ตอนที่ 2881
บทที่ 1067.4 ยุทธภพเงียบเหงาหนึ่งร ้อยปี
October 21, 2026
เกาจวินมีสีหน้าซับซ ้อน เอ่ยว่า “ผู้ฝึกลมปราณของภูเขาลั่วพั่ว มีไม่มาก ไม่ถึงครึ่งร ้อยส่วนแจกันสมบัติทวีป ในอดีตถูกเรียกขานว่า ทวีปร ้อยแคว้น แต่กลับเป็ นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเก้าทวีป ของใต้หล้าไพศาล” อวี้เตี๋ยซ่างเหรินเกือบจะอดไม่ไหวผรุสวาทออกไป เป็ นแค่ทวีปที่ เล็กที่สุดเท่านั้น แต่กลับมีร ้อยแคว้นตั้งเรียงรายดุจต้นไม้ในผืนป่ า? ถ้าอย่างนั้นใต้หล้าไพศาลที่ได้ครอบครองตั้งเก้าทวีปเล่า?! บ้านเกิดแห่งนี้ยังมีแค่สี่แคว้นเท่านั้นเอง เกาจวินอธิบายว่า “บนภูเขาด้านนอกมีค ากล่าวว่า ในบรรดาห้า ขอบเขตกลาง หกสิบเป็ นถ้าสถิตเฒ่า ร ้อยปีเป็ นเซียนกระบี่น้อย” “ความหมายก็คือใต้หล้าไพศาลแห่งนั้น สามลัทธิเก้าสาขาเมธี ร ้อยส านัก นับแต่โบราณมาก็มีเส้นสายระบบสืบทอดมากมาย ผู้ฝึก ลมปราณขอบเขตถ้าสถิตที่อายุหกสิบปีก็ถือว่ามีคุณสมบัติธรรมดา อย่างมากแล้ว แต่มีเพียงผู้ฝึกกระบี่เท่านั้นที่พิเศษที่สุด เพราะผู้ฝึก กระบี่ไม่เหมือนกับผู้ฝึกลมปราณประเภทอื่นๆ ต่อให้อายุหนึ่งร ้อยเพิ่ง จะเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตกลางก็ยังถือว่าเป็ นผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึก ตน ทุกวันนี้สุยโย่วเปียนก็คือผู้ฝึกกระบี่บริสุทธิ์ประเภทนี้”“อยู่ที่นั่น ผู้ฝึกกระบี่ถูกขนานนามว่าหนึ่งกระบี่สามารถทาลาย หมื่นอาคม เป็ นผู้ที่ผู้ ฝึกลมปราณกริ่งเกรงมากที่สุด น่าเสียดายที่ เท่าที่ข้ารู ้มา ดูเหมือนว่าที่นี่ของพวกเรา จนถึง ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีผู้ฝึก กระบี่ในท้องถิ่นคนแรกถือกาเนิดเลย” ฟังมาถึงตรงนี้ เจิ้งเฟิ่งโจวก็ยิ้มถามว่า “ในเมื่อชื่อว่าภูเขาลั่วพั่วก็ ต้องมีเจ้าขุนเขาสินะ?” เกาจวินพยักหน้าด้วยสีหน้าซับซ ้อน “เจ้าขุนเขาชื่อว่าเฉินผิง อัน” ไหวเซี่ยถามอย่างสงสัย “ใช่เซียนกระบี่เด็กหนุ่มที่เคยปรากฏตัว ในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนหรือไม่?” เกาจวินพยักหน้า “ก็คือเขา” คนทั้งหลายที่อยู่ในห้องมีสีหน้าหลากหลาย บ้างก็กึ่งเชื่อกึ่ง กังขา บ้างก็โล่งใจ คนที่รู ้สึกว่าน่าสนใจก็เพราะเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังใต้หล้าบ้าน ตนในทุกวันนี้ ถึงกับเป็ นเจ้าเด็กน้อยขนยังขึ้นไม่ครบในปีนั้น อีกทั้ง อีกไม่นานทั้งสองฝ่ ายก็จะได้พบหน้ากันแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาณาเขตขุนเขาตะวันออกของซ่งไหวเป้ าที่มีดินแดนเชื่อมต่อกับ แคว้นหนันเยวี่ยนมากที่สุด คนที่รู ้สึกไม่กล้าเชื่อก็เพราะนี่เพิ่งผ่านไป แค่ไม่กี่ปีเอง เด็กหนุ่มสะพายกระบี่ที่ปีนั้นเคยประมือกับทั้งจ้งชิว อวี๋ เจิ้นอี้และติงอิง ไม่ต้องสนว่าอายุที่แท้จริงของเขาคือเท่าไร อย่างน้อยอยู่ในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนก็ไม่เคยแสดงออกถึงการถูกบดขยี้ ที่สถานการณ์เอนไปฝ่ ายเดียว ถึงขั้นสามารถพูดได้ว่าสุดท้ายศึกบน หัวก าแพงเมืองระหว่างเด็กหนุ่มและมารร ้ายติงอิง แพ้ชนะระหว่างคน ทั้งสองมีแค่เส้นบางๆ กั้นขวางเท่านั้น ส่วนคนที่เผยสีหน้าโล่งใจออกมาก็ยิ่งเข้าใจได้ง่ายแล้ว เพราะ หากอิงตามวิธีนับค านวณของบนภูเขาในทุกวันนี้ ผู้ฝึ กลมปราณ ต้องนับกันตามอายุขัยด้านการฝึกตน หากเฉินผิงอันคือผู้ฝึกลมปราณประเภทที่หวนกลับสู่ความจริง “เด็กหนุ่มเจ๋อเซียน” ที่ปี นั้นเผยกายในแคว้นหนันเยวี่ยน อายุที่ แท้จริงต้องไม่ได้เป็ นแค่เด็กหนุ่ มเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า คุณสมบัติในการฝึกตนของเขาไม่ถือว่าดีสักเท่าไร? แต่หากอายุขัยการฝึกตนและรูปโฉมของเฉินผิงอันสอดคล้อง กัน เพียงแค่เพราะโชควาสนาอานวย ในเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสามสิบปีก็ สามารถบุกรุดหน้าไปอย่างห้าวหาญบนเส้นทางของการเดินขึ้นเขา ได้ นี่ก็สามารถอธิบายเรื่องหนึ่งได้หรือไม่ว่า บางทีผู้ฝึกลมปราณใน ใต้หล้าแห่งนี้ของพวกเรา ไม่ได้มีพรสวรรค์และฐานกระดูกที่แย่ แต่ก็ แค่เพราะขาดต าราลับของดินแดนเบื้องบนไปไม่กี่เล่มเท่านั้น? ซานจวินขุนเขาตะวันออกที่ไม่เคยเปิดปากพูดถามด้วยน้าเสียง เรียบเฉยว่า “ขอถามเจ้าประมุขเกาสักเรื่อง ข้าสามารถเข้าใจได้ หรือไม่ว่า ในนามคนที่เรียกพวกเรามาประชุมคือกาจวินแห่งพรรคหูซาน แต่ผู้ที่ชักนาเรื่องนี้อยู่เบื้องหลังกลับเป็ นเฉินผิงอันแห่งภูเขาลั่ว พั่ว?” เกาจวินพยักหน้าตอบอย่างจริงใจ “สามารถเข้าใจเช่นนี้ได้”จ้าวจวี้หรานพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเป็ นปกติ ก่อนจะถามอีกว่า “ในเมื่อเป็ นการประชุมก็ต้องมีหัวข้อการประชุม เจ้าประมุขเการู ้ เนื้อหาคร่าวๆ มาก่อนแล้วล่วงหน้าใช่หรือไม่ เพียงแต่ไม่สะดวกจะ อธิบายไว้ในจดหมาย?”เกาจวินกล่าว “เป็ นเช่นนี้จริง หรือจะพูดให้ถูกก็คือข้าไม่รู ้ แต่แค่ พอจะเดาเนื้อหาได้ ภูเขาลั่วพั่วต้องการตั้งกฎบางอย่างต่อใต้หล้า แห่งนี้ของพวกเรา”จ้าวจวี้หรานมองผู้ฝึกลมปราณโอสถทองเพียงหนึ่งเดียวของใต้ หล้าบ้านเกิดตัวเองแล้วถามว่า “ค าถามข้อสุดท้าย เจ้าประมุขเกาถูก สถานการณ์บังคับจึงจ าต้องเอนเอียงเข้าหาภูเขาลั่วพั่ว หรือยังคงมี ใจเอนเอียงเข้าหาบ้านเกิด”เกาจวินสีหน้าสดใส ยกสองมือขึ้นกุมหมัด เอ่ยเสียงจริงจังว่า “พูดถึงแค่เรื่องนี้ เกาจวินก็ขอให้ซานจวินทุกท่านวางใจได้เลย!”จ้าวจวี้หรานหัวเราะ พยักหน้าเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็วางใจแค่ใน เรื่องนี้แล้ว”อันที่จริงซานจวินขุนเขาตะวันออกที่มีชาติกาเนิดมาจาก วิญญาณวีรบุรุษผู้นี้คือคนที่ไม่เห็นดีต่อผลลัพธ ์การประชุมในครั้งนี้มากที่สุด กลัวก็แต่ว่าจะต้องสิ้นเปลืองความคิดจิตใจ คุยกันไปคุยกัน มา กลายเป็ นว่าคืนนี้ต้องเสียเวลาเปล่าเคยทาสงคราม เคยลงสนามรบ อยู่บนหลังม้ามาทั้งชีวิต แม้ว่า ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้พยายามอยู่ให้ห่างจากความขัดแย้งในราช ส านัก แต่สาหรับหลุมบ่อหรือความวกวนทั้งหลาย อันที่จริงไม่ใช่เรื่อง แปลกใหม่ส าหรับจ้าวจวี้หราน วิธีการของตัวเขาเองก็ยิ่งไม่แย่ ถึงได้ มีคุณูปการเหนือเจ้านาย แต่ฮ่องเต้กลับไม่เคยกริ่งเกรงเขา ทั้งเจ้า เหนือหัวและขุนนางอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง กลายมาเป็ นเรื่องเล่า ขานที่งดงาม ตอนมีชีวิตอยู่คุณูปการด้านการสู้รบเกริกก้อง หลัง ตายไปก็ได้รับเกียรติยศอย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็ นราชสานักในเวลานั้น หรือในต าราประวัติศาสตร ์ของโลกยุคหลังก็ล้วนถูกมองเป็ นบุคคล สมบูรณ์แบบตลอดกาลจ้งชิวราชครูแคว้นหนันเยวี่ยนในