ตอนที่ 2833
บทที่ 1056.1 บัณฑิตที่เป็ นเช่นนี้ก็คือวีรบุรุษ
October 21, 2026
เฉินผิงอันถามอย่างประหลาดใจ “เจ้าจะจัดงานเลี้ยงท่องราตรี สองรอบจริงๆ หรือ?” จัดแค่ครั้งเดียวก็พอสมควรแล้ว แม้แต่เกาเนี่ยงเทพวารีลาคลอง ซี่เหมยที่ไม่ขาดเงินคราวก่อนที่ไปดื่มเหล้าในโรงเรียน พอเมาก็พูด ความในใจออกมาบอกว่าวันนี้จัดงานเลี้ยงท่องราตรี จากนั้นก็พัก หนึ่งวัน ถือว่าให้ได้พักหายใจหายคอ รอกระทั่งทุกคนสะสมเงินกันได้ ใหม่อย่างไม่ง่าย วันมะรืนก็จะจัดอีกแล้ว เงินของทุกคนไม่ได้หล่นลง มาจากฟ้ านะ รับไม่ไหวแล้วจริงๆ เว่ยป้ อหันมามองเขา เฉินผิงอันเอ่ยอย่างรู ้กาลเทศะ “ถือว่าข้าไม่ได้ถามแล้วกัน” เว่ยป้ อกล่าว “ข้ากับเหมิงหรงนัดกันว่าจะไปดื่มเหล้าที่ลาคลอง ชางผู” เฉินผิงอันพยักหน้า “ควรต้องฉลองกันหน่อย” เว่ยป้ อมองเขาอีกรอบ เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เจ้าพูดมาตรงๆ เลยเถอะว่าต้องการ ให้ข้าท าอะไรกันแน่ต้องการให้ข้าไปเป็ นเจ้าภาพที่นั่น เอาเหล้าดีๆ ไปหลายกา หรือจะให้ไปช่วยดื่มแทนเจ้าหรือว่าพวกเจ้าจะดื่มเหล้าเคล้านารีกันให้สาแก่ใจ แค่ให้ข้าออกหน้าช่วยไปแอบจ่ายเงินแทน เจ้าในตอนสุดท้าย?” เว่ยป้ อกล่าว “แค่มีใจก็พอ เหมิงหรงอยากนัดเจ้าไปดื่มเหล้าเพื่อ ขอบคุณเจ้าก็จริง แต่ข้าช่วยปฏิเสธไปให้แทนแล้ว” เฉินผิงอันรีบกุมมือคารวะขอบคุณ เว่ยป้ อจากไปทันที เฉินผิงอันถอนหายใจ มารดามันเถอะ พอๆ กับหลินหยกดิบเลย พอจะได้เป็ นเสินจวินก็เจ้าอารมณ์ขึ้นมาทันทีเชียวนะ ท าไมเจ้าไม่ไปอวดเก่งต่อหน้าอาจารย์ใหญ่บ้างเล่า พวกเขาต้องไปที่ว่าการกรมกลาโหมซึ่งตั้งอยู่ในตรอกเคอเจี่ย ของระเบียงพันก้าว เดิมทีเจียงซ่างเจินอยากจะประคองเจ้ากรมผู้เฒ่า คิดไม่ถึงว่าพอผู้เฒ่าออกมาจากวังหลวง ก็ก้าวเดินอย่าง กระฉับกระเฉงว่องไวยิ่ง เฉินผิงอันคิดว่าจะมอบต าราพิชัยสงครามห้าร ้อยเล่มให้กับ ห้องเรียนซงเซวี่ยซึ่งอยู่ในการปกครองของกรมกลาโหมโดยตรง เพราะถึงอย่างไรก็เป็ นแค่ฉบับสาเนาสาเร็จรูปเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมาเยือนเมืองหลวงแล้ว เฉินผิงอันกับเสี่ยว โม่ต่างก็ร่ายเวทอ าพรางตา เจียงซ่างเจินกับเซี่ยโก่ว ผู้ถวายงานหนึ่ง หลักหนึ่งรองของภูเขาลั่วพั่วกลับท าตัวตามสบายได้ไปถึงที่ว่าการกรมกลาโหมที่มีการป้ องกันเข้มงวด เจ้ากรมผู้เฒ่า ก็พาพวกเขาเดินลอดไปตามระเบียง ระหว่างทางเจอขุนนางของกรม กลาโหมอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่มีใครเป็ นฝ่ ายหยุดทักทายเจ้ากรมผู้ เฒ่า ดูเหมือนว่าจะแค่ชะลอฝีเท้า ก้มหัวตอนที่เดินผ่านเท่านั้น เจียงซ่างเจินถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง “เจ้ากรมผู้เฒ่าอยู่ใน ที่ว่าการบ้านตัวเองมีบารมีล้าลึกไม่ธรรมดาเลย” ก็เหมือนตน ทุกครั้งที่ขึ้นยอดเขาเสินจ้วนไปเข้าร่วมการประชุม ศาลบรรพจารย์ก็ไม่มีใครกล้าทักทายตนเช่นกันเสิ่นเฉินยิ้มเอ่ย “บารมีไม่บารมีอะไรกันเล่า ก็แค่ไม่สนใจการก้ม หัวค้อมเอวเท่านั้น ไม่เพียงแต่กรมกลาโหมของพวกเรา กิจธุระน้อย ใหญ่ในที่ว่าการทุกแห่งของเมืองหลวงล้วนเน้นให้รบเร็วจบเร็ว มีธุระ อะไรก็พูดมาตามตรง ไม่มีธุระก็พูดให้น้อยหน่อย อืม เว้นจากกรมพิธี การของจ้าวตวนจิ่นน่ะนะ พิธีการยิบย่อยมากมาย บางครั้งที่ข้าแวะ ไปหาเขา ทุกครั้งเดินออกไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็จะต้องผงกศีรษะให้กับ คนที่ไม่รู ้จักจนปวดคอ กลับมาแล้วยังต้องแปะแผ่นแก้ปวด”เจียงซ่างเจินมองข้ามคาพูดเหน็บแนมที่ผู้เฒ่ามีต่อที่ว่าการกรม พิธีการไปโดยอัตโนมัติ ยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นการเป็ นขุนนางก็ น่าสนใจจริงๆ”กรมพิธีการและสานักบัณฑิตฮั่นหลินมีข้อพิถีพิถันเยอะมาก จริงๆ ยกตัวอย่างเช่นมีกฎกาหนดไว้ว่าเมื่อแสงแดดสาดส่องลงไปบนก้อนอิฐก้อนที่ห้าบนเส้นทางหลัก ขุนนางจะต้องมาขานชื่อในที่ว่า การแล้วเฉาเกงซินรองเจ้ากรมขุนนางที่เป็ นคนเอ้อระเหยลอยชาย ถือ เป็ นกรณียกเว้นที่พิเศษมากในวงการขุนนางต้าหลี ลูกหลานสกุล เฉาเสาค้ายันแคว้นที่เลื่อนขั้นมาจากขุนนางผู้ตรวจการเตาเผาหลง เฉวียนผู้นี้ เนื่องจากมักจะมาขานชื่อสายเป็ นประจา เงินเดือนจึงถูก หักจนไม่พอให้หักอีกแล้วเสิ่นเฉินกล่าว “ไปอยู่นอกที่ว่าการก็ยังมีหน้ามีตาอย่างมาก พูด ถึงแค่ไปดื่มเหล้าที่ลาคลองชางผู ทุกครั้งที่จ่ายเงินก็ได้ส่วนลดเยอะ มาก ทาเอาข้าไม่กล้าไปบ่อยๆ กลัวว่าจะดื่มเหล้าจนเหลาสุราพังถล่ม ลงมา”ในห้องกว้างมาก เทียบเท่ากับห้องสามห้องที่ทะลุเชื่อมโยงถึงกัน นอกจากจะอ่านเอกสารราชการอยู่ที่นี่แล้ว เจ้ากรมผู้เฒ่ายังสามารถ เปิดการประชุมขนาดเล็กที่นี่ได้ด้วยชั้นวางหนังสือวางเรียงรายเป็ นแถวติดผนังแถบหนึ่ง อีกสองด้าน ที่เหลือวางตู้ที่สูงถึงเพดาน ล้วนมีแต่ต าราและเอกสาร มองไปละลาน ตา หากบรรยายว่าม้วนต ารามากมายมหาศาลก็ไม่เกินจริงแม้แต่ น้อยหาได้ยากนักที่เจ้ากรมผู้เฒ่าจะรับรองแขกที่นี่ อีกทั้งแต่ละคนยัง ไม่สวมชุดขุนนางเพียงไม่นานก็มีเลขาฝ่ ายบุ๋นที่ทางานในห้อง เจ้ากรมคนหนึ่งยกน้าชามาวางให้เสิ่นเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือตัวเก่าที่ถูกเสียดสีจนเงาวับ เอาสอง มือวางค้าไว้บนหัวไม้เท้าด้วยความเคยชิน วางคางลงบนหลังมือ พูด กลั้วหัวเราะว่า “ราชครูเฉิน มาเร็วไม่สู้มาได้จังหวะบังเอิญ ข้าจะให้ เวินเอ่อกรมโยธาและมู่เหยียนกรมคลังแวะมาที่นี่ ให้พวกเขากับ ราชครูเฉินคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้วก็ถือโอกาสนี้คุยธุระกันสักเล็กน้อย ดีไหม?”