ตอนที่ 2845
บทที่ 1059.1 นครเดียวดายท่ามกลางเมฆหลากสี
October 21, 2026
หน้าประตูภูเขาของภูเขาลั่วพั่ว
ชายฉกรรจ์ร่างกายกายาคนหนึ่งพาเด็กหนุ่มสะพายกระบี่สวม หมวกหัวเสือจับมือกันเยื้องกรายมาจากม่านฟ้ า
จวินเชี่ยนยิ้มเอ่ย “ถึงแล้ว”
ป๋ ายเหยที่มองทิศทางการดาเนินไปและการผูกปมเส้นสายของ เทือกเขาหลายแห่งที่ทอดยาวของภูเขาลั่วพั่วพยักหน้าเอ่ยว่า “ฮวง จุ้ยไม่เลว”
จวินเชี่ยนกล่าว “ขนบธรรมเนียมดียิ่งกว่า”
เซียนเว่ยเปลี่ยนหนังสือที่อยู่ในมือเรียบร ้อยแล้วก็รีบลุกขึ้นยืน ถามว่า “แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านคือ?”
จวินเชี่ยนกุมหมัดเอ่ย “ข้าชื่อหลิวสือลิ่ว คือศิษย์พี่จวินเชี่ยน ของเจ้าขุนเขาพวกเจ้าข้างกายผู้นี้คือสหายของข้า ชื่อว่าป๋ ายเหย่”
เซียนเว่ยตะลึงแล้วตะลึงอีก จากนั้นก็กลั้นขา พยายามตีหน้า เคร่ง ขณะที่ใกล้จะกลั้นไม่ไหวก็บังเกิดความคิดดีๆ รีบก้มหัวลง คารวะตามขนบของลัทธิเต๋า “นักพรตเหนียนจิ่งฉายาเชี่ยนเว่ย ได้รับ ความรักความกรุณาจากเจ้าขุนเขา ทุกวันนี้รับหน้าที่เป็ นคนเฝ้ า
้
ประตูของภูเขาลั่วพั่ว เสี่ยวเต้าขอคารวะหลิวเซียนซือ เซียนกระบี่ ป๋ าย”
ตะลึงครั้งแรกเพราะได้ยินว่าอีกฝ่ ายถึงกับเป็ น “ศิษย์พี่จวิน เชี่ยน” ของเจ้าขุนเขาเฉินตะลึงอีกครั้งก็เพราะได้ยินคาว่า “ป๋ ายเหย่” เพียงแต่ว่าพอเหลือบไปเห็นลักษณะและการแต่งกายของอีกฝ่าย…
สังเกตเห็นปิ่นเต๋าชิ้นนั้นของอีกฝ่ าย อันที่จริงจวินเชี่ยนก็ตกใจ เหมือนกัน
ศิษย์น้องเล็ก สามารถหลอกหมี่ลี่น้อยที่ซุกซุนน่ารักถึงเพียงนั้น มาได้แล้ว นี่ยังถึงกับสามารถหลอก…นักพรตคนนี้มาได้ด้วยหรือ?
เมื่อหมื่นปีก่อน จานวนครั้งที่ทั้งสองฝ่ ายพบเจอกันมีไม่น้อย ถือ ว่าไม่ตีกันก็ไม่ได้รู ้จักกัน
ตอนนั้นจวินเชี่ยนถือว่า “ไปหาเพราะเลื่อมใสในชื่อเสียงมานาน แน่นอนว่าไม่เคยได้ตีกันจริงๆ ยังดีที่นักพรตคนแรกของโลกมนุษย์ผู้ นั้นนิสัยดี ไม่ได้ถือสาอะไร
เซียนเว่ยยืดเอวตรงเงยหน้าขึ้น ในใจเกิดความกังขา ไฉน เด็กชายผมขาวผู้นั้นถึงไม่ได้ปรากฏตัวทันทีนะ? หลังจากที่รับหน้าที่ เป็ นขุนนางผู้เรียบเรียงต ารา ในอดีตขอแค่มีแขกมาเยือน เด็กชาย ผมขาวก็จะต้องมาปรากฏตัวในทันที วันนี้ทาไมถึงอู้งานเสียได้?
จวินเชี่ยนยิ้มถาม “นักพรตเซียนเว่ย หมี่ลี่น้อยของพวกเราล่ะ?”
้
เซียนเว่ยยิ้มตอบ “วันนี้การลาดตระเวนภูเขารอบเช ้าสิ้นสุดลง แล้ว ช่วงนี้นางชอบไปลาดตระเวนที่ภูเขาหวงหู เกินครึ่งก็น่าจะอยู่ที่ นั่น”
จวินเชี่ยนร ้องเอ๊ะหนึ่งที ช่วงนี้ดูเหมือนว่าภูเขาลูกนี้ของศิษย์น้อง เล็กจะมีบุคคลยิ่งใหญ่อยู่ไม่น้อยเลยนะ
เซียนเว่ยคิดแล้วก็ยังเอ่ยประโยคตามมารยาทกับเด็กหนุ่ม หน้าตาหมดจดคนนั้นว่า “เซียนกระบี่ป๋ าย ชื่อไม่เลวเลย”
ป๋ ายเหย่ถาม “หมายความว่าอย่างไร?”
เซียนเว่ยพลันรู ้สึกกระอักกระอ่วน หมายความว่าอย่างไร? เดิมที ก็เป็ นคาพูดที่เอ่ยไปตามมารยาทเท่านั้น เจ้าจะให้เสี่ยวเต้าอธิบาย อย่างไรล่ะ?
บรรยากาศออกจะอึดอัดอยู่บ้าง น่าเสียดายที่เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ย ที่ไม่เคยรู ้ว่าบรรยากาศเงียบสงัดในใต้หล้านี้เป็ นเช่นไรไม่ได้อยู่ด้วย จวินเชี่ยนยิ้มอธิบายว่า “นักพรตเซียนเว่ย เขาก็คือป๋ ายเหย่” เซียนเว่ยรู ้สึกอ่อนใจเป็ นทบทวี เด็กหนุ่มก็บอกแล้วว่าตัวเอง ชื่อป๋ ายเหย่ เขาไม่ชื่อป๋ ายเหย่แล้วจะชื่ออะไรล่ะ จวินเชี่ยนกล่าว “มีกฎที่ไม่เป็ นลายลักษณ์อักษรอยู่ข้อหนึ่ง ก่อน จะขึ้นเขาดื่มชาก่อนหนึ่งถ้วย เอาอย่างไร?” ป๋ ายเหย่กล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเมืองตาหลิ่วหลิ่วตาตาม”
้
จวินเชี่ยนจึงพาป๋ ายเหย่ไปนั่งลงข้างโต๊ะตัวนั้น
อันที่จริงจวินเชี่ยนอยากจะดื่มน้าชาพลางแทะเมล็ดแตงไปด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรอแม่นางน้อยที่ศิษย์น้องเล็กยกให้เป็ นผู้พิทักษ์ฝ่ าย ขวาของภูเขาลั่วพั่วแล้ว
ส่วนสหายรักป๋ ายเหย่จะคิดอย่างไร ถึงอย่างไรก็ไม่ส าคัญแล้ว
แม่นางน้อยชุดด าคล้ายจะได้รับข่าวจึงเร่งร ้อนออกจากภูเขา ด้านหลังมา จากนั้นก็ข้ามผ่านยอดเขาหลิงจี้แล้ววิ่งตะบึงลงจากภูเขา มาตลอดทาง
ศิษย์พี่จั่วของเจ้าขุนเขาคนดี นางเคยเจอมาก่อนแล้ว ข่าวลือ ภายนอกล้วนหลอกลวงคน เขาจะนิสัยเจ้าอารมณ์ได้อย่างไร เป็ น มิตรน่าใกล้ชิดจะตายไป!
คือเซียนกระบี่ใหญ่เท่าโต๊ะ! อาจารย์จวินเชี่ยนเองก็ร ้ายกาจเหมือนกัน แล้วก็ยิ่งปรองดองเป็ น มิตรด้วย แล้วยังมีหมัดสองข้างที่ใหญ่เท่าถ้วย ดูเหมือนว่าในตาราจะบอก ไว้ว่า จอมยุทธท่องยุทธภพ สองหมัดต่อยจนใต้หล้าไร ้ศัตรูเทียมทาน ผู้พิทักษ์ขวาของภูเขาลั่วพั่ว จะดีจะชั่วก็เป็ นผู้ฝึกลมปราณคน หนึ่ง แต่ถึงกับวิ่งจนเหงื่อแตกท่วมไปทั้งศีรษะ ด้านหลังแม่นางน้อยชุดด ามีเด็กชายชุดขาวตามมาด้วย
้
ไม่มีหมี่ลี่น้อยบังอยู่ด้านหน้า วันนี้ขุนนางผู้เรียบเรียงตาราก็ไม่ ค่อยกล้าปรากฏตัวเท่าไรจริงๆ แล้วก็เป็ นเด็กชายผมขาวที่หิ้วหมี่ลี่น้อยมาถึงตีนเขาของภูเขา ด้านหลัง แต่หมี่ลี่น้อยกลับพูดว่าวางลง วางลง แล้วก็จะวิ่งไปที่ประตู ภูเขาที่อยู่ด้านหน้าด้วยตัวเองให้ได้ เด็กชายผมขาวเองก็จนปัญญา ได้แต่ปล่อยให้สองขาของหมี่ลี่ น้อยวิ่งสับไปเหมือนล้อรถ หมี่ลี่น้อยยิ่งวิ่งก็ยิ่งเร็ว ผ่านซุ้มประตูหน้าภูเขามาแล้วก็หยุดยืน นิ่ง ฉีกยิ้มกว้าง “อาจารย์จวินเชี่ยน มาแล้วหรือ” จวินเชี่ยนลุกขึ้นยืนแล้ว ยิ้มเอ่ยว่า “หมี่ลี่น้อย ให้เจ้ารอนานแล้ว” จวินเชี่ยนหันไปมองป๋ ายเหย่ ป๋ ายเหย่อ่อนใจอย่างมาก ได้แต่ลุก ขึ้นตาม หมี่ลี่น้อยมองเด็กหนุ่มที่สวมหมวกหัวเสือแล้วตีหน้าเคร่ง คิ้วสี เหลืองอ่อนจางสองข้างขมวดมุ่น แม้จะบอกว่าอันที่จริงแม่นางน้อยกาลังกลั้นขา แต่คนภายนอก มองมาบางทีอาจจะเหมือนว่านางก าลังโกรธอยู่ ป๋ ายเหย่เองก็รู ้สึกว่าน่าสนใจ จึงยิ้มเอ่ยว่า “อยากขาก็ขาเถอะ” หมี่ลี่น้อยเกาแก้ม จากนั้นก็ส่ายหน้าแรงๆ เหมือนกลองป๋ องแป๋ ง
้
เด็กชายผมขาวมีท่าทีส ารวมอย่างหาได้ยาก เอ่ยอย่างขลาดๆ ว่า “อาจารย์จวินเชี่ยนและยังมีป๋ าย….เซียนซือท่านนี้ ข้าคือขุนนางผู้ เรียบเรียงต ารา คงต้องบันทึกชื่อตามกฎของภูเขาบ้านเราหน่อยนะ?”
ป๋ ายเหย่กล่าว “ข้าชื่อป๋ ายเหย่ เป็ นคนของทวีปแดนเทพแผ่นดิน กลางแห่งไพศาล ทุกวันนี้ฝึกตนอยู่ในอารามเสวียนตูของใต้หล้ามืด
สลัว” หมี่ลี่น้อยร ้องว้าวนางแอบยกนิ้วโป้ งให้กับอาจารย์จวินเชี่ยนเซียนเว่ยได้ยินร่างก็เอียงพลัดหล่นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ร่วงลงพื้น ไม่ ทันระวังหนังสือที่สอดไว้ตรงหน้าอกก็หล่นลงมาด้วย จึงใช ้ความเร็วที่ ฟ้ าผ่าไม่ทันป้ องหูเตะมันไปทางห้องของพี่น้องต้าเฟิง
คงเป็ นเพราะรู ้สึกว่าทาแบบนี้ดูจะไม่ให้ความเคารพต่อหนังสือจึง ย่องไปตรงนั้น หันหลังให้โต๊ะ เก็บหนังสือขึ้นมาเบาๆ เป่ าลมลงไป หนึ่งทีพร ้อมกับปัดฝุ่นให้สะอาด ก่อนเก็บไว้ในชายแขนเสื้อ
จากนั้นหยิบเอาตาราอริยะปราชญ์เล่มหนึ่งที่อยู่ในชายแขนเสื้อ อีกข้างออกมา แล้วถึงได้หมุนตัวกลับ แสร ้งท าเป็ นถือหนังสือไว้ใน มือ นั่งกลับลงไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่แล้วเริ่มอ่านหนังสือ
เด็กชายผมขาวจดบันทึกชื่อของ “แขกผู้มาเยือน สองท่าน เรียบร ้อยแล้วก็เผ่นเพื่อความปลอดภัย โปรดอภัยที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับ แขก ถึงอย่างไรก็ยังมีหมี่ลี่น้อยนี่นะ
้
นั่งลงข้างโต๊ะ บนโต๊ะมีน้าชาไว้ให้แขกแล้ว นักพรตเซียนเว่ย เชี่ยวชาญในการต้อนรับขับสู้คนอย่างมาก รัดกุมแม้แต่น้าสักหยดก็ เล็ดรอดออกไปไม่ได้ หมี่ลี่น้อยมองอาจารย์จวินเชี่ยน หลิวสือลิ่วมองหมี่ลี่น้อย จะดูยากจนข้นแค้นไปหน่อยหรือไม่? วางใจได้เลย ไม่มีทางอยู่แล้ว
หมี่ลิ่น้อยจึงหยิบเมล็ดแตงกาใหญ่ออกมาจากชายแขนเสื้อ วาง กองลงตรงหน้าป๋ ายเหย่ แล้วจึงหยิบอีกก าใหญ่ให้กับอาจารย์จวิน เชี่ยน
จากนั้นแม่นางน้อยก็รู ้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ทาท่าจะเปิด กระเป๋ าผ้าฝ้ ายที่รักใบนั้น
ป๋ ายเหย่จึงยิ้มพลางแบ่งเมล็ดแตงครึ่งหนึ่งให้กับแม่นางน้อยชุด ด า
แม้ว่าเว่ยป้ อจะประหลาดใจว่าทาไมจูเหลี่ยนกับเจียงซ่างเจินต่าง ก็ไม่ได้ปรากฏตัวที่หน้าประตูทันที แต่เขาก็ยังรีบมาที่ข้างโต๊ะของ ภูเขาลั่วพั่ว
เว่ยป้ อประสานมือคารวะ “เทพน้อยเว่ยป้ อแห่งภูเขาพีอวิ๋นคารวะ อาจารย์หลิว อาจารย์ป๋ าย”
จวินเชี่ยนลุกขึ้นยืน กุมหมัดคารวะกลับคืนเว่ยซานจวิน
้
ป๋ ายเหย่เพียงแค่ผงกศีรษะรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หากว่าชอบความพิถีพิถันในพิธีการยิบย่อยพวกนั้น ตอน นั้นป๋ ายเหย่ก็คงไม่มีทางเลือกพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเป็ นเกาะที่ตั้งอยู่ อย่างโดดเดี่ยวนอกทะเลแห่งนั้น
เว่ยป้ อถาม “ต้องการให้เทพน้อยแจ้งเจ้าขุนเขาเฉินสักหน่อย หรือไม่?”
้
้
้
้