ตอนที่ 2824
บทที่ 1054.2 เคยมีคนพูด
October 21, 2026
ช่วงท้ายของสมุดเล่มนี้นาบตราประทับเป็ นคาว่า เฉินผิงอันแห่ง ภูเขาลั่วพั่ว เชื่อว่าอีกไม่นานสกุลซ่งต้าหลีก็จะต้องแกะสลักตราประทับ ทางการให้เฉินผิงอัน ตัวอักษรของตราประทับย่อมต้องค าว่า “ราชครูต้าหลี ต้องให้กรมพิธีการและกองโหราศาสตร ์ช่วยกันเลือกวันฤกษ์งาม ยามดี เลือกช่วงเวลาที่ฮ่องเต้จะจรดพู่กัน วัสดุที่นามาใช ้ทาตรา ประทับ ให้ห้าขุนเขา แม่น้าลาคลอง ศาลอภิบาลในเมืองหลวงและ ศาลบุ๋นบู๊ช่วยกันปลุกเสก ล้วนมีข้อพิถีพิถัน เจ้ากรมผู้เฒ่าเสิ่นเฉินอ่านเนื้อหาในสมุดแล้วจุ๊ปากประหลาดใจ อันที่จริงสมุดเล่มเล็กมีแค่สองหน้าเท่านั้น หน้าแรกเขียนชื่อ สมาชิกบนท าเนียบของภูเขาลั่วพั่ว ไม่มีชื่อของเค่อชิงที่ยิ่งแสดงให้ เห็นถึงความสัมพันธ ์ควันธูปบนภูเขา หน้าที่สองเขียนสภาพการณ์ในการทาการค้า อันที่จริงนี่ ค่อนข้างคล้ายกับเป็ นการเสริมในส่วนของหน้า “เค่อชิง” ล าพังแค่ อุตรกุรุทวีปที่เดียว แค่สานักอักษรจงที่ร่วมงานกันก็มีสานักพี่หมา ชายหาดโครงกระดูก ทะเลสาบกระบี่ฝูผิงของเซียนกระบี่หญิงลี่ไฉ่ สานักกระบี่ไท่ฮุยของหลิวจิ่งหลง นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรด้านการค้าบนภูเขาอีกกลุ่มใหญ่ซึ่งมีสานักมังกรน้าและหน่วยฉงเสวียน ราชสานักต้าหยวนเป็ นหนึ่งในนั้น ส่วนแจกันสมบัติทวีปบ้านตนก็มี ชื่ออยู่หลายชื่อที่มีนัยชวนให้ขบคิดอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นภูเขา เช่อจื่อขุนเขากลาง ภูเขาผูซานของจิ้นชิง แม่น้ายงเจียง ยอดเขาเสิน เชิ่นภูเขาทายาทขุนเขาเหนือและภูเขาไฉ่จือภูเขาทายาทขุนเขาใต้ นี่ต้องยกคุณความชอบให้การ ‘ระมัดระวังและมีจิตใจที่ รับผิดชอบสูง” และ “จับเล็กปล่อยใหญ่” ของเฉาเกิงซินขุนนาง ผู้ตรวจการงานเตาเผาหลงเฉวียนคนก่อน แน่นอนว่ายังมีการไม่รายงานข่าวของภูเขาพีออิ๋นด้วย ดู เหมือนว่าเว่ยซานจวินจะใจตรงกันกับผู้ตรวจการเฉาอย่างมาก สอง ฝ่ ายร่วมมือกัน เป็ นเหตุให้ภูเขาลั่วพั่วที่เหมือนมีเมฆหมอกล้อมวนมี รากฐานเช่นไร โลกภายนอกก็ได้แต่อาศัยการเดาเท่านั้น มีเพียงครั้งเดียวที่เป็ นข้อยกเว้นก็คือการเข้าร่วมงานพิธีที่ภูเขา ตะวันเที่ยงซึ่งตระการตายิ่ง แต่น่าเสียดายที่การถามกระบี่ครั้งนั้น นอกจากเจ้าขุนเขาเฉินผิงอันแล้ว สมาชิกคนอื่นของศาลบรรพจารย์ ยอดเขาจี๋หลิงต่างก็ไม่ได้ลงมือกันอย่างแท้จริง