ตอนที่ 2877
บทที่ 1066.5 ในปีหนึ่งที่เหล่าบุปผาประชันกันเบ่งบาน
October 21, 2026
เฉินผิงอันพยักหน้า “มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากไม่พุ่งเป้ าเล่นงาน ต่างคนต่างคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งอีกฝ่ าย ไม่อย่างนั้นก็ร่วมมือกัน ช่วยเพิ่มและสร ้างความมั่นคงให้กับโชคชะตาฟ้ าดิน แต่หากว่ากัน โดยภาพรวมแล้ว ต่อให้ถอยมาพูดหมื่นก้าว เพื่อนบ้านไม่ปรองดอง กัน ทั้งสองฝ่ ายมิอาจหาเงินร่วมกันอย่างสามัคคีได้ แต่ผลลัพธ ์ก็ยังมี ข้อดีมากกว่าข้อเสียอย่างแน่นอน” ฉางมิ่งยิ้มเอ่ย “ต้องเป็ นเรื่องดีแน่” ไม่ว่าจะเป็ นฟ้ าดินเล็กในพื้นที่มงคลแห่งใดก็ตาม สุดท้ายแล้วก็มี ขีดจากัดอยู่ที่อาณาบริเวณและจานวนสรรพชีวิต บวกกับที่ยังมีการ แบ่งเป็ นใต้หล้าที่แตกต่างกันอยู่ด้วย เป็ นเหตุให้ต่อให้โชคดีสามารถ กลายเป็ นสิ่งมีชีวิตได้ ภาพบรรยากาศนี้ก็ไม่มีทางยิ่งใหญ่เกินไป ใจกลางเรือนมีภาพวาดลอยตัวอยู่ คือภาพของทะเลสาบชิวชี่ใน มุมสูง หูจวินหญิงก็คือสาวงามที่สวมปลอกนิ้วยาวบนนิ้วก้อยใน ภาพวาด ‘ภาพหญิงงามแห่งโลกมนุษย์ เกี่ยวกับการประชุมลับที่สามารถตัดสินทิศทางการด าเนินไป ของใต้หล้าในครั้งนี้แค่เรื่องตัวเลือกสถานที่ในการประชุมก็มีการ ถกเถียงกันไม่หยุดแล้ว ทั้งมีคนที่หวังให้จัดที่ภูเขาบ้านตน เพื่อที่จะ ได้สร ้างป้ ายอักษรทอง สะดวกในการช่วงชิงหาตัวอ่อนการฝึกตนมามากกว่าเดิม แล้วก็มีคนที่หวังให้ทางที่ดีที่สุดคือเลือกพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมของบ้านอื่นเพราะกังวลว่าจะเจรจากันไม่ส าเร็จ พูดไม่ถูกหู กันค าเดียวก็ตีกันทันที เทพเซียนตีกันประเภทนี้ หากลามไปโดน ปราณวิญญาณฟ้ าดินและโชคชะตาภูเขาสายน้าของพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมบ้านตัวเอง หากไม่ผ่านการซ่อมแซม การบริหารจัดการที่ดี หลายร ้อยปีก็อย่าหวังว่าจะกลับคืนมาเป็ นแบบเดิมได้ สุดท้ายเลือกเป็ นที่ทะเลสาบชิวชี่ ส่วนเหนียงเนียงเทพวารีของ ศาลเถื่อนที่ตั้งตาแหน่ง“เหิงชิวหูจวิน” ให้กับตัวเองผู้นั้น นางคิด อย่างไร สวรรค์เท่านั้นที่รู ้ เฉินผิงอันยิ้มถาม “พวกเจ้าว่าเว่ยเหลียงจะลงจากภูเขามา ต้อนรับหรือไม่?” ฉางมิ่งเองก็ถามเช่นกัน “เกาจวินจะแพร่งพรายความลับสวรรค์ หรือไม่?” เพ่ยเซียงส่ายหน้า “เดาได้ยาก” ต่อให้จะไม่ยินยอมพร ้อมใจแค่ไหน อีกทั้งยังคุ้นเคยกับทุกคนบน