ตอนที่ 2839
บทที่ 1057.3 มิอาจต้านทานฤทธิ์สุรา
October 21, 2026
เฉินผิงอันบอกว่าไม่ต้องห่างเหินกันขนาดนี้ ข้าเป็ นลูกค้าเก่า ของศาลซานหลางพวกเจ้าแล้ว หยวนเซวียนถามอย่างใคร่รู ้ว่าทาไมถึงพูดแบบนี้ เฉินผิงอันจึง เอ่ยถึงเซียนกระบี่หลิวเล่าเรื่องที่ให้เขาช่วยซื้อเสื้อเกราะวิเศษมาสอง ตัว พอหยวนเซวียนถามถึงราคาก็พยักหน้าเอ่ยว่ายังคงเป็ นท่านอา หญิงที่มีหน้ามีตาหากเปลี่ยนเป็ นเขาที่เป็ นคนเปิดปากหั่นราคาก็ต้อง จ่ายเงินฝนธัญพืชสิบกว่าเหรียญแน่นอน เฉินผิงอันนับว่าคุ้นเคยกับเมืองหลวงต้าหลีอยู่มาก ก่อนหน้านี้ก็ เคยมาเยือนลานหลิวหลีมาก่อน พอดีกับถึงเวลาที่ต้องกินข้าวแล้วจึง ดึงพวกเขาเข้าไปกินข้าวในร ้านอาหารใกล้เคียงด้วยกัน ฟังหยวนเซวียนเล่าว่าท่านลุงหลิ่วได้เป็ นเจ้าประมุขแล้ว เฉินผิง อันก็รีบเอ่ยแสดง ความยินดี เดิมทีไม่คิดจะดื่มเหล้าก็ต้องสั่งเหล้า จากที่ร ้านมาสองสามกา โต๊ะอาหารจึงเปลี่ยนเป็ นโต๊ะสุรา สกุลหลิ่วลาคลองหลัวหม่ามีทั้งหมดสิบหกบ้าน ทุกบ้านล้วนมี คนมีพรสวรรค์ อีกทั้งยังไม่เหมือนกับตระกูลชนชั้นสูงทั่วไป สกุลหลิ่ว มีชื่อเสียงเลื่องลือในทวีปด้วยเรื่องของการรู ้จักหาเงินอีกทั้งยัง ประหยัดมัธยัสถ์ มีเงินก็ส่วนของมีเงิน แต่กลับไม่ใช่คนรวยที่เย่อหยิ่งฟุ้ งเฟ้ อแต่หลิ่วซวี่กลับไม่ยินดีรับช่วงดูแลกิจการของตระกูล เพราะ อยากจะมุ่งมั่นตั้งใจฝึกกระบี่มากกว่า ตอนที่เป็ นขอบเขตก่อกาเนิดก็ไปอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ บอกว่าเพื่อฝ่าทะลุคอขวดเลื่อนขั้นเป็ นห้าขอบเขตบน แต่พวกผู้อาวุโสในศาลบรรพจารย์ของสกุลหลิ่ว มีใครบ้างที่ไม่ ขมวดคิ้วมุ่น ทั้งกลัวว่าหลิ่วซวี่จะปรับตัวอยู่ที่นั่นไม่ได้ ยิ่งกลัวว่าต่อ ให้หลิ่วซวี่จะเลื่อนเป็ นขอบเขตหยกดิบ วันใดวันหนึ่งอุตรกุรุทวีป อาจจะต้องมีการเช่นกระบี่กันทั้งทวีปอีกครั้ง ดังนั้นรอกระทั่งหลิ่วซวี่กลับมาถึงบ้านเกิด ประโยคแรกที่ท่านปู่ พูดหลังจากได้พบหน้าหลานชายคนนี้ก็คือหากเจ้าไม่อยากเป็ นเจ้า ประมุขก็ไม่ต้องเป็ น คิดไม่ถึงว่าในการประชุมของศาลบรรพชนประจาตระกูลครั้ง หนึ่ง กลับสามารถใช ้เรือข้ามทวีปลาหนึ่งแลกเปลี่ยนมาเป็ นเจ้า ประมุข ผู้มีความสามารถ” ซึ่งเป็ นที่ยอมรับของผู้คนได้ หลิ่วซวี่ชอบดื่มเหล้า ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาเขาชอบดื่มช ้าๆ น้อย นักที่จะดื่มพรวดๆ หมดอย่างรวดเร็ว อยู่บ้านเกิดเป็ นเช่นนี้ อยู่กาแพงเมืองปราณกระบี่ก็เป็ นเช่นนี้ เดิมทีข้าก็เป็ นคนมีเงินอยู่แล้ว อยู่ข้างนอกจะยังต้องเสแสร ้งไป อีกท าไม?ผู้ฝึกกระบี่ของอุตรกุรุทวีปมีจานวนมากที่สุด คนติดเหล้ามีเยอะ ที่สุด แล้วก็คอแข็งมากที่สุด อยู่บนโต๊ะเหล้าแล้วจะยังมีข้อห้ามอะไร อีก บวกกับที่คนของกาแพงเมืองปราณกระบี่ยังเรียกชื่อของต่งซาน เกิง ฉีถึงจี้ตรงๆ ได้เลย ผู้ฝึกกระบี่จากต่างถิ่นเข้าเมืองตาหลิ่วต้อง หลิ่วตาตาม จะมีอะไรที่ไม่กล้าพูด มีอะไรที่พูดไม่ได้อีกเล่า คงเป็ นเพราะเถ้าแก่รองเคยได้ยินเรื่องชาติตระกูลและภูมิหลัง ของหลิ่วซวี่มานานแล้วรู ้ว่าเขาเป็ นนายน้อยของสกุลหลิ่วลาคลอง หลัวหม่า หากใช ้คาพูดของพวกคนที่เป็ นทั้งผีขึ้เหล้าเป็ นทั้งหน้าม้าก็ คือ หมูอวบอ้วนร่างกายแข็งแรงตัวหนึ่งมาวิ่งพล่านอยู่หน้าประตูบ้าน ของเถ้าแก่รอง เถ้าแก่รองไม่ก้าวเร็วๆ เอามีดไปฟันมันก็ถือว่าผิดต่อ หมูอ้วนตัวนั้นแล้ว ดังนั้นแรกเริ่มตอนที่กิจการของร ้านเหล้ายังไม่ได้ดีขนาดนั้นจึง คิดอยากจะดึงเอาหลิ่วซวี่เศรษฐีบ้านนอกที่มีเงินหมื่นก้วนร ้อยเอว สามารถทุ่มทองพันชั่งได้มาที่ร ้าน ถามเขาว่าอยากมาเป็ นเจ้ามือ ด้วยกันหรือไม่ มีวิธีการที่ทาให้ได้เงินอย่างมั่นคงไม่ขาดทุน ภายหลัง หลิ่วซวี่ถูกเฉินผิงอันรบเร ้าจนร าคาญจึงพูดกับเฉินผิงอันอย่าง ตรงไปตรงมาว่าตัวเองออกจากบ้าน ไม่มีความเคยชินที่จะต้องพกเงิน ไปหาคนมือเติบหลอกง่ายคนอื่นเถอะ มาหาข้าเจ้าหาผิดคนแล้ว หลังจากนั้นมาเถ้าแก่รองไม่ได้เลี้ยงเหล้าเขา แต่มักจะชวนเขา ให้ไปนั่งยองดื่มเหล้าข้างทางด้วยกันประจ า ดูท่าคงจะเห็นเขาเป็ นคน ยากจนที่ต้องกลับบ้านไปสืบทอดกิจการก่อนถึงจะมีเงินเหลือใช ้จริงๆหลิ่วซวี่ไม่ได้โกหก นอกจากเรื่องฝึกกระบี่แล้ว เขาก็ไม่พิถีพิถัน ในเรื่องใดอีกทั้งนั้น ทางตระกูลกังวลว่าเขามาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองที่ไม่คุ้นเคยกับทั้ง