ตอนที่ 2865
บทที่ 1063.4 ข้ารู ้ว่าเจ้าคือใคร
October 21, 2026
ตอนนั้นคนที่สมคบคิดกับเขาหม่าจานคือชุยหมิงหวงแห่งสานัก ศึกษากวานหูหรือก็ คือลูกหลานสกุลชุยในตระกูลของศิษย์พี่ชุยฉาน แต่ยิ่งชัดเจนเช่นนี้ หม่าจานก็ยิ่งไม่สนใจสิ่งใด เขามีใจเห็นแก่ ตัวจริง แต่เขาก็ยอมรับว่าต่อให้ใจเห็นแก่ตัวจะมากแค่ไหนก็ไม่มาก ไปกว่าใจเพื่อส่วนรวมที่อยากจะทาให้สายเหวินเซิ่งกลับมา เจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ตอนนั้นทุกอย่างเป็ นดั่งน้าลดหินผุด ยามที่หม่าจานอับอายจน ไม่รู ้จะพาตัวเองไปอยู่ตรงไหน ศิษย์พี่ใหญ่ก็ยังคงเป็ นศิษย์พี่ใหญ่ ไม่ได้ปลอบใจหม่าจาน กลับกันยังมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ใช ้ คาพูดที่แฝงไว้ด้วยการเสียดสีทิ้งประโยคที่เป็ นการสรุปแบบตอกปิด ฝาโลงเหมือนของขวัญจากลาที่มอบให้แก่หม่าจานศิษย์น้องในอดีต เพื่อนร่วมเรียนที่ในใจเคารพนับถือศิษย์พี่ชุยอย่างเขามากที่สุด หม่าจานเอนหลังพิงก าแพงของโรงเรียน พูดประโยคจากใจจริงของศิษย์พี่ชุยให้ศิษย์พี่จวินเชี่ยนฟังโดย ไม่มีปิดบัง “หม่าจาน เดิมทีเจ้าสามารถกลายเป็ นเจ้าขุนเขาของส านัก ศึกษาหลินลู่ภูเขาพีอวิ๋นควบกับเจ้ากรมขุนนางต้าหลีได้ นี่คือหนึ่ง ในทางถอยที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า น่าเสียดายที่ตัวเจ้าเองไม่ต้องการข้าก็คงไม่ถึงขั้นขอร ้องให้เจ้ารับเอาไว้ ดังนั้นถึงได้บอกว่าเจ้าต้อง โง่เง่าแค่ไหน ถึงได้คิดว่าใจที่เห็นแก่ส่วนรวมและใจที่เห็นแก่ส่วนตัว ของคนคนหนึ่งสามารถเอามาบวกลบคูณหารกันได้?” “อันที่จริงเจ้าไม่เคยเข้าใจเลยว่า ความไม่ฉลาดของเจ้าไม่ได้มา จากการขาดไหวพริบในการเรียนหนังสือ ปีนั้นอาจารย์มักจะชอบพูด ว่าในเรื่องเรียนเจ้าโง่ไปสักหน่อย เจ้าก็คิดว่าอาจารย์ปฏิเสธเจ้า อันที่ จริงนั่นเป็ นประโยคที่ดี ดังนั้นเจ้าจึงไม่รู ้ว่าในทางส่วนตัวซิ่วไฉเฒ่า มักจะบอกให้ข้าเรียนรู ้จากเจ้าให้มากๆ จาได้ว่ามีครั้งหนึ่งซิ่วไฉเฒ่า ดื่มจนเมามาย รู ้สึกลาพองใจในตัวเองอย่างมาก หึ สายเหวินเซิ่งของ พวกเราจะมีผู้รอบรู ้แท้จริงที่สะสมมากใช ้ทีละน้อย ประสบความส าเร็จ ในช่วงบั้นปลายแล้ว!” “พอถึงเวลาเข้าจริงกลับเหมือนการเอาหนังสือออกมาตากแดด เอาใจคนที่อยู่ในด้านมืดมาวางไว้ใต้แสงอาทิตย์ ความอัปลักษณ์ถูก เปิดเผยหมดสิ้น น่าสังเวชจนแทบทนมองไม่ไหว” “เรื่องมาถึงขั้นนี้ ต่อให้ซิ่วไฉเฒ่าที่เป็ นอาจารย์สามารถให้อภัย เจ้าได้ ตัวเจ้าหม่าจานเองจะอภัยให้ตัวเองได้หรือ? ลูกศิษย์คนหนึ่งที่ มิอาจแก้ไขความผิดและมิอาจชดเชยสิ่งที่ทาพลาดไปจะมีหน้ามาให้ อภัยตัวเองได้อย่างไร จะมีหน้าไปพบอาจารย์ของตัวเองได้อย่างไร?” โดยไม่ทันรู ้ตัว หม่าจานที่เอนหลังแนบกาแพงก็นั่งลงไปบนพื้น แล้ว“การที่ข้าชุยฉานยอมแหกกฎพูดจาร ้ายกาจพวกนี้ก็เพราะ หลายปีที่ผ่านมานี้ มีบางครั้งที่ข้าจะคิดถึงคนหนุ่มคนหนึ่งที่มาจาก สถานที่เล็กๆ ยากจน เดินทางไกลเป็ นพันลี้เพื่อมาขอศึกษาต่อ ท่ามกลางนักเรียนมากมายเหมือนปลาตะเพียนข้ามแม่น้าที่มาขอ ศึกษาต่อด้วยสภาพจิตใจที่แตกต่างกันไป เขาสวมเสื้อผ้าซอมซ่อ ใน กระเป๋ าเหลือแค่ค่าเดินทางส่วนสุดท้าย ไม่ใช่เพราะเขาคิดอยากจะ เก็บเงินค่าเดินทางกลับบ้านเกิดไว้ให้ตัวเอง แต่เป็ นเพราะคุมมือของ ตัวเองไม่อยู่ ต่อให้ต้องกัดฟันก็จะต้องซื้อหนังสือที่ราคาไม่ถูกจากที่ นั่นมาให้ได้ เพียงแค่เพื่อเก็บไว้เป็ นที่ระลึกให้กับตัวเองที่มาขอศึกษา ต่อไม่สาเร็จ ตอนนั้นข้าบังเอิญอยู่ที่ร ้านหนังสือพอดี จึงถามคนหนุ่ม ผู้นี้ว่าชื่อแซ่อะไร ทาไมถึงต้องซื้อหนังสือเล่มนี้ถ้าซื้อก็ต้องจ่ายเงิน อย่างไม่คุ้มค่าแล้วจริงๆ ในเมื่อเนื้อหาความรู ้ในหนังสือก็เหมือนกัน ไฉนต้องซื้อฉบับที่จัดพิมพ์งดงามไร ้ที่ติด้วย เขาบอกว่าตัวเองชื่อ หม่าจาน นามฮุ่ยจวิน เขายังบอกด้วยว่าปณิธานของตัวเองคือขัด เกลาตัวเองให้ดีดูแลบ้านเรือนปกครองใต้หล้าให้เป็ นสุข และยัง ต้องการสร ้างคุณูปการสร ้างกิจการ วันหน้าจะได้ทาเรื่องที่จับต้องได้ จริงเพื่อชาวบ้านของบ้านเกิดตัวเองได้” เอ่ยมาถึงตรงนี้ หม่าจานมีสีหน้าทึ่มทื่อ เหม่อลอยไร ้ค าพูด จากนั้นเงยหน้าขึ้น ยิ้มเอ่ยว่า “ศิษย์พี่จวินเชี่ยน เดิมทีครั้งนี้ข้าแค่ แอบมาเงียบๆ เท่านั้น ห้ามบอกเฉินผิงอันเด็ดขาดยิ่งอย่าบอกกับ อาจารย์”จวินเชี่ยนพยักหน้า หม่าจานเค้นรอยยิ้มส่งไปให้ “ศิษย์พี่จวินเชี่ยน ข้ารู ้ว่าท่านเป็ น คนเก็บเรื่องอะไรไว้ไม่อยู่ ห้ามผิดค าพูดนะ” จวินเชี่ยนยิ้มเอ่ย “รับรอง” หากรู ้แต่แรกตนก็คงไม่มาพบหม่าจานแล้ว ปล่อยให้ศิษย์น้อง เล็กปวดหัวไปคนเดียวพอ ความน้อยเนื้อต่าใจของคนคนหนึ่ง บางทีอาจมาจากการไม่ได้ รับการยอมรับจากคนอื่น แต่ความไม่เข้าใจจากคนใกล้ชิดข้างกาย บางทีอาจท าให้คนเรารู ้สึกสงสัยในตัวเองปฎิเสธตัวเองและท าให้ เสียใจได้มากยิ่งกว่า ถ้าอย่างนั้นหากขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว หากคนที่ส่วนลึกในใจ ตนให้การยอมรับที่สุดเคารพนับถือมากที่สุดปฏิเสธตนอย่างสิ้นเชิง เล่า เขาจะเสียใจถึงเพียงใด หม่าจานก็เป็ นเช่นนี้ ก็เหมือนอย่างประโยคนั้นของหม่าจาน มีเพียงเรียกชุยฉานที่ ทรยศออกจากสายบุ๋นไปนานแล้วเท่านั้นที่เขาจะยังเรียกว่าศิษย์พี่ชุย ลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนอื่นๆ ของอาจารย์ หม่าจานกลับเรียกชื่อตรงๆ ไม่รู ้ว่าหม่าจานนึกอะไรขึ้นมาได้ บนใบหน้าถึงได้ปรากฏเป็ น รอยยิ้มตอนนั้นชุยฉานบอกว่าตัวเขา “บางครั้งก็คิดถึง” คนบางคนเรื่อง บางเรื่อง และกระทั่งวันนี้ นาทีนี้ ต่อให้จะถูกศิษย์พี่ชุยปฏิเสธเช่นนั้นแล้ว หม่าจานก็ยังคงจดจ าการพบเจอกันโดยบังเอิญในร ้านหนังสือของปี นั้นได้ขึ้นใจ ราวกับว่าเพิ่งผ่านไปไม่นานในร ้านหนังสือที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้าหมึกแห่งนั้น สุดท้ายคนหนุ่มที่สวมชุดลัทธิขงจื๊อทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของ ต ารารับฟังค าพูดของหม่าจานจนจบด้วยสีหน้าอ่อนโยนแล้ว เขาก็ ยิ้มน้อยๆ พลางแนะนาตัวเองสวัสดี ข้าชื่อชุยฉาน คือลูกศิษย์ใหญ่ของเหวินเซิ่งนับตั้งแต่นี้ไป เจ้าก็น่าจะได้เป็ นลูกศิษย์ที่ได้รับการบันทึกชื่อของ สายเหวินเซิ่งพวกเราแล้ว เพราะข้ารับปากแล้วก็ยังต้องรอให้อาจารย์ พยักหน้าตอบตกลงด้วย ถือว่าเป็ นการท าให้พอเป็ นพิธีกระมังแต่วันหน้าจะได้เป็ นลูกศิษย์เข้าห้องของอาจารย์พวกเราหรือไม่ หม่าจาน เจ้าต้องพึ่งตัวเองแล้ว แน่นอนว่าหากเจอปัญหาใดๆ บน เส้นทางของการศึกษาหาความรู ้ก็ไม่ควรไปรบกวนอาจารย์ทุกเรื่อง สามารถมาถามข้าได้หม่าจานพรูลมหายใจออกมา ลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มได้เป็ นลูกศิษย์ของอาจารย์ เป็ นศิษย์น้องของศิษย์พี่ชุย ชีวิตนี้ก็ พอใจแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดายอีกแล้วอดีตลูกศิษย์คนแรกของเหวินเซิ่ง อันที่จริงหลายปี นั้นการ ต้อนรับดูแลผู้คนของชุยฉานมักจะสุภาพมีมารยาท ท่วงท่าอบอุ่น อ่อนโยน เป็ นมิตรน่าใกล้ชิดอยู่เสมอในต ารามีสุภาษิตประโยคหนึ่งอยู่มานานแล้ว ราวกับว่ากาลังรอ คอยการปรากฏตัวของขุยฉานตะวันเหมันต์อบอุ่นอ่อนโยนและเวลานี้เอง คนชุดเขียวผู้หนึ่งก็มาเผยกายอยู่ข้างกายจวิน เชี่ยนเขาถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “หม่าจาน ข้า ประหลาดใจนัก ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า ทาไมศิษย์พี่ชุยถึงได้เอ่ยประโยคเหล่านั้นกับเจ้า?”