ตอนที่ 2816
บทที่ 1052.2 สหายอย่าพูดเลย
October 21, 2026
หลินเฟยจิงประสานมือคารวะ “อาจารย์พูดมีเหตุผล ผู้ฝึ กตน อย่างพวกเราจะให้ความสาคัญกับขอบเขตเกินไป ทิ้งรากเก็บปลาย มาได้อย่างไร เป็ นศิษย์ที่ใจร ้อนวู่วามไปเองขอบพระคุณอาจารย์ที่ ช่วยชี้แนะ” หากจะพูดกันถึงวาทะศิลป์ และความหัวไว ตอนอยู่ที่เมือง หลวงต้าหลี นักพรตเซียนเว่ยก็เกือบจะหลอกเฉินผิงอันได้แล้วด้วย ซ้า ศิษย์คนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ! พูดไปแค่ไม่กี่ประโยค ลูกศิษย์ก็ สามารถคิดไปถึงหลักการเหตุผลที่อาจารย์คิดไม่ถึงได้แล้ว เซียนเว่ยตบไหล่หลินเฟยจิง “มรรคาใกล้ชิดกับธรรมชาติ ต้อง ใช ้จิตใจที่ไร ้ความยึดติดทาเรื่องที่มีเป้ าหมาย ต้องใช ้การทาเรื่องที่มี เป้ าหมายมาขัดเกลาจิตที่ไร ้การยึดติด ขอแค่จิตใจสงบนิ่งเป็ นกลาง ฝึกตนอย่างมั่นคง วิถีแห่งฟ้ าโคจรอย่างแข็งขัน ย่อมต้องทาให้เมฆ ทะมึนสลายหายไปจนมองเห็นแสงจันทร ์ได้อย่างแน่นอน” หลินเฟยจิงคล้ายจะเกิดการบรรลุตระหนักรู ้ จึงขอบคุณใน ถ้อยคาล้าค่าที่คู่ควรให้ตนขบคิดซ้าไปซ้ามาของอาจารย์อีกครั้งเซียนเว่ยตีหน้านิ่ง วางมาดของอาจารย์ แต่แท้จริงแล้วกลับแอบ ถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็ไล่นายท่านน้อยหลินเฟยจิงผู้นี้กลับไป ได้เสียที เซียนเว่ยที่รับลูกศิษย์มารู ้สึกใจฝ่ ออยู่บ้าง ไม่เคยกล้าพูดเรื่องนี้ กับเจ้าขุนเขาเสียทีเซียนเว่ยยังถึงขั้นพูดกาชับหมี่ลี่น้อยซ้าไปซ้ามา ว่าอย่ารีบร ้อนเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าขุนเขาฟัง รอให้ถึงเวลาเหมาะสมตนจะ รายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าขุนเขาเฉินด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าเรื่องที่ทาให้นักพรตเซียนเว่ยใจฝ่ อไม่ได้อยู่ที่กฎที่ บอกว่าปิ ดภูเขาไม่ต้อนรับแขก รับลูกศิษย์ต้องระมัดระวัง แต่เป็ น เพราะการกระทาที่เกิดจากความฮึกเหิมชั่วขณะของตน กังวลว่าเจ้า ขุนเขาเฉินจะเห็นว่าตนไปถ่วงเวลาลูกศิษย์ของคนอื่นเขา ขออย่าให้ กลายเป็ นว่ารับลูกศิษย์มาแล้วจะต้องเสียชามข้าวเหล็กอย่างอาชีพ คนเฝ้ าประตูนี้ไปท าให้เขาต้องกลับไปท าอาชีพเก่า อาจารย์และศิษย์ สองคนต้องไปหาเลี้ยงชีพอยู่ในยุทธภพกันอีกครั้งเลย โชคดีที่เป็ นแค่ลูกศิษย์ที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อซึ่งเวลาปกติเรียก ขานกันเป็ นสหาย ไม่อย่างนั้นเซียนเว่ยก็คงจะต้องโน้มน้าวให้หลินเฟ ยจิงรีบกลับบ้านเกิดไปแล้วจริงๆ ภายนอกนั้นเป็ นเซียนเว่ยที่เห็นหลินเฟยจิงกระตือรือร ้นแสวงหา มรรคาจึงฝื นใจรับเขาเป็ นลูกศิษย์ แต่ในความเป็ นจริงน่ะหรือ ใน ความคิดของเซียนเว่ยก็คือหลินเฟยจึงมีชาติก าเนิดมาจากตระกูลขุนนาง จะดีจะชั่วก็เป็ นผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตกลางแล้ว พอจะมี ทรัพย์สินอยู่บ้าง ฐานะทางบ้านไม่ธรรมดา เซียนเว่ยเป็ นคนเก่าแก่ในยุทธภพแล้ว ก่อนหน้านี้แค่พูดคุยกัน ไม่กี่คาก็สืบเสาะเรื่องราวของหลินเฟยจิงจนรู ้เส้นสนกลในชัดเจน คาถามที่มองดูเหมือนคุยเล่นกันไปเรื่อยเปื่อยอย่างเช่นว่าสหายเคย ไปท่าเรือตระกูลเซียนมาแล้วกี่แห่ง เคยนั่งเรือข้ามฟากตระกูลเซียน มาแล้วกี่ลา แล้วก็เพราะว่าทุกวันนี้ไม่จาเป็ นต้องต้มตุ๋นใครแล้ว หาไม่ แล้วนักพรตเซียนเว่ยก็สามารถทาให้หลินเฟยจิงมีเงินมาท่องเที่ยว ทางเหนือ แต่ไม่มีเงินกลับบ้านเกิดได้ ก็เหมือนประโยควิจารณ์ของเฉินผิงอันที่เรียกได้ว่าพูดเข้าเป้ าใน ค าเดียว ไม่ใช่คนที่ใสสะอาดก็ไม่มีทางถูกนักพรตเซียนเว่ยหลอกเอาได้ หลินเฟยจิงพลันหยุดเดินแล้วถามว่า “นักพรตเซียนเว่ย ท่านผู้นี้ คือ?” มีบุรุษสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวคนหนึ่งเดินลงขั้นบันไดมา เขา ปักปิ่นหยกไว้บนมวยผม บุคลิกอบอุ่นอ่อนโยนเซียนเว่ยหันไปมองก็รู ้สึกเหมือนหัวจะโตเท่ากระด้ง เจ้าขุนเขา ลงจากภูเขามาได้อย่างไร?!