ตอนที่ 2882
บทที่ 1067.5 ยุทธภพเงียบเหงาหนึ่งร ้อยปี
October 21, 2026
ชายหนุ่มมีสีหน้าประหลาด เหงื่อแตกท่วมเต็มศีรษะ อยากจะหนี แต่กลับไม่กล้าหนีได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิม จูเหลี่ยนส่ายหน้า ยิ้มถามด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย เคยอ่านตารามา ก่อน แต่อ่านมาไม่เยอะหรือ? คนหนุ่มพยักหน้า จูเหลี่ยนถามอย่างสงสัย ในเมื่ออยากฆ่าข้าขนาดนี้ วางแผนซุก ซ่อนลมปราณไว้เป็ นอย่างดี มาหลบซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว ทาไมแม้กระทั่งบทกวีหรือรวบรวมบทความก็ยังไม่รู ้จัก? ไม่รู ้จักค าว่า รู ้เขารู ้เราหรอกหรือ? คนหนุ่มตอบตามสัตย์จริงว่า ผู้เยาว์ไม่สนใจเรื่องพวกนั้น แค่ อยากเรียนวรยุทธกับท่าน แต่ไม่กล้ามาหาท่าน เพราะต่างก็พูดกันว่า จูเหลี่ยนมีนิสัยประหลาด ไม่เคยรับลูกศิษย์คนที่กล้ามาหาท่านเพื่อ กราบท่านเป็ นอาจารย์ก็ไม่เคยมีใครที่มีจุดจบดีสักคน ชีวิตมีแค่ชีวิต เดียว แน่นอนว่าข้าไม่กล้าเดิมพัน จูเหลี่ยนยิ้มถาม คือคนของลัทธิมารหรือ? ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้า ใช ้หมัดต่อยทะลุหัวใจของชิงเซียนก็สัมผัสได้แล้วว่าลมหายใจของ เจ้าผิดปกติ ดูเหมือนว่านางจะเป็ นบุคคลอันดับสองของลัทธิมารพวก เจ้า คืออาจารย์ของเจ้าหรือบรรพจารย์ของเจ้าล่ะ?คนหนุ่มพยักหน้า บอกว่าชิงเซียนเถียนหลิงเอ๋อคือบรรพจารย์ ของตัวเอง ลูกศิษย์ของนางก็คืออาจารย์ของข้า คือเศษสวะที่ทั้งเห็น แก่ตัวทั้งขี้ขลาด สอนคนไม่เป็ นแล้วก็ไม่กล้าจะสอนใคร กลัวว่าข้าจะ เรียนรู ้ความสามารถที่แท้จริงได้สาเร็จแล้วหันไปกาจัดเขา แน่นอนว่า อาจารย์คิดไม่ผิด วันนี้ขอแค่ข้ามีชีวิตรอดกลับไป คนแรกที่จะฆ่าก็ คือเขา ผู้เฒ่าทาท่ากระจ่างแจ้ง พึมพากับตัวเองว่าโหยวหลิงเอ๋อ ที่แท้ นางชื่อนี้เองหรือ จาได้แค่ฉายา แต่จาไม่เคยได้เสียทีว่านางชื่อว่า อะไร หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ หิมะใหญ่หนาเท่าขนห่านทับถมปูเป็ นชั้น อยู่บนเส้นทาง ฟ้ าดินมีแต่สีขาวโพลน คนหนุ่มตาแดงก่า กัดฟันเอ่ยว่า ข้าเดาประโยคนั้นไม่ออก จูเหลี่ยนชาติสุนัข คนคลั่งวรยุทธ เจ้าจะให้ข้าเดาอย่างไร?! จูเหลี่ยนยิ้มเอ่ยว่า หมดเวลาแล้ว คนหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่เดิม จูเหลี่ยนถามว่าทาไมถึงไม่หนี? แสวงหาความร่ารวยเกียรติยศ ท่ามกลางความเสี่ยงไม่รู ้จักไขว่คว้าโอกาสรอดชีวิตไว้บ้างเลยหรือ? คนหนุ่มเอ่ยเสียงหนักว่าหนีท าบ้าอะไร เจ้าจะฆ่าคน ข้าจะหนีได้ พ้นหรือ?