แม้ว่าจะเป็ นขุนนางสาคัญในรัชสมัยเดียวกันซึ่งตาแหน่งขุนนาง เท่าเทียมกัน แต่เสิ่นเฉินอายุมาก อีกทั้งยังแวะเวียนไปทางานในกรม ต่างๆ มาไม่น้อย เป็ นเหตุให้ที่ว่าการหลายแห่งถือเป็ น “บ้านเดิม” ของเจ้ากรมผู้เฒ่า บวกกับที่เสิ่นเฉินมีตาแหน่งเยอะ ให้เจ้ากรมสอง ท่านมาเยือนที่ว่าการกรมกลาโหมจึงไม่นับเป็ นอะไรได้แล้วนับประสา อะไรกับที่เสิ่นเฉินยังเป็ นอาจารย์ผู้คุมสอบของเวินเอ่อ เจอกันใน ตรอกอี้ฉือ เวินเอ่อเรียกเสิ่นเฉินว่าอาจารย์ แต่เสิ่นเฉินจะตอบรับ หรือไม่ก็ต้องดูว่าอารมณ์ของเขาดีหรือไม่ อ้อ ไม่ถูกสิ ต้องดูว่าตอน นั้นหูดีหรือไม่ดี วงการขุนนางต้าหลีต่างก็รู ้กันว่าหูของเจ้ากรมผู้เฒ่า เสิ่นเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ไม่ดีมาตั้งแต่ตอนเป็ นหนุ่มแล้วเฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไม่มีความจาเป็ นนี้หรอก”ก่อนหน้านี้เจียงซ่างเจินนั่งเฝ้ าประตูอยู่ในห้องทรงพระอักษรด้วย ความเบื่อหน่ายสุดขีดก็เลยสังเกตดูรายละเอียดการแต่งกายของสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าในห้อง เจ้ากรมทั้งสองท่านต่างก็สวมชุด ขุนนาง ความต่างมีไม่มาก ยกตัวอย่างเช่นรองเท้าที่สวมไม่ เหมือนกัน รองเท้าของเสิ่นเฉินใหม่เอี่ยมแต่กลับเปื้อนดิน รองเท้า ของจ้าวตวนจิ่นเก่าแต่กลับสะอาดสะอ้าน ตอนนั้นเจียงซ่างเจินก็ สงสัยยิ่งนักว่ารองเท้าของเสิ่นเฉินเปื้อนดินได้อย่างไร เมืองหลวงต้า หลีมีร ้านเก่าแก่ที่ขายรองเท้าขุนนางโดยเฉพาะ มีหนังสือ “บันทึก เกี่ยวกับรองเท้า” ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย ชาวบ้านในเมืองหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รุ่นบรรพบุรุษอาศัยอยู่ใกล้ตรอกอี้ฉือและ ตรอกฉือเอ๋อร ์ต่างก็ฝึกปรือดวงตาไฟดวงตาทองกันมาจนช านาญ จะ เรียกว่านายท่านหรือไม่ก็ต้องดูที่รองเท้าก่อนเสี่ยวโม่นั่งตัวตรงอย่างสารวมเซี่ยโก่วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร ้าน ดึงหมวกขนเตียว ลงมาปิดบังใบหน้า ก็ไม่รู ้ว่านอนหลับหรือท าสมาธิกันแน่เสิ่นเฉินถาม “ราชครูเฉินสนิทกับศาลซานหลางของอุตรกุรุทวีป หรือไม่?”เฉินผิงอันเงียบไปพักหนึ่งเพื่อใช ้ความคิด ก่อนจะส่ายหน้า “ข้า เคยไปเยือนอุตรกุรุทวีปอยู่หลายครั้งก็จริง แต่เหนือลาน้าขึ้นไปก็ แทบจะไม่เคยเหยียบย่างไปเยือนมาก่อน ย่อมไม่สนิทกับศาลซาน หลาง”เจียงซ่างเจินมองเจ้าขุนเขาแวบหนึ่ง