ตอนที่ 2817
บทที่ 1052.3 สหายอย่าพูดเลย
October 21, 2026
ไม่แน่เสมอไปว่าพวกเขาจะรู ้สึกว่าเฝิงเซวี่ยเทามารับหน้าที่เป็ นผู้ ถวายงานแล้วจะเป็ นเรื่องดีอะไร หรือบางทีอาจจะแค่เคยชินที่ต้อง พูดจาขัดคอเจียงซ่างเจิน คงเป็ นเพราะหากไม่ฉวยโอกาสด่าเจียงซ่างเจินสักสองสาม ประโยคก็ไม่ถือว่าเป็ นการประชุมยอดเขาเสินจ้วนที่ได้มาตรฐาน ในเมื่อชื่อเสียงของเฝิงเซวี่ยเทาย่าแย่ขนาดนี้ ไยสานักกุยหยก ของพวกเราจะต้องรับเผือกร ้อนลวกมือนี้มาด้วย เพราะถึงอย่างไร อัญเชิญเทพมานั้นง่าย แต่ส่งเทพกลับไปกลับยาก เจียงซ่างเจินเอ่ยแค่ประโยคเดียวว่า ข้าขาดก็แค่ไม่ได้คุกเข่า ขอร ้องให้เฝิงเซวี่ยเทามาอยู่ที่ยอดเขาเสินจ้วน ขอบเขตของเขาสูง คือขอบเขตบินทะยานที่ต่อให้ถือโคมส่องหาก็ยังหาไม่เจอ พวกเจ้า อย่าได้ทาให้เรื่องส่วนรวมต้องเสียหายเพียงเพราะเรื่องส่วนตัว! สมมติว่าเฝิงเซวี่ยเทายินดีมาเป็ นผู้ถวายงานจริงๆ เงินเดือนของ ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งควรจะกาหนดอย่างไร หากสูงเกินไป สูง กว่าผู้ถวายงานและเค่อชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อ “ต่างแซ่” คนอื่นๆ ของส านักกุยหยก จะให้พวกเขาคิดอย่างไร? ต่าเกินไป เฝิงเซวี่ยเทา เองจะมีอคติคิดว่าพวกเราหักหน้าเขาหรือไม่? ไม่ใช่ว่าจะต้องมา ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ทาให้อยู่ดีไม่ว่าดีก็มีศัตรูบนภูเขาเพิ่มเข้ามาเฝิงเซวี่ยเทาคือขอบเขตบินทะยาน แต่ถึงอย่างไรเฝิ งเซวี่ยเทาก็เป็ นผู้ฝึ กตนอิสระคนหนึ่ง มาอยู่ ส านักกุยหยก เขาสามารถทาเรื่องอะไรได้? บูชาเขาไว้เป็ นบรรพบุรุษ ที่ยังมีชีวิตไม่ต่างจากชั้นวางดอกไม้อย่างนั้นหรือ? เฝิงเซวี่ยเทาคือขอบเขตบินทะยาน หากวันหน้าคนแซ่เจียงเกิดเรื่องใดๆ ยกตัวอย่างเช่นเฝิงเซวี่ยเทา ทนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ระหว่างที่ลงจากภูเขาไปเที่ยวเล่นเกิดข้อพิพาทกับ ใครในใบถงทวีปขึ้นมา ไม่ทันระวังฆ่าใครตายไป เจ้าเจียงซ่างเจินจะ รับผิดชอบยื่นกระดาษเช็ดกันล้างส้วมให้เฝิงเซวี่ยเทาอย่างนั้นหรือ? หายนะที่ผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งก่อขึ้นมา เจ้าที่เป็ น ขอบเขตเซียนเหรินจะแบกรับได้ไหวจริงหรือ? “เฝิงเซวี่ยเทาคือขอบเขตบินทะยาน เฝิงเซวี่ยเทาคือขอบเขตบิน ทะยาน เฝิงเซวี่ยเทาคือขอบเขตบินทะยาน เรื่องสาคัญพูดซ้าสาม รอบ!” ถูกเจียงซ่างเจินเล่นแง่ใส่อย่างนี้ ในศาลบรรพจารย์ก็เกือบจะมี คนขว้างเก้าอี้แล้ว เจียงซ่างเจินหันหน้าไปมองภาพเหมือนที่แขวนไว้ในศาลบรรพ จารย์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นเศร ้าใจ เริ่มร ้องระบาย ทุกข์บอกว่าบรรพจารย์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตาเฒ่าสวิน เจ้าลืมตามา มองการกระทาของคนกลุ่มนี้ดูบ้างสิ เจ้าสานักเหวยเจ้าเองก็ใช ้สองหูฟังซะบ้างว่าเจ้าตะพาบพวกนี้ใช ้เรื่องส่วนรวมมาแก้แค้นเรื่องส่วนตัว อย่างไร… ทะเลาะกันนี่นะ ด่าคนได้ไม่ต้องยาเกรงสิ่งใด คนที่ถูกด่าก็ไม่คิด เป็ นจริงเป็ นจัง จิตใจกว้างขวาง ตั้งอยู่ในสถานะมิพ่าย กินดื่มอิ่มหนา เจียงซ่างเจินก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถามว่า “ดู เหมือนว่าในประวัติศาสตร ์ของธวัลทวีปพวกเจ้าจะไม่เคยมีผู้ฝึกตน ขอบเขตสิบสี่ปรากฏตัวมาก่อนนะ?” เฝิงเซวี่ยเทายิ้มเอ่ย “กุรุทวีปก็ไม่มีขอบเขตสิบสี่เหมือนกันไม่ใช่ หรือ” ไม่พูดถึงหลิวเสียทวีปที่เป็ นเพื่อนบ้านเช่นเดียวกัน เพราะถึง อย่างไรธวัลทวีปก็ไม่ถูกกับอุตรกุรุทวีปมากที่สุด หลายปีมานี้คอยขัด ง้อกันอยู่ตลอด พวกเจ้ามีฮว่อหลงเจินเหรินแห่งยอดเขาพาตี้ พวกเราก็มีเหวย เซ่อ “เจ้าแห่งเจ็ดสิบสองยอดเขา” พวกเจ้ามีผู้ฝึกกระบี่มากมายดุจ ก้อนเมฆ พวกเราก็มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวจวี้เป่า ใบถงทวีปของเจียงซ่างเจิน ปีนั้นผู้ฝึกลมปราณแต่ละคนสายตา สูงมองไม่เห็นหัวใครดูแคลนเจ็ดทวีปแห่งไพศาล ว่ากันในบางระดับ แล้วนี่ก็มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าอารามผู้เฒ่าตงไห่ที่ได้ครอบครอง อารามกวานเต๋าและเวลานี้เอง มีคนสามคนเดินมาจากตรงบันได บุรุษที่เป็ นผู้นา สวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวรองเท้าผ้า รูปโฉมอ่อนเยาว์ สีดอกเลาตรง จอนผมสองข้างไม่ได้สะดุดตานัก ข้างกายยังมีคนหนุ่มสวมรองเท้า เขียวหมวกเหลืองและเด็กสาวสวมหมวกขนเดียวที่สองข้างแก้มแดง เป็ นปั้นติดตามมาด้วย เจียงซ่างเจินรีบลุกขึ้นยืน เอ่ยอย่างตกตะลึงที่ได้รับความเมตตา โดยไม่คาดฝัน “เจ้าขุนเขาลงจากภูเขามาต้อนรับด้วยตัวเองเลยได้ อย่างไร…”เฉินผิงอันตัดบทอย่างตรงไปตรงมาว่า “จะไปตรวจบัญชีที่ร ้าน สองร ้านในตรอกฉีหลงเสี่ยวโม่บอกว่าพวกเจ้ามาดื่มเหล้าอยู่ที่นี่ ก็ เลยแวะมา”เจียงซ่างเจินที่คิดเข้าข้างตัวเองสะอึกอึ้งทันใดเฉินผิงอันยิ้มกล่าว “จะแนะนาให้พวกเจ้ารู ้จัก สองคนข้างกายนี้ คือเสี่ยวโม่ นามแฝงคือโม่เซิง ฉายาว่าสี่จู๋ เซี่ยโก่ว ทุกวันนี้เปลี่ยน ชื่อเป็ นเหมยฮวา ฉายาของนางค่อนข้างมีเยอะข้าคงไม่ไล่พูดไปทีละ อย่างแล้ว”เซี่ยโก่วเบ้ปาก เจ้าขุนเขาเจ้าไม่เห็นข้าสาคัญน่ะสิ ตนมีฉายา แค่เจ็ดแปดอย่าง มากสุดก็ไม่น่าจะเกินสิบ เลือกมาพูดสักสองสาม ชื่อก็ไม่ได้หรือ?เสี่ยวโม่ประสานมือคารวะ “เสี่ยวโม่คารวะโจวอันดับหนึ่ง”คนหนึ่งคือผู้ถวายงานได้รับการบันทึกชื่อที่ขึ้นเขามาช ้ากว่า อีก คนหนึ่งคือผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่มีคุณูปการล้าเลิศเจียงซ่างเจินเดินก้าวเร็วๆ ไปหาเสี่ยวโม่ คว้ามือของอีกฝ่ ายมา จับไว้แล้วเขย่าแรงๆ “สหายสี่จู๋ ได้ยินชื่อเสียงอันเลื่องลือมานานแล้ว”เสี่ยวโม่รู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าโจวอันดับหนึ่งเพิ่งจะ กลับมาจากใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ไฉนถึงได้บอกว่าได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือ มานานแล้วเล่า?เฝิงเซวี่ยเทาลุกขึ้นยืนนานแล้ว เฉินผิงอันเป็ นฝ่ายกุมหมัดคารวะ เขาก่อน เฝิงเซวี่ยเทาจึงกุมหมัดคารวะกลับคืน หากไม่เป็ นเพราะมี เจียงซ่างเจินเป็ นสหายร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีอะไรให้พูดคุยกันเลยจริงๆเจียงซ่างเจินหมุนตัวไปมองโต๊ะเหล้าที่สภาพเละเทะ ถามว่า “ข้า จะให้คนยกอาหารมาใหม่ดีไหม?”เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไม่ต้อง ก่อนจะลงจากภูเขาก็กินกันมาแล้ว ตอนอยู่ที่ร ้านยาสู้ยก็กินขนมไปอีกหลายชิ้น”ทะยานลมเคียงข้างกันมุ่งหน้าไปยังภูเขาลั่วพั่ว ก่อนหน้านี้ตอน ที่อยู่ในเมืองเล็ก เจียงซ่างเจินก็ได้มอบยันต์กระบี่ชิ้นหนึ่งให้กับเฝิง เซวี่ยเทา เตือนให้เขาแขวนห้อยเอวไว้เฝิงเซวี่ยเทาสังเกตเห็นว่าหลังจากเฉินผิงอันปรากฏตัว เจียงซ่าง เจินก็คล้ายจะเปลี่ยนไปเป็ นคนละคนก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่บนโต๊ะเหล้า เจียงซ่างเจินทอดถอนใจไม่ หยุด พึมพ าถ้อยค าทานองว่าเสื้อผ้าเก่าย่อมสู้เสื้อผ้าใหม่ไม่ได้ วิถีทางโลกเป็ นอย่างนี้แล้วข้าจะทาอย่างไรระหว่างที่เดินทางเจียงซ่างเจินใช ้เสียงในใจเล่า “เรื่องน่าสนใจ” ของเฝิงเซวี่ยเทาในการเดินทางไปเยือนเปลี่ยวร ้าง ยกตัวอย่างเช่น ถูกใครบางคนกระชากให้มุ่งหน้าไปทางทิศใต้สุดท้ายใครบางคน รังเกียจที่ผู้ฝึกตนอิสระขอบเขตบินทะยานเกะกะจึงสั่งให้เฝิงเซวี่ยเทา ที่ถูกเรียกว่าเป็ นตัวภาระเดินทางกลับทางเหนือไปก่อน หลีกเลี่ยง ไม่ให้ขัดขวางการออกกระบี่ของใครบางคน ไม่ทันระวังถูกกระบี่ที่ ปล่อยมาอุตลุดฟันตาย…ภายหลังก็คือการเข่นฆ่าที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น กู้ซ่านไม่ได้เล่าอะไร ให้เฉินผิงอันฟังมากแต่เจียงซ่างเจินกลับพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นฮึก เหิม น้าลายแตกฟอง พูดว่าคนหนุ่มสาวกลุ่มของเฉาสือ แต่ละคน ล้วนร ้ายกาจ ผู้ฝึ กตนแผนภูมิฟ้ าของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างที่อายุน้อย เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็ นเวทคาถาหรือจิตแห่งมรรคาต่างก็ไม่อ่อนด้อย เช่นเดียวกัน หากไม่เป็ นเพราะการลงมือที่ยอดเยี่ยมดุจเทพช่วยของ เฉาสือและกู้ช่าน การต่อสู้ครั้งนี้ อันที่จริงก็ยังสามารถสู้กันไปต่อได้ อีกเซี่ยโก่วใช ้เสียงในใจหลุดหัวเราะพรีด “ฟังเจ้าพูดเช่นนี้ ดู เหมือนว่าก็มีแค่เฉาสือที่น่าสนใจอยู่บ้าง ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ถึงอย่างไร ก็ยังอ่อนเยาว์กันอยู่มาก”เจียงซ่างเจินร ้องเอ๊ะ “แม่นางเซี่ยได้ยินเสียงในใจระหว่างข้ากับ เจ้าขุนเขาด้วยหรือ?”เซี่ยโก่วพูดเหลวไหลได้หน้าตาเฉย “เสี่ยวโม่เล่าต่อให้ข้าฟัง”เสี่ยวโม่เอ่ยอย่างอ่อนใจ “อย่าพูดจาส่งเดช”
้