ตอนที่ 2818
บทที่ 1052.4 สหายอย่าพูดเลย
October 21, 2026
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ผู้ตรวจการคนปัจจุบันชื่อว่าเจี่ยนเฟิง เป็ นคน ชอบยึดมั่นในหลักการท าอะไรค่อนข้างจริงจัง” เฝิ งเซวี่ยเทาได้ยินคาวิจารณ์เช่นนี้ก็เริ่มรู ้สึกสงสารขุนนาง ผู้ตรวจการงานเตาเผาที่เป็ นเพื่อนบ้านกับภูเขาลั่วพั่วคนนั้นนิดๆ แล้ว ค าพูดในวงการขุนนาง หากไม่ใช่ค าพูดในทางตรงกันข้าม ก็ เป็ นค าพูดอ้อมค้อมวกวนสรุปก็คือเป็ นคาพูดที่มีความนัยซ่อนแฝงอยู่ ฟังเข้าใจหรือไม่ก็ต้องดูที่พรสวรรค์และประสบการณ์ในการฝึกฝนใน ที่ว่าการแล้ว เจียงซ่างเจินคลี่ยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไรให้เฝิงเซวี่ยเทาฟังว่าการที่ ถูกเจ้าขุนเขาบ้านตนวิจารณ์ว่า “ยึดมั่นในหลักการ” “ทาอะไร จริงจัง” เท่ากับเป็ นคาประเมินว่ายอดเยี่ยมได้แล้ว ดื่มชากันไปแล้วก็ถือว่าได้เลี้ยงต้อนรับโจวอันดับหนึ่งกลับบ้าน จากนั้นทุกคนก็พากันขึ้นไปบนภูเขา เจียงซ่างเจินใช ้เสียงในใจพูดกลั้วหัวเราะว่า “หากเพิ่มพี่เฝิงเข้า ไป เวลานี้ภูเขาลั่วพั่วก็มีขอบเขตบินทะยานสี่คนแล้ว” ่ เฝิงเซวี่ยเทาเอ่ยอย่างตกตะลึง “อะไรนะ?! ตอนนี้ภูเขาลั่วพั่วมี ขอบเขตบินทะยานสามคนแล้วหรือ?!” เจียงซ่างเจินอธิบายให้ฟังแต่พอสมควร “สองคนในนั้นยังเป็ นผู้ ฝึกกระบี่ด้วย หนึ่งยอดเขาหนึ่งสมบูรณ์แบบ ห่างจากการเป็ นผู้ฝึก กระบี่ขอบเขตสิบสี่บริสุทธิ์เต็มตัว หากจะบอกว่าไกลก็ไกล แต่หากจะ บอกว่าใกล้ก็ใกล้เหมือนกัน” เฝิงเซวี่ยเทาได้ยินแล้วเส้นเอ็นหัวใจก็ขึงตึงทันที จิตแห่งมรรคา ประหนึ่งเรือน้อยลาหนึ่งที่ลอยโคลงโคลงอยู่ท่ามกลางคลื่นถาโถม กว่าจะสยบริ้วคลื่นกระเพื่อมในจิตแห่งมรรคาให้กลับมาสงบนิ่งได้ไม่ ง่ายเลย เจียงซ่างเจินยิ้มกล่าว “สองคนนี้ก็อยู่ข้างกายเจ้า ห่างไปเพียง สามก้าว” เฝิงเซวี่ยเทาร่างแข็งที่ออย่างอดไม่ไหว ลมหายใจชะงักค้าง แต่ ถึงอย่างไรก็เป็ นผู้ฝึกตนอิสระที่เคยชินกับคลื่นลมมรสุมรุนแรงมาแล้ว เพียงไม่นานสีหน้าของเฝิงเซวี่ยเทาก็กลับคืนมาเป็ นปกติ ใช ้เสียงใน ใจเอ่ยว่า “ไม่บอกแต่แรก” เจียงซ่างเจินเอ่ยประโยคหนึ่งที่ตอนนี้เฝิงเซวี่ยเทายังไม่เข้าใจ ความหมายที่ลึกซึ้ง “บอกเร็วหรือบอกช ้าไม่ได้มีอะไรต่างกัน ถึง อย่างไรอยู่ที่นี่ ขอบเขตสูงก็ไม่มีประโยชน์อะไรไม่ได้ท าให้ได้รับความ นิยมเพราะเรื่องนี้” ่ ……. แยกจากกับลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาที่ท่าเรือจิ่วฮวา มองส่งเผย เฉียนขึ้นเรือข้ามฟากตระกูลเซียนลาหนึ่งที่จะไปจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือหนิวเจี่ยว เฉินผิงอันที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มสะพายกระบี่ ใช ้ นามแฝงว่าเฉินเหรินก็เดินทางไปเยือนเมืองหลวงแคว้นชิงซิ่งเพียง ลาพัง วิถีแห่งการปกครองของสกุลหลิ่วแคว้นชิงซิ่งหูฟังไม่เท่ากับตา เห็น เฉินจิ้วเตี่ยนเค่อฝ่ ายนอกของภูเขาไฉอวี้หนึ่งในร่างแยกยังคงอยู่ ที่แคว้นชิงหลิง ชิงหลิง ชิงซิ่ง ต่างกันแค่ตัวอักษรเดียว ในเก้าทวีปของไพศาล เรื่องของการเลือกชื่อแคว้น อันที่จริงยากยิ่งกว่าการตั้งชื่อพรรคบน ภูเขาเสียอีก ดังนั้นจึงมักจะเพิ่มคาว่าออกตกเหนือใต้เข้าไปด้วย เป็ น เรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ หากจะใช ้แค่ตัวอักษรตัวเดียวก็แทบจะมีแต่ ราชวงศ์ที่มีประวัติศาสตร ์ยาวนาน รากฐานลึกล้าแทบทั้งสิ้น ค่อนข้าง คล้ายคลึงกับอักษรที่เคียงข้างคาว่างอ๋องในชื่อของอ๋องเจ้าเมืองที่ จะต้องสูงศักดิ์มากที่สุด แคว้นอวี้เซวียนที่อยู่ใกล้กับภูเขาทายาทขุนเขาตะวันตก นักพรตต่างถิ่นอู๋ตีที่อยู่ในเมืองหลวงยังคงตั้งแผงดูดวงอยู่ทุกวัน ไม่ ว่าลมจะพัดฝนจะตกก็มิอาจขัดขวาง ฟ้ าผ่าก็ไม่สะเทือน ่ ในอาณาเขตของจังหวัดเหยียนโจวต้าหลี หลังจากที่โรงเรียน เลิก เฉินผิงอันก็พาลูกศิษย์หนิงจี๋ไปด้วยกัน ให้อีกฝ่ ายฝึกฝนการ ควบคุมเรือยันต์ เมื่อเรือยันต์ลอยละล่องไปบนฟ้ าพบเจอ “คลื่นลม” ก็ เหมือนเรือน้อยที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในน้า แล้วพวกเขาก็เดินทางมุ่งหน้า ขึ้นเหนือไปเยือนศูนย์ตัดต้นไม้เขตอวี้จางหงโจวด้วยกันทั้งอย่างนี้ เฉินผิงอันนัดหมายกับหลินโส่วอีไว้แล้วว่าวันนี้จะไปเยี่ยมเยือน ศูนย์ตัดต้นไม้ อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็ได้บอกกับหลินโส่วอีไปก่อนแล้ว ผลคือดี นัก อีกฝ่ ายขอบเขตสูงมาดก็ใหญ่โต เทพเซียนหนุ่มห้าขอบเขตบน ผู้นี้ถึงกับบอกว่าตัวเองมีธุระปลีกตัวมาไม่ได้ เจ้าเฉินผิงอันไม่บอกแต่ เนิ่นๆในจดหมายที่ตอบกลับมานั้น เซียนซือใหญ่หลินยังบอกเฉินผิง อันอีกว่าหากรีบจริงๆ ก็ไปที่ศูนย์ตัดต้นไม้เองได้เลย ถึงอย่างไรต่อให้ เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ด้วยก็ไม่ได้ต่างกันเฉินผิงอันจึงได้แต่นัดหมายวันเวลากับ “หลินหยกดิบ” ใหม่อีก ครั้ง วิถีทางโลกในทุกวันนี้ จิตใจคนเสื่อมโทรมไม่เหมือนคนโบราณ จริงเสียด้วย ใครติดเงินใครคนนั้นก็คือนายท่านใหญ่กลางดึก เรือยันต์ก็พลิ้วจอดในสถานที่ที่เงียบสงัดแห่งหนึ่งนอก อาเภอที่ตั้งของศูนย์ตัดต้นไม้ เดินเท้าไปข้างหน้า เฉินผิงอันและหนิง จี๋ต่างก็ถือเอกสารผ่านด่านกันคนละฉบับเดินเข้าตัวอ าเภอไป่หลินโส่วอีมารอที่หน้าประตูเมือง เฉินผิงอันกุมหมัดเขย่าแรงๆ “หลินหยกดิบ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ขออภัย ขออภัย ขัดจังหวะ การฝึกตนของหลินหยกดิบแล้ว”หลินโส่วอีรู ้สึกอ่อนใจยิ่งนัก “มีธุระจริงๆ เป็ นธุระที่นัดหมายวัน เวลากันไว้ล่วงหน้านานแล้ว”ใบหน้าของเฉินผิงอันประดับยิ้มน้อยๆ “ข้าก่อกาเนิดเจ้าหยกดิบ มีธุระจริงหรือมีธุระหลอก ใครขอบเขตสูงคนนั้นก็มีสิทธิ์มีเสียง”หลินโส่วอีหัวเราะอย่างฉุนๆ “นี่เจ้าไม่จบไม่สิ้นสักทีใช่ไหม?”เฉินผิงอันคลี่ยิ้มสง่างาม แนะนาลูกศิษย์ที่อยู่ข้างกายหนิงจี๋เอ่ยเรียกขานตามจิตใต้ส านึก “อาจารย์อาหลิน”เฉินผิงอันกลั้นขา “หนิงจี๋อ่า เจ้าเรียกผิดแล้ว ตามล าดับอาวุโส ในสายเหวินเซิ่งของพวกเรา หลินหยกดิบคือลูกศิษย์ของลูกศิษย์ อาจารย์ปู่ ของเจ้า ขอบเขตเขาสูงก็จริง แต่ลาดับอาวุโสต่ากว่าข้าผู้ เป็ นอาจารย์ของเจ้าหนึ่งขั้นนะ ดังนั้นเจ้าต้องเรียกเขาว่าศิษย์พี่หลิน”หลินโส่วอีคร ้านจะถือสาเฉินผิงอัน ผงกศีรษะยิ้มให้เด็กหนุ่มตัว ดาผอมแห้ง “ข้าชื่อหลินโส่วอี เป็ นคนบ้านเดียวกับอาจารย์ของเจ้า เรียกข้าว่าศิษย์พี่หลินก็ได้ จาไว้ว่าวันหน้าอย่าชอบพูดประชดประชัน อย่างอาจารย์ของเจ้า”่หนิงจี๋ยิ้มกว้าง อาจารย์ของตนไม่เคยพูดประชดประชันเสีย หน่อย มีแต่ค าพูดและการกระทาที่สอดคล้องกันชัดเจนเท่านั้นหลินโส่วอีใช ้เสียงในใจยิ้มเอ่ย “เจ้าจะตื่นเต้นอะไร?”เฉินผิงอันถอนหายใจ “ก็ต้องโทษเจ้าที่เอาความไปบอกต่อผิดๆ ไม่ใช่หรือ ไม่อย่างนั้นข้าก็คงมาสวัสดีปีใหม่ท่านลุงหลินนานแล้ว”หลินโส่วอียิ้มเอ่ย “แล้วเจ้าก็มาเยี่ยมมือเปล่าแบบนี้น่ะนะ?”เฉินผิงอันกล่าว “จะเป็ นไปได้อย่างไร”หลินโส่วอีเอ่ย “อาเภอไม่ใหญ่ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว พ่อข้ารอ เจ้าอยู่แล้ว”อันที่จริงบิดาเขายังสั่งให้ทางห้องครัวเตรียมอาหารไว้โดยเฉพาะ อีกด้วย หากไม่ถามหลินโส่วอีว่าท าไมยังมาไม่ถึง ก็ต้องบอกให้เขา ออกไปดูข้างนอกว่าเฉินผิงอันมาถึงแล้วหรือยังเฉินผิงอันถาม “คงไม่รบกวนการพักผ่อนของท่านลุงหลิน กระมัง?”หลินโส่วอีหัวเราะร่วน “เจ้าก็กลับไปสิ คราวหน้าค่อยมาใหม่ เลือกมาตอนกลางวันแทน”เฉินผิงอันหน้ามุ่ย “ฝากไว้ก่อนเถอะ รอให้เจอท่านลุงหลิน ข้าจะ หาเรื่องมาพูดคุยถึงต่งสุ่ยจิ่งให้ดีๆ เสียหน่อย”หลินโส่วอีปิดปากฉับทันใด่ไปถึงที่หน้าประตูศูนย์ตัดต้นไม้ เฉินผิงอันจัดระเบียบเสื้อผ้าให้ เรียบร ้อย พรูลมหายใจยาวเหยียด่่่่