ตอนที่ 2812
บทที่ 1051.1 ไร ้ศัตรูเทียมทานบนโต๊ะสุรา
October 21, 2026
ภูเขาเขียวกับยอดฝีมือ พบเจอเหมือนนัดหมายกันมา ยอดเขา พันยอดนอกหอเรือนปลายพู่กันที่ละออกมาแต่ยังไม่กลับสู่รูปเดิม เมฆขาวในคันอ่อง ดวงจันทร ์ตกลงตรงหน้าขั้นบันได ดวงตะวันใหญ่ โผล่พ้นมหาสมุทรบูรพา เวลาผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน แม่นางน้อยสวมชุดดาสะพายกระเป๋ าผ้าฝ้ ายเอียงๆ คนหนึ่ง ใน มือถือไม้เท้าไผ่เขียวบนบ่าแบกคานหาบสีทอง หน้าที่ที่ต้องออก ลาดตระเวนภูเขายามฟ้ าสางเป็ นอันเสร็จสิ้นแล้ว นางจะออกจากบ้าน ไปท่องยุทธภพแล้ว! เมื่อไม่กี่วันก่อนนางนัดหมายวันเวลาและสถานที่กับผู้พิทักษ์ ฝ่ ายตรอกฉีหลงไว้เรียบร ้อยแล้วว่าจะไปเจอกันที่ภูเขาฮุยเหมิง วันนี้ จะไปที่ภูเขาหวงหูด้วยกัน วิ่งตะบึงไปบนเส้นทางเล็กของภูเขาด้านหลังยอดเขาจี้เซ่อ สอง ขาเล็กสั้นสับไวราวกับล้อรถ สายลมพัดผ่านป่าเขา อากาศเย็นสบายสดชื่น ใบไผ่ไหวซู่ คลื่น สนดังเป็ นระลอก ดุจดั่งกาลังฟังเสียงจากสวรรค์ เมื่อวันเวลาที่เจ้าขุนเขาคนดีกลับมาบ้านนานเข้าเรื่อยๆ ความใจ กล้าของผู้พิทักษ์ขวาก็ใหญ่ขึ้นทุกวันทุกวันนี้ไม่เพียงแต่เช ้าค่าลาดตระเวนระหว่างยอดเขาจี้เซ่อและ ยอดเขาจี๋หลิงสองรอบ บางครั้งหมี่ลี่น้อยก็ยังไปเยือนภูเขาฮุยเหมิง หรือแม้กระทั่งภูเขาหวงหูที่อยู่ไกลกว่าด้วย หลักๆ แล้วเป็ นเพราะฟังจิ่งชิงเล่าว่าที่ภูเขาหวงหูมักจะมี นายอ าเภอขุนนางเล็กเท่าเมล็ดงาคนหนึ่งไปตกปลาที่นั่นเป็ นประจา ชื่อว่าฟู่ หู ดูเหมือนว่าจะเป็ นขุนนางดุจบิดามารดาของอ าเภอผิงหนัน ไม่รู ้ว่าไปรู ้จักกับนายท่านบ้านตนได้อย่างไร หมี่ลี่น้อยไม่ได้เสียดายปลาที่ฟู่ หูตกไปได้ หลักๆ แล้วเป็ นเพราะ รู ้สึกว่านายอ าเภอฟู่ คือมนุษย์ธรรมดาที่ไม่เคยหลอมลมปราณ แต่ใน ทะเลสาบกลับมีเผ่าน้าที่แรงเยอะอยู่ไม่น้อยลาพังแค่ปลาดาที่หนัก สองร ้อยกว่าจินก็มีอยู่หลายตัวแล้ว อย่าให้นายอ าเภอฟู่ ตกปลาไม่ ส าเร็จกลายเป็ นถูกปลาตกไปแทนเสียล่ะ ภูเขาหวงหูเคยเป็ นถิ่นของเจียวน้าหงเซี่ย ได้บุกเบิกจวนน้าแห่ง หนึ่งไว้ใต้ทะเลสาบข้องราชามังกรสองใบของเฉินหน่วนซู่และเฉิน หลิงจวินก็ถูกหลอมให้เป็ นค่ายกลใหญ่ของที่นี่ บนภูเขามีต้นชาเก่าแก่อยู่หลายต้น บวกกับน้าพุบนยอดเขาหย่ วนมู่ ก่อนวันฝนธัญพืชของทุกปี พ่อครัวเฒ่าจะขึ้นเขามาเก็บชาด้วย ตัวเองแล้วเอากลับไปผัดไปต้มที่เรือน ทุกครั้งที่หมี่ลี่น้อยดื่มชาก็จะ เอ่ยชมหลายประโยค รสชาตินี้ มีรสหวานตามมาศาลาแห่งหนึ่งริมเส้นทางภูเขาทิศเหนือของภูเขาฮุยเหมิง หมี่ลี่ น้อยไปเจอกับผู้พิทักษ์ฝ่ ายซ ้ายตัวนั้น แล้วก็พากันเดินเตร็ดเตร่ไปที่ ภูเขาหวงหู เอาขนมที่เตรียมไว้นานแล้วออกมา