงผิงดีหรือไม่?” “ข้าคิดว่าไม่มีความจาเป็ นนี้ ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา ก็เหมือน อย่างที่ชุยตงซานพูดเองวันใดอยู่แล้วรู ้สึกไม่สบายใจก็จากไปได้เลย” “ถ้าอย่างนั้นเจ้าติดต่อไปหาเหมยคาน ข้าจะไปหาหวงหลิง?” “ได้ แล้วยังมีจินเก้ากับจู๋ซู่ที่ติดต่อไปพร ้อมกันเลย จะได้ไม่ถูก ฉีถิงจี้ลากตัวไปเป็ นพวกฉีถิงจี้ตอนอยู่นอกสนามรบ ไม่ว่าจะมอง อย่างไรก็ขัดหูขัดตา” “เหอะ อิจฉาที่คนเขาเนื้อหนังมังสาดีกว่าเจ้างั้นหรือ?”“พูดเรื่องเป็ นการเป็ นงานกันอยู่ดีๆ เจ้ามาพูดเรื่องนี้ทาไม ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าเซวียนหยางจะมีความสัมพันธ ์ไม่เลวกับอาจารย์ของเจ้า ทุกวันนี้เขาเพิ่งจะเป็ นเค่อชิงของสานักกระบี่หลงเซี่ยงเท่านั้น เจ้า สามารถพูดคุยกับเขาได้ ดูสิว่าจะยินดีมารับหน้าที่เป็ นผู้ถวายงาน ของที่นี่หรือไม่”“หากเหมยคานกับจู๋ซู่มาอยู่ที่นี่ เจ้าคงดีใจมากเลยสินะ?” “ความรักชายหญิงไม่มีความหมาย มีแต่จะถ่วงรั้งการฝึกกระบี่”“นี่คือประโยคที่โจวเฉิงพูดกับเจ้าปีนั้นหรือ?”“หลิ่วสุ่ย เจ้านี่ไม่รู ้จักจบจักสิ้นสักทีนะ?!”หลังจากที่ชุยตงซานขอตัวลากลับไป หลิ่วสุ่ยก็ไม่ได้ออกจาก ห้องไปทันทีสิงอวิ๋นนึกถึงเรื่องราวและคนรู ้จักเก่าของบ้านเกิด อันที่จริงเขา กับเกาขุยที่เวทกระบี่สืบทอดมาจากสายของหลงจวิน ทั้งสองคือ เพื่อนรักที่สนิทสนมกันอย่างมาก มักจะออกไปเฝ้ าหัวก าแพงเมืองอยู่ ด้วยกัน ทุกครั้งที่ออกจากเมืองไปเข่นฆ่าปีศาจก็ยิ่งรบเคียงบ่าเคียง ไหล่กันหลายต่อหลายครั้ง บอกว่าเป็ นพี่น้องที่ฝากชีวิตไว้ให้กันได้ก็ ไม่เกินจริงเลยสักนิดเกาขุยมีอาจารย์ผู้สืบทอด แต่น่าเสียดายที่เป็ นการสืบทอดที่ว่ามี สู้ไม่มียังดีเสียกว่าส่วนสิงอวิ๋นนั้นมาจากชั้นล่างสุดของหมู่ชาวบ้าน ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาทีละก้าว บ้านบรรพบุรุษอยู่ในตรอกแหยนชือ ระหว่างที่ฝึ กกระบี่ก็คอยประคับประคองช่วยเหลือกันและกันกับ เกาขุยมาโดยตลอด ต่างคนต่างยืมเงินต่างติดหนี้กัน ต่างก็พูดกันว่า ที่ตัวเองมีสมุด บัญชีอยู่เล่มหนึ่ง ใครก็อย่าคิดจะเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเงิน แต่ในความเป็ นจริงแล้วก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง อยู่ที่บ้านเกิดมีสถานะ ผู้ฝึกกระบี่ไม่นับเป็ นอะไรได้ สังหารปีศาจสะสมคุณความชอบด้าน การสู้รบก็ไม่นับเป็ นอะไร ล้วนถือเป็ นเรื่องปกติ ไปๆ มาๆ ร ้านเหล้า น้อยใหญ่ในกาแพงเมืองปราณกระบี่ในอดีต มีห้องบัญชีของร ้าน ใดบ้างที่ไม่มีบัญชีเลอะเลือนที่ติดหนี้ไว้ไม่ได้จ่ายอยู่กองโต?ดูเหมือนว่ามีแค่ร ้านเหล้าเล็กในภายหลังเท่านั้นที่ไม่ไว้หน้าใคร ทั้งนั้น ยืนกรานว่าไม่ยอมให้ใครเชื่อเงิน?