ตอนที่ 2857
บทที่ 1061.3 ในดวงจันทร ์ สุราพอใช ้ได้
October 21, 2026
“ธงในตาหนักจื่อกงตั้งตรง โอรสสวรรค์ย่อมออกกรีธา หึหึ โอรส สวรรค์ นังหนูเจาเกอผู้นี้มีจิตใจทะเยอทะยาน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ ถึงขั้นที่ว่าจิตใจไม่ดีงามมากพอ นี่ก็ถูกต้องแล้ว” เสี่ยวโม่ยิ้มเอ่ย “หากพูดกันถึงการวางแผนทางใจ ก็ยังถือว่าเก่ง กว่าผู้ฝึกตนในทุกวันนี้ เจ้าอารามผู้เฒ่าพยักหน้า “อ้อมไปอ้อมมา ก็ไม่รู ้ว่าโลกมนุษย์ ต้องสิ้นเปลืองแรงใจไปมากแค่ไหน”” “อะไรคือค าว่า “การจ าแลงแห่งมรรคา?” อุตส่าห์ได้เจอกับสหายเก่าที่ยินดีจะดื่มเหล้าให้เต็มคราบและคุย เล่นอย่างสบายๆ ทั้งทีจึงเกิดแรงบันดาลใจ เจ้าอารามผู้เฒ่าเลยทา การถามตอบกับตัวเอง “บ้านบรรพบุรุษของเฉินผิงอันที่อยู่ในตรอกหนีผิงก็คือการ จาแลงมรรคาอย่างหนึ่ง จวนประจาตระกูลของหลี่ซีเซิ่งที่อยู่บนถนนฝู ลู่ก็เป็ นเช่นเดียวกัน ภูเขาลั่วพั่วที่ตั้งอยู่ในที่ตั้งเก่าของถ้าสวรรค์หลีจู ก็ยิ่งเป็ นเช่นนี้” “ก่อนอื่นคือต้องอยู่ที่เดิมไม่ย้ายถิ่นฐาน ไม่ได้เรียบง่ายเหมือน น้ามันที่ลอยอยู่บนผิวน้าหรือจอกแหนใบหนึ่งที่หมุนวนไปตามกระแสน้า ไม่ใช่ชาวเรือสัญชาติต่าต้อยของเมืองหงจู๋ที่ไม่ได้รับ อนุญาตให้ขึ้นฝั่ง แต่เป็ นตะปูดอกหนึ่งที่ถูกตอกลึกเข้าไปในพื้นดิน และหลุมในใจ น าพาจิตวิญญาณอันแรงกล้าที่ส่งผลกระทบต่อ ขนบธรรมเนียม ความสัมพันธ ์ผู้คนและใจคนบนวิถีทางโลกของพื้นที่ แห่งหนึ่งอย่างยาวนาน แต่การจาแลงบนมหามรรคาที่เป็ นเช่นนั้นก็ยัง เป็ นแค่ชั่วคราว ตื้นเขิน ไม่มั่นคง เป็ นแค่ร่องรอยบนหิมะเท่านั้น” “อาจารย์ซานซานจิ่วโหวเคยไปพักอยู่ในบ้านหลังติดกับบ้าน บรรพบุรุษของเฉินผิงอันพักอยู่เพียงไม่นาน โรงเรียนเก่าของฉีจิ้งชุน เปิดสอนเด็กนักเรียนประถมมาประมาณหกสิบปีเรือนด้านหลังร ้านยา ตระกูลหยางที่ชิงถงเทียนจวินอยู่ อยู่ทีก็นานถึงหนึ่งหมื่นปี รอกระทั่ง คนจากลาหอเรือนว่างเปล่าก็กลายมาเป็ นดั่งหมอกควันที่ลอยผ่าน ตาไป หลงเหลือเพียงเส้นสายของ “จิตใจและเรื่องราว” ที่เหมือนตัด บัวแต่ยังเหลือใย ล้วนไม่ถือเป็ นการจ าแลงมรรคา” เจ้าอารามผู้เฒ่าสะบัดชายแขนเสื้อ ยื่นนิ้วข้างหนึ่งออกมาวาด วงกลมวงหนึ่งไว้กลางอากาศ “สิ่งที่สาคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือไม่ได้ กลายเป็ นฟ้ าดินเล็กที่พอปิ ดประตูลงแล้วการโคจรก็เป็ นระบบ ระเบียบ” “แน่นอนว่านี่คือความตั้งใจของพวกเขา ใช่ว่าทาไม่ได้ แต่เป็ น เพราะไม่ยินดีจะท า ก็เหมือนที่ข้าจงใจทิ้งบ่อน้าบ่อหนึ่งไว้ในนครเสิ่น จิ่งต้าเฉวียนเหมือนกับที่ตงไห่แห่งอารามกวานเต๋าท า ไม่ได้ปิดประตู อย่างแท้จริง”“รู ้หรือไม่ว่าท าไมปรมาจารย์มหาปราชญ์ถึงต่อสู้ไม่ชนะมรรคา จารย์เต๋า? นั่นก็เพราะต่อให้ไพศาลจะเคารพศาสตร ์ของลัทธิขงจื๊อ เพียงหนึ่งเดียว แต่กลับยังมีเมธีร ้อยสานักอยู่ด้วย” “ส าหรับปรมาจารย์มหาปราชญ์แล้ว ความรู ้ของทุกส านักก็คือ ภาระส่วนหนึ่งนอกจากต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วยังมีร ้อยบุปผาเบ่งบาน ทัศนียภาพงดงามสดใส เจ้าของต้องจ่ายราคาในการชมทิวทัศน์ที่ งดงามทุกวัน” สิงกวานหาวซู่แห่งกาแพงเมืองปราณกระบี่ก็เคยใช ้ “ฉานเจ วียน” หนึ่งในกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตมาจ าแลงเป็ นเฮ่าไฉ่ ใช ้สิ่งนี้ สะบั้นการเชื่อมโยงบนมหามรรคาระหว่างดวงจันทร ์กับใต้หล้าเปลี่ยว ร ้าง ภายหลังผู้ฝึกกระบี่หาวซู่ก็ฝึกตนอยู่ที่นี่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็เพื่อ ลบเลือน “ร่องรอยแห่งมรรคา” ส่วนนั้นทิ้งไป หลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ฝึกตน ใหญ่ของใต้หล้ามืดสลัวมาพิศมรรคาอยู่ที่นี่ อาศัยเส้นสายนี้อนุมาน ออกมาเป็ นความจริงของกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มหนึ่งได้มาก กว่าเดิม ศึกษาจนได้วิธีการในการเอาชนะเขาออกมาได้ นี่จะทาให้ หาวซู่สูญเสียความได้เปรียบยามที่ต้องถามกระบี่กับคนอื่น ผู้ฝึ ก ลมปราณบนยอดเขา นอกจากข้อยกเว้นที่พิเศษมากๆ แล้วล้วนยินดี ที่จะกุมวิธีการที่เป็ นท่าไม้ตายซึ่งใช ้รับมือกับผู้ฝึกกระบี่โดยเฉพาะไว้ ในมือหลายๆ รูปแบบเจ้าอารามผู้เฒ่าสะบัดชายแขนเสื้อ ม้วนภาพขุนเขาสายน้าใน สถานที่ต่างๆ ของเปลี่ยวร ้างก็ปรากฏขึ้นมา “ส่วนการเดินทางผ่าน ประเภทนี้ อย่าเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้มีมากมาย อันที่จริง กลับกลายเป็ นว่าคนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เพียงไม่นานก็จะหายดี ได้ ค่อยๆ ลบเลือนอิทธิพลที่ได้รับไปได้เอง” เป็ นผู้ฝึ กกระบี่ทั้งหลายของกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่มาเป็ น แขกในเปลี่ยวร ้าง เดินๆ หยุดๆ ไปตลอดทาง ไปเยือนสถานที่นับสิบ แห่ง นครป๋ ายฮวา ซากปรักสนามรบโบราณหลงหง ภูเขาเขียวต้าเยว่ นครอวี้ป่ านราชสานักอวิ๋นเหวิน ภูเขาชุนเจี้ยน นครเซียนจาน สานักจิ่วเฉวียน ล าคลองเย่ลั่ว ภูเขาทั่วเยว่ ดวงจันทร ์เฮ่าไฉ่ ปีนั้นอยู่ในพื้นที่ลับของอุตรกุรุทวีป “นักพรตซุน” ที่ไปเป็ นแขก อยู่ในอารามเสวียนตูเคยถ่ายทอดหลักการเหตุผลข้อหนึ่งที่ คล้ายคลึงกันนี้ให้กับสหายเฉิน ก่อนหน้านั้นเฉินผิงอันก็เคยคิดพิจารณาถึงปัญหาข้อหนึ่ง ไม่ใช่การรู ้แบบงูๆ ปลาๆ แต่เป็ นการทดลองที่จะย้อนทวนสืบเสาะ ไปถึงต้นก าเนิด เฉินผิงอันบังเอิญได้เจอกับตู้อวี๋ที่ศาลเทพวารีในอาณาเขตของ ทะเลสาบชางอวิ๋น หลังจากสนิทสนมกันแล้วก็เคยสอบถามฝ่ ายหลังเกี่ยวกับ ‘สถานการณ์ยากลาบาก” ที่จอมยุทธใหญ่พบเจอความอ ยุติธรรมแล้วชักดาบเข้าช่วยเหลือ พูดถึงแค่ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลิ่วซัวที่ตอนนี้ชื่อเสียงยังไม่โด่งดัง ประโยคที่เขาพูดหลังจากได้พบเฉินผิงอันในห้องหนังสือของแคว้น ชิงหลวนก็หนีไม่พ้นต้องการพิสูจน์ว่าตัวเอง “เคยมาเยือนโลก มนุษย์” แห่งนี้เจ้าอารามผู้เฒ่าหันหน้ามาถาม “หวังหยวนลู่ อาจารย์ขอถาม เจ้าหน่อย หมื่นปีเต็มเวลายาวนานมากพอแล้วกระมัง ท าไมช่วงเวลา ระหว่างนี้คนฉลาดของบนโลกมนุษย์มีมากมายดุจขนวัว วีรบุรุษผู้ กล้าก็มีมากมายนับไม่ถ้วน ทว่าคนที่มหามรรคาไปถึงขอบเขตสิบห้า ได้กลับยังมีแค่สามคนก่อนหน้านี้เท่านั้น? หรือว่าการที่เพิ่มมาสักคน หนึ่งมันยากขนาดนั้นเลย?”หวังหยวนลู่ที่ถอยกลับไปนั่งยองอยู่ที่เดิม มองดูเหมือนเอาสอง มือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ แต่แท้จริงแล้วกาลังศึกษาของขวัญพบ หน้าที่อยู่ในชายแขนเสื้อชิ้นนั้นอย่างละเอียดต้องเริ่มต้นที่ระดับขั้น ของสมบัติอาคมแน่นอน จะมีโอกาสเป็ นอาวุธกึ่งเซียนได้หรือไม่นะ?หากไม่เป็ นเพราะผู้อาวุโสเสี่ยวโม่ที่มอบของขวัญให้ยังไม่จากไป ด้วยนิสัยความเคยชินของหวังหยวนลู่แล้วต้องเอามากัดเหมือนมัน เป็ นทองก้อนหนึ่ง ดูว่ามีรอยฟันหรือไม่เพื่อเอามาพิสูจน์ว่าเป็ นของ จริงหรือของปลอมอย่างแน่นอนได้ยินคาถามข้อนี้ของอาจารย์ หวังหยวนลู่ก็ตอบตามสัตย์จริง ว่า “คุณูปการของบรรพจารย์สามลัทธิเปี่ยมล้น ฝึ กตนได้อย่างไร ้ ข้อบกพร่อง ช่วยบุกเบิกมหามรรคาสามเส้นให้กับโลกมนุษย์ เป็ น การก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็ นบรรพจารย์”เดี๋ยวโม่หัวเราะเจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “พูดภาษาคน”หวังหยวนลู่พึมพาเสียงเบา “เป็ นหลักการเหตุผลที่อ่านมาจาก ในต ารา ท าไมถึงจะไม่ใช่ภาษาคนล่ะ”นักพรตร่างผอมแห้งที่เคยติดอันดับตัวสารองสิบคนของคนรุ่น เยาว์แห่งหลายใต้หล้าผู้นี้มาจากสายของโจรขโมยข้าวสาร อยู่กับ ใครล้วนนอบน้อมคล้อยตามไปเสียหมด มีเพียงอยู่กับคนสนิทบางคน ที่เกือบจะพลาดนับเป็ นบรรพบุรุษเท่านั้นที่ถึงจะกล้าหาญ พูดจา องอาจแกร่งกล้ายิ่ง แน่นอนว่านักพรตที่เจอเรื่องอะไรหากหลบได้ก็จะ รีบหลบเลี่ยง พอเจอกับเรื่องที่หลบเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ขอแค่หวังหยวนลู่ เลือกที่จะลงมือก็จะต้องลงมืออย่างเอาเป็ นเอาตายแน่นอนเจ้าอารามผู้เฒ่าหัวเราะร่วน “มีแขกอยู่ด้วย เจ้าเป็ นลูกศิษย์ใหญ่ เปิดขุนเขาของอาจารย์ ต้องแสดงออกให้ดีหน่อย อาวุธเซียนในชาย แขนเสื้อชิ้นนั้น ลูบคลาจนร ้อนแล้วหรือยัง? หากอาจารย์จ าไม่ผิดล่ะ ก็ เจ้ายังไม่ได้มอบของขวัญกราบอาจารย์เลยนะ?”พอหวังหยวนลู่ได้ยินว่านี่ถึงกับเป็ นอาวุธเซียนชิ้นหนึ่ง สีหน้าก็ สดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันใด พริบตานั้นก็พูดได้เป็ นน้าไหลไฟดับ ราวกับว่าหากไม่พูดให้หลายประโยคหน่อยก็จะผิดต่อของขวัญหนัก ล้าค่าชิ้นนี้“บรรพจารย์สามลัทธิ เดิมทีพวกเขาก็คือผู้มีพรสวรรค์ในกลุ่มผู้ มีพรสวรรค์บนเส้นทางการฝึกตนอยู่แล้ว อีกทั้งยังได้เปรียบในการชิง ลงมือก่อน ก็เหมือนกวีบทหนึ่งที่ผู้ที่เป็ นที่ภาคภูมิใจที่สุดในโลก มนุษย์คนนั้นเขียนเอาไว้ว่า “เงยหน้ามองดวงจันทร ์” คนรุ่นหลังที่แต่ง กลอน หากยังเขียนบทกลอนที่เกี่ยวข้องกับดวงจันทร ์อีกก็ช่วยไม่ได้ แล้ว จะต้องเสียเปรียบอย่างมาก เขียนว่าแหงนหน้ามองดวงจันทร ์ก็ ไม่มีความหมายอะไรแล้ว ไม่ถูกด่าว่าลอกผลงานคนอื่นก็ถือว่าดีแล้ว อย่างมากสุดก็ต้องเขียนว่าก้มหน้ามองดวงจันทร ์ นั่นถึงจะถือว่ามี ความแปลกใหม่ แต่การเขียนเกี่ยวกับดวงจันทร ์ในสายน้า ถึงอย่างไร ก็ไม่สู้เขียนถึงดวงจันทร ์บนท้องฟ้ าที่ฟังแล้วมีพลังมากกว่า หาก เปลี่ยนเป็ นการฝึกตน เป็ นมรรคาก็จะเล็กแล้ว”“พวกเขาแต่ละคนได้ครอบครองใต้หล้ากันคนละแห่ง มหา มรรคาโคจรได้อย่างสมบูรณ์แบบและเป็ นหนึ่งเดียวกัน ฟ้ าดินหยินห ยางสามหลักห้าธาตุ ตะวันจันทราดาราภูเขาสายน้า สรรพชีวิตล้วน เดินไปบนเส้นทาง ยากที่จะหลบหลีกกฎเกณฑ์ตายตัว ต่อให้เจ้าจะ เป็ นผู้ฝึกลมปราณมานานพันพันหมื่นปี เส้นทางการฝึกตนมีหมื่นหมื่นพันเส้น ขอบเขตบินทะยานก็ยังอยู่แค่ที่ยอดเขา และขอบเขตสิบ สี่ก็ยังคงอยู่ในโลกมนุษย์อยู่ดี”เสี่ยวโม่พยักหน้าเจ้าอารามผู้เฒ่าถาม “ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่าหากมรรคาจารย์เต๋า มีชีวิตอยู่ได้อีกหมื่นปี ทาอย่างไรถึงจะมีโอกาสเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบห้า?”