ตอนที่ 2864
บทที่ 1063.3 ข้ารู ้ว่าเจ้าคือใคร
October 21, 2026
เซวียหรูอี้ฟังจนปวดหัวไปหมดแล้ว นางยกมือข้างหนึ่งขึ้น “หยุด เลย!” นางชินแล้ว อันที่จริงนักพรตวัยกลางคนก็ชินแล้วเหมือนกัน เตรียมจะลุกขึ้นจากไปเมื่อครู่นี้เกิดความคิดขึ้นมากะทันหัน คิดจะ ทาอาหารมื้อดึกให้ตัวเอง หม้อไฟก็ไม่เลวเลยห้องครัวยังมีวัตถุดิบสด ใหม่เหลืออยู่ บ ารุงอวัยวะภายในเสียหน่อย อย่างมากก็แค่ต้องแปรง ฟันอีกรอบเท่านั้น อยู่ดีๆ เซวียหรูอี้ก็ถามขึ้นว่า “นักพรตอู๋ เจ้าคิดว่าหากข้าขวัญ กล้าเทียมฟ้ า ไม่ถือสาข้อห้ามในวงการขุนนางภูเขาสายน้าพวกนั้น พรุ่งนี้ไปที่ศาลเทพอภิบาลเมืองหรือไม่ก็ศาลบุ๋นบู๊ เตรียมกระดาษ ฟ้ องร ้องไว้แผ่นหนึ่ง เผายันต์ส่งคาร ้องไปที่กองตรวจสอบของจวน ซานจวินขุนเขาตะวันตก! เจ้าคิดว่าจะท าได้หรือไม่?!” ขุนนางผู้พิพากษาหงย้ายไปอยู่ที่จังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ใกล้กับ เมืองหลวงส ารองของต้าหลี รับหน้าที่เป็ นท่านเทพอภิบาลเมืองประจา จังหวัด จังหวัดไม่ใหญ่ แต่ระดับชั้นของต าแหน่งเทพกลับสูงพอๆ กับ ต าแหน่งเทพของฉู่โจวที่มีชื่อเสียงเลื่องลือแห่งนั้น! ส่วนจี้เสี่ยวผิงที่เป็ นขุนนางผู้ช่วยก็ติดตามผู้พิพากษาหงออกไป จากศาลเทพอภิบาลเมืองประจาเมืองหลวงของแคว้นอวี้เซวียนด้วยแน่นอนว่าไม่อาจรับหน้าที่เป็ นขุนนางหลักของกองหยินหยางของที่ นั่นได้ต่อแล้ว ในนามมองดูคล้ายถูก ‘ลดขั้น’ แต่แท้จริงแล้วต าแหน่ง เทพยังคงเหมือนต าแหน่งเดิม ถือว่าถูกใช ้ในงานส าคัญในวงการขุน นางอย่างหนึ่ง ในความเป็ นจริงแล้วหลังจากที่ผู้พิพากษาหงและจี้เสี่ยวผิงออก จากต าแหน่งไป พวกเขาได้บอกกล่าวกับเซวียหรูอี้ บอกว่าจะบอก กล่าวกับทางภูเขาลู่เจี่ยวให้ แต่หากผลลัพธ ์ของการสอบเคอจวี่ไม่มี การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็หมายความว่าไม่มีประโยชน์ ห้ามนางท าอะไร วู่วามเด็ดขาด หลังจากที่เขาไปรับหน้าที่เป็ นท่านเทพอภิบาลเมืองใน จังหวัดท้องถิ่นของต้าหลีแล้วจะพยายามคิดหาวิธีนาเรื่องนี้ไปแจ้ง ให้กับภูเขาทายาทลูกหนึ่งของภูเขาจื่อเช่อขุนเขากลางทราบ นักพรตยิ้มเอ่ย “ตามใจเจ้า แต่บอกไว้ก่อนนะว่า เรื่องอย่างการ เขียนกระดาษฟ้ องร ้องนี้ ข้าทาไม่ได้หรอกนะ มอบเงินให้แค่ไหนก็ไม่ มีเรื่องให้ต้องคุยกันอยู่ดี!” เซวียหรูอี้ถอนหายใจ “ใจกล้าพอจะหาเงิน แต่ไม่มีความกล้า พอจะผดุงความเป็ นธรรมหรือ?” นักพรตหัวเราะ นางปิ ดปากหัวเราะคิก “ปี นั้นภรรยาของเจ้ามาถูกใจเจ้าได้ อย่างไร? ชอบในความสามารถของเจ้าหรือน้าลายสอในรูปโฉมของ เจ้ากันล่ะ?”