หลิ่วสุ่ยก็มีสานักอยู่ที่บ้านเกิดเหมือนกัน จานวนผู้ฝึกกระบี่ไม่ น้อย ถือว่าค่อนข้างมีหน้ามีตาในกาแพงเมืองปราณกระบี่ นางยังจา ได้ว่าตอนที่ออกมาจากบ้านเกิด มีผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งที่อายุน้อยที่สุดเป็ นเด็กกาพร ้า คล้ายจะชื่อว่าหันหรง?พรสวรรค์ในการฝึ กกระบี่ของเด็กน้อยธรรมดา แต่นิสัยดื้อรั้น อย่างมาก ทุกครั้งขอแค่ได้กลิ่นเหล้าจากบนร่างของพวกผู้อาวุโสใน สานัก ต่อให้จะเป็ นผู้ฝึกกระบี่อาวุโสรุ่นอาจารย์เด็กน้อยก็ยังกล้าชัก สีหน้าไม่พอใจใส่ดูเหมือนว่าขอแค่มีใครดื่มเหล้าก็เท่ากับเป็ นศัตรูของเด็กน้อย แล้วดังนั้นหลิ่วสุ่ยถึงได้จดจาเด็กคนนี้ได้ก่อนหน้านี้หลิ่วสุ่ยได้ถามคาถามกับหมื่อวี้ไปไม่น้อย หนึ่งในนั้น ก็ถามหมื่อวี้ว่ารู ้จักผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งที่ชื่อว่าหันหรงหรือไม่ ทุกวันนี้ คนผู้นี้อยู่ในนครบินทะยานหรือไม่เพียงแต่ว่าหมี่อวี้ที่อยู่ในเรือนชุนฟานภูเขาห้อยหัวและคฤหาสน์ หลบร ้อนล้วนท าหน้าที่เป็ นเทพทวารบาลมาโดยตลอด รู ้แค่บันทึกใน เอกสารของห้าขอบเขตบนและผู้ฝึกกระบี่เซียนดินบางส่วนเท่านั้น ดังนั้นหมี่อวี้จึงไม่รู ้ว่าหันหรงได้ติดตามนครบินทะยานไปอยู่ใต้หล้าห้าสีหรือไม่ อันที่จริงหมื่อวี้นั้นรู ้ดีว่า หลิ่วสุ่ยอยากจะถามว่าหันหรงยัง มีชีวิตอยู่หรือไม่ดังนั้นหมี่อวี้จึงบอกว่าใต้เท้าอิ่นกวานต้องรู ้เรื่องนี้ แน่นอน เขาสามารถช่วยส่งจดหมายกระบี่บินไปถามที่ยอดเขาจี้เซ่อ ได้ แต่หลิ่วสุ่ยกลับบอกว่าไม่จาเป็ นหมี่อวี้มีความคิดเป็ นของตัวเอง เรื่องที่ถามนั้นยังต้องถาม หาก ใต้เท้าอิ่นกวานตอบกลับมาบอกว่าหันหรงรบตายไปนานแล้ว หมื่อวี้ ก็จะทาเป็ นว่าไม่เคยรู ้เรื่องนี้ แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะนามาบอกแก่หลิ่ว สุ่ยสิงอวิ๋นเปิ ดเหล้ากาหนึ่งบนโต๊ะ มองไปทางหลิ่วสุ่ย หญิงชรา พยักหน้า สิงอวิ๋นจึงเทเหล้าสองชาม ฟังหมี่อวี้เล่าว่านี่คือเหล้าที่มี ชื่อเสียงมากที่สุดและขายดีมากที่สุดในกาแพงเมืองปราณกระบี่เหล้าประเภทนี้ในร ้านแบ่งออกเป็ นสามระดับ รสชาติจืดจางที่สุด ราคาแค่เงินเกล็ดหิมะเหรียญเดียว แล้วยังมีแบบที่ขายห้าเหรียญเงิน เกล็ดหิมะ ส่วนที่แพงที่สุดก็คือสิบเหรียญ มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเหล้า เทพชิงซาน อีกทั้งทุกวันจะขายแค่กาเดียว ใครมาก่อนก็ได้ก่อนบนเรือข้ามฟาก เหล้าถ้าสวรรค์จูไห่มีแค่สองชนิด ตาม คาอธิบายของหมื่อวี่ เหล้าภูเขาชิงเสินที่แพงที่สุดเลิกขายไปนาน แล้วยกชามเหล้าขึ้นจิบเหล้าเบาๆ หนึ่งคา สิงอวิ๋นที่พอมาถึงใต้หล้า ไพศาลก็ยังไม่เคยได้ดื่มเหล้าเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองดื่มเหล้าปลอม ถามอย่างสงสัยว่า “เจ้าคิดว่ารสชาติเป็ นอย่างไร?”หลิ่วสุ่ยชิมเหล้าหนึ่งคาแล้วขมวดคิ้วกล่าว “ไม่เหมือนเหล้าหมัก ตระกูลเซียนรสชาติดั้งเดิมสักเท่าไร”