กล่าวมาถึงตรงนี้คนหนุ่มที่ใจคิดว่าตัวเองต้องตายแน่แล้วก็นึก อยากจะทิ้งคาสั่งเสียสุดท้ายเอาไว้ อยากจะบอกกับคนคลั่งวรยุทธที่ เปิดฉากสังหารอย่างโหดร ้ายผู้นี้ว่าตนชื่ออะไร แต่ไม่รู ้ว่าผู้เฒ่าที่เอาสองมือไพล่หลังเป็ นเพราะบาดเจ็บหนัก เกินไปหรือว่าหมดอาลัยตายอยากขึ้นมา เรือนกายของเขาในเวลานี้ จึงงองุ ้มลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้เฒ่าเพียงแค่ผงกปลายคางชี้ไปยัง ทิศทางนั้น ตรงนั้นมีอาวุธเล่มหนึ่งที่ถูกจูเหลี่ยนใช ้สองนิ้วบิดหัก เป็ น ดาบชั้นดี มีชื่อเสียงอย่างมากในยุทธภพ ชื่อว่าเกอเซวี่ย (ตัดหิมะ) เพียงแต่ว่าดาบหักกับคนที่ตายคนนั้นต่างก็ถูกกลบทับอยู่ในหิมะ ไปแล้ว ผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย เจ้าหนุ่มอย่ามัวยืนอึ้งอยู่เลย ดาบเล่มนั้นของบรรพ จารย์เจ้านับว่ายังพอใช ้ได้ ไปเก็บมาสิ ขอแค่ไม่หนี ก็ลองเดิมพัน ชีวิตครั้งสุดท้ายดูอีกครั้ง หากไม่ถูกข้าสังหารก็สามารถช่วยแก้แค้น แทนนาง สร ้างชื่อเสียงระบือไกลให้กับตัวเองได้ คนหนุ่มที่ทั้งบนศีรษะและไหล่สองข้างเต็มไปด้วยหิมะบอกว่า ตัวเองเดาค าตอบไม่ถูกความนัยในประโยคนี้ก็คือเจ้าจูเหลี่ยนต้องฆ่าคนแน่นอน เจ้าก็ แค่หาเรื่องสนุกทาเท่านั้น แต่ข้าไม่อยากตายเหมือนตัวตลก คิดจะฆ่า ก็ฆ่า อย่ามาปั่นหัวข้าเล่นจูเหลี่ยนก็คือจูเหลี่ยน ต่อให้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ยืนอยู่บนถนน ที่ว่างเปล่า อาศัยแค่ลมปราณของทั้งร่าง ไม่ว่าจะบนร่างหรือบนเท้า ของเขาก็ล้วนไม่มีหิมะติดเปื้อนผู้เฒ่าเงยหน้ามองม่านฟ้ าที่หิมะปลิวปรายแล้วหัวเราะ ไยต้องเปิด ปากเอ่ยคาตอบออกมา อันที่จริงเจ้าได้ให้คาตอบที่ถูกต้องแล้ว ถือว่า เจ้าชะตาชีวิตดีคนหนุ่มถามเสียงดัง จูเหลี่ยน! เจ้าไม่อยากถามชื่อของข้าหรือ?! ผู้เฒ่ายิ้มย้อนถาม เจ้าลูกหมา เจ้าคู่ควรหรือ?ผู้ฝึกยุทธหนุ่มที่เจ็บแค้นสุดขีดกระโจนออกไปอย่างว่องไว เรือน กายเคลื่อนไหวปราดเปรียว ปลายเท้าเหยียบบนกองหิมะกระเทือนให้ หิมะกระจายไปสี่ทิศ คนหนุ่มกระโดดแผ่วพลิ้วเหมือนกบกระโดดแตะ ผิวน้าไปหลายครั้ง เพียงไม่นานก็เจอจุดที่หิมะฝังกลบศพและดาบ เล่มนั้น ชิงเซียนบรรพจารย์ที่เป็ นบุคคลอันดับหนึ่งด้านการใช ้ดาบ ในยุทธภพ นางตายไปแล้วก็ยังก าดาบไว้ในมือ คนหนุ่มกระทืบเท้า หนักๆ จนแขนของบรรพจารย์หัก แล้วจึงใช ้ปลายเท้าเกี่ยวทั้งดาบทั้ง แขนข้างนั้นขึ้นมาด้วยกัน คนหนุ่มดึงแขนทิ้งไป แล้วจึงบดขยี้นิ้วทั้ง ห้าของเจ้าของคนเดิมให้แหลกสลาย ตัวเองถือดาบด้วยมือข้างเดียว ย้อนกลับมาที่เดิม เขาวิ่งห้อมาตลอดทาง พุ่งกระโจนเข้าใส่เรือนกาย นั้น คนหนุ่มที่การมองเห็นพร่าเลือนยกดาบขึ้นแล้วตวัดฟันลงมา!และคนคลั่งวรยุทธผู้นั้นก็รักษาสัญญา ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเพียง แค่เอาสองมือไพล่หลัง ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม วางท่าว่าปล่อยให้คนหนุ่มใช ้ ดาบเกอเซวี่ยตัดหัวตัวเองได้ตามสบายผู้เฒ่ามองหิมะใหญ่ที่แผ่กระจายไปทั่วผืนฟ้ า ใบหน้าเต็มไปด้วย แววหยอกเย้า เอ่ยประโยคที่มีความหมายลึกล้าว่า “เมื่อลิขิตฟ้ ามาถึง ใครเล่าจะพูดได้ คนไร ้นามสังหารคนมีชื่อเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนในปีนั้น ท่ามกลางซากปรักสนามรบ มีผู้ฝึกยุทธหนุ่มคนหนึ่งชูศีรษะหนึ่งในมือขึ้นสูง คนหนุ่มพูดเสียงดัง กังวานด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม “ผู้ที่สังหารจูเหลี่ยน ติงอิงแห่งลัทธิ มาร!