ตอนที่ 2830
บทที่ 1055.4 ก็คือมาตุภูมิ
October 21, 2026
เซียนกระบี่สองคนของภูเขาตะวันเที่ยง เซี่ยหย่วนชุ่ยแห่งยอด เขาหม่านเยว่กับเยี่ยนฉู่แห่งยอดเขาสุ่ยหลง ก่อนหน้านี้เคยประชุม ลับอยู่บนลาคลองฉีเหอสายนี้ เนื้อหาที่พูดคุยกันเกี่ยวพันไปถึงการ ผลัดเปลี่ยนเก้าอี้ทั้งหลายที่อยู่บนภูเขา ลู่เฉินเลิกมุมหนึ่งของม่านไม้ไผ่ขึ้น มองไปในห้อง หัวเราะร่าเอ่ย ว่า “เซียนกระบี่ทั้งสองแม้จะแก่แต่ยังเปี่ยมไปด้วยกาลังวังชาจริงๆ ปณิธานสูงส่งยาวไกล หากแค่พูดกันไปตามเนื้อผ้า อันที่จริงพวกเขา ก็ทาสาเร็จแล้ว ป้ ายศิลาที่อยู่บนเส้นเขตชายแดนป้ ายนั้น ภูเขาตะวัน เที่ยงสามารถเก็บไว้ได้ตลอดเลย” ความหมายของเจ้าลัทธิลู่ชัดเจนอย่างมาก จู๋หวงเป็ นเจ้าส านัก ภูเขาตะวันเที่ยง วันหน้ายังมีหวังที่จะถอนป้ ายศิลากาหนดเขตแผ่น นั้นออกไปได้ แต่หากเปลี่ยนคนอื่นมาเป็ นเจ้าส านักคนใหม่ก็อย่าได้ หวังอีกเลย นี่แสดงให้เห็นว่าลู่เฉินเองก็เห็นดีในตัวจู๋หวงมากกว่า ลู่เฉินหยิบเงินเทพเซียนสามเหรียญออกมาจากชายแขนเสื้อ กา ไว้ในมือแน่นจนเกิดเสียง “เจ้าคิดว่าในมือของข้าคืออะไร?” เฉินผิงอันกล่าว “ความอดทน”ลู่เฉินสะอึกอึ้ง คุยเรื่องฟ้ ากับคนโง่รู ้สึกว่าเปลืองแรง จึงคิดถึงคน ฉลาด แต่พอถูกคนฉลาดเอาเรื่องฟ้ ามาพูดจนพูดต่อไม่ได้ก็รู ้สึกอีก ว่ายังคงเป็ นการคุยกับคนโง่ที่สนุกมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นความอดทนของชุยฉานคือหนึ่งร ้อยปี ความอดทนของเจิ้งจวีจงได้สืบเนื่องมานานสามพันปีแล้ว อิงตามแผนการของเซียนกระบี่ผู้เฒ่าสองคนในห้องที่ในมือกุม อ านาจเอาไว้ ก้าวแรกก็คือผู้ฝึกตนบางคนที่มีความสาคัญมากพอ ของพรรคกิ่งไผ่มิอาจซื้อภูเขาไฉอวี้ได้ ด้วยความโมโหจึงหวนกลับ ส านักไปป่าวประกาศแก่ทุกคนว่า ต้องการปลดสถานะใต้อาณัติออก เพียงฝ่ ายเดียว ตัดขาดความสัมพันธ ์กับภูเขาตะวันเที่ยงอย่างสิ้นเชิง ก้าวที่สอง หาผู้ฝึ กกระบี่รุ่นเยาว์ที่เหมาะสมหลายคนมาสร ้างคลื่น มรสุมกับพรรคกิ่งไผ่ ไม่ต้องให้มีคนตาย แค่ต่างฝ่ ายต่างบาดเจ็บก็ พอ เซี่ยหย่วนชุ่ยมองนิสัยแข็งนอกอ่อนในของกวอฮุ่ยเฟิ งออกได้ อย่างแม่นย า นางจะต้องทวงความเป็ นธรรมจากภูเขาตะวันเที่ยง หรือ พูดให้ถูกต้องก็คือจากจู๋หวงอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นภูเขาตะวัน เที่ยงก็จะมีคาอธิบายให้กับนาง พอดีกับที่สามารถเอานางมาเชือดไก่ ให้ลิงดูต่อพรรคกิ่งไผ่ได้พอดี ประคับประคองสายของภูเขาจีจู๋ขึ้นมา ลงนามทาสัญญาเป็ นสานักเบื้องบนกับภูเขาเบื้องล่างต่อภูเขาตะวัน เที่ยง การทา “สัญญาภูเขาสายน้า” ของบนภูเขาเมื่อก่อนล้วนเป็ น ห้ามหาบรรพตหรือไม่ก็เทพวารีของแต่ละแคว้นที่เป็ นผู้จัดการ ทว่า ทุกวันนี้กลับสะดวกยิ่งกว่าเก่าแล้ว แค่ต้อง “ยื่นคาร ้อง” ต่อฉีตู้ก็พอขั้นที่สามก็คือภูเขาตะวันเที่ยง ให้อวี่หลิ่นแห่งยอดเขาอวี่เจี่ยว เซียน กระบี่หนุ่มที่มีบารมีอย่างมากในกลุ่มของลูกศิษย์รุ่นเยาว์ของภูเขา ตะวันเที่ยงผู้นี้เป็ นทัพหน้าในการประชุมศาลบรรพจารย์ยอดเขาอี เซี่ยน เป็ นฝ่ ายโจมตีให้จู๋หวงต้องลาบากใจ และหลังจากนั้นเซี่ยหย่ วนซุยค่อยออกหน้าด้วยตัวเอง เยี่ยนฉู่พูดคล้อยตาม พวกเขาจะให้ ค าเสนอแนะว่าให้จู๋หวงออกจากต าแหน่งเจ้าส านักด้วยตัวเอง ต าแหน่งใหม่ของเขาก็เตรียมไว้เรียบร ้อยแล้วเจ้าจู๋หวงไปเป็ นเจ้า ประมุขที่พรรคกระบี่หวงจู๋ซึ่งเป็ น “ภูเขาเบื้องล่าง” ที่ตั้งอยู่ในอาณา เขตของภูเขาเช่อจื่อขุนเขากลางก็แล้วกัน พูดว่าให้คาเสนอแนะ แต่อันที่จริงก็คือบีบให้จู๋หวงออกไปจาก ยอดเขาอีเชี่ยน ไสหัวไป “รักษาตัวในบั้นปลาย” อยู่ที่พรรคกระบี่หวง จู๋แต่โดยดี ขอแค่จู๋หวงออกไปจากภูเขาตะวันเที่ยง เซี่ยหย่วนซุยก็ย่อมมี วิธีการมากมายที่จะท าให้จู๋หวงซึ่งอยู่ที่ภูเขาเบื้องล่างไม่ได้ดั่งใจไป เสียทุกเรื่อง ลู่เฉินเดินเข้าไปในห้องบนตัวเรือ ทาท่าลับๆ ล่อๆ ด้านหนึ่งก็ฟัง แผนการยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกกระบี่เฒ่าทั้งสอง อีกด้านหนึ่งก็ยื่นนิ้วไปดีด หน้าผากของใครบางคน หรือควรจะพูดว่าแสร ้งออกหมัดโจมตีท้าย ทอยของอีกฝ่าย เฉินผิงอันเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้อง ม่านไม้ไผ่ที่ขวางทางเป็ น เหมือนเครื่องประดับอย่างหนึ่งบนเส้นทางของชีวิตคน เฉินผิงอันเคยเห็นคนสองคนที่มองดู เหมือนคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พูดถึง แค่คนข้างกายก็มีกู้ช่านกับหลี่ไหว ชุยตงซาน กับลู่เฉิน ลู่เฉินเหมือนเล่นจนเหนื่อยแล้วจึงนั่งยองลงบนพื้น เงยหน้ามอง เซี่ยหย่วนชุ่ย นับลายเส้นริ้วรอยบนใบหน้าของอีกฝ่ ายทาเหมือนจะ ช่วยดูโหงวเฮ้งให้กับเซียนกระบี่ผู้เฒ่า ลู่เฉินยิ้มถาม “พวกเขาช่างใจกล้าเหลือเกิน ไม่กลัวว่าวันใดจู๋ หวงจะเลื่อนเป็ นขอบเขตเซียนเหรินบ้างหรือ? และบางทีอาจหัน กลับมาคิดบัญชีเก่าบัญชีใหม่กับพวกเขาไปพร ้อมกันเลยก็ได้?”เฉินผิงอันกล่าว “ก็แค่ว่าคว้าผลประโยชน์มาไว้ในมือให้ได้ก่อนวันหน้าค่อยว่ากัน”ลู่เฉินพยักหน้า “ก็จริงนะ” เฉินผิงอันพลันถามว่า “ทาไมเจ้าถึงเลิกม่านไม้ไผ่นั่นขึ้นได้?”