อันที่จริงเรื่องที่เกี่ยวกับรากฐานที่แท้จริงของภูเขาลั่วพั่ว การที่ ราชส านักตัาหลีจะพูดว่า “รู ้น้อยมาก” ก็ฟังไม่เหมาะเท่าไร ถ้าอย่าง นั้นก็เปลี่ยนมาใช ้ภาษาทางการที่อ้อมค้อมสักเล็กน้อย เป็ นค าว่า ‘เข้าใจไม่เยอะ” แทนเว่ยป้ ออ่านอย่างละเอียดเป็ นพิเศษ เปิดผ่านไปหน้าหนึ่งแล้วยัง ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาใหม่อีกรอบ เสินจวินเย่โหยวอย่างเจ้าจะเสแสร ้งไปไย อย่าว่าแต่ภูเขาลั่วพั่วมี สมาชิกบนทาเนียบกี่คนเลย บนภูเขามีต้นไม้กี่ต้น เว่ยซานจวินก็ น่าจะรู ้ชัดเจนดีกระมัง นี่คือสิ่งที่โลกภายนอกเข้าใจเว่ยซานจวินผิดไป ในความเป็ นจริง แล้วควรเป็ นภูเขาลั่วพั่วที่รู ้ว่าป่าไผ่ผืนเล็กบนภูเขาพีอวิ๋นมีต้นไผ่อยู่ กี่ต้นถึงจะถูก สมุดเล่มเล็กถูกเปลี่ยนมือไปตลอดทาง ระหว่างนั้นถงเหวินช่าง แค่กวาดตามองไม่กี่ทีเท่านั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์บางท่านอ่านอย่างตั้งใจ เป็ นพิเศษ ไม่ยอมให้คลาดสายตาไปแม้แต่ตัวอักษรเดียว พูดถึงแค่เสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่ว ผู้ฝึกกระบี่สองคนของเปลี่ยวร ้าง คนหนึ่งได้รับการบันทึกชื่อ คนหนึ่งคือตัวสารอง ต่างก็ไม่ได้พูดถึง ขอบเขตของพวกเขา แต่ลาพังดูแค่จากซากปรักพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเก่าของพวก เขาแต่ละคนก็พอจะชั่งน้าหนักออกแล้วว่าเสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่วจะต้อง เป็ นขอบเขตบินทะยานอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน! สิ่งศักดิ์สิทธิ์แทบทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้ ต่างก็รู ้สึกอึดอัดอย่าง ห้ามไม่ได้ในสถานที่ที่อยู่ใกล้ในระยะประชิด ในระเบียงด้านนอกนั้นก็มี ขอบเขตบินทะยานที่อายุขัยการฝึกตนยาวนานนับหมื่นปีสองคนยืน อยู่ อีกทั้งยังเป็ นผู้ฝึกกระบี่บรรพกาลที่มาจากเปลี่ยวร ้างด้วย ก่อนหน้านี้เจียงซ่างเจินยกเก้าอี้มานั่งหน้าประตู มองดูเหมือน ชวนให้ขบขัน ทว่าเวลานี้พอหันไปเห็นว่าโจวอันดับหนึ่งนั่งขวางอยู่ หน้าประตู คล้ายกับกั้นขวางในห้องกับนอกห้องออกจากกัน กลับ รู ้สึกสบายตาขึ้นหลายส่วนแล้ว ผู้ฝึกกระบี่เปลี่ยวร ้างสองคนด้านนอกที่มีคุณสมบัติมากพอจะได้ ครอบครอง “บัลลังก ์ราชาเก่า” มีเจียงซ่างเจินขวางเอาไว้ อย่างน้อย ก็คงไม่ถึงขั้นไม่พูดพร่าทาเพลงก็เข้ามาตวัดกระบี่ฟันส่งเดชหรอก กระมัง?