ตอนที่ 2867
บทที่ 1064.2 ที่เกินมาก็คือความอ่อนโยน
October 21, 2026
ใบหน้าของเฉินผิงอันประดับยิ้มน้อยๆ “เฉาสือคือผู้ฝึกยุทธเต็ม ตัว แต่ข้านั้นไม่เหมือนกัน นอกจากจะเป็ นผู้ฝึกยุทธเต็มตัวแล้วยัง เป็ นผู้ฝึกกระบี่ เป็ นผู้ฝึกตนสายยันต์ด้วย” เชียโก่วกระจ่างแจ้งโดยพลัน ใช ้หมัดทุบฝ่ ามือ “ที่แท้ก็เป็ นอย่าง นี้นี่เอง” เจ้าขุนเขาของพวกเราคือมือดีในการเลือกอาหารเลยนี่นา ฝีมือ การปรุงไม่ธรรมดา มิน่าเล่าทุกครั้งที่ทุกคนกินอาหารเลิศรสอุดมสมบูรณ์หรือ อาหารป่ าเรียบง่ายจากฝีมือของพ่อครัวเฒ่า บางครั้งเจ้าขุนเขาก็จะ โพล่งประโยคแฝงความอิจฉาที่ความหมายไม่แตกต่างกันออกมา หากข้าตั้งใจทากับข้าวแล้วจะเป็ นอย่างไร อย่างไร บนโต๊ะอาหาร นอกจากพ่อครัวเฒ่าที่เอ่ยคล้อยตามแล้ว อย่าง มากสุดก็เป็ นหมี่ลี่น้อยที่รีบวางชามและตะเกียบลง ปรบมือรัวเร็วแต่ไร ้ เสียง อิงจากความรู ้ชั้นยอดบนสมุดลับเล่มนั้นของนาง นี่เรียกว่ายามนี้ ความเงียบอยู่เหนือการมีเสียงแต่คนอื่นๆ บนโต๊ะต่างก็ไม่ได้พูดอะไร คนที่กินข้าวก็กินข้าว คน ที่คีบกับข้าวก็คืบกับข้าว คนที่ดื่มเหล้าก็ดื่มกันต่อไป คงเป็ นเพราะระหว่างที่เดินทางไปขอศึกษาต่อในปีนั้น เด็กบ้าน นอกขาเปื้อนโคลนบางคนที่ในมือถือมีดผ่าฝืน มักจะไปตกปลาบ่อยๆ เคยถูกท าให้เสียใจมาก่อน จึงเป็ นเหตุให้ผ่านไปนานหลายปีขนาดนี้ แล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้เสียที ส่วนเรื่องที่ว่าทาไมทุกคนในภูเขาลั่วพั่วต่างก็รู ้เรื่องนี้กันดีอยู่แก่ ใจ ทว่าทุกคนกลับดันทาเป็ นไม่รู ้เรื่อง ไม่เคยพูดรับค าบนโต๊ะอาหาร ต่างก็พร ้อมใจกันเงียบ จงใจท าให้เจ้าขุนเขาอัดอั้นตันใจ แน่นอนว่าเป็ นผลจากการที่หมี่ลี่น้อยช่วยทวงความเป็ นธรรม แทนให้กับเจ้าขุนเขา ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งที่นางไปอยู่กับพ่อครัวเฒ่าที่ไปสอนวิชา หมัดที่ภูเขาด้านหลังหมี่ลี่น้อยก็จะเอ่ยประโยคที่ยิ่งพูดยิ่งมีพิรุธบอก ว่า เจ้าขุนเขาคนดีของข้า ฝีมือการท าอาหารไม่ได้แย่ไปกว่าพ่อครัว เฒ่าเลย ถ้าอย่างนั้นเฉาอินกับเฉายางก็จะเข้าใจได้ในทันใดว่า อาจารย์ เฉินน่าจะเก่งกาจสารพัดอย่าง มีเพียงฝีมือการทาอาหารที่…ธรรมดา อย่างมากเห็นได้ชัดว่าเฉินผิงอันไม่อยากให้เซี่ยโก่วพูดเรื่องนี้ต่อไป จึง เอ่ยว่า “สหายฉางมิ่ง เจ้าช่วยแนะนาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดของ พื้นที่มงคลให้จู๋จิ่วฟังหน่อยเถอะ” ผู้คุมกฏฉางมิ่งพยักหน้าแล้วอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “จู๋จิ่ว ทุก วันนี้พื้นที่มงคลรากบัวแห่งนี้ของพวกเรา แม้ว่าจะแตะระดับคอขวด ของระดับบนแล้ว ระดับขั้นอยู่ในขั้นที่สูงจนสูงไปมากกว่านี้ไม่ได้อีก แล้ว แต่จ านวนของผู้ฝึกลมปราณก็ยังน้อยมาก ทั้งใต้หล้ารวมกัน ตอนนี้หากคานวณคร่าวๆ ก็น่าจะไม่เกินครึ่งร ้อย อีกทั้งพวกเขายัง