ภูเขาลั่วพั่วดีแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้เพ่ยเซียงก็ยังจ าต้องฝืนใจยอมรับ ในข้อที่ว่า เรื่องของการคาดเดาใจคน ไม่ใช่สิ่งที่นางถนัดเลย เฉินผิงอันประกบสองนิ้วแล้วบิดเบาๆ เอาอารามที่ตั้งอยู่บนเกาะ ใจกลางทะเลสาบเหิงชิวมา “วาง” ไว้ตรงหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “ดูเหมือนจะ เป็ นลายมือของจูเหลี่ยน”เพ่ยเซียงปิดปากหัวเราะ “เป็ นเจ้าอารามท่านนั้นที่คัดเลือกมา อย่างตั้งใจ รวบรวมตัวอักษรมาไว้อย่างยากล าบาก” เฉินผิงอันจุ๊ปาก “เข้าใจแล้วๆ มิน่าเล่าๆ” เป็ นหนี้รักอีกก้อนหนึ่งที่คุณชายสูงศักดิ์จูเหลี่ยนติดค้างไว้ในปี นั้นจริงเสียด้วย เพ่ยเซียงใช ้เสียงในใจถาม “เจ้าขุนเขากังวลว่าเกาจวินจะอาศัย การประชุมครั้งนี้ชักนาให้ใต้หล้าทั้งแห่ง ภายนอกทาเหมือน ปรองดองแต่ภายในแตกแยกกับภูเขาลั่วพั่วของพวกเรา หรือไม่ก็ตั้ง ตัวเป็ นศัตรูของภูเขาลั่วพั่วโดยตรงเลย?” เฉินผิงอันคลี่ยิ้ม ไม่เอ่ยอะไรผู้คุมกฏฉางมิ่งยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เด็กน้อยเล่นสนุกกัน นอกจาก จะวิ่งไล่ตีกันจนดินทรายเปรอะเปื้อนไปทั่ว นอกจากนี้ก็มีเล่นเตะลูก ขนไก่ เล่นแมลงปอไม้ไผ่ เล่นว่าว โยนลูกข่าง กลองป๋ องแป๋ ง อ่าน หนังสือภาพ กระบี่ไม้ ดาบไม้ไผ่ ฯลฯ ของเล่นพวกนี้ก็ล้วนเป็ นผู้ใหญ่ ที่เตรียมไว้ให้ไม่ใช่หรือ?”เพ่ยเซียงยิ้มกระอักกระอ่วน แต่ในใจรู ้สึกขนลุกขนพอง เวลานี้ ไม่รู ้ว่าควรจะตอบอย่างไรดีไม่เหมือนกับความกระอักกระอ่วนที่พูดไม่ออกก่อนหน้านี้ เพ่ ยเซียงในเวลานี้สัมผัสได้ถึงความรู ้สึกกดดันบีบคั้นอย่างหนึ่งที่ทาให้ คนหายใจไม่ออกคราวก่อนที่รู ้สึกแบบนี้ก็เป็ นตอนที่เพ่ยเซียงออกจากแคว้นหู เข้า ร่วมการประชุมศาลบรรพจารย์บนยอดเขาจี้เช่อครั้งแรก ความรู ้สึกนี้ เกิดขึ้นในนาทีที่นางเดิมข้ามผ่านธรณีประตูมีเก้าอี้สองตัวกั้นขวาง สตรีร่างสูงใหญ่ที่ไม่ว่ามองใครก็ล้วนมี รอยยิ้มบางๆ ประดับใบหน้าตลอดเวลาผู้นั้น อันที่จริงความรู ้สึกที่นาง มอบให้เพ่ยเซียงก็คือเย็นยะเยือกน่าขนลุกดังนั้นนางจึงไม่เคยรู ้สึก ใกล้ชิดสนิทใจกับผู้คุมกฏศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เชื่อผู้นี้แม้แต่ น้อย ทุกครั้งที่เจอกับนางในภูเขาหรือในเรือนของจูเหลี่ยน เพ่ยเซียง จะรู ้สึกเหมือน….