อันที่จริงเจียงซ่างเจินก็เคยถามเฉินผิงอันแล้วว่า แม่นางเซี่ยที่ บุกเบิกต าหนักฮว่อจิงเป็ นจวนที่พักอยู่ในดวงตะวันผู้นี้คงไม่ได้เป็ น ร่างจาแลงของแก่นแห่งไฟซึ่งเป็ นสายหนึ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งของสรวง สวรรค์บรรพกาลหรอกกระมัง?เหมือนกับการคาดเดาแรกเริ่มของเฉินผิงอันอย่างไม่มีผิดเพี้ยนแต่ชิงถงเคยให้คาตอบที่นางแอบเลียบๆ เคียงๆ ถามมาจากหย่า งจื่อ ป๋ ายจิ่งมีชาติกาเนิดจากเผ่าปีศาจอย่างแท้จริง ไม่ใช่องค์เทพที่ กลับชาติมาเกิดในโลกมนุษย์อีกทั้งหย่างจื่อยังแพร่งพรายข้อมูลอย่างหนึ่งบอกว่า เฟยเฟยที่ รับช่วงต่อดูแลล าคลองเย่ลั่ว หากอิงตามการแบ่งสายสืบทอดก็มี โอกาสสูงมากที่จะเป็ นลูกศิษย์ของลูกศิษย์ของป๋ ายจิ่งซึ่งเหอคือคนสุดท้ายที่อ่านสมุดเล่มนั้น หลังจากอ่านแล้วก็ปิดลง เบาๆ วางฝ่ามือทับลงบนสมุด ยิ้มถามว่า “ราชครูเฉิน ทางฝั่งของกรม พิธีการมีความคิดว่าส านักศึกษาชุนซานของพวกเราจะขอเป็ นตัว ส ารองของเจ็ดสิบสองส านักศึกษาของศาลบุ๋นได้หรือไม่?”ในการประชุมคราวก่อนเพิ่งจะมีการกาหนดเจ็ดสิบสองสานัก ศึกษาใหม่ไป ค าว่าตัวส ารองก็คือสามารถเข้าไปอยู่ในการพิจารณา ของศาลบุ๋น แต่จะได้เสริมตาแหน่งที่ว่างเมื่อไหร่กลับไม่มีกาหนดที่ แน่ชัด อีกทั้งการแข่งขันยังดุเดือดมากเป็ นพิเศษ ราชส านักใหญ่สิบ แห่งที่มีต้าหลีเป็ นหนึ่งในนั้นล้วนมีสานักศึกษาของทางการหลายแห่ง ที่เลื่อนไปอยู่ในอันดับของตัวสารองมานานแล้ว หากมีตาแหน่งว่าง ของส านักศึกษาแห่งใด ก็เท่ากับว่าส านักศึกษาสามสิบกว่าแห่งของ แต่ละราชส านักจะต้องเดินไปบนสะพานไม้ท่อนเดียวนี้ในเวลา เดียวกัน นอกจากนี้สานักศึกษาชุนซานยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่ง เนื่องจากอยู่ใกล้กับสานักศึกษาหลินลู่มากเกินไป อีกทั้งจานวนผู้ รอบรู ้ที่สามารถสร ้างชื่อเสียงให้เลื่องลือไปทั้งใต้หล้าในส านักศึกษา ชุนซานก็มีน้อยเกินไป ประเด็นสาคัญคือทุกวันนี้ทางฝั่งสานักศึกษา ยังไม่มีเจ้าขุนเขา ผู้สอนหลักและผู้บรรยายที่มียศวิญญูชนเลยสักคน เดียวจ้าวตวนจิ่นเจ้ากรมพิธีการเปิดปากเอ่ยว่า “เรื่องนี้มีความยากไม่ น้อยเลยจริงๆ”เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “สานักศึกษาชุนซานจะเลื่อนเป็ นตัวสารอง ได้หรือไม่ ข้าไม่มีสิทธิ์พูดบางทีอาจต้องให้เว่ยซานจวินออกหน้า ดู ว่าจะสามารถเชิญให้อาจารย์ใหญ่ที่รับผิดชอบเป็ นผู้ด