ค่อนข้างระมัดระวังกับเรื่องของการขี่เมฆหมอกออกเดินทางไกล อย่างมาก เหมือนอย่างเซียนดินของใต้หล้าไพศาลที่ปล่อยจิตหยิน ออกจากช่องโพรงเดินทางไกล อันที่จริงเป็ นเรื่องที่ทาได้ง่ายดายมาก แต่ผู้ฝึ กตนโอสถทองอันดับหนึ่งของพื้นที่มงคลกลับมองว่าเป็ น หนทางที่อันตราย จึงไม่เคยกล้าทดลองทาง่ายๆ ดังนั้นครั้งนี้นางออก เดินทางหาประสบการณ์ อีกทั้งยังได้ยืมอ่านตาราจากภูเขาพีอวิ๋นไป มาก เชื่อว่าเจ้าประมุขเกาก็น่าจะได้รับผลประโยชน์ไปไม่น้อย กลับไปฝึกตนที่พรรคหูซาน การฝึกตนของนางก็คงจะพัฒนาไปได้ เร็วยิ่งกว่าเดิม” เซี่ยโก่วหลุดหัวเราะพรีด “กบใต้บ่อ เห็นแสงไฟเหมือนเห็นแสง ตะวัน” ฉางมิ่งไม่สนใจคาเอ่ยแทรกของเซี่ยอันดับรอง ยังคงอธิบาย ขนบธรรมเนียมประเพณีของผู้คนที่นี่ให้กวอจู๋จิ่วฟังต่อ “ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้า ภูตผีปีศาจทั้งหลายในสถานที่ต่างๆ ที่ผุด ออกมาเหมือนหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิหลังฝนตก ฝ่ ายแรกต้องยุ่งอยู่กับ การคลาหาวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตว่าจะนาควันธูปที่ชาวบ้านจุด ให้มาหล่อหลอมร่างทองได้อย่างไร อีกทั้งยังไม่สะดวกจะออกจาก พื้นที่ที่ดูแลโดยพลการ จึงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่าง ถูกต้องจากทางราชสานักจานวนไม่น้อยที่ไม่รู ้หนักเบา ละทิ้งหน้าที่ ของตัวเองเทพภูเขาเดินลุยน้า เทพวารีเดินขึ้นเขา เป็ นการละเมิดข้อ ห้ามระหว่างภูเขาและสายน้า เป็ นเหตุให้ร่างทองได้รับความเสียหาย พวกเทพภูเขาเขียนน้าศาลเถื่อนและพวกภูตผีวิญญาณหยินก็ไม่ ค่อยกล้ามาเดินอาดๆ อยู่ในโลกมนุษย์เช่นกัน พายุลมกรดมีอยู่ทั่ว ทุกหนแห่งในฟ้ าดิน ทุกครั้งที่เจอกับอากาศที่มีทั้งฟ้ าร ้องฟ้ าผ่า สาหรับพวกเขาแล้วก็คือด่านยากที่ค่อนข้างจะทุกข์ทรมาน”เซี่ยโก่วร ้องฮ่าเป็ นการแสดงการดูถูก ผู้ถวายงานอันดับรองกับผู้ คุมกฏแห่งภูเขาต าแหน่งขุนนางไม่ต่างกันสักเท่าไร!ช่วงเวลายุคบรรพกาลที่ข้าฝึกตนกับเสี่ยวโม่ ก่อนจะกลายเป็ น เซียนดิน หากไม่ได้เจอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกองงานบางกองในกรม สายฟ้ าแห่งสรวงสวรรค์ก็ไม่เรียกว่าเป็ นด่านยากด้วยซ้าผู้คุมกฏฉางมิ่งชี้ไปยังภูเขาสายน้าแห่งหนึ่ง “เนื่องจากแคว้นหูมี การร่ายตราผนึกภูเขาสายน้าหนึ่งชั้น ดังนั้นคนในท้องถิ่นของพื้นที่ มงคลที่รู ้ว่ามีถ้าสาวงามแห่งนี้อยู่จึงมีอยู่แค่ไม่กี่คน”แคว้นหูมาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ เพ่ยเซียงที่เป็ นเจ้าแห่งแคว้นหู จึงมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็ นงูดินเหมือนกับพวกเกาจวิน จงเชี่ยน สามารถเข้าร่วมการประชุม “บนยอดเขา” แห่งใต้หล้าครั้งนี้ได้ในฐานะบุคคลอันดับหนึ่งที่สมชื่อของใต้หล้า เกาจวินคือผู้ริเริ่ม