หวังหยวนลู่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ทางที่ดีที่สุดคือ ต้องเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็ นเขตอิทธิพลใหม่ คล้ายคลึงกับใต้หล้าห้าสีซึ่ง เป็ นใต้หล้าใหม่ล่าสุด สถานที่ต้องใหญ่มากพอ ใหญ่จนสามารถ รองรับมหามรรคาได้ การฝึกกระบี่ การฝึกวรยุทธ สามลัทธิรวมเป็ น หนึ่ง ฝึกวิชาอภินิหารบรรพกาล สิ่งที่ข้าคิดได้ก็มีแค่เส้นทางสี่สายนี้”“บรรพบุรุษใหญ่ของภูเขาทั่วเยว่แห่งใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ท าไมถึง ไม่อาจเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบห้าได้?”เพียงแค่เพราะปีนั้นเฉินชิงตูจับมือกับกวนจ้าวและหลงจวินพา กันไปถามกระบี่ที่ภูเขาทั่วเยว่ ถึงได้ทาให้ผู้ปกครองเผ่าปีศาจในโลก มนุษย์ผู้นี้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการผสานมรรคากับใต้หล้าเปลี่ยว ร ้างไปแล้วก็ยิ่งเป็ นเพราะหลังจากนั้นมามีกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่ตั้ง ตระหง่านไม่ล้มลงและภูเขาใหญ่แสนดี้ที่หยั่งรากอยู่ในเปลี่ยวร ้าง เป็ น เหตุให้ใต้หล้าเปลี่ยวร ้างมี “มหามรรคาที่ไม่สมบูรณ์บรรพบุรุษใหญ่ภูเขาทั่วเยว่มิอาจเดินขึ้นสู่ยอดสูงได้เสียที นี่จึง ทาให้โจวมี่ที่มาในภายหลังฉวยโอกาสไปได้และสถานที่สองแห่งนี้ก็มีสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ อารามกวานเต๋าของตงไห่ที่ตั้งอยู่ในใบถงทวีป สานักชั้นสูงของ ไพศาลอย่างภูเขามังกรพยัคฆ์แผ่นดินกลางอารามเสวียนตู ต าหนักหัวหยางเว้นจากป๋ ายอวี่จิงของใต้หล้ามืดสลัวสานักอักษรจงเหล่านี้ ต่อให้มีผู้ฝึ กตนขอบเขตสิบสี่นั่งบัญชา การณ์ก็ยังมีการแบ่งหลักรอง มีการแบ่งระหว่างเจ้าเหนือหัวกับขุน นางอย่างชัดเจนกับศาลปุ่นและป๋ ายอวี้จิงแต่กาแพงเมืองปราณกระบี่และภูเขาใหญ่แสนลึกลับต่างออกไป อย่างสิ้นเชิง ถือเป็ นเขตอิทธิพลขนาดใหญ่ที่ถูกตัดแบ่งออกไปจาก ใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ถือว่าตั้งป้ อมประจันหน้ากันกับมรรคาของภูเขาทั่ว เยว่