สถานที่และผู้คนเรื่องของการหลอมกระบี่อย่างไรก็ต้องใช ้เงินเทพ เซียน ดังนั้นทุกๆ สามวันห้าวันจึงมักจะส่งเงินมาที่เรือนชุนฟานภูเขา ห้อยหัว แต่หลิ่วซวี่ไม่เคยไปรับเงิน ภายหลังก็ส่งตรงไปที่จวนของ ชุนจวี่เฉวียน ผลคือหลิ่วซวี่ยังแสร ้งทาเป็ นไม่รู ้อีก ซุนจวี่เฉวียนจึงมา บอกกับเขาว่าทางตระกูลของเจ้าฝากเงินมาไว้ที่จวน หลิ่วซวี่บอกว่า เขาไม่ได้ใช ้เงิน ให้ฝากไว้ที่นั่นต่อไปก็แล้วกันกระทั่งตอนหลังที่หลิ่วซวี่ออกมาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ แล้ว เขาก็ยังไม่เคยไปเอาเงินเทพเซียนแม้แต่เหรียญเดียวจากเรือน ขุนฟานและเรือนส่วนตัวของชุนจวี้เฉวียนการที่เขาไปให้การสนับสนุนที่ร ้านเหล้าแห่งนั้น ความตั้งใจแรก ของหลิ่วซวี่ก็คือหวังว่าจะได้ดื่มรสสุราของบ้านเกิดจากที่นั่น ผลเป็ น อย่างไร ยากจะอธิบายได้หมดในค าเดียววงเดิมพันหนึ่งวงมีคนสิบคน เป็ นหน้าม้าไปแล้วแปดคน แล้วยังมี เฉินผิงอันที่เป็ นเจ้ามืออีกคนหนึ่ง เหลือแค่คนคนเดียวที่บ่นว่าตัวเอง โชคไม่ดี คราวหน้าจะต้องได้เงินก้อนใหญ่แน่นอนวันนี้ในเมื่อเริ่มดื่มเหล้ากันแล้ว ปรมาจารย์หญิงขอบเขตเดิน ทางไกลฝานอวี้จึงเทเหล้าเต็มชามใหญ่ เป็ นฝ่ายดื่มคารวะเจ้าขุนเขา เฉินด้วยตัวเอง นางกระดกดื่มทีเดียวหมดชามที่แท้ปีนั้นยามที่ฝ่ าทะลุขอบเขตอยู่บนสนามรบของลาน้าใหญ่ แจกันสมบัติทวีป นางเคยถูกเจิ้งเฉียนช่วยไว้หนึ่งครั้ง พูดให้ถูกต้องก็ คือฝานอวี้ถูกเจิ้งเฉียนกระชากไหล่โยนออกไปจากวงล้อมสังหารภายหลังฝานอวี้ถึงได้รู ้ว่าผู้อาวุโสบนวิถีวรยุทธที่มีฉายาว่า “เจิ้ง ชิงหมิง” ผู้นั้นถึงกับเป็ นลูกศิษย์ใหญ่เปิดภูเขาของเจ้าขุนเขาเฉิน ชื่อ จริงคือเผยเฉียนคนที่เป็ นอาจารย์ เป็ นอาจารย์พ่ออย่างเฉินผิงอัน ทุกวันนี้ชอบ ฟังคนอื่นพูดเรื่องพวกนี้มากที่สุดกินดื่มอิ่มหนากันแล้ว หลิวอู่ติ้งพูดน้อยที่สุด แต่กลับดื่มเยอะ ที่สุด ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าดื่มจนเมามายอย่างแท้จริง ตอนเดินยังเดินเซจน ต้องให้คนมาประคองหยวนเซวียนรู ้ดีอยู่แก่ใจว่านี่เป็ นเพราะชั่วชีวิตนี้ท่านปู่ หลิวฝึ ก กระบี่มาตลอดชีวิต