ตอนที่ 2858
บทที่ 1062.1 ไร ้เทียมทานปลอม ไร ้เทียมทานที่แท้จริง
October 21, 2026
ต าหนักสุ่ยฉู หอกว้านเชวี่ยริมชายฝั่ง หินพักมังกรกลางแม่น้า อู๋ซวงเจี้ยงรับรองแขกด้วยตัวเอง เขาออกไปต้อนรับอาจารย์และ ศิษย์สามคน พวกเขามาถึงอย่างเงียบเชียบ ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยาน ผีเซียนหญิงเป่ าหลิน หนึ่งในตัว ส ารองสิบคนของใต้หล้ามืดสลัว เดินไปริมฝั่งของแม่น้าด้วยกัน อู๋ซวงเจี้ยงได้ร่ายวิชาสกัดกั้นฟ้ า ดิน ป้ องกันก าแพงมีหูประตูมีช่องเอาไว้แล้ว แน่นอนว่ากาแพงนี้ ค่อนข้างหนาก็เท่านั้น ด้านหนึ่งคือตาหนักสู้ยฉู อีกด้านหนึ่งก็คือป๋ า ยอวี้จิง เป่ าหลินกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย “เจ้าต าหนักอู๋ พวกเขาคือลูก ศิษย์ที่ข้ารับมาใหม่ หลวี่อี่ ชิวอวี้อี้ หลายปีมานี้ ข้ารับพวกเขามาเป็ น ลูกศิษย์แค่สองคนเท่านั้น วันหน้าก็ขอมอบให้ต าหนักสุ้ยฉูของพวก ท่านแล้ว” ผู้ฝึ กกระบี่รุ่นเยาว์สองคนที่ได้เจอเจ้าตาหนักสุ่ยอูผู้มีชื่อเสียง ยิ่งใหญ่เลื่องลือ ดวงตาก็เต็มไปด้วยแววสงสัยใคร่รู ้ไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัวอะไร เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็คือลูก ศิษย์ผู้สืบทอดของเป่าหลิน อาจารย์ยังกล้ารับกระบี่ครั้งแล้วครั้งเล่าจากผู้ไร ้เทียมทานที่ แท้จริงคนนั้น พวกเขาทีเป็ นลูกศิษย์ แค่ได้เจอกับผู้ฝึ กตนใหญ่ ขอบเขตสิบสี่คนหนึ่งก็ไม่ควรถึงขั้นทาท่าหวาดกลัวย าเกรงหรอก กระมัง อู๋ซวงเจี้ยงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะถ่ายทอดมรรคาให้กับ พวกเขาด้วยตัวเองในอนาคตรอให้พวกเขามีความสามารถในการ ปกป้ องตัวเองได้แล้วก็สามารถไปก่อส านักตั้งพรรคด้วยตัวเองได้เลย จะมีการแบ่งภูเขาสองลูกออกเป็ นสองสาย หนึ่งคือสายผู้ฝึกกระบี่ อีก หนึ่งคือสายค่ายกลยันต์สายของค่ายกลยันต์ข้าพอจะถือว่าเดินเข้า ห้องได้แล้วเมื่อเทียบกับเต้ากวานบนยอดเขากลุ่มเล็กที่อาศัยสิ่งนี้มา ประทังชีพ ข้าย่อมด้อยกว่าไม่น้อยแต่หากจะพูดถึงระดับปลายแถว ของใต้หล้าก็พอจะนับเป็ นหนึ่งในนั้นได้ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ชิ วอวี้อี้เหมาะจะฝึกควบค่ายกลยันต์มากกว่า หลวี่อี่สามารถตั้งใจฝึก กระบี่ได้” เป่าหลินหยิบตาราลับเล่มหนึ่งที่เก็บรักษาไว้อย่างดีมานานหลาย ปีออกมาจากชายแขนเสื้อ เอ่ยว่า “จะต้องสอนเรื่องพวกนี้ให้กับชิวอวี้ อี้ด้วย” อู๋ซวงเจี้ยงรับมา ยิ้มเอ่ยว่า “คาพูดไม่น่าฟังเอามาพูดกันก่อน ข้า ย่อมสอนได้อยู่แล้วสามารถรับรองได้ว่าไม่แย่ไปกว่าที่ใครบางคนจะสอนด้วยตัวเองเลย แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าคุณสมบัติของชิวอวี้อี้นั้นคง จะฝึ กสาเร็จได้สักเจ็ดแปดส่วน แต่รอกระทั่งเปิดภูเขาก่อตั้งพรรค เมื่อไหร่ ชิวอวี้อี้ส่งต่อควันธูปสายค่ายกลยันต์ออกไป รับลูกศิษย์ที่ดี มาสักคนก็พอหากลูกศิษย์ผู้สืบทอดยังไม่ได้เรื่องก็ต้องฝากความหวัง ไว้ที่ลูกศิษย์ของลูกศิษย์แล้ว” ในวันเวลาที่ป๋ ายอวี้จิงยังมีแค่สามนครหกหอเรือน ใต้หล้ามืด สลัวเคยมีสหายรักอยู่สี่คนที่ออกท่องไปทั่วใต้หล้าด้วยกัน อวี๋โต้ว หลิวฉางโจว “นักพรตโก้ว” ที่เชี่ยวชาญวิถีแห่งยันต์ สิง โหลวอาจารย์ค่ายกลที่มีฉายาว่า “เทียนฉือ” เป่ าหลินเซียนกระบี่ หญิง ผลคืออวี๋โต้วได้กลายเป็ นลูกศิษย์คนรองของมรรคาจารย์เต๋า สุดท้ายรับหน้าที่เป็ นเจ้าลัทธิรองแห่งป๋ ายอวี้จิง ส่วนอดีตของเจียง จ้าวหมอเจ้าหอจื่อซี่ในทุกวันนี้ก็คือหลิวฉางโจว ถ้าอย่างนั้นตาราลับเล่มที่เป่ าหลินมอบให้กับอู๋ซวงเจี้ยงในวันนี้ มรรคกถาที่บันทึกเอาไว้ก็ย่อมมาจากการทุ่มเทสติปัญญาและก าลัง กายใจตลอดชีวิตของสิงโหลวอาจารย์ค่ายกลแล้ว เป่าหลินใช ้เสียงในใจถามว่า “อู๋ซวงเจี้ยง คราวก่อนเจ้าบอกว่าจะ สั่นคลอนรากฐานของป๋ ายอวี้จิง อย่างน้อยก็ต้องมีผู้ฝึกตนขอบเขต สิบสี่ที่พลังพิฆาตสูงมากพอสามคน อีกทั้งยังต้องเตรียมใจไว้แล้วว่า จะได้แต่ไปมิอาจกลับ ตอนนี้เจ้าสามารถบอกกับข้าได้หรือยังว่านอกจากเจ้าแล้วยังมีชุนไหวจงแห่งอารามเสวียนตู คนสุดท้ายล่ะเป็ น ใคร? เกากูแห่งต าหนักหัวหยางหรือ? เขาเองก็ต้องใช ้เวลาจึงจะเลื่อน เป็ นขอบเขตสิบสี่ได้เหมือนเจ้าหรือ?” อู๋ซวงเจี้ยงส่ายหน้า “เจ้าอารามซุนไม่ได้อยู่ในรายชื่อสามคน ที่ว่านี้” ความนัยนอกเหนือจากประโยคนี้ก็คือเกากูที่มีฉายาว่า “จวี่เยว่” ก็คือหนึ่งในสามคนนั้น เป่าหลินถอนหายใจเบาๆ ถามว่า “ข้ากับเขามีความแค้นส่วนตัว ต่อกัน เจ้าเองก็ใช่เจ้าอารามซุนกับเกากู…ดูเหมือนว่าก็ใช่ด้วย”อู๋ซวงเจี้ยงส่ายหน้า “มีเพียงเจ้าและข้าเท่านั้นที่ถือว่าเป็ น ความแค้นส่วนตัว เจ้าอารามชุนกับเจ้าตาหนักเกาไม่ได้เป็ นเช่นนี้”เป่ าหลินคร ้านจะซักไซ ้ไล่เรียงไปมากกว่านี้ ในเมื่อตัดสินใจดี แล้วก็ไม่ถือสาเรื่องพวกนี้อีกแม้ว่าเกากูจะมีลูกศิษย์เยอะ แต่ชีวิตนี้เขาไม่มีลูกหลาน ส่วนลูก ศิษย์คนเล็กที่เขาฝากความหวังไว้ให้มากที่สุดก็มาจากสกุลหยางหง หนงแห่งโยวโจว เกากูมองอีกฝ่ ายเป็ นเหมือนลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง มาโดยตลอดส่วนศิษย์น้องและศิษย์หลานของนักพรตซุนแห่งอารามเสวียนตูโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ ์ระหว่างศิษย์พี่หญิงหวังซุนกับ ศิษย์น้องชายคนนั้นของนาง แม้แต่ผู้ฝึ กกระบี่ที่ไม่ชอบสืบข่าวบน ภูเขาที่สุดอย่างเป่าหลินก็ยังเคยได้ยินมาก่อนแม้ว่าจะมีการสกัดกั้นฟ้ าดิน แต่ก็ยังมีลมแม่น้าพัดโชยมาปะทะ ใบหน้า เส้นผมตรงจอนหูของเซียนกระบี่หญิงปลิวเบาๆ ดวงตาเรียว ยาวคลอประกายน้าคู่นั้นฉายแววหนักแน่นมากเป็ นพิเศษเซียนกระบี่หญิงที่เป็ นขอบเขตบินทะยานขั้นสูงสุดผู้นี้ ต่อให้ กลายไปเป็ นผีก็ยังคงรักมั่นลึกซึ้งต่อคนรัก ใจนี้ไม่เคยแปรเปลี่ยน พันปีผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า ความรักนี้ก็ไม่เคยลดน้อยลงแม้สักเศษ เสี้ยวอู๋ซวงเจี้ยงหันไปมองสายน้าที่ไหลไปทางทิศตะวันออกรูปแบบของทหารเหมือนน้า น้าย่อมหลีกเลี่ยงที่สูงและไหลไปสู่ที่ ต่า ลักษณะของกองทัพก็เช่นกัน หลีกเลี่ยงจุดแข็งและเข้าโจมตี จุดอ่อนเมื่อใต้หล้าไม่ใช่ใต้หล้าของคนคนเดียวอีกต่อไปถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ใต้หล้าจะเป็ นของใครก็บอกได้ยากแล้วการสลายมรรคาของมรรคาจารย์เต๋า เจ้าลัทธิใหญ่โค่วหมิงยังไม่ หวนกลับคืนมา อวี๋โต้วผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริงดูแลกิจธุระในป๋ ายอวี้ จึงเป็ นเวลาหนึ่งร ้อยปี ลู่เฉินยังไม่ตื่นจากฝันชิงซานลูกศิษย์ปิดส านัก ของมรรคาจารย์เต๋ายังไม่อาจสยบใจคนได้ในช่วงเวลาสั้นๆจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้อู๋ซวงเจี้ยงยิ้มเอ่ย “หากอวี๋โต้วไม่เป็ นผู้ไร ้เทียมทานมากพอ ข้า วางแผนอย่างล าบากยากเย็นมานานหลายปี ขนาดนี้ ระมัดระวัง รอบคอบทุกก้าวย่างเพื่อหวังเล่นงานเขา แต่ก็ไม่เคยกล้าเผชิญหน้า เข่นฆ่ากับเขาเลยสักครั้ง นี่ก็ไม่ใช่ว่าข้าเทียบกับตัวตลกที่ดีแต่กระโดดโลดเต้นไม่ได้หรอกหรือ?”คนในใต้หล้าต่างก็ยกเอาแต่เรื่อง “ผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริง” มา พูดกัน ก็เพียงแค่เพราะว่าสิ่งเดียวที่พอจะวิจารณ์อวี๋โต้วได้ก็มีแต่เรื่อง นี้เท่านั้นแล้วนับประสาอะไรกับที่ฉายาผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริงนี้ เดิมทีก็ เป็ นคากล่าวที่โลกภายนอกมอบให้กับอวี๋โต้วในปีนั้น ไม่ใช่อวี๋โต้ว ที่ตั้งให้ตัวเองสัมผัสได้ถึงภาพเหตุการณ์ผิดปกติของนอกฟ้ า เป่าหลินมีสีหน้า ซับซ ้อน ถามอย่างใคร่รู ้ว่า “ข้ารู ้ว่าเจิ้งจวีจงแห่งนครจักรพรรดิขาวผู้ นั้นเก่งกาจมาก แต่เขาร ้ายกาจขนาดนั้นจริงๆ หรือ?”“เจิ้งจวีจงร ้ายกาจแค่ไหน ไม่กลายเป็ นศัตรูบนมหามรรคากับ เขาก็จะไม่มีทางรู ้ความจริงข้อนี้ไปตลอดกาล”อู๋ซวงเจี้ยงไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงยิ้มเอ่ยว่า “จิตแห่งมรรคา มรรค กถา การประลองทางจิตใจ การประคองทางพละกาลัง อาจารย์เจิ้ง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งหมด”เป่าหลินมีเพียงความเงียบงันอู๋ซวงเจี้ยงกล่าว “สหายเป่ าหลิน ในเมื่อเป็ นพันธมิตรที่ร่วมมือ กันอย่างจริงใจ ข้าก็จะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง หลายปี มานี้ใน ต าหนักสุ่ยฉูของพวกเรา ดูเหมือนว่านอกจากเสี่ยวป๋ ายแล้วก็ไม่เคย มีใครไปเยือนมาก่อน เทียบกับศาลบรรพจารย์และหอกว้านเชวี่ยแล้วธรณีประตูของสถานที่แห่งนั้นก็สูงกว่าเยอะมาก”้