ตอนที่ 2876
บทที่ 1066.4 ในปีหนึ่งที่เหล่าบุปผาประชันกันเบ่งบาน
October 21, 2026
เฉินผิงอันรีบวางถ้วยน้าชาลง กระแอมหนึ่งที เอ่ยเตือนว่า “จะ พูดแบบนี้ไม่ได้นะ ดื่มน้าไม่ควรลืมคนที่ขุดบ่อน้า ในดวงจันทร ์เฮ่าไฉ่ของใต้หล้ามืดสลัว เจ้าอารามผู้เฒ่าร ้องเหอะ หัวเราะหยันเอ่ยว่า “ช่างเป็ น ขนบธรรมเนียมที่ดีจริงๆ แต่ละคนชอบเข้าข้างคนกันเอง ท าให้คน นอกรู ้สึกซาบซึ้งใจเหลือเกิน” เดิมทีเสี่ยวโม่คิดจะลุกขึ้นขอตัวลา เขาจะไปหาผู้ฝึ กกระบี่ที่ ราชวงศ์ชิงเสินสักรอบหนึ่งพอได้ยินประโยคนี้ก็ถามอย่างใคร่รู ้ว่า “หมายความว่าอย่างไร? ที่ภูเขาลั่วพั่วมีใครพูดถึงสหายหรือ?” ขออย่าให้มีการเข้าใจผิดอะไรกันเลย เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย “คือสตรีที่จาแลงกายมาจากบรรพบุรุษ เงินเหรียญทองแดงแก่นทอง สหายฉางมิ่งที่ถูกเจ้าขุนเขาของเจ้าพา ออกมาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ผู้นั้นนางรังเกียจว่าผินเต้ายื่นมือ ยาวเกินไป ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปทั่ว” เสี่ยวโม่คร ้านจะถามรายละเอียด เพียงถามว่า “ยังมีเส้นสายอะไร ในพื้นที่มงคลรากบัวที่สหายไม่เคยยกขึ้นมาหรือ?” ่ เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “จะยกขึ้นมาได้อย่างไร ยกขึ้นมาพร ้อม รากด้วยหรือ ดึงหัวไชเท้าแล้วเอาหลุมมาด้วย หากข้าทาอย่างนี้จริงๆ พื้นที่มงคลดอกบัวก็อย่าหวังว่าจะเลื่อนเป็ นพื้นที่มงคลระดับสูงได้เลย ลาพังแค่เติมโชคชะตาภูเขาสายน้าที่เหมือนหลุมใหญ่มากมายพวก นั้นให้เต็ม เงินเทพเซียนก้อนที่ภูเขาลั่วพั่วต้องทุ่มเข้าไป อย่าว่าแต่ เงินเลย ล าพังแค่ตัวเลขนั้นก็สามารถทาให้คนหน้าเงินบางคนเสียว ฟันแปลบได้แล้ว เพียงแค่คิดหัวก็โตเท่ากระด้งแล้ว” เสี่ยวโม่ยื่นส่งเหล้าหมื่นกาลไหหนึ่งไปให้ จากนั้นยกชามขาวใน มือขึ้นมา ยิ้มเอ่ยว่า “สหายจะถือสาอะไรผู้คุมกฏฉางมิ่งของพวกเรา ทุกคนต่างก็ทาหน้าที่ของตัวเอง อีกทั้งนางยังทุ่มเทถวายชีวิตเพื่อ ติดตามคุณชายของข้า คิดดูแล้วก็คงต้องเอ่ยประโยคที่มิอาจเป็ นที่ พอใจของทุกฝ่ ายสักสองสามประโยค ข้าจะช่วยขอโทษเจ้าแทนนาง ก็แล้วกัน จะนั่งต่ออีกหน่อย ดื่มเหล้าเป็ นเพื่อนสหายอีกสักไห” เจ้าอารามผู้เฒ่าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ได้กลับมาพบเจอกัน อีกครั้งหลังจากลากันไปนาน เป็ นโอกาสที่หาได้ยาก ไหเดียวไม่พอ ดื่มต่ออีกสองไห” เสี่ยวโม่มองสุราที่เหลืออยู่ไม่มากบนโต๊ะ ยิ้มเอ่ยว่า “ดื่มกันไป พอสมควรแล้ว เหลือค้างไว้ก่อนเถอะ” เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “ในห้องเก็บเหล้ายังมีอีกเยอะ ดื่มอีกแค่ ไหสองไหจะเป็ นไรไป” ่ เสี่ยวโม่พยักหน้า “เหล้าหมักไม่เหมือนสหาย ดื่มเหล้าก็ไม่เคย