โชคดีที่หลินเฟยจิงหัวไวไม่ได้เรียกตนว่าอาจารย์เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ข้าชื่อเฉินผิงอัน สหายท่านนี้ใช่สหายของ เซียนเว่ยหรือไม่?”หลินเฟยจิงเหลือบมองเซียนเว่ยเซียนเว่ยกระทืบเท้า ช่างเถิดๆ จะยืดคอหดคอดาบก็ต้องฟันลง มาอยู่ดี ตนยอมรับอย่างเปิดเผยไปเลยดีกว่า จึงบอกกับเฉินผิงอัน อย่างตรงไปตรงมาว่าหลินเฟยจิงคือลูกศิษย์ที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อ ของตน“เป็ นเรื่องดี”เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มเอ่ย “ในเมื่อพวกเจ้ามีศักดิ์เป็ นอาจารย์ และศิษย์กัน สหายหลินก็มาพักอยู่ที่นี่ได้เลย ส่วนจะพักอยู่ที่ตีนเขา หรือจะเลือกเรือนหลังหนึ่งกลางภูเขาก็ให้นักพรตเซียนเว่ยเป็ น ผู้จัดการแล้วกัน”เซียนเว่ยถอนหายใจในใจเบาๆ ตนเป็ นแค่คนเฝ้ าประตูของภูเขา ลั่วพั่วเท่านั้น ไฉนถึงได้เหมือนเซียนซือผู้ถวายงานที่มีเก้าอี้อยู่ใน ศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เซ่อเลยเล่าหลินเฟยจิงลังเลเล็กน้อย เขาคารวะตามขนบลัทธิเต๋าต่อเจ้า ขุนเขาเฉินที่ชื่อเสียงประหนึ่งฟ้ าผ่าข้างหูก่อน พอยืดตัวขึ้นแล้วจึง เอ่ยว่า “เจ้าขุนเขาเฉิน ข้าเช่าบ้านหลังหนึ่งไว้ที่เมืองเล็ก จ่ายค่ามัด จาไปแล้วครึ่งปี อีกทั้งอาจารย์ยังขอให้คนช่วยหางานให้ข้าที่อาเภอแล้วด้วย ข้าคิดว่าช่วงนี้คงจะยังพักอยู่ที่นั่น อีกครึ่งปีให้หลังค่อยมา รบกวนเจ้าขุนเขาเฉิน”เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “คนกันเองไม่ต้องพูดจาเกรงใจ สรุปก็ คือสะดวกอย่างไรก็ทาอย่างนั้น”นักพรตหลินเฟยจิงคารวะขอบคุณเจ้าขุนเขาเฉินที่ตัวจริงสอดคล้องกับภาพลักษณ์ในใจตนผู้นี้อีกครั้ง อยู่ในกฎระเบียบ เอาจริงเอาจัง……เพื่อให้กลับไปถึงภูเขาลั่วพั่วเร็วหน่อย โจวอันดับหนึ่งก็ถึงกับใช ้ ยันต์สามภูเขา แล้วก็ได้สอนวิธีใช ้ยันต์นี้ให้กับเฝิงเซวี่ยเทานานแล้ว นับตั้งแต่ที่ออกมาจากเปลี่ยวร ้าง เฝิงเซวี่ยเทาก็คอยศึกษายันต์ใหญ่ ชนิดนี้อยู่ตลอดคงเป็ นเพราะใกล้ถึงบ้านเกิดจึงเริ่มขลาดกลัว เจียงซ่างเจินจึง ไม่ได้ตรงไปที่ยอดเขาจี้เซ่อภูเขาลั่วพั่ว แต่พาเฝิ งเซวี่ยเทาไปที่ อ าเภอไหวหวงก่อน เดินเล่นไปตามถนนใหญ่ตรอกเล็กครบรอบหนึ่ง ต่อให้เป็ นผู้ฝึกตนอิสระขอบเขตบินทะยานอย่างเฝิงเซวี่ยเทา ทุกครั้ง ที่ไปถึงสถานที่แห่งหนึ่งแล้วได้ยินเจียงซ่างเจินแนะน าง่ายๆ ด้วยค า ไม่กี่คา ยิ่งเป็ นช่วงหลังเฝิงเซวี่ยเทาก็ยิ่งผวาพรั่นพรึง ไม่พูดถึงถนนฝู ลู่และตรอกเถาเย่ ทว่าตรอกเล็กแคบที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่ง ในบ้านที่ สภาพผุพังเก่าโทรมกลับเคยมีใครบางคนเกิดและเติบโตจากที่นี่ เดินเหยียบขี้ไก่ขี้หมาทุกวัน สุดท้ายก็ทยอยกันออกจากบ้านเกิดกลาย ไปเป็ นใครๆๆสุดท้ายพวกเขาไปดื่มเหล้าด้วยกันที่เหลาสุราซึ่งสิ่งปลูกสร ้างสูง ที่สุดในเมืองเล็ก ยืนอยู่ติดกับหน้าต่างของชั้นสามสามารถมองไป เห็นซุ้มก้ามปู้