ลู่เฉินพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ขอบเขตสูง ความสามารถเยอะ รูปโฉมหล่อเหลา ออกจากบ้านก็ปฏิบัติดีกับผู้อื่น ไม่เคยพูดจาแข็ง กระด้างรุนแรง ระมัดระวังขับเรือได้นานหมื่นปี…”เฉินผิงอันตัดบทการคุยโวของเจ้าลัทธิลู่ ถามว่า “พวกเราเดิน ทวนกระแสน้ากันต่อไปหรือจะไหลไปตามกระแส เดินย้อนกลับไป ทางเดิม?”ลู่เฉิ นย้อนถาม “เปลี่ยนมาอ่านหนังสือเล่มใหม่ดีไหม? ยกตัวอย่างเช่นเง็กเซียนฮ่องเต้คือเจ้าส านักจู๋หวง หรือไม่ก็เทพธิดาก วอแห่งพรรคกิ่งไผ่? หรือว่าจะอ่านทุกเล่มเลย?”เฉินผิงอันกล่าว “ไม่ต้องหรอก พวกเราแค่จับตามองเซียนกระบี่ ผู้อาวุโสสองคนนี้ก็พอแล้ว”ลู่เฉินเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ไม่รังเกียจว่าน่าสะอิดสะเอียนบ้างหรือ”เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “นี่คือความอดทนของเจ้าลัทธิลู่อย่างไรล่ะ”ลู่เฉินพึมพา “ผินเต้าเป็ นคนหูอ่อน ทนฟังคาพูดดีๆ ไม่ได้ที่สุด แล้ว”หลังจากนั้นคนทั้งสองก็มาที่ยอดเขาหม่านเยว่ เป็ นช่วงเวลา กลางดึกแล้ว ดวงจันทร ์กลมโตลอยอยู่กลางอากาศ แสงจันทร ์สุก สกาวประหนึ่งหิมะที่ปูเต็มพื้น ลู่เฉินยืนอยู่ในศาลาชมทัศนียภาพแห่ง หนึ่ง สอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ บางครั้งก็มีแสงกระบี่บินลอด ทะลวงไปมาระหว่างยอดเขาเขียวขจีทั้งหลาย เขาเอ่ยอย่างปลง อนิจจังว่า “เด็กหนุ่มของที่แห่งนี้ฝึกกระบี่เหมือนภรรยาคนใหม่ที่วาด ขนคิ้วประทินโฉม แต่งแต้มเครื่องประดับหลากหลายท่วงท่างาม เพริศพริ้ง น่าเสียดายที่ไม่มีเสน่ห์ของสตรีวัยกลางคนผู้ร ้อนแรง”ลู่เฉินพาเฉินผิงอันมายังพื้นที่ต้องห้ามแห่งหนึ่ง ในศาลขนาด เล็กตั้งบูชาป้ ายวิญญาณของบรรพจารย์แต่ละยุคสมัยของยอดเขา หม่านเยว่เอาไว้ เซี่ยหย่วนชุ่ยจุดธูปคารวะอยู่ที่นี่เงียบๆลู่เฉินเอนกายพิงกรอบประตู รอกระทั่งเซี่ยหย่วนชุ่ยจุดธูปคารวะ ไปแล้ว ผู้เฒ่าก็งับประตูปิดเบาๆ ก้าวยาวๆ จากไปลู่เฉินยิ้มถาม “เจ้าคิดว่าเซี่ยหย่วนชุ่ยมีใจที่เห็นแก่ตัวสักกี่ส่วน?”เฉินผิงอันกล่าว “บางทีตัวเซี่ยหย่วนชุ่ยเองก็อาจจะยังไม่รู ้ตัว กระมัง”ลู่เฉินกล่าว “หากจะบอกว่าคนในสถานการณ์มองไม่กระจ่าง แต่ เจ้ากับข้าเป็ นคนที่มองอยู่นอกสถานการณ์นะ”เฉินผิงอันตอบ “สิบเกินห้า หกเท่ากับหนึ่ง”ลู่เฉินปรบมือยิ้มกล่าว “ยอดเยี่ยม มหัศจรรย์!”เฉินผิงอันกล่าว “รบกวนเจ้าลัทธิลู่ถอยกลับไปดูเนื้อหาการ ประชุมบนยอดเขาอีเชี่ยนสักหน่อย”