ตอนที่ 2819
บทที่ 1052.5 สหายอย่าพูดเลย
October 21, 2026
เฉินจิ้วเอ่ยเสียงเบา “ท่านลุงป๋ าย ขอข้าพูดประโยคที่ไม่ได้เป็ น ค าคุยโวสักค า หากว่ามีเรื่องแบบนี้จริง ข้าสามารถออกหน้าไปช่วย ไกล่เกลี่ยให้ได้ ความสามารถในการต่อสู้ธรรมดา แต่เรื่องของการ ใช ้เหตุผล ข้ากลับถนัดมากเลยนะ” ป๋ ายหนีเอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุน “พูดจาเหลวไหล!” เจ้าคิดว่าพรรคกิ่งไผ่ของพวกเราคือภูเขาตะวันเที่ยงหรือไร? บอกตามตรง ผู้เฒ่าไม่อยากจะไล่เฉินจิ้วไปไหนเลย ไม่เพียงแต่เขาป๋ ายหนี อันที่จริงพวกช่างเก่าแก่ทั้งหลายของ ภูเขาไฉอวี้ต่างก็ชอบคนหนุ่มที่คุยโวได้ ดื่มเหล้าเก่ง แล้วยังทาอะไร จริงจังละเอียดรอบคอบผู้นี้อย่างมาก ทุกครั้งที่มาตกปลาตอนกลางคืนแล้วได้ผลเก็บเกี่ยว คนหนุ่มก็ มักจะเข้าครัวผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอว เชื้อเชิญให้ผู้เฒ่าทั้งหลายจิบ เหล้าระหว่างที่คุยเล่นกันไป ฟังเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ออกมาจากร่องฟัน โยกเยกของพวกช่างขุดหิน คนเก็บหยก เฉินจิ้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “ท่านลุงป๋ าย วันนี้ข้าคงต้องเอ่ย ถ้อยคารุนแรงไว้ตรงนี้เลยว่า หากไม่มีเหตุผลถูกต้องเหมาะสมที่โน้ม น้าวข้าได้ ข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่ข้าตรากตราท างานอย่างยากล าบากก็ไม่ใช่เพื่อคิดอยากจะให้ท่านลุงป๋ ายช่วยแนะน าข้า ท า ให้ข้าคว้าสถานะบนทาเนียบของพรรคกิ่งไผ่มาได้หรอกหรือ” ป๋ ายหนียิ้มเอ่ย “ทาไม หรือพวกเขาจะพูดถูกจริงๆ แม้ว่าเจ้าจะ ยากจนไปสักหน่อย แต่กลับหัวสูงมาก รู ้สึกว่าเจ้าประมุขกวอของ พวกเรายังไม่มีคู่รัก เจ้าก็เลยมีความคิดบางอย่าง?” คราวนี้เฉินจิ้วร ้อนใจจริงๆ แล้ว “ผายลมเหม็นๆ กับมารดาพวก เขาน่ะสิ เจ้าพวกนี้ปากเปราะเหมือนหญิงปากตลาดเลย คราวหน้าข้า ผู้อาวุโสจะให้พวกเขาคายทั้งเหล้าทั้งกับแกล้มที่เคยกินไปออกมาให้ หมด ยังอยากจะกินปลาดื่มเหล้าอยู่อีกหรือ กินขี้ดื่มฉี่ไปก่อนเถอะ…” มองคนหนุ่มที่ด่ากราด ผู้เฒ่าตบไหล่เฉินจิ้ว เอ่ยว่า “ฟังค าโน้ม น้าวของข้า ไปซะเถอะ” เฉินจิ้วเงียบงัน กลับไปนั่งยองอยู่บนพื้นอีกครั้ง ยกคันเบ็ดขึ้น เอาเหยื่อมาเกี่ยวตะขอแล้วโยนคันเบ็ดลงน้า ผู้เฒ่านั่งลงด้านข้าง เขาตัดใจพูดแรงๆ กับคนหนุ่มไม่ลง จึงยิ้ม เอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าไม่รู ้จักฟ้ าสูงแผ่นดินต่า รู ้สึกว่ามีโอกาสจะได้เป็ นคู่ บ าเพ็ญเพียรกับเจ้าประมุขกวอจริงๆ หรอกนะ?” เฉินจิ้วกล่าวอย่างอ่อนใจ “ต่อให้เจ้าประมุขกวอชอบข้า ข้าก็ไม่ ชอบนางหรอก”ผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย “อ้อ? มีสตรีที่รักอยู่ในใจแล้วอย่างนั้นรึ?”เฉินจิ้วยิ้มกว้าง “มีสิ อีกทั้งใกล้จะได้แต่งงานกันแล้วด้วย”ผู้เฒ่าพยักหน้า “เป็ นเรื่องดี ถึงเวลานั้นจ าไว้ว่าส่งเทียบเชิญมา ให้ข้าด้วย ข้าจะต้องไปดื่มสุรามงคลแน่นอน ขอนั่งโต๊ะประธานได้ ไหม?”เงื่อนไขก็คือเขายังมีโอกาสให้ไปดื่มสุรามงคล หากมีโอกาสที่ว่านี้ผู้เฒ่าจะต้องไปอย่างแน่นอนเฉินจิ้วยิ้มตอบ “ขอแค่ท่านลุงป๋ ายกล้านั่งตาแหน่งประธาน ข้าก็ ไม่มีความเห็นต่าง”ผู้เฒ่ายิ้มบางๆ “เฉินจิ้ว วันหน้านิสัยเสียๆ ที่ชอบคุยโวไปเรื่อย เปื่อยของเจ้า ช่วยเปลี่ยนหน่อยได้ไหม?”เฉินจิ้วจ้องเส้นเอ็นที่ลอยอยู่บนผิวน้า ถามเสียงเบาว่า “ท่าน ลุงป๋ าย ท่านบอกข้ามาตามตรงเถอะว่าพรรคกิ่งไผ่ของพวกเราเจอ กับปัญหาใหญ่แล้วใช่ไหม? เป็ นทางฝั่งของภูเขาตะวันเพียงหรือ?”ป๋ ายหนีลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “อันที่จริงข้าไม่ควรพูดเรื่องนี้ กับเจ้า เจ้ารู ้ไว้แค่ว่าพวกเราเจออุปสรรคที่ข้ามผ่านไปไม่ได้ก็แล้วกัน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับภูเขาตะวันเที่ยงหรือไม่เจ้าก็ไม่ต้องรู ้หรอก แค่ เก็บไว้ในใจก็พอ สรุปก็คือเจ้ารีบจากไปโดยเร็ว พาตัวไปอยู่นอก สถานการณ์ ข้าไม่มีทางท าร ้ายเจ้า”นั่งกันเงียบๆ ไปครู่หนึ่ง ผู้เฒ่าก็ลุกขึ้นจากมาเฉินผิงอันหันกลับมามองแผ่นหลังของผู้เฒ่า เมื่อถอนสายตา กลับมาแล้วก็กลับมาตกปลาต่ออีกครั้งเมื่อสองร ้อยปีก่อน กวอฮุ่ยเพิ่งลงนามสัญญาภูเขาสายน้าฉบับ หนึ่งกับราชสานักแคว้นชิงหลิงด้วยตัวเองเพื่อเช่าภูเขาไฉอวี้ต่อ มี กาหนดระยะเวลาอยู่ที่สองร ้อยปี พอดีกับที่ปีนี้สัญญากาลังจะหมดลงภูเขาไฉอวี้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วก็เป็ นอ่างรวมสมบัติเพียงหนึ่ง เดียวของพรรคกิ่งไผ่พรรคกิ่งไผ่ย่อมต้องอยากต่อสัญญาแน่นอนก่อนหน้านี้เซี่ยโหวจ้านวิ่งมาเร่งรัดบัญชีเก็บค่าเช่าที่นี่ มองดู เหมือนเป็ นเรื่องปกติทั่วไป แต่ในความเป็ นจริงแล้วก็เป็ นเหมือนอย่าง การคาดเดาของกวอฮุ่ยเฟิง ไม่ว่าเซียนกระบี่เยี่ยนของยอดเขาสุ่ย หลงภูเขาตะวันเที่ยงจะแอบสั่งการอย่างลับๆ หรือเป็ นเซี่ยโหวจ้านที่ อยากทาความดีชดใช ้ความผิดเอง ถึงอย่างไรคนที่ต้องชวยก็คือ พรรคกิ่งไผ่เล็กๆ แห่งนี้ พรรคกิ่งไผ่มีสิทธิ์ได้รับการต่อสัญญาก่อน ใครก็จริง แต่เงื่อนไขตัวอักษรดาที่เขียนไว้บนสัญญากระดาษขาวข้อ นี้คล้ายจะมีหรือไม่มีก็ได้ภูเขาไฉอวี้ที่อยู่ด้านหลังเฉินผิงอันได้ถูกขุดเจาะติดต่อกันมา นานหลายร ้อยปีแล้ว ดูจากผลการทดสอบล่าสุดของตี้ซือแคว้นชิงห ลิงก่อนหน้านี้ ปริมาณของหินหยกที่เหลืออยู่ถูกประมาณการณ์ไว้ เป็ นเงินฝนธัญพืชหนึ่งร ้อยยี่สิบเหรียญนี่ยังไม่ได้รวมต้นทุนในการขุดเจาะ ไม่พูดถึงเงินเดือนที่พรรคกิ่ง ไผ่ต้องจ่ายให้กับผู้ฝึ กลมปราณและช่างของตัวเอง รวมไปถึง ค่าใช ้จ่ายเพิ่มเติมในการวิ่งเต้นสานสัมพันธ ์กับพวกขุนนางชนชั้นสูง ของแคว้นชิงหลิงแล้วนับประสาอะไรกับที่ในฐานะหนึ่งในพรรคใต้อาณัติของภูเขา ตะวันเที่ยง ทุกปีพรรคกิ่งไผ่ยังต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับภูเขาตะวันเที่ยง เงินเทพเซียนแต่ละก้อนพวกนี้เมื่อหักออกมาแล้ว ในอนาคตอีกร ้อยปี ต่อให้พรรคกิ่งไผ่ขุดภูเขาไฉอวี้จนสิ้นซาก อย่างมากสุดก็คงหาเงิน ฝนธัญพืชได้แค่สามสิบห้าสิบเหรียญเท่านั้นกระมัง? ผู้ฝึกตนที่ดูแล เงินของพรรคกิ่งไผ่เปิ ดราคากับราชส านักแคว้นชิงหลิงด้วยราคา สามสิบเหรียญเงินฝนธัญพืช ก็ถือว่ามีความจริงใจอย่างมากแล้ว