าเนินงานใน พิธีแต่งตั้งภูเขาพีอวิ๋นให้ไปช่วยสอนที่สานักศึกษาสักครั้งในช่วงเวลา อันใกล้นี้ได้หรือไม่”เว่ยป้ อกล่าว “พูดได้แค่ว่าจะบากหน้าเอาเรื่องนี้ไปบอกต่อ อาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่จะยินดีไปสอนที่สานักศึกษาชุนซาน หรือไม่ ข้าไม่กล้ารับประกันอะไร”จิ้นชิง ฟ่านจวิ้นเม่าและเหมิงหรงหันมาสบตากัน แม้กระทั่งถงเหวิ นช่างก็ยังเงยหน้าขึ้นมามองเว่ยซานจวินเจ้าตัวดี ซานจวินอย่างพวกเรา ก่อนจะประชุมในวันนี้ แม้กระทั่ง เรื่องที่ฉายาเทพของตัวเองจะผ่านมติไปได้หรือไม่ก็ยังไม่รู ้ ในใจยัง เป็ นกังวลกันไม่คลายเจ้าเวยป้ อกลับดีนัก แม้กระทั่งอาจารย์ใหญ่ท่านนั้นก็ยังเคยเจอ กันมาก่อนแล้ว? โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้แต่เรื่องที่อาจารย์ใหญ่จะเป็ น ผู้ดาเนินงานพิธีแต่งตั้งภูเขาพีอวิ๋นก็รู ้มาก่อนล่วงหน้าแล้ว?มีความสามารถมากขนาดนี้ ทาไมเจ้าเว่ยป้ อไม่ไปนั่งประชุมที่ ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางโดยตรงเลยเล่าในใจของซานจวินทั้งหลายเปรี้ยวฝาด ในเรื่องนี้อันที่จริงเฉินผิง อันก็อัดอั้นอยู่มากเหมือนกันข้าผู้อาวุโสอุตส่าห์โน้มน้าวปากเปียกปากแฉะด้วยความหวังดีว่า ให้เจ้าใช ้ฉายา “เย่โหยว” ถึงขั้นที่ว่ายังยกอาจารย์ของตนและเจ้า ลัทธิลู่มาพูดด้วย ตอนนั้นเจ้าเว่ยป้ อไม่เพียงแต่ไม่รับน้าใจ ยังโมโหใส่ข้าด้วยผลคือรอกระทั่งตอนเจออาจารย์ใหญ่ครั้งแรกแล้วเขาบอกว่า ฉายาเทพเย่โหยวดี เจ้าก็เปลี่ยนสีหน้าใหม่ทันที นี่คือเหตุผลที่คน กันเองพูดไม่ถือว่าเป็ นเหตุผลใช่ไหม?เหอะ สืบสาวราวเรื่องกันแล้วก็ยังคงเป็ นเพราะข้าเฉินผิงอันต่า ต้อยคาพูดจึงไม่มีน้าหนักสินะเว่ยป้ อทาหน้านิ่งเฉย แสร ้งทาเป็ นไม่รับรู ้ว่าตัวเองเป็ นจุดรวม สายตาของคนในห้องเฉินผิงอันเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าจะรับหน้าที่สอนหนังสือที่สานัก ศึกษาชุนซานชั่วคราว จะสอนวิชาการโจมตีและป้ องกันในสงคราม ตามประวัติศาสตร ์ของกาแพงเมืองปราณกระบี่โดยเฉพาะ แน่นอนว่า เรื่องนี้ยังต้องให้ทั้งฝ่ าบาท กรมพิธีการและสานักศึกษาชุนซาน ร่วมกันพิจารณาจนผ่านมติถึงจะได้”เว่ยป้ อกล่าว “ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ภูเขาลั่วพั่ว อาจารย์ใหญ่ แนะน าด้วยตัวเองให้ราชครูเฉินรับต าแหน่งวิญญูชนของส านัก ศึกษา”จ้าวตวนจิ่นยิ้มเอ่ย “เรื่องดีมาเป็ นคู่”