แบ่งให้ผู้พิทักษ์ฝ่ ายซ ้าย ครึ่งหนึ่ง ก็คือขนมดอกท้อกับขนมกรอบซิ่งเหรินของร ้านยาสุ้ย ตรอกฉีหลงบ้านตัวเอง กินหมดแล้ว หมี่ลี่น้อยก็ปัดมือ ยิ้มเอ่ยว่า “ผู้พิทักษ์ซ ้าย รู ้หรือไม่ ว่าไม่เพียงแต่ภูเขาหวงหูของพี่หญิงหงเซี่ยเท่านั้น ค่ายกลใหญ่ พิทักษ์ภูเขาใต้อาณัติมากมายของบ้านพวกเราล้วนเป็ นโจวอันดับ หนึ่งที่ควักเงินจ่ายเองทั้งนั้นเลยนะ มีเงินเยอะมากเลย” หมาพันธ ์พื้นบ้านพยักหน้า โจวเฝยผู้นั้นมีเงินมากจริงๆ คือเศรษฐีบ้านนอกที่จ่ายเงินโดยไม่ กะพริบตา ผู้ถวายงานอันดับหนึ่งเช่นนี้สามารถมีเพิ่มได้อีกหลายๆ คน ไม่รังเกียจที่มีมากไป หมี่ลี่น้อยพูดเหมือนคนแก่ว่า “ฟู่ หูที่ชอบมาตกปลาริมทะเลสาบ ผู้นั้นเป็ นนายอาเภอของอาเภอผิงหนัน คือนายท่านขุนนางตัวจริง เสียงจริงเลยล่ะ ฟังจิ่งชิงเล่า เมื่อก่อนนายอาเภอพู่นั่งเก้าอี้อันดับหนึ่ง อยู่ที่หน่วยรายงานข่าวของเมืองหลวงต้าหลี มาเป็ นนายอาเภอที่ อาเภอผิงหนันถือเป็ นการโยกย้ายในระดับที่เท่าเทียมกันของวงการ ขุนนาง ไม่ถือว่าเป็ นการเลื่อนขั้น แต่ถือเป็ นการให้มารับหน้าที่ส าคัญ หากพวกเราสองคนได้เจอกับนายอ าเภอฟู่ จริงๆ ก็จ าไว้ว่า ก่อนจะท าอะไรต้องดูสายตาของข้า พวกเราสองคนต้องหัวไวกัน หน่อยนะ” หมาพันธ ์พื้นบ้านยังคงพยักหน้ารับ เฉินหลิงจวินพูดไม่ผิด ก็คือ ขุนนางต าแหน่งเท่าเมล็ดงา แต่สามารถมารับหน้าที่อยู่ในอาเภอฉู่ โจวต้าหลีได้ก็มีอนาคตมากกว่าเป็ นคนว่างงานอยู่ในที่ว่าการน้าใส อย่างหน่วยรายงานข่าวมากนัก ที่บ้านต้องมีภูมิหลังแน่นอน จาได้ว่า มีคนแซ่ฟู่ คนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะชื่อฟู่ อวี้อะไรสักอย่าง เคยมาเป็ นเจ้า เมืองที่เขตเป่ าซี เป็ นลูกหลานขุนนางของเมืองหลวง แรกเริ่มสุดมา เป็ นเลขาฝ่ ายบุ๋นจัดการเอกสารงานบัญชีให้กับอู๋ยวน เกินครึ่งก็ น่าจะเป็ นญาติกับฟู่หูด้วยกระมัง? หมี่ลี่น้อยก้มหน้าลงมองแล้วถามอย่างสงสัยว่า “เรื่องนี้ผู้พิทักษ์ ซ ้ายก็รู ้ด้วยหรือ? หรือว่าพี่หญิงหน่วนซู่จะพูดถูก เจ้าสามารถหลอม ร่างและสติปัญญาเปิดออกแล้วจริงๆ?”หมาพันธ ์พื้นบ้านรีบส่ายหน้าหากหมี่ลี่น้อยรู ้ความจริงเข้า อย่าว่าแต่ภูเขาลั่วพั่วเลย เกรงว่า ต่อให้เป็ นสานักกระบี่ชิงผิงที่อยู่ไกลถึงใบถงทวีปก็น่าจะรู ้กันด้วย อัน ที่จริงใครรู ้ก็ไม่สาคัญ แต่จะปล่อยให้เผยเฉียนรู ้ไม่ได้ผู้พิทักษ์ซ ้ายแห่งตรอกฉีหลงผู้นี้ อันที่จริงมีชื่อมาตั้งนานแล้ว ชื่อว่าหันหลูหากไม่เป็ นเพราะมีเผยเฉียนอยู่ มันที่มี ชื่อจริง” บวกกับที่เคยกิน ยาแทนข้าวไปตั้งมากมาย ป่านนี้ก็หลอมเรือนกายได้สาเร็จนานแล้วพอคิดถึงถ่านดาน้อยในอดีตผู้นั้น…เรื่องในอดีตไม่อยากหวนนึก ถึง