คีบเหรียญทองแดงเยียบเย็นเหรียญหนึ่งไว้ตรงปลาย นิ้วในฤดูหนาว ราวกับว่าทุกประโยคที่พูดคุยกันก็คือการเอาเหรียญ ทองแดงมากาไว้ในฝ่ ามือ อีกทั้งเหรียญทองแดงเหรียญนี้ไม่ว่าจะกุม อย่างไรก็ไม่มีทางอุ่นขึ้นมาได้เพ่ยเซียงใช ้หางตาเหลือบมองบุรุษชุดเขียวอย่างระมัดระวัง สหายฉางมิ่งเป็ นผู้คุมกฏก็จริง แต่เฉินผิงอันต่างหากที่ถึงจะเป็ นเจ้า แห่งส านักแต่ผิดไปจากการคาดการณ์ของเพ่ยเซียง สาหรับคากล่าวนี้ของ สหายฉางมิ่ง ดูเหมือนเขาจะทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธเพ่ยเซียงถอนสายตากลับมา ในใจถอนหายใจเบาๆ กระทั่งบัดนี้ นางถึงเพิ่งจะเข้าใจหลักการเหตุผลที่จูเหลี่ยนพูด รวมไปถึงการ อธิบายที่เป็ นการ “เขียนคาวิจารณ์และให้เชิงอรรถ ต่อหลักการ เหตุผลข้อนั้นอย่างแท้จริงมองใกล้ๆ ทัศนียภาพไม่ยิ่งใหญ่โอฬาร ทั้งคนและเรื่องราวล้วน ราบเรียบตอนที่เจ้าขุนเขาอยู่บนภูเขาลั่วพั่วยังพูดง่าย รอวันใดที่เจ้า ขุนเขาออกเดินทางไกลอีกครั้ง พวกเราทุกคน ทั้งในและนอกภูเขา ใครก็อย่าได้ไม่เห็นผู้คุมกฏฉางมิ่งเป็ นผู้คุมกฏแห่งภูเขาเด็ดขาดเป็ นเหตุให้ในบางความหมาย การด ารงอยู่และไม่ด ารงอยู่ของ ฉางมิ่งจึงต้องดูแค่ว่าเจ้าขุนเขาอยู่บนภูเขาหรือไม่แต่สตรีก็คือสตรี นอกจากเพ่ยเซียงจะรู ้สึกหวาดผวาแล้ว นางก็ เริ่มใคร่ครวญถึงปัญหาข้อหนึ่ง ฉางมิ่งผู้นี้คงไม่ได้ชอบเฉินผิงอัน หรอกกระมัง?คิดไม่ถึงว่าฉางมิ่งจะยิ้มจนตาหยี ใช ้เสียงในใจพูดกับเพ่ยเซียง คนเดียวด้วยน้าเสียงอ่อนโยนเหมือนข้าวเหนียวนุ่มดั่งที่เคยเป็ นมา “ข้าชอบหรือไม่ชอบเฉินผิงอัน เกี่ยวอะไรกับสหายเพ่ยเซียงด้วย หรือ?”เพ่ยเซียงที่ถูกอีกฝ่ ายเดาใจออกกระอักกระอ่วนจนนึกอยากจะ ขุดรูมุดหนีไป อีกฝ่ ายจะอาฆาตแค้น จดจาบัญชีนี้หรือไม่? ดู เหมือนว่าบนภูเขาลั่วพั่วจะมีคนไม่น้อยที่สืบทอดระบบนี้มา?เฉินผิงอันคืนสติ เขาเก็บความคิดทั้งหลายกลับคืนมา ถามว่า “เมื่อครู่นี้พวกเจ้าใช ้เสียงในใจพูดถึงข้ากันใช่ไหม?”ที่แท้เมื่อครู่นี้ในทะเลสาบหัวใจของเฉินผิงอันได้เกิดริ้วกระเพื่อม มีเสียงดังขึ้นมาระลอกหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้ยินคาพูดที่ชัดเจน เหมือนปลาตัวหนึ่งที่งับเบ็ดแล้วก็เผ่นหนีไปตะขอตกปลาก็คือชื่อ การงับเหยื่อก็คือคาพูดของผู้ฝึ กตนที่ เกี่ยวข้อง ถ้าอย่างนั้นขอแค่เฉินผิงอันยกคันเบ็ดตกปลาขึ้นมาก็จะ มองเห็นร่างจริงของปลาตัวนั้น หรือควรจะพูดว่าเห็นตัวอักษรที่ร ้อย เรียงต่อเนื่องกันเดิมทีไม่ได้อยากถาม แต่สองคนที่อยู่ข้างกาย ฉางมิ่งผู้คุมกฏ และเพ่ยเซียงแห่งแคว้นหูถึงกับเรียกชื่อของตัวเองตรงๆ อย่างที่หาได้ ยาก เฉินผิงอันถึงได้อดไม่ไหวถามออกมา