แพ้ให้กับเจ้า เดิมที่ยังอยากจะไว้หน้าเจ้าต่อหน้าลูกศิษย์ทั้งสองของ เจ้าบ้าง นี่คือสหายรนหาที่เองนะ” เจ้าอารามผู้เฒ่าหัวเราะเสียงดังลั่น ตอนนั้นหากไม่เป็ นเพราะที่หน้าประตูภูเขาของภูเขาลั่วพั่วมีการ รับรองแขกอย่างรอบคอบรัดกุม หาไม่แล้วต่อให้เฉินผิงอันได้พื้นที่ มงคลดอกบัวส่วนหนึ่งไปครอง หึ คิดอยากจะเลื่อนเป็ นพื้นที่มงคล ระดับกลางและระดับสูงอย่างนั้นหรือ? ได้ก็ได้อยู่หรอก ไม่ขัดขวาง การที่เจ้าของคนใหม่อย่างเจ้าจะทุ่มเงินลงไป ส่วนค่าใช ้จ่ายเงินเทพ เซียนก้อนนั้นน่ะหรือ ก็จะให้ “คนหลงใหลในเงินทอง” ที่ชอบทาตัว เป็ นกุมารแจกทรัพย์อย่างเจ้าได้สัมผัสอย่างแท้จริงว่าอะไรคือ สภาพการณ์น่ากระอักกระอ่วนที่เงินที่ทุ่มลงไปไม่พอ เหมือนไหล หายไปกับสายน้าไม่ได้ยินเสียงสักแอะ รอกระทั่งในที่สุดก็ยกระดับขั้น ของพื้นที่มงคลได้อย่างไม่ง่ายแล้ว และทุกครั้งที่ไปเยือนพื้นที่มงคล บ้านตัวเอง เฉินผิงอันก็จะต้องอดทนกับความเสียดายทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นเฉินผิงอันคิดจริงๆ หรือว่าม้วนภาพภูเขาสายน้าที่ กลายไปเป็ นภาพลายเส้นขาวด าแล้ว พอจ่ายเงินไปเล็กน้อยก็จะ สามารถ “ลงสีสันวาดลายสีทอง” ได้อย่างแท้จริง? ต่อให้เจ้าเอาแปรง ปาดถูลงไปชั้นหนึ่ง เพียงไม่นานพื้นที่มงคลก็จะเหมือนสีชาดที่ค่อยๆ หลุดลอกออกมาทีละชั้น และเนื้อหาบนป้ ายศิลาที่แกะสลักเอาไว้ก็จะ เลือนหายมองเห็นไม่ชัดอีกต่อไป ่ เหมือนในหมู่ชาวบ้านของบ้านเกิดเจ้าขุนเขาเฉิน ชาวบ้านใช ้ แป้ งเปี ยกแปะกลอนปี ใหม่ไว้บนประตูและก าแพง ตามหลักแล้วก็ มั่นคงดี นานหลายปีไม่ต้องเปลี่ยนก็ไม่เป็ นไร แต่กลอนปีใหม่ของ พื้นที่มงคลแผ่นนี้ แค่เจอลมพัดฝนตกแดดส่องเพียงเล็กน้อยก็จะเป็ น เหมือนอย่างที่กล่าวไว้ในตาราเรื่องเล่าประหลาด บนภูเขาเพิ่งผ่านไป หนึ่งปีแต่ล่างภูเขากลับผ่านไปหกสิบปีแล้ว แค่เวลาในพื้นที่มงคลราก บัวผ่านไป “หนึ่งปี” กลอนปีใหม่ก็จะพลิ้วร่วงลงมาเมื่อถูกลมพัดรอกระทั่งเวลาผ่านไปหกสิบปี เจ้าขุนเขาเฉินที่รู ้สึกตัวทีหลัง อย่างเชื่องช ้า หากไม่มองพื้นที่มงคลที่เขากล้าเปลี่ยนชื่อโดยพลการ เป็ นซี่โครงไก่ ไม่จ่ายเงินอย่างเสียเปล่าอีกแล้ว ขอแค่เฉินผิงอันกับ ภูเขาลั่วพั่วอยากจะถมหลุมนี้ให้เต็มอย่างแท้จริง ต่อให้เมื่อเทียบกับ ตอนที่เจ้าเป็ นเด็กหนุ่มบ้านนอกขาเปื้อนโคลนแล้วจะมีสถานะและยศ ที่น่าตกใจเพิ่มมาอีกมากมาย เจ้าก็ยังต้องมากราบภูเขาที่ผินเต้าแต่ โดยดี แล้วก็ต้องดูด้วยว่าตอนนั้นผินเต้าอารมณ์ดีหรือไม่ อีกทั้งจาไว้ ว่าต้องพาเด็กชายชุดเขียวผู้นั้นมาพร ้อมกันด้วย ต้องให้เจ้าตะพาบ น้อยได้เรียนรู ้ก่อนว่าควรจะพูดจาดีๆ อย่างไร โขกหัวให้ดังๆ อีก หลายทีแล้วค่อยเอ่ยขออภัย สุดท้าย แน่นอนว่าพวกเจ้าทั้งสองต้อง