ตอนที่ 2856
บทที่ 1061.2 ในดวงจันทร ์ สุราพอใช ้ได้
October 21, 2026
เฟยเฟยผู้ครองลาคลองเย่ถั่วคนใหม่ที่ป๋ ายเจ๋อชี้แนะมหามรรคา เส้นหนึ่งให้ เท่ากับเป็ นการบุกเบิกโฉมหน้าใหม่นอกเหนือจากเวทน้า บวกกับปีศาจใหญ่บรรพจารย์กลุ่มของอู๋หมิงซื่อ กวนอี่ที่หวน กลับมายังโลกมนุษย์อีก ครั้งซึ่งแต่ละคนจะต้องมีการรับลูกศิษย์ เชื่อ ว่าตัวเลือกลูกศิษย์ พวกเขาคงไม่มีอิสระที่จะเลือกได้เองแล้ว โจวมี่ ต้องมีการจัดการไว้ตั้งแต่แรกแล้วแน่นอน อาจารย์และลูกศิษย์ทุกคู่ ในช่วงเวลาบางอย่างที่ถูกกาหนดไว้ ฝ่ ายหนึ่งพยายามถ่ายทอดวิชา ความรู ้ให้หมดหน้าตักขุนลูกศิษย์ให้อ้วนพี อาจารย์ถึงจะกินอิ่ม อีก คนหนึ่งก็ต้องตั้งใจฝึกตนสุดชีวิตเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตรอด สองฝ่ าย เป็ นหินลับมีดบนมหามรรคาให้แก่กันและกัน สุดท้ายใครได้กินใครก็ ต้องอาศัยความสามารถของใครของมันแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็ นใครที่รอดชีวิตมาได้ เปลี่ยวร ้างก็จะมีปีศาจใหญ่ ต าแหน่งสูงบนบนบัลลังก ์ราชาที่พลังพิฆาตโดดเด่นเพิ่มมาคนหนึ่ง ถึงขั้นที่ว่าอาจเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่เลยก็ได้ ข้าโจวมี่เคยกินขอบเขตสิบสี่และขอบเขตบินทะยานในเปลี่ยว ร ้างไปมากเท่าไร ภายในร ้อยปีจะต้องชดใช ้คืนให้กับเปลี่ยวร ้างเป็ น เท่าตัวแน่นอน หากมองแค่ภายนอกบัณฑิตโจวมี่ที่เปลี่ยนจากเจี่ยเซิงแห่งไพศาลไปเป็ นมหาสมุทร ความรู ้แห่งเปลี่ยวร ้างคือผู้ทาลายและผู้สร ้างกฎเกณฑ์ที่ถูกกาหนด ไว้ทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นย้อนกลับมามองอิ่นกวานหนุ่มที่เกิดการช่วงชิงบน มหามรรคากับอีกฝ่ ายเฉินผิงอันเพียงแค่ท าไปตามกฎเกณฑ์ก็จะเป็ น ผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดท่ามกลางกฎเกณฑ์ ถ้าอย่างนั้นผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากการได้รับการปกป้ องจาก กฎเกณฑ์ส่วนใหญ่ ก็จะต้องคอยรักษากฎเกณฑ์เดิมเอาไว้อย่างไม่ รู ้จักเหน็ดเหนื่อย สิ่งที่แสวงหาก็คือความมั่นคงของกรอบโครงสร ้าง ใหญ่ที่อนุญาตให้สถานการณ์มีการสั่นคลอนได้ เจ้าอารามผู้เฒ่ายื่นนิ้วโป้ งไปลูบชามเหล้า ชามขาวบนโต๊ะก็ หมุนติ้วเบาๆ เหล้าในชามกระเพื่อมเป็ นระลอกตามมา ยิ้มเอ่ยว่า “วิถี แห่งฟ้ าพังถล่ม แปดทิศเริ่มพลิกหมุน