แต่กลับไม่เคยไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ มาก่อนเป็ นเหตุให้เหล้าทุกชามบนโต๊ะวันนี้ ผู้เฒ่าดื่มไปดื่มมา สิ่งที่ดื่ม ล้วนเป็ นความละอายใจที่ผุดพุ่งจากหัวใจทะลักไปถึงชามเหล้าดื่มจนหน้าแดงก่า ไม่ใช่แค่ว่ามิอาจต้านทานฤทธิ์สุราเท่านั้น ยัง เป็ นเพราะเผชิญหน้ากับคนหนุ่มจากก าแพงเมืองปราณกระบี่ อิ่นก วานคนสุดท้ายที่เป็ นคนต่างถิ่นเหมือนกันผู้นี้ท าให้ผู้เฒ่ารู ้สึกเหมือน วัวสันหลังหวะ จึงหน้าแดงเรื่องราวบนโลกมักเป็ นเช่นนี้ มิอาจต้านทานฤทธิ์สุรา ลาบากใจ มิอาจเป็ นตัวของตัวเองก่อนหน้านี้อยู่บนโต๊ะสุรา ระหว่างที่ดื่มผู้เฒ่าบอกว่าจะดื่มสุรา คารวะเฉินอิ่นกวานเฉินผิงอันยิ้มบอกว่าไม่ต้อง กลับกันยังเรียก ตัวเองว่าเป็ นผู้เยาว์ เป็ นฝ่ายดื่มสุราคารวะผู้เฒ่าด้วยตัวเองหลังจากนั้นผู้เฒ่าก็เอาแต่ดื่มเหล้าอยู่กับตัวเอง ยิ่งนานก็ยิ่งเงียบ งันหลิ่วซวี่ยกศอกขึ้นถองเฉินผิงอันที่อยู่ข้างกายเบาๆ บอกเป็ นนัย ว่าให้เจ้าช่วยปลอบใจเหล่าหลิวหน่อย เถ้าแก่รองเจ้าเชี่ยวชาญเรื่อง นี้ที่สุดแล้ว ดูสิว่าจะช่วยคลายปมในใจของเขาได้หรือไม่ปีนั้นที่ร ้านเหล้าเล็ก เถ้าแก่รองอ้าปากทีอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ ทั้งนั้น คุยโวไม่ต้องร่างคาพูด พวกคนที่นั่งยองดื่มเหล้าอยู่ข้างทาง ต่างก็ชอบฟังเถ้าแก่รองเล่าเรื่องโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเฉินผิงอันส่ายหน้า ไยต้องสาดเกลือลงบนบาดแผลของผู้ฝึ ก กระบี่เฒ่าด้วยเล่าอีกอย่างไม่เคยไปเยือนก าแพงเมืองปราณกระบี่ก็คือไม่เคยไป ข้าทั้งไม่สนฟ้ าแล้วก็ไม่สนดิน ไม่สนด้วยว่าเจ้าจะมีเหตุผลและความ ล าบากใจอะไรดังนั้นก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่บนโต๊ะสุรา หากเจ้าบอกว่าจะดื่มสุรา คารวะเจ้าขุนเขาเฉินหรือจะเรียกชื่อเฉินผิงอันตรงๆ ก็ยังไม่เป็ นไร ข้า คือผู้เยาว์บนภูเขา ต้องดื่มอยู่แล้ว อีกทั้งยังต้องดื่มคารวะกลับคืนผู้ อาวุโสไปอีกชามด้วยแต่ในเมื่อเจ้าหลิวอู่ติ้งใช ้คาเรียกขานว่าอิ่นกวาน อีกทั้งเจ้ายัง เป็ นผู้ฝึกกระบี่ของอุตรกุรุทวีป ก็ช่วยไม่ได้แล้ว ข้าไม่ได้สนิทกับเจ้า