กลับไปมือเปล่าไม่ได้อะไรเลยถึงอย่างไรเจ้าเฉินผิงอันก็ชอบปกป้ องคนของตัวเองที่สุดแล้ว ต้องไม่มีทางยอมให้เด็กชายชุดเขียวโขกหัวขออภัยผินเต้าแน่นอน่ถ้าอย่างนั้นก็บังเอิญเลย ผินเต้าเป็ นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างมาก ไม่มี มาดของผู้อาวุโสอะไรทั้งนั้นมีเรื่องขอร ้องมาขออภัยถึงบ้าน เป็ นเจ้าที่รนหาที่เอง เจรจากัน ไม่ส าเร็จ กลับไปทางเดิมด้วยความสิ้นหวัง ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเฉินผิงอัน รนหาที่เองหรอกหรือ?เจรจาเรื่องเงิน? ปีนั้นเจ้านครจักรพรรดิขาวไปเยือนอารามกวาน เต๋าด้วยตัวเองมารอบหนึ่ง “ราคา” ที่เขาเสนอให้ตอนนั้นก็สูงมาก พอแล้วกระมัง เขาเจิ้งจวีจงก็ยังต้องกลับไปพร ้อมกับความผิดหวัง เหมือนกันไม่ใช่หรือ?ดังนั้นถึงได้บอกว่าโชคดีที่ตอนอยู่หน้าประตูภูเขา แม่นางน้อย บางคนเอ่ยประโยคที่ตัวนางเองไม่ได้ตั้งใจ แต่บังเอิญเป็ นคาพูด อบอุ่นหัวใจที่ทาให้ผินเต้ารู ้สึกรื่นหูมากเป็ นพิเศษถึงได้ช่วยเฉินผิงอันและจวนเฉวียนฝู่ ภูเขาลั่วพั่วประหยัดเงินไป อย่างที่มองไม่เห็น….อย่างน้อยก็เป็ นเงินฝนธัญพืชหลายพันเหรียญ ไม่เพียงแต่ไม่ขาดทุน อีกทั้งวันหน้าผลประโยชน์ส่วนที่พื้นที่มงคลหา มาได้จะเอาเงินเทพเซียนมาคิดค านวณกันได้อย่างไรวันนี้ถือว่าหวังหยวนลู่ได้เปิดโลกกว้างแล้วมีใครเขาขอโทษกันแบบนี้ด้วยหรือ? ดื่มเหล้าของเจ้าบ้านเพิ่ม อีกหนึ่งไหก็ถือว่าช่วยคนอื่นข้ามผ่านเรื่องนั้นๆ ไปได้อย่างง่ายดาย แล้ว่วันนี้สิ่งที่ได้เรียนรู ้มาจากอาจารย์เสี่ยวโม่ค่อนข้างเยอะเลยนะ ต้องเอามาย่อยให้ดีๆ เสียแล้ว วันหน้าออกไปท่องยุทธภพข้างนอกก็ น่าจะได้เอามาใช ้?จาได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนนักพรตซุนที่สวมรอยเป็ นบรรพจารย์ ของตนมาหลอกดื่มเหล้าจากเขา พอดื่มจนเมาก็เริ่มช่วยชี้แนะ บอก ว่าวีรบุรุษทั้งหลายต่างก็เคยพูดกันว่า ที่ใต้หล้าไพศาลมีเจ้าแห่งถ้าปี้ เซียวชายหาดลั่วเป่าอยู่คนหนึ่งที่มีคุณธรรมมีชื่อเสียงสูงส่ง ขึ้นชื่อว่า เป็ นคนใจกว้างมาก มีมาดของผู้อาวุโสบนภูเขาที่สุดแล้ว!นักพรตซุนก็คือคนที่ชอบพูดจาเกินจริง ถ้าอย่างนั้นประโยคนี้ก็ ควรฟังให้เป็ นในทางตรงกันข้ามเจ้าอารามผู้เฒ่าใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “เรื่องการพิศมรรคาผู้ฝึก กระบี่ในพื้นที่มงคล ป๋ ายเหย่เองก็ได้ไปครองอย่างไม่ได้ตั้งใจ”เสี่ยวโม่ครุ่นคิด “ในเมื่อเป็ นเขา ก็พอจะยอมรับได้”เจ้าอารามผู้เฒ่าถาม “ก่อนหน้านี้เจ้าแค่พูดถึงตัวเลือกในใจของ ตัวเอง ทางฝั่งเฉินผิงอันคิดอย่างไร?”เสี่ยวโม่ตอบไปตามตรง “ข้า จากนั้นก็เป็ นโจวอันดับหนึ่ง แล้วก็ เป็ นลูกศิษย์สองคนของเขาอย่างเฉาฉิงหล่างและกวอจู๋จิ่ว”เจ้าอารามผู้เฒ่าลูบหนวดยิ้มเอ่ย “เป็ นเช่นนี้จริงเสียด้วย”่่่่