คืนนี้จูเหลี่ยนนั่งอยู่ข้างกองไฟ หยิบแผ่นแป้ งย่างสองชิ้นที่ซื้อมา จากร ้านอื่นในตรอกหลงออกมาจากชายแขนเสื้อ วางทับซ ้อนไว้ ด้วยกัน กัดกินแล้วเคี้ยวอย่างละเอียดเมืองเล็กมีขนมของร ้านยาสุ้ยตรอกฉีหลง นอกจากนี้ก็ยังมีร ้าน เหล้าของหวงเอ้อเหนียง ร ้านซาลาเปาของบ้านเหมาต้าเหนียงที่ต่าง ก็เคยขึ้นชื่อว่าเป็ นของดีราคาถูก ทุกวันที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงมากแล้ว เพราะถึงอย่างไรชาวบ้านในท้องถิ่นก็เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่คน เอาไว้ หลอกขายคนต่างถิ่นโดยเฉพาะ ไปๆ มาๆ หากไม่ใช่เทพเซียนบน ภูเขาก็เป็ นปัญญาชนที่มีฐานะทางบ้านดีหรือไม่ก็ลูกหลานคนมี อานาจร่ารวยที่กระเป๋ าเงินตุงแน่น คาดว่าหากราคาต่าเกินไป พวก เขาก็คงไม่ยินดีจะซื้อแล้วพื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นซงไล่ที่มีการผลัดเปลี่ยนราชสานักและ พื้นที่ส่วนน้อยของแคว้นเป่ยจิ้น อันที่จริงล้วนเคยเป็ นมาตุภูมิเดิมของ จูเหลี่ยนมาตุภูมิก็คือกระดาษคาตอบแผ่นหนึ่ง ยิ่งอยู่ห่างบ้านเกิดไปไกล มากเท่าไรก็ยิ่งถูกหักคะแนนมากเท่านั้น ความคิดถึงในแต่ละครั้งก็ คือการจรดพู่กันเขียนคาตอบ บัณฑิตที่เดินทางไปสอบ มาตุภูมิที่ เป็ นขุนนางผู้คุมสอบ ยิ่งนานวันก็มีแต่จะยิ่งผิดหวังจูเหลี่ยนถอนหายใจ น่าเสียดายที่ออกจากบ้านมาคราวนี้ไม่ได้ พกเหล้ามาด้วยและเวลานี้เองกระโปรงหลากสีพลิ้วไสวที่คล้ายกับเคลื่อนออกมา จากดวงจันทร ์ก็เยื้องย่างลงมาจากบนฟ้ า รองเท้าปักลายของสตรี ไม่ได้สัมผัสกับดิน นางยืนลอยตัวอยู่กลางอากาศบอบบางแต่กลับเป็ นความงามที่เย็นชานางตวาดกร ้าว “เจ้าไม่รู ้หรือว่าที่นี่คือสถานที่ต้องห้ามของศาล เทพภูเขา?”ผู้เฒ่าทาคอย่น ไม่ได้หันหน้าไป เพียงแค่พูดด้วยน้าเสียงแหบ พร่าว่า “แค่บังเอิญผ่านทางมา ไม่เคยรู ้มาก่อน”เหนียงเนียงเทพวารีรูปโฉมงามล้าที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศผู้นี้ ด้านหลังของนางมีวงกรดแสงจันทร ์ที่ส่องสว่างเรืองรอง แพรต่วนสี สดที่ยาวมากสองเส้นพลิ้วสะบัดไปตาม ยลมนางเอ่ยเตือนเสียงเย็น “เห็นแก่ที่เจ้าเพิ่งเคยทาความผิดเป็ นครั้ง แรก ข้าจะละเว้นโทษให้ รีบไปจากที่แห่งนี้ซะ คราวหน้าอย่าได้ทา อีก”พ่อครัวเฒ่ากินแผ่นแป้ งย่างไส้ผักดอง หันหน้ามาถามว่า “คฤหาสน์ใต้เมฆาของทีแห่งนี้ไม่มีเจ้าของนานแล้ว มันกลายมาเป็ น ถิ่นของเจ้าได้อย่างไร?”นางสีหน้าเย็นชา ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ “เจ้าเป็ นใครกันแน่ รู ้ ได้อย่างไรว่าที่แห่งนี้มีชื่อว่าคฤหาสน์ใต้เมฆา?!”ผู้เฒ่าทอดถอนใจ พูดเสียงอู้อี้ว่า “คาพูดของสตรีหน้าตางดงาม มักจะเชื่อถือไม่ได้บอกแล้วว่าต่อให้กลายเป็ นเถ้าถ่านก็ยังจากันได้ ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่รู ้จักกันเสียแล้ว?”