นักพรตยืนหัวเราะอย่างโง่งมอยู่ตรงนั้น เซวียหรูอี้กระโดดลงจากชิงช ้า ยื่นมือข้างหนึ่งไปจับเชือกของ ชิงช ้าไว้ หันหน้ามาหานักพรต ผีสาวคลี่ยิ้มหวาน “นักพรตอู๋ที่แสร ้ง ทาเป็ นหลอกผีหลอกเจ้าก็ดี ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่แต่กลับเป็ นเซียนกระบี่ เฉินที่เลื่อมใสผู้ฝึกกระบี่ก็ช่าง เป็ นเพื่อนบ้านกันมานานขนาดนี้ ข้ารู ้ ว่าต่อให้เจ้าจะขี้ขลาดแค่ไหนก็ยังเป็ นคนดี!” “สายตาดี!”นักพรตยกนิ้วโป้ งให้ “บอกตามตรง ตอนที่ผินเต้ายังหนุ่มแล้ว ออกท่องในยุทธภพ ใช ้นามแฝงว่าเฉินคนดี! ได้สร ้างชื่อเสียงยิ่งใหญ่ ไว้ต่างบ้านต่างเมืองด้วยล่ะ” เซวียหรูอี้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คาพูดดีๆ ก็พูดไปแล้ว พรุ่งนี้เจ้า ย้ายออกไปจากที่นี่เถอะ ข้าไม่ได้ไล่เจ้า แต่แนะน าให้เจ้าออกห่างจาก สถานที่อันตรายโดยเร็ว ไม่ให้ถึงขั้นที่ว่าไม่เคยขโมยไม่เคยแย่งชิง ใคร แค่อาศัยความสามารถในการหาเงิน แต่กลับต้องมีจุดจบเหมือน คนที่ดินเหลืองเปื้อนเต็มกางเกง” นักพรตยิ้มถาม “แม่นางเซวีย ฟังจากน้าเสียงคือเจ้าจะเผายันต์ ส่งค าร ้องไปจริงๆ สินะ?” เซวียหรูอี้แสร ้งพูดอย่างผ่อนคลาย “บางทีอีกไม่นานก็อาจจะ เปลี่ยนใจ วันมะรืนเจ้าก็ย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ได้แล้ว”ภูเขากานโจวขุนเขาตะวันออกของในจังหวัด มีซานจวินเป็ นถง เหวินช่าง เซวียหรูอี้หรือจะกล้าคิดไปที่นั่น? แต่ขุนเขาตะวันตกได้ครอบครองภูเขาทายาทอยู่สองลูก นอกจากภูเขาลู่เจี่ยวที่ไม่มีทางพึ่งพาได้แล้ว อันที่จริงยังมีภูเขาหลวน ซานอีกลูกหนึ่งที่เทือกเขาสูงตระหง่านมิอาจปีนป่าย ยอดเขาหลักสูง เกินกว่าภูเขากานโจวอยู่หลายเท่าแม้จะบอกว่าก็ยังไม่ค่อยกล้าคิดอยู่ดี แต่เมื่อเทียบกับภูเขากาน โจวแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็ นการบากหน้า ปลุกความกล้าไปลองดูที่ภูเขา หลวนซานเท่านั้นส่วนนักพรตต่างถิ่นที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ดูเหมือนว่านอกจากจะหา เงินและเขียนยันต์ผีวาดแล้ว เขายังมีความสามารถในการมอง ลมปราณอยู่บ้างเล็กน้อยด้วย ถึงกับมองออกว่าเด็กหนุ่มจางโหวที่อยู่ บ้านข้างๆ คือคนที่มีร่มเงาบรรพบุรุษคอยปกป้ อง อีกทั้งยังเป็ นคนใน ม่านโปร่งมรกตที่มีโชคชะตาบุ๋นติดกาย แม้นางจะเป็ นผีขอบเขตชม มหาสมุทร แต่สายของการมองลมปราณเกี่ยวพันไปถึงชะตาชีวิต