คือโอกาสคือชะตากรรม? นับ แต่โบราณจวบจนปัจจุบัน ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเราควรจะทา อย่างไร? หวนกลับคืนมาเป็ นหนึ่ง คือโอกาสคือชะตากรรม” หวังหยวนลู่ยื่นคอยาวมองไปบนชามเหล้าบนโต๊ะ ทาท่าจะพูดไม่ พูด เสี่ยวโม่พยักหน้าเบาๆ สหายปี้เซียวรับลูกศิษย์ที่ดี เพราะนักพรตหนุ่มคนนั้นรู ้สึกว่าคากล่าวที่ว่า ‘หวนกลับคืนมา เป็ นหนึ่ง” ของอาจารย์บางทีอาจจะไม่แม่นย านักเสี่ยวโม่ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ในตาราบอกไว้แล้วว่า หากมนุษย์เรา สามารถอดทนต่อความอัปยศทั้งยังแบกรับภาระหน้าที่สาคัญได้ ลูกหลานในตระกูลจะต้องร่ารวยในภายหลังได้แน่นอน ก าแพงเมือง ปราณกระบี่กับคุณชายต่างก็ถือว่าสร ้างความสาเร็จให้แก่กันและ กัน” เจ้าอารามผู้เฒ่าหัวเราะหึหึ “เมื่อก่อนจูเหลี่ยนเรียกนายท่าน ทุก วันนี้สหายเรียกคุณชาย เถ้าแก่รองของกาแพงเมืองปราณกระบี่ เฉินสืออีของหลายใต้หล้า ใต้โช่วเฉินเหนืออิ่นกวาน ฉายามี มากมายก่ายกอง คิดไม่ถึงว่าเด็กบ้านนอกขาเปื้อนโคลนที่เดิน เหยียบย่าขี้หมาขี้ไก่อยู่ในตรอกเก่าโทรมทุกวันจะกลายมาเป็ น คุณชายเฉินได้” เสี่ยวโม่กล่าว “วิถีฟ้ าดาเนินอย่างแข็งขัน พลังแห่งดินรองรับ หมื่นสรรพสิ่ง วิญญูชนควรแสวงหาความก้าวหน้าให้ตัวเองอย่าง ต่อเนื่อง ปฏิบัติตามปณิธานไม่มีที่สิ้นสุด มีพื้นที่แห่งหนึ่งอยู่ในโลก มนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” ปี นั้นนักพรตคนแรกที่เป็ นผู้นาเดินไปบนเส้นทางก็เคยสร ้าง ศาลาไว้ริมทางนับไม่ถ้วนแม้จะเรียบง่าย แต่กลับช่วยให้หลบลมหลบ ฝนได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่ทุกครั้งที่นักพรตปักปิ่นไม้ถ่ายทอดเส้น สายแห่งมรรคาหรือวิชาคาถาบทหนึ่งก็ถือเป็ นศาลาริมทางที่มองไม่ เห็นหลังหนึ่งเจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มรับ เปลี่ยนเรื่องคุย “เสี่ยวโม่ เดิมทีข้าเตรียม ของขวัญแสดงความยินดีไว้สองชิ้นแล้ว อย่างทะเลเพลิงกับ ตาหนักไท่หยางที่ด้านในยังคงเหลือหอหลอมกระบี่อยู่แห่งนั้น แรกเริ่มข้าก็อยากจะมอบให้กับสหายป๋ ายจิ่งที่วันใดอาจได้ผูกสมัคร เป็ นคู่บาเพ็ญเพียรกับเจ้า ตอนนี้น่ะหรือ ขอโทษด้วย กลายเป็ นของ หวังหยวนลู่ไปแล้ว” นักพรตร่างผอมแห้งที่ยืนสอดมือไว้ในชายแขนเสื้ออยู่ใต้ชายคา ได้ยินเข้า หัวใจพลันบีบรัดตัว สมบัติชิ้นนั้นกลายเป็ นของในกระเป๋ า แล้ว อาจารย์ท่านผู้อาวุโสห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาดเลยนะ เสี่ยวโม่ยิ้มเอ่ย “ไม่เป็ นไร ล้วนเป็ นของนอกกายทั้งนั้น” ตอนนั้นในฐานะของขวัญรับลูกศิษย์ ได้มอบตาหนักจิ๋วขนาด เท่าฝ่ ามือให้กับหวังหยวนลู่ หรือก็คือตาหนักไท่หยางในตานานที่ถูก ท าลายพังภินท์ไปนานแล้ว ทาเอานักพรตแซ่สวินที่มีฉายาว่า ‘จินจิ่ง” รู ้สึกอิจฉาตาร ้อนอยู่ ไม่น้อย หลุมน้าลู่คือพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของต้นต้นฮูหยินผู้ครอบ ครองชะตาน้าบนพื้นปฐพีของไพศาล เคยเป็ นหนึ่งในคฤหาสน์หลบ ร ้อนของเทพวารีหนึ่งในห้าเทพสูงสุดยุคบรรพกาลแต่ระดับขั้นของตาหนักไท่หยางจะเหนือกว่าหลุมน้าสู่ระดับใหญ่ เล่าลือกันว่าสถานที่แห่งนี้นอกจากจะเป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมหลักของเทพอัคคีแล้ว ยังเคยเป็ นหนึ่งในสถานที่หลอมกระบี่ของผู้ถือ กระบี่ด้วยตามคากล่าวของเด็กหนุ่ม ตาหนักไท่หยางแห่งนี้คือสมบัติที่อยู่ ในห้าอันดับแรกในบรรดาสมบัติมากมายของนายท่านบ้านตนขอแค่มีชีวิตอยู่มานานพอ ตบะสูงมากพอ ทรัพย์สมบัติก็จะ มากมายจนน่ากลัวเสี่ยวโม่เป็ นเช่นนี้ เจ้าอารามผู้เฒ่าก็ยิ่งเป็ นเช่นนี้ทรัพย์สินของป๋ ายจิ่งมิอาจเทียบกับสหายปี้เซียวได้ แต่เมื่อเทียบ กับเสี่ยวโม่แล้วก็ต้องเยอะกว่ามากหวังหยวนลู่ได้ยินคาพูดของผู้อาวุโสท่านนั้นก็พลันโล่งใจ ผู้ อาวุโสก็คือผู้อาวุโส มีมาดแห่งเซียนจริงๆ!ไฉนอาจารย์ถึงมีสหายเช่นนี้ได้ หรือว่าเป็ นการเสริมนิสัยในส่วน ที่อีกคนขาดไป?อันที่จริงยังคงเป็ นเพราะหวังหยวนลู่ไม่รู ้อดีตของเสี่ยวโม่ นึกว่าผู้ อาวุโสท่านนี้เกรงใจมีมารยาท ไม่ว่ากับใครก็ล้วน “พูดง่าย” แล้วจะ เป็ นคนที่พูดง่ายจริงๆปีศาจใหญ่หย่างจื่อและจูเยี่ยนกลับไม่แน่เสมอไปว่าจะรู ้สึกว่า เสี่ยวโม่เป็ นคนพูดง่ายแล้วการที่เจ้าอารามผู้เฒ่าเป็ นสหายรักกับเสี่ยวโม่ได้ ข้อหนึ่งที่ ส าคัญมากก็คือ ในยุคบรรพกาลเสี่ยวโม่ชอบถามกระบี่กับคนอื่น มาก นี่ถูกกับนิสัยใจคอของเขาอย่างยิ่งตอนนั้นเพื่อหลบเลี่ยงป๋ ายจิ่ง เสี่ยวโม่จาต้องมาเยือนชายหาดลั่ว เป่า ถามกระบี่กันไปกี่ครั้ง เจ้าแห่งถ้าปี้เซียวก็มอบเหล้าให้กี่ไห เรียกได้ว่าสองฝ่ายดื่มกันอย่างเต็มคราบเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวที่ “พอออกจากถ้ามาก็ไร ้ศัตรูทัดทาน