การประชุมครั้งนี้แล้วก็มีแค่นางเท่านั้นที่สามารถเรียกรวมพลเหล่าผู้กล้าจาก สถานที่ต่างๆ มาได้ไม่เพียงแค่เพราะนางคือเซียนดินโอสถทองคนแรกของโลก มนุษย์แห่งนี้ ยังเป็ นเพราะเจ้าประมุขคนปัจจุบันของพรรคหูซานผู้นี้ เคยเดินทางไกลไปเยือนสถานที่ต่างๆ นิสัยอบอุ่นอ่อนโยน และเกาจวิ นเองก็เคยคบค้าสมาคมกับผู้ฝึกลมปราณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา สายน้ามาไม่น้อย ไม่อย่างนั้นหากเปลี่ยนมาเป็ นคนอื่นที่คิดจะจัดการ ประชุมครั้งนี้ หากคนผู้นี้มีขอบเขตสูงเพียงอย่างเดียว แต่พฤติการณ์ กลับเหมือนพวกติงอิง ยังจะมีการประชุมอะไรได้อีก ใครบ้างจะไม่ กังวลตัวเองจะถูกรวบจับมาหมดในทีเดียว?อวี๋เจินอี้เจ้าประมุขพรรคหูชานคนก่อนคือ “เซียนเหริน” ใน ท้องถิ่นที่ฝึกบาเพ็ญตนฝึกมรรคกถาตามความหมายที่เข้มงวดเป็ น คนแรกในประวัติศาสตร ์ของพื้นที่มงคลหลังจากอวี๋เจินอี้บินทะยานจากไป ใครจะสามารถกลายมาเป็ น บุคคลอันดับหนึ่งใหม่ล่าสุดของใต้หล้าได้ มีคนที่คิดว่าตาแหน่งนี้ต้องเป็ นของตัวเองอย่างแน่นอน นั่นก็คือเว่ยเหลียงไท่ช่างหวงของ แคว้นหนันเยวี่ยนซึ่งเป็ นฝ่ายสละราชบัลลังก ์ด้วยตัวเองน่าเสียดายที่หลายปี มานี้เว่ยเหลียงหยุดชะงักอยู่ที่คอขวด ขอบเขตประตูมังกรมาโดยตลอด ปิดด่านออกจากด่านสองครั้งกลับ ไม่เคยส าเร็จผล มิอาจกลายเป็ นเซียนดินโอสถทองคนแรกของพื้นที่มงคลได้ช ้าไปก้าวหนึ่งก็ช ้าไปทุกก้าว สิ่งที่เขาขาดไม่เพียงแค่เพราะเว่ย เหลียงฝึกตนช ้าเกินไปอายุมากถึงหกสิบปีแล้วเพิ่งจะเดินขึ้นเขาฝึก วิชาเซียน สิ่งที่สาคัญยิ่งกว่านั้นยังเป็ นเรื่องของฟ้ าอ านวยดินอวยพร ที่ต่างก็ไปอยู่กับเกาจวินแห่งพรรคหูซาน ไม่ได้อยู่กับเขาไม่เหมือนกับเจ้าประมุขเกาที่มีปณิธานสูงส่งยาวไกล อันที่จริงจง เชี่ยนไม่ค่อยยินดีจะเข้าร่วมกับเรื่องทานองนี้เท่าใดนัก เขาอยากจะ อยู่ “สั่งอาหาร” ที่ภูเขาลั่วพั่วมากกว่าหมี่ลี่น้อยที่รับหน้าที่เป็ นผู้พิทักษ์ฝ่ ายขวาของภูเขาลั่วพั่ว ละเอียดอ่อนเอาใจใส่อย่างมาก ช่วยขอตาราอาหารเล่มหนึ่งจากพ่อ ครัวเฒ่ามาให้จงเชี่ยน ทุกครั้งที่สั่งอาหารจึงมีเป้ าหมายผู้ฝึ กยุทธขอบเขตร่างทองคนแรกของพื้นที่มงคลแห่งนี้ไร ้ ปณิธานยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงวันเวลาที่กินดื่มไปวันๆ อยู่บนภูเขาลั่ว พั่ว ทุกวันสิ่งที่เขาปล่อยออกไปไม่ใช่ปณิธานหมัดของผู้ฝึกยุทธหรือ มาดของปรมาจารย์อะไร แต่ทุกวันที่ออกจากบ้านไปพบผู้คนก็ราวกับแปะกระดาษแผ่นหนึ่งไว้บนหน้าผาก ด้านบนเขียนประโยคว่า พวกเจ้าไม่ต้องมาประคองข้านอนอย่างนี้ก็สบายมากแล้วลูกพี่ใหญ่ที่มาจากสานักเบื้องบนกลุ่มนี้มาเยือนพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมด้วยตัวเองทางฝั่งของแคว้นหู เพ่ยเซียงจึงมา “เปิดประตู” รับรองแขกด้วยตัวเอง รอให้เรือยันต์ลานั้นมาจอดลงในลานบ้านที่เงียบสงบของคฤหาสน์แห่งหนึ่งของเพ่ยเซียง