ต่อให้ปีนั้นหลังจากที่เผยเฉียนกลายเป็ นเด็กสาว ก่อนจะออกจาก บ้านเดินทางไปเยือนอุตรกุรุทวีปก็เหมือนจะเคยกาชับหมี่ลี่น้อยว่า พวกเจ้าต่างก็เป็ นสหายร่วมงานในวงการขุนนาง อย่าปัดแข้งปัดขา กัน ต้องรักและปรองดองกัน ตอนที่นางไม่อยู่บ้านก็ให้ผู้พิทักษ์ซ ้าย มาขานชื่อที่นี่บ่อยๆ อย่าเอาแต่เดินเล่นเตร็ดเตร่ส่งเดช ยุทธภพ อันตราย มียอดฝีมือขโมยหมาบางคนที่จับหมาเก่งมาก ไม่ต้องใช ้ ซาลาเปาไส้เนื้อด้วยซ้า แค่ก้มตัวลงมาก็สามารถเอาผ้าห่อหมา ลักพาตัวไปได้โดยที่ผีไม่รู ้เทพไม่เห็นแล้ว แล้วผู้พิทักษ์ซ ้ายก็ต้องไป อยู่ในหม้อตุ๋นของคนอื่นแล้ว พวกเราก็ไม่ได้กินเนื้อหมาด้วย…พวก เจ้าไปขอข้าวกินจากพ่อครัวเฒ่า อย่าปล่อยให้ผู้พิทักษ์ซ ้ายหิว เด็ดขาด นอกจากเจ้าแล้วก็จ าไว้ว่าเตือนพ่อครัวเฒ่าด้วยว่าให้โยน กระดูกลงบนพื้นเยอะๆ หน่อยไม่กิน ก็คือไม่ให้หน้า ง่ายที่จะถูกหมี่ลี่น้อยจดลงบัญชี แล้วก็ถูก เผยเฉียนกลับมาคิดบัญชีย้อนหลัง กินเข้าไปก็ลดเกียรติของตัวเองหมี่ลี่น้อยเหลียวซ ้ายแลขวา รอบด้านไม่มีใครอยู่จึงหยิบเอาผ้า คลุมเนื้อแพรต่วนผืนหนึ่งออกมาจากถุงผ้าฝ้ าย หลังจากผูกไว้ที่คอ เรียบร ้อยแล้วก็ร่ายวิชากระบี่มารคลั่งไปคารบหนึ่งผลคืออยู่ดีๆ ก็มีคนสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวเดินออกมาจากใน ศาลาที่ล้อมด้วยผนังขาวกระเบื้องดา มองหมี่ลี่น้อยที่กาลัง “อิ่มอกอิ่ม ใจอยู่กับตัวเอง” ด้วยใบหน้าประดับยิ้มสายตาอ่อนโยนหมี่ลี่น้อยกระอักกระอ่วน วิ่งเร็วๆ ไปหาเจ้าขุนเขาคนดีที่มาโดย ไม่บอกไม่กล่าว เอ่ยอย่างเหนียมอายว่า “เหมือนเด็กน้อยไปหน่อยนะ”“จะเหมือนเด็กน้อยได้ยังไง เพราะเจ้าจับจุดส าคัญไม่ได้ถึงได้ รู ้สึกอึดอัด”ระหว่างที่พูดเฉินผิงอันก็ทาท่าเอาสองนิ้วคีบสิ่งของ จากนั้น สะบัดข้อมือ “จอมยุทธหญิงในยุทธภพก็ล้วนเป็ นเช่นนี้”หมี่ลี่น้อยทาตาม ยื่นมือไปดึงมุมหนึ่งของผ้าคลุมขึ้นมาแล้ว สะบัดข้อมือแรงๆ เสียงผ้าดังพับๆๆว้าว ว้าวที่แท้ก็เป็ นแบบนี้นี่เอง!เฉินผิงอันพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ตอนนี้ยังรู ้สึกเหมือนเด็กน้อย อยู่อีกไหม?”หมี่ลี่น้อยยิ้มกว้าง “เปี่ยมอานาจมากบารมีต่างหากล่ะ”เฉินผิงอันผงกศีรษะให้หมาพันธ ์พื้นบ้านตัวนั้น มันก็เข้าใจได้ ทันที วิ่งออกไปเล่นของตัวเองเล่าสถานการณ์ล่าสุดของสานักเบื้องล่างให้หมี่ลี่น้อยฟัง บอกว่า ทางฝั่งของสานักกระบี่ชิงผิงได้ก่อตั้งสามจวนหกกองงานแปด หน่วยงานขึ้นมาใหม่ มีใครเป็ นขุนนางอะไรบ้างทาหน้าที่อะไรบ้างหมี่ลี่น้อยฟังด้วยความมึนงง คิ้วสีเหลืองอ่อนจางสองข้างขมวด เข้าหากัน นางจดจ าได้อย่างชัดเจน เทพรายงานข่าวเป็ นกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?