หม่าจานแน่ใจในตัวตนของอีกฝ่ ายแล้วก็รีบหันไปถลึงตาเดือด ดาลใส่ศิษย์พี่จวินเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ ทันทีจวินเชี่ยนพูดเล่นแง่ด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ข้าแค่บอกว่ารับรอง ไม่ได้บอกว่ารับรองว่าจะไม่พูดออกไปเสียหน่อย”หม่าจานเงียบไปพักหนึ่ง “หมายความว่าอย่างไร? ขอถามเจ้า ขุนเขาเฉินหน่อยเถิดว่าคาพูดที่ศิษย์พี่ชุยของข้าเอ่ยแปลกประหลาด ตรงไหน”ในเมื่ออีกฝ่ ายเรียกชื่อตัวเองตรงๆ หม่าจานก็เรียกอีกฝ่ ายว่าเจ้า ขุนเขาเฉินก็แล้วกันเป็ นแบบนี้ย่อมดียิ่งกว่าเฉินผิงอันกล่าว “คาพูดที่ศิษย์พี่ชุยเอ่ย แน่นอนว่าเป็ นความจริง ทุกค า เหลือทางถอยไว้ให้เจ้า ด่าว่าเจ้าโง่เขลา ใจคนมีด้านที่ดามืด ทนมองตรงๆ ไม่ไหว ขนาดตัวเองยังไม่กล้าตากต าราใต้แสงแดด และ ศิษย์พี่ชุยก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ได้แก้ไขข้อผิดพลาด ให้เจ้าอภัย ตัวเองไม่ได้มาตลอด ทุกวันได้แต่กล่าวโทษตัวเอง เสียใจที่ตอนนั้น ไม่ควรทาเช่นนั้นอาจารย์เคยฝากความหวังกับเจ้าไว้มาก แต่เจ้ากลับ ดูถูกตัวเอง ขณะเดียวกันส่วนลึกในใจก็อิจฉาศิษย์พี่ฉี สุดท้ายศิษย์ พี่ชุยโหดร ้ายที่สุด เขาทาให้เจ้าได้เห็นตัวเองในช่วงเวลาที่เคยงดงาม ที่สุด ให้เจ้ารู ้สึกว่านั่นคือบัณฑิตที่แม้แต่เขาชุยฉานก็ยังยินดีที่จะรับ ศิษย์แทนอาจารย์”หม่าจานเงียบไม่เอ่ยอะไร สายตาหม่นหมอง จิตใจเหมือนขี้เถ้า มอดจวินเชี่ยนตามองจมูกจมูกมองใจ ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เข้าร่วม ความขัดแย้งภายในของคนร่วมสานักประเภทนี้เด็ดขาด เพราะเขา เองก็เคยเสียเปรียบมามากแล้วจริงๆนี่คือความเคยชินอันดีที่เขาใคร่ครวญพิจารณามาได้นานแล้ว อย่างมากสุดหากพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อกัน เขาก็ค่อยเข้าไปห้าม ส่วนการโต้เถียงก่อนจะต่อยตีกันนั้น แค่ ชมเรื่องสนุกไปก็พอ หลีกเลี่ยงไม่ให้หลังจากจบเรื่องแล้ววางตัวไม่ถูก ศิษย์พี่จั่วต่อยศิษย์น้องฉี หรือศิษย์น้องฉีไล่ตามไปต่อยตีกับศิษย์พี่ ชุย หรือศิษย์น้องฉีลากเอาอาจารย์ไปซ ้อมศิษย์พี่จั่ว แรกเริ่มสุดจวิน เชี่ยนก็คอยห้ามปราม แต่ผลลัพธ ์ในแต่ละครั้งก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร พอ ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนเขาดีกันเมื่อไหร่ก็กลายเป็ นเขาจวินเชี่ยนที่ไม่ เป็ นที่พอใจของใคร ดีนักนะ ข้าอุตส่าห์หวังดีช่วยห้าม กลับกลายเป็ น ว่าข้าไปพัดลมกระพือไฟเสียอย่างนั้น?เห็นว่าอีกฝ่ ายไม่ได้ใช ้ปากโต้เถียง ยังดี ไม่อย่างนั้นเฉินผิงอันก็ คงต้องใช ้มือเอาคืนแล้วเจ้าหม่าจานมีหน้ามาที่โรงเรียนเก่าแห่งนี้ แต่ไม่มีหน้าไปที่ภูเขา ลั่วพั่ว?้