ลี้ ลับมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกลมปราณทั่วไปจะทาได้ มีเพียง ผู้ที่บรรลุมรรคาหรือไม่ก็ขุนนางหลักในกองชะตาบุ๋นของศาลเทพ อภิบาลเมืองเท่านั้นที่ถึงจะกล้าพูดว่าตัวเองเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แน่นอน ว่านักพรตที่นับนิ้วคานวณได้ก็น่าจะพอนับเป็ นคนหนึ่งในนั้นได้ เหมือนกันกระมัง?นักพรตเคยถามนางว่าทาไมถึงไม่ไปเป็ นเหนียงเนียงเทพภูเขาที่ ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องจากทางราชส านัก ถึงอย่างไรก็ดีกว่า คอยมองสีหน้าคนอื่นอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้เด็กหนุ่มบ้านติดกันมีเทียบอักษรที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษอยู่ แผ่นหนึ่งที่เขียนตัวอักษรไว้ทั้งสิ้นสามสิบหกตัว ผู้พิพากษาหงที่ ดวงตาเฉียบแหลมเห็นเข้าก็บอกว่าเป็ นสามสิบหกไข่มุก ซุกซ่อนเวท คาถาชักนาที่บริสุทธิ์และสูงส่งลึกล้าบทหนึ่งเอาไว้ สามารถกลายมา เป็ นรากฐานในการหยัดยืนของจางโหวได้ แต่ความรู ้ในการให้ อรรถาธิบายค าศัพท์โบราณของนางกลับธรรมดาอย่างมาก ส่วน นายท่านหงและพี่หญิงจี้ ถึงอย่างไรก็เป็ นขุนนางในสายของปรโลก ไม่เหมาะจะแพร่งพรายความลับให้กับเด็กหนุ่มในโลกสว่าง ดังนั้นเซ วียหรูอี้จึงได้แต่บากหน้าตามหาไปทั่วสารทิศ ด้านหนึ่งก็เรียนรู ้ด้วย ตัวเองอย่างยากล าบาก อีกด้านก็คอยไขข้อข้องใจให้กับจางโหว นี่ ถึงได้ท าให้เด็กหนุ่มก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางของการฝึ กตนกลายมา เป็ นผู้ฝึกลมปราณขั้นสองจากนั้นก็ถูกนักพรตผู้นั้น “สวมรอยเป็ นยอดฝีมือนอกโลก แล้ว เขาก็ดันแกล้งท าได้เหมือนจริงๆเพราะหากอิงตามวิธีการเว้นวรรคประโยคที่ถูกต้องของนักพรต แล้วทดลองถ่ายทอดวิชาเปิ ดประตูถ้าสถิตกับวิชาอัคคีหล่อหลอม ตะวันอีกครั้ง จางโหวถึงกับฝ่ าทะลุขอบเขตได้จริง ตอนนี้เขาเป็ นผู้ ฝึกลมปราณขอบเขตเส้นเอ็นหลิวแล้ว!แรกเริ่มนักพรตยังไม่ค่อยยินดีเท่าใดนัก บอกว่าตัวเองเป็ นแค่ นักพรตคนหนึ่ง ไหนเลยจะกล้าถ่วงรั้งลูกศิษย์ของคนอื่นรอกระทั่งเซวียหรูอี้เป็ นฝ่ ายเสนอว่าจะซื้อยันต์ผีวาดพวกนั้น นักพรตที่ลุ่มหลงในทรัพย์สินเงินทองก็ขับเรือตามกระแสลม เปลี่ยน ค าพูดใหม่ทันที บอกว่ามองออกแต่แรกแล้วว่าคุณชายเล่อจางคือผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตน…แต่แม้กระทั่งขุนนางผู้พิพากษาหงและจี้เสี่ยวผิงที่มาที่นี่คราว ก่อน มาบอกลากับเซวียหรูอี้ ก็ยังมองรากฐาน ประวัติความเป็ นมา ของนักพรตวัยกลางคนผู้นี้ไม่ออก จี้เสี่ยวผิงบอกว่ามีความเป็ นไปได้ แค่สองอย่างเท่านั้น หากไม่ใช่เทพเซียนพสุธาที่ตบะสูงส่งลึกล้าก็ต้อง เป็ นผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตล่างที่ทุกวันตั้งแผงหาเงินด้วยความ ยากล าบากเพราะขายภาพเด็กหนุ่มกับวัวฤดูใบไม้ผลิ เซวียหรูอี้เคยรู ้สึกว่า นักพรตผู้นั้นเป็ นคนใจดาอามหิตทั้งยังสกปรกโสมมแสร ้งวางมาดให้ ดูภูมิฐาน ตอนนั้นจึงเกือบจะถูกนางขับไล่ออกจากบ้าน ภายหลัง พบว่าเขาน่าสงสารจริงๆ จึงปล่อยเลยตามเลย บวกกับที่สุดท้าย สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ ายไม่ใช่คนประเภทนั้น ให้ภาพลักษณ์ของนักพรต ที่อยู่ในใจนางจึงเปลี่ยนแปลงไปมากในเมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาเป็ นคนดี ก็ไม่ต้องสนใจแล้วว่าจะเป็ นใคร มาจากไหน ใช่นักพรตตัวจริงสวมรอยเป็ นเซียนกระบี่อะไรหรือไม่ รีบออกไปจากเรือนแห่งนี้โดยเร็ว ฟ้ าดินกว้างใหญ่ อยู่ที่ไหนก็หาเงินได้ ทั้งนั้นนักพรตยิ้มถาม “แม่นางเซวีย คิดถึงผลลัพธ ์ที่จะตามมาอย่าง ชัดเจนแล้วจริงๆ หรือ? หากว่าพวกขุนนางปกป้ องกันเอง การ ฟ้ องร ้องของเจ้าไม่ประสบผล กลับกลายเป็ นว่าถูกจวนเทพภูเขาบาง แห่งจับไปขังไว้ แล้วเจ้าจะจัดการสัญญาเดิมพันและค าสาบาน อย่างไรจางโหวที่อยู่บ้านข้างๆ จะทาอย่างไร?”เซวียหรูอี้เม้มปาก พยักหน้าเบาๆนักพรตเงียบไม่เอ่ยอะไรอีกบนโลกมนุษย์มีเรื่องอยุติธรรมอยู่มากมายที่มักจะมาจากเรื่องที่ ท าถูก ทว่ากลับถูกคนข้างกายทุกคนผลักดันให้ต้องโดดเดี่ยว อันที่ จริงก็ไม่ได้ผิด นี่ดีมาก ไม่จาเป็ นต้องสงสัยในตัวเองนับจากนี้แต่หากก่อนจะทาอะไรก็รู ้อยู่แล้วว่าผลลัพธ ์ที่ตามมาจะเป็ นเช่น ไร แบบนั้นก็ดียิ่งกว่าเดิม หากยังมีเรื่องทานองเดียวกันนี้อีกแล้วไม่ท า แล้ว ก็ไม่เป็ นไร หรือหากยังจะทาอีก นั่นก็ย่อมดีที่สุด!นักพรตเปิ ดปากยิ้มเอ่ย “ข้าจะฟังคาแนะนาจากแม่นางเซวีย พรุ่งนี้จะย้ายออกไปจากเรือน ถ้าอย่างนั้นแม่นางเซวียก็ฟังคาแนะนา ของข้าบ้างได้หรือไม่ เรื่องของการฟ้ องร ้อง เก็บไว้หลังชิงหมิงของปี นี้?”เซวียหรูอี้กลั้นขา “ทาไม เรื่องอย่างการฟ้ องร ้องยังต้องพลิกเปิด ปฏิทินเหลืองดูว่ามีวันมงคลหรือไม่ด้วยหรือ? ไหนลองว่ามาสิ เป็ น หลักการเหตุผลเก่าแก่ข้อใดที่คาโบราณคาใดบอกเจ้าไว้?”สายตาของนักพรตใสกระจ่าง ไม่เอ่ยอะไร เพียงแค่มองนางด้วย รอยยิ้ม หรือควรจะบอกว่ามองชิงช ้าที่อยู่ข้างกายนาง้้้