ตอนที่ 2826
บทที่ 1054.4 เคยมีคนพูด
October 21, 2026
“ไม่ว่าจะเป็ นการปฏิรูปที่สาคัญใดๆ ที่ต้องมีการปรึกษาหารือกัน ซ้าไปซ้ามาในการประชุมเล็ก ล้วนถือเป็ นการใช ้ยา แต่มาตรการ ทั้งหลายที่ไม่แบ่งใหญ่เล็ก เมื่อผิดพลาดก็แก้ไขต่างหากที่ถึงจะถือ เป็ นการกินอาหารสามมื้อต่อวัน” รอกระทั่งฮ่องเต้เองก็ยอมรับในตัวเฉินเหวินเชี่ยนแล้ว ถ้าอย่าง นั้นเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งตั้งตาแหน่งเฉียนถังจ่างก็ถือว่ากาหนด ได้แน่นอนแล้ว ฉางชุนโหวที่แทบจะไม่มีตัวตนในการประชุมวันนี้ผ่อนลมหายใจ โล่งอก หยางฮวาใช ้หางตาเหลือบมองบุรุษชุดเขียว เจียงซ่างเจินแอบจดจ าเอาไว้เงียบๆ คิดว่าพอกลับไปถึงภูเขาลั่ว พั่วจะเอารายละเอียดนี้ไปเล่าให้หมี่ลี่น้อยฟัง เขาจะไม่ใส่สีตีไข่ เด็ดขาด ฮ่องเต้มองไปทางเว่ยป้ อ ถามว่า “เว่ยซานจวินมีเรื่องจะเสนอ หรือไม่?” เว่ยป้ อพยักหน้า “ในอาณาเขตขุนเขาเหนือของข้า เย่ชิงจู๋เทพ วารีแม่น้าอวี้เย่ นางอยากจะเปลี่ยนพื้นที่ประกอบพิธีกรรมมาโดย ้ ตลอด ยินดีที่จะโยกย้ายไปรับตาแหน่งที่เท่ากัน ถึงขั้นที่ว่าหากลด ระดับขั้นครึ่งหนึ่งก็ยินยอม” เรื่องเล็กเรื่องนี้ ก่อนหน้านั้นเว่ยป้ อได้เขียนระบุไปบนแผ่นไม้ไผ่ แล้ว เห็นได้ชัดว่าเว่ยซานจวินแค่พยายามหาเรื่องมาเสนอก็เท่านั้น จ้าวตวนจิ่นเจ้ากรมพิธีการได้รับสายตาบอกเป็ นนัยจากฮ่องเต้ก็ ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ใกล้กับผนังสีขาวว่างเปล่าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ยกมือขึ้นแล้วตวัดมือลงก็ “เปิด” ม้วนภาพขุนเขาสายน้าภาพหนึ่ง ออก จากนั้นจ้าวตวนจิ่นก็หยิบไม้ยาวชี้ไปตามจุดต่างๆ บนม้วนภาพ ล้วนเป็ นที่ตั้งเก่าของศาลแม่น้าลาคลองที่ทุกวันนี้ยังมีตาแหน่งเทพ ว่างอยู่ เมื่อไม้ไผ่ในมือของจ้าวตวนจิ่นชี้ไป พวกมันก็พากัน ‘พลิ้ว ร่วง’ ลงมายังพื้นที่ใจกลางระหว่างเก้าอี้สองแถวตัวอักษรที่เขียนเป็ น คาอธิบายและสิ่งปลูกสร ้างขนาดจิ๋ว รวมไปถึงเค้าโครงของแม่น้าล า คลองที่เลื้อยลดคดเคี้ยวเหมือนงูหลายตัวพากันหยุดลอยนิ่งอยู่กลาง อากาศ จากนั้นใต้เท้าเจ้ากรมก็เริ่มอธิบายถึงธาตุน้า ต้นกาเนิดและ สถานการณ์ของแม่น้าสาขาแยกต่างๆ มากมายอย่างคล่องแคล่วคุ้น ชินเหมือนนับสมบัติในบ้านตัวเอง ฮ่องเต้ยิ้มอย่างชอบใจ เพราะเห็นว่าราชครูคนใหม่เริ่มหลับตาทา สมาธิแล้ว ้ หาได้ยากนักที่จะมีเรื่องที่อาจารย์เฉินซึ่งร่างจริงยังสอนหนังสือ อยู่ในโรงเรียนสามารถวางตัวอยู่เหนือเรื่องราวได้ เจ้ากรมผู้เฒ่าเสิ่นเฉินก็เริ่มหรี่ตางีบหลับเหมือนกัน เซี่ยโก่วที่อยู่นอกห้องเอนหลังพิงกาแพง อ้าปากหาว ยื่นมือมา ตบปากเบาๆ นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ก็อดไม่ไหวใช ้เสียงในใจถามว่า “เสี่ยวโม่ ทาไมเจ้าขุนเขาของพวกเราถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหันล่ะ?” เสี่ยวโม่ตอบ “คุณชายบอกว่านี่เรียกว่าเหตุการณ์รุกเร ้า เมื่อถึง โอกาสที่เหมาะสมก็เป็ นดั่งน้ามาคูคลองก่อเกิด ถูกต้องชอบธรรม” ตามแผนการแรกเริ่มสุดของคุณชายคือคิดไว้ว่าหลังจากทาเรื่อง ส่วนตัวสามเรื่องเสร็จค่อยตัดสินใจว่าจะมาเยือนเมืองหลวงต้าหลีดี หรือไม่ เรื่องที่เมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนเสร็จสิ้นแล้วก็ไปเป็ นเจ้าบ่าวที่ ส านักกระบี่หลงเฉวียนจากนั้นค่อยเดินทางไปเยือนหกทวีปไพศาล พร ้อมกับเพื่อนรัก เรื่องประเภทนี้เสี่ยวโม่ไม่คิดจะปิดบังเซี่ยโก่ว เซี่ยโก่วถามอีกว่า “ครั้งนี้เจ้าขุนเขาออกจากภูเขามารับหน้าที่ เป็ นราชครูต้าหลี ซ่งจ่างจิ้งและยังมีซ่งมู่ลั่วอ๋องผู้นั้น อืม หรือก็คือซ่ง ปันไฉแห่งตรอกหนีผิง พวกเขาไม่มีความเห็นอะไรหรือ?” ้ เสี่ยวโม่ยิ้มกล่าว “ข้าก็ไม่แน่ใจแหมือนกัน คุณชายไม่ได้เล่าให้ ฟัง”เซี่ยโก่วถาม “เจ้าขุนเขาไม่พูด เจ้าก็ไม่ถามหรือ?” เสี่ยวโม่กล่าว “ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้สักหน่อย”เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง “รับหน้าที่เป็ นรองผู้ถวายงาน เรื่องใหญ่ขนาด นี้ เจ้าขุนเขาไม่รู ้จักบอกกับข้าก่อนสักค า ไม่ท าตัวห่างเหินเลยนะ”เสี่ยวโม่ยิ้มบางๆ “นี่คือข้อเสนอของข้าเมื่อไม่นานมานี้ คุณชาย รู ้สึกว่าเป็ นไปได้ก็เลยเอาจริง เพราะโจวอันดับหนึ่งเพิ่งจะกลับมายัง ภูเขาลั่วพั่ว เดิมที่คุณชายคิดว่าจะจัดการประชุมศาลบรรพจารย์ ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ถึงเวลานั้นค่อยยกเรื่องนี้มาพูด ฟังความเห็นจากทุกคน”เซี่ยโก่วกลอกตามองบน “จะต้องเปลืองแรงแบบนั้นไปไย ภู เขาลั่วพั่วของพวกเราก็เป็ นเจ้าขุนเขาที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเด็ดขาดคน เดียวมาโดยตลอดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แต่ละคนก็แค่ไม่พูดออกมา แต่ ในใจกลับกระจ่างชัดกันดี!”เสี่ยวโม่ส่ายหน้า “ไม่ได้เป็ นเช่นนี้”ใบหน้าของเซี่ยโก๋วเต็มไปด้วยความคลางแคลงไม่เชื่อถือเสี่ยวโม่อธิบาย “เจ้าคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก หากไม่เป็ นเพราะ อาจารย์จูช่วยอธิบายให้ข้าฟัง ข้าก็คงเข้าใจคุณชายผิดเหมือนกัน้ตามคากล่าวของอาจารย์ผู้เฒ่าจู นั่นเป็ นเพราะในใจของคุณชายมี ลูกคิดอยู่รางหนึ่ง เรื่องที่ตัดสินใจแล้ว แล้วค่อยมาปรึกษากับพวกเรา อีกครั้ง คุณชายล้วนใคร่ครวญถึงความคิดของพวกเราทุกคนก่อน แล้ว ดังนั้นมองปราดๆ เหมือนไม่มีใครมีความเห็นต่าง แต่ในความ เป็ นจริงแล้วหากเป็ นเรื่องที่มีคนไม่เห็นด้วย ขอแค่ทาให้ใครรู ้สึก ล าบากใจ คุณชายก็จะไม่เปิดปากพูดออกมาเลย”เซี่ยโก่วถอนหายใจ “เป็ นเจ้าขุนเขาก็ต้องเหนื่อยใจแบบนี้ เป็ น ราชครูจะไม่ยิ่งกว่านี้หรอกหรือ?”เสี่ยวโม่ยิ้มเอ่ย “เป็ นราชครูแล้วจะอย่างไร ข้าไม่รู ้ความคิดของ คุณชาย แต่พูดถึงแค่การเป็ นเจ้าขุนเขา คุณชายกลับไม่เคยรู ้สึก เหนื่อยใจสักนิด กลับกันยังมีความสุขอย่างมาก”เซี่ยโก่วถาม “เขาบอกกับเจ้าเองหรือ?”เสี่ยวโม่ส่ายหน้า “ไม่ต้องให้คุณชายพูด พวกเราทุกคนต่างก็ มองออก เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”เซี่ยโก่วรีบพยักหน้าทันใด “นั่นมันแน่อยู่แล้ว เรื่องที่ง่ายดาย ขนาดนี้ พวกเราล้วนมองออก!”ทางฝั่งของในห้อง รอกระทั่งเลือกที่ตั้งศาลใหม่ให้กับเหนียงเนียง เทพวารีแม่น้าอวี่เย่ได้ ซ่งเหอจึงเปิดปากยิ้มกล่าว “พักการประชุม ชั่วคราว ทุกท่านสามารถพักผ่อนได้หนึ่งเค่อ”้กาลังรอประโยคนี้อยู่ทีเดียว ถงเหวินช่างหยิบกระบอกยาสูบ ออกมา เหลือบมองไปทางเฉินผิงอัน ฝ่ ายหลังพยักหน้าให้อย่างรู ้ใจ ถงซานจวินจึงหันไปมองฟู่ เต๋อชง ฝ่ายหลังก็พยักหน้าเช่นกันพวกเขาสามคนลุกขึ้นยืนแทบจะเวลาเดียวกัน แล้วพากันเดิน ออกไปจากห้องทรงพระอักษร เดินมาหยุดอยู่ในระเบียงใต้ชายคา คนทั้งสามคือ “คนบนเส้นทางเดียวกัน” ที่ไม่สนิทสนมกันแม้แต่น้อย สองคนนั่งอีกคนตามแล้วก็เริ่มสูบยาสูบไปด้วยกันตอนนี้ฟู่ เต๋อชงเทพภูเขาผูซานยังไม่รู ้ว่าตัวเองทาตามคนทั้งสอง การนั่งยองเช่นนี้กลายเป็ นความเคยชินอย่างหนึ่งยามที่มาประชุมใน ห้องทรงพระอักษรเมืองหลวงต้าหลีในภายหลังของเขา จานวนครั้ง มากเข้าก็กลายเป็ นธรรมชาติ นานวันเข้าจึงกลายเป็ นธรรมเนียม อย่างหนึ่งคนที่ออกจากห้องมาสูดอากาศข้างนอกมีไม่มาก คนที่ยังอยู่ใน ห้องทรงพระอักษรเพื่อรีบฉวยโอกาสนี้พูดคุยกับฮ่องเต้ให้มากหน่อย มีจานวนเยอะยิ่งกว่าเจียงซ่างเจินเห็นว่าไม่มีใครมาทักทายพูดคุยกับตนก่อนก็ลุกขึ้น อย่างขุ่นเคือง เดินข้ามธรณีประตูมาที่ระเบียง ยิ้มเอ่ยว่า “อาจารย์ เสี่ยวโม่ แม่นางเซี่ย”เสี่ยวโม่แต่งกายด้วยหมวกเหลืองรองเท้าเขียวมาจนชิน กลับ เป็ นเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวแก้มสองข้างแดงเป็ นปั้นที่สวมรองเท้า้เมฆบินสีขาวหิมะคู่หนึ่ง ยามที่ย่างเท้าก้าวเดินก้อนเมฆก่อก าเนิด มี ความหมายถึงการบินทะยานเสี่ยวโม่ยิ้มกล่าว “ลาบากผู้ถวายงานโจวแล้ว”้้้้