ตอนที่ 2825
บทที่ 1054.3 เคยมีคนพูด
October 21, 2026
ตัวเลือกที่จวนฉางชุนโหวเป็ นผู้เสนอในครั้งนี้คือเฉินเหวินเชี่ยน หากส าเร็จได้จริงก็เท่ากับว่าได้สร ้างวีรกรรมใหญ่ที่ก้าวกระโดดใน วงการขุนนางภูเขาสายน้าทีเดียวถึงสามขั้นบันได ดังนั้นหยางฮวาจึงไม่มีความหวังใดๆ ในเรื่องนี้ ย้อนกลับมามองชื่อที่เฉาหย่งหลินหลีป๋ อเป็ นผู้เสนอ เห็นได้ชัด ว่ามีหวังจะผ่านมติการประชุมของราชส านักต้าหลีมากกว่า อย่าง น้อยที่สุดก็สามารถแข่งขันกับตัวเลือกที่กรมพิธีการต้าหลีเป็ นผู้ เสนอมาได้ หนึ่งเพราะเดิมทีเฉาหย่งก็เคยเป็ นเฉียนถังจ่างมาก่อน ราช ส านักต้าหลีต้องมีการพิจารณาในข้อนี้ นอกจากนี้การเลื่อนขั้นที่เป็ นไปตามลาดับขั้นตอนฝ่ ายใน ประเภทนี้ก็สอดคล้องกับกรณีทั่วไปของวงการขุนนางภูเขาสายน้า มากกว่า จากเอกสารที่ระบุไว้ เฉินเหวินเชี่ยนคือหูจวินคนแรกของ ทะเลสาบเหล่าอวี๋ ตอนมีชีวิตอยู่เคยเป็ นเซวี่ยเจิ้งในหลายจังหวัดของ แคว้นใต้อาณัติต้าหลี ภายหลังเนื่องจากเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจและ การปกครองจึงหันไปรับหน้าที่เป็ นขุนนางด้านการขนส่ง เคยดูแลขุด ลอกและเปิ ดเส้นทางขนส่งทางน้าและการสร ้างคลังเก็บเสบียงภายหลังก็กุมอานาจเต็มที่ในเรื่องของการปลดขุนนางชั้นผู้น้อยและ เจ้าหน้าที่ที่เป็ นส่วนเกิน เปลี่ยนจากรองเจ้ากรมโยธาไปเป็ นรอง เจ้ากรมขุนนาง สุดท้ายรับต าแหน่งเป็ นเจ้ากรมพิธีการ เพียงแต่ว่า เป็ นอยู่ได้ไม่กี่วันก็ลาออกจากต าแหน่งกลับบ้านเกิด หลังจากเฉินเห วินเชี่ยนตายไปก็ถูกราชสานักแต่งตั้งสมัญญานามย้อนหลังให้เป็ น ราชครูของรัชทายาท ชื่อยศว่าเหวินตวน เรียกได้ว่ามีเกียรติอย่างถึง ที่สุด แต่รอกระทั่งเฉินเหวินเชี่ยนที่ได้รับความรักความเคารพจาก ชาวบ้านอย่างลึกซึ้งตายไป ชาวบ้านของที่บ้านเกิดก็ระดมเงินทุน สร ้างศาลบูชา เฉินเหวินเชี่ยนที่ได้รับควันธูปจึงกลายมาเป็ น วิญญาณวีรบุรุษที่ปกปักษ์พิทักษ์พื้นที่แห่งหนึ่ง ตามหลักแล้วก็ควร จะได้เลื่อนขั้นเป็ นเทพอภิบาลเมืองของจังหวัดหรือแม้กระทั่งเป็ นเทพ อภิบาลเมืองประจ าเมืองหลวงถึงจะถูก แต่เฉินเหวินเชี่ยนกลับถูก หยวนไหว้หลางของกรมพิธีการคนหนึ่งที่ราชสานักส่งตัวมา มา แต่งตั้งให้เป็ นพ่อปู่ลาคลองเล็กๆ ของลาคลองเที่ยวโป หลังจากนั้นก็ ไม่เคยได้เลื่อนขั้นอีกเลย อ่านมาถึงตรงนี้ ในใจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในห้องก็เข้าใจแจ่ม แจ้งแล้ว อันที่จริงการเลื่อนขั้นในวงการขุนนางของเฉินเหวินเชี่ยนนั้น ชัดเจนมาก จักรพรรดิแคว้นเล็กแห่งนั้นจงใจผลักให้เฉินเหวินเชี่ยน เป็ น “คนชั่ว” พูดถึงแค่เรื่องของการปลดเสมียนผู้น้อยก็เท่ากับว่า เฉินเหวินเชี่ยนสร ้างความขุ่นเคืองให้กับคนมากมายในวงการขุนนางฮ่องเต้ก็ย่อม “คล้อยตามความต้องการของปวงประชา” ข้ามแม่น้ารื้อ สะพาน ปลดโม่ฆ่าลาต่อเฉินเหวินเชี่ยน ให้เฉินเหวินเชี่ยนเป็ น เจ้ากรมพิธีการอยู่แค่ไม่กี่วัน ถือเป็ นการยกระดับสิทธิพิเศษในวงการ ขุนนางหลังจากเกษียณให้สูงขึ้นหนึ่งชั้น เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็ถือว่ามี ค าอธิบายต่อเฉินเหวินเชี่ยนที่ต่อให้ไม่มีคุณความชอบก็มีคุณความ เหนื่อยยากแล้ว สาหรับศัตรูทางการเมืองในราชส านักของตัวเฉินเห วินเชี่ยนเองก็ยิ่งเป็ นคาอธิบายที่ทุกคนพอใจ เรื่องไม่คาดฝันเพียงหนึ่งเดียว บางทีอาจเป็ นเรื่องที่เฉินเหวิน เชี่ยนกลายเป็ นวิญญาณวีรบุรุษของศาลเถื่อนในท้องถิ่นได้ ราช ส านักยังมีขุนนางผู้มีคุณูปการรุ่นเดียวกันที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือไม่ก็ พวกขุนนางชั้นผู้น้อยที่จะมาแทนที่ตาแหน่งสาคัญในวงการขุนนาง ของพวกเขาแน่นอนว่าย่อมไม่ต้องการให้เฉินเหวินเชี่ยนก้าวหน้าใน วงการขุนนางภูเขาสายน้าได้ พ่อปู่ ล าคลองเฉินจึงเป็ นได้แค่พ่อปู่ล า คลองเฉินไปตลอดกาล แจกันสมบัติทวีปที่นอกเหนือจากราชสานักต้าหลี บวกกับแปด ทวีปแห่งไพศาลนอกจากแจกันสมบัติทวีป วิธีการเช่นนี้ในวงการขุน นางมีมากมายนับไม่ถ้วน ประสบการณ์ชีวิตหลังจากนั้น เฉินเหวินเชี่ยนก็ค่อนข้างจะมี โชคในหน้าที่การงานแล้วลาคลองเที่ยวโปเป็ นเพื่อนบ้านกับสันเขา เตี๋ยอวิ๋น ก่อนหน้านี้ต่างก็อยู่ในเขตการปกครองของฉางชุนโหวแห่ง นี้ตู้ เนื่องจากลาคลองเที่ยวโปมีการเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนไปเป็ นทะเลสาบเหล่าอวี๋ เฉินเหวินเชี่ยนก็ได้กลายไปเป็ นหูจวิน เท่ากับว่า เลื่อนขั้นติดกันสองขั้นเปลี่ยนจากพ่อปู่ ลาคลองไปเป็ นเทพขั้นเจ็ด ชั้นโท ต่อจากนั้นเฉินเหวินเชี่ยนก็ได้รับคาแนะนาจากหยางฮวาฉาง ชุนโหวให้ไปรับหน้าที่ในกรมโยธาเมืองหลวงสารองต้าหลี สุดท้ายใช ้ สถานะของหูจวินควบต าแหน่งหยวนไหว้หลางแห่งกรมวารีเมืองหลวง ส ารอง เพียงแต่ว่าทุกเดือนเฉินเหวินเชี่ยนจะต้องไปขานชื่อในที่ว่า การกรมโยธาของเมืองลั่วจิง จะได้กลับไปยังจวนหูจวินเมื่อไหร่ก็ต้อง ดูที่กระบวนการส่งมอบงานที่เป็ นรูปธรรมของกรมโยธา เป็ นแค่หูจวินขั้นเจ็ดชั้นเอกที่ถือว่าได้เลื่อนขั้นเป็ นกรณียกเว้น ทั้งยังเป็ นหูจวินได้แค่ไม่กี่วัน ก็คิดอยากจะรับตาแหน่งเฉียนถังจ่าง ขั้นสามชั้นเอก นี่จะเป็ นการเพ้อฝันของคนปัญญาอ่อนเกินไปหน่อย หรือไม่? ไม่ว่าจะอย่างไร สามารถถูกยกมาประชุมในห้องทรงพระอักษร ของต้าหลีได้ ก็ถือว่าเฉินเหวินเชี่ยนได้ถูกจดจาไว้ในใจฮ่องเต้แล้ว ดูท่าหยางฮวาฉางชุนโหวจะให้ความส าคัญกับลูกน้องใต้อาณัติ ผู้นี้อย่างไม่ธรรมดาเสียแล้วนี่เรียกว่าขุนนางใหญ่หนึ่งขั้นกดทับคนตาย มีเส้นสายในราช ส านักก็เป็ นขุนนางได้ง่ายหลังจากนั้นจ้าวตวนจิ่น หยางฮวาและเฉาหย่งต่างก็แยกกัน แนะนาตัวเลือกทั้งสามซึ่งเป็ นคนของตัวเองเพิ่มเติมระหว่างนี้ฉางชุนโหวพูดน้อยที่สุด นางเอ่ยแค่สองสามประโยคก็ บอกเล่าสถานการณ์ของเฉินเหวินเชี่ยนจบแล้วเหมิงหรงพูดขึ้นก่อนว่า “เฉียนถังจ่างเป็ นตาแหน่งสาคัญ คือ ตาแหน่งเทพขั้นสามชั้นเอก มีจ านวนน้อยมากในแต่ละอาณาเขต ของหนึ่งทวีป สองฝากฝั่งของแม่น้าเจ๋อสุ่ย (อีกชื่อหนึ่งของแม่น้า เฉียนถัง) เป็ นแหล่งก าเนิดวัฒนธรรม นับแต่โบราณมาก็คือสถานที่ที่ เป็ นถิ่นก าเนิดของอัจฉริยะบุคคล โชคชะตาบุ๋นเข้มข้น อู่อวิ๋นเทพ วารีแม่น้าเจ้อเจียงคนปัจจุบัน ทุกวันนี้เขาเป็ นขั้นสี่ชั้นเอกในทาเนียบ หยกทองของศาลบุ๋น ข้ามไปขั้นสามชั้นโท รับหน้าที่เป็ นเฉียนถังจ่าง ก็ไม่ถือว่าเกินกว่าเหตุ”ถงเหวินช่างเปิดปากเอ่ยว่า “ข้าคิดต่างจากเหมิงซานจวิน ขอ แนะนาเฉินเหวินเชี่ยน”เว่ยป้ อยิ้มกล่าว “ไม่สนิทกับใครทั้งนั้น ดูแค่จากหน้ากระดาษก็ แยกสูงต่าไม่ออก ต่างคนต่างก็มีข้อดี”พูดก็เหมือนไม่ได้พูดฟ่ านจวิ้นเม่ากล่าว “แม้แต่เว่ยซานจวินยังไม่สนิท ข้าก็ยิ่งไม่รู ้ อะไรเลย”จิ้นชิงเอ่ย “อู่อวิ๋นเทพวารีแม่น้าเจ๋อเจียงมีนิสัยแข็งกร ้าว แล้วยัง เป็ นขุนนางผู้ช่วยเฉียนถังจ่างมานาน แม่น้าสองสายเดิมทีก็มีต้นกาเนิดเดียวกัน ธาตุน้าเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็ นธรรมชาติ ค่อนข้างเหมาะกับการมารับตาแหน่งที่ว่างอยู่นี้” เจ้ากรมผู้เฒ่ากรมกลาโหมยิ้มเอ่ย “ดังนั้นในประวัติศาสตร ์ถึงได้ต้องสร ้างเจดีย์สูงไว้สยบน้าขึ้นอย่างไรเล่า” เฉาหย่งมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เฉินผิงอันถาม “เจ้ากรมจ้าว ทางฝั่งของกรมโยธาต้าหลีมีประวัติและค าประเมินในกรมโยธาเมืองหลวงสารองของเฉินเหวินเชี่ยนอยู่หรือไม่ หากว่ามี วันนี้ก็สามารถเอาออกมาอ้างอิงได้” จ้าวตวนจิ่นยิ้มเอ่ย “มี จะเอามาให้เดี๋ยวนี้” เฉินผิงอันพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนเจ้ากรมจ้าวสั่งให้คนเอามาดูเดี๋ยวนี้เลย”ฟ่านจวิ้นเม่าเอนหลังพิงเก้าอี้ เป่าลมออกจากปากเบาๆ เทียบกับ การพ่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ปิดบังอาการแล้วก็ดีกว่าแค่เล็กน้อยราชครูเฉินอย่างเจ้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว ทุกคนที่นั่งอยู่ก็ไม่ใช่คน โง่เสียหน่อย จะยังต้องหารืออะไรกันอีกเล่า จะเปลืองน้าลายไปไย ให้ เฉินเหวินเชี่ยนเป็ นเฉียนถังจ่างโดยตรงไปเลยสิ