จุดที่ละ เว้นคนอื่นได้ไม่เคยละเว้นใคร” จะปล่อยให้เสียชื่อได้อย่างไรและล าพังแค่กับป๋ ายเจ๋อที่เผ่าปีศาจแทบทุกคนต่างก็ต้องเรียก ขานด้วยความเคารพว่า “นายท่านป๋ าย” เสี่ยวโม่ก็เคยตีกับเขาถึง สองครั้งครั้งหนึ่งรู ้สึกว่าป๋ ายเจ๋อที่ชอบคลุกคลีอยู่กับจอมปราชญ์น้อย ตลอดเวลาท าอะไรไม่เข้าท่า ขอบเขตไม่ได้เรื่อง ต้องฟันเขาสัก หน่อยและยังมีอีกครั้งหนึ่งที่รู ้ทั้งรู ้ว่าเป็ นไปไม่ได้ แต่ก็ยังจะทาอยู่ดีแต่ว่าการถามกระบี่ครั้งนี้เป็ นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากได้หมัก เหล้ากับสหายปี้เซียวแล้วเพียงแค่เพราะเสี่ยวโม่ไม่เข้าใจว่าในเมื่อป๋ ายเจ๋อเป็ นเผ่าปีศาจที่ อยู่บนเส้นทางเดียวกัน ไฉนถึงต้องช่วยจอมปราชญ์น้อยที่เป็ นเผ่า มนุษย์สร ้างติ่ง (ภาชนะลักษณะคล้ายกระถางมีหูมีขาตั้ง) เก้าใบไว้บนยอดเขาของไพศาล แล้วสลักชื่อจริงของเผ่าปีศาจนับไม่ถ้วนลงไป ด้วยตอนนั้นสรวงสวรรค์ได้ ไปสู่ปรโลก” แล้ว โลกมนุษย์ถูกแบ่งให้ อยู่ใต้ฟ้ า ตั้งอยู่บนพื้นดิน ตอนนั้นป๋ ายเจ๋อได้อาศัยเวทคาถาสูงต่า พิสูจน์ตัวเองจากศึกเดินขึ้นฟ้ าไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชา อภินิหารแห่งชะตาชีวิตที่สามารถมอบชื่อได้ที่ทาให้ผู้ฝึ กตนเผ่า ปีศาจปวดหัวกันอย่างมาก เคยมีปีศาจบรรพกาลกลุ่มหนึ่งที่รู ้สึกว่า ไม่ควรอนุญาตให้ “นักพรต” ที่เป็ นเช่นนี้มีชีวิตอยู่รอด เป็ นเหตุให้ บางครั้งที่ป๋ ายเจ๋อออกเดินทางท่องไปในใต้หล้าเพียงล าพังก็เคยถูก ซุ่มโจมตีซึ่งผ่านการวางแผนมาแล้วอย่างรอบคอบส่วนผลลัพธ ์ ยกตัวอย่างเช่นกวนอื่ที่นอนหลับไปหมื่นปีก็เพื่อไป รักษาบาดแผล คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ไปรักษาบาดแผล แน่นอนว่าจุดจบ ย่อมอเนจอนาถมากยิ่งกว่า ชื่อจริงถูกป๋ ายเจ๋อดึงออกไปแล้วกาจัดทิ้ง ทั้งหมด แต่ละคนต่างก็ถูกบีบให้ต้องสละร่างไปจากโลกนี้ปี ศาจที่ล้อมโจมตีป๋ ายเจ๋อก็ไม่ต่างจากมังกรแท้จริงแห่ง มหาสมุทรและลาน้าที่ล้อมสังหารเฉินชิงตูยิ่งจานวนมาก ผลงานทางการสู้รบของฝ่ายหลังก็ยิ่งมีมากเจ้าอารามผู้เฒ่าร ้องเอ๊ะ “ของสิ่งนี้มอบให้กับป๋ ายจิ่ง ไม่ได้มอบ ให้เจ้าเสียหน่อย หรือจะบอกว่าทุกวันนี้ความสัมพันธ ์ของพวกเจ้าไม่ เหมือนวันวานก็เลยทาตัวไม่ห่างเหินเช่นนี้แล้ว”เสี่ยวโม่ยิ้มเจื่อน “หัวข้อสนทนานี้ สหายปี้เซียวจะไม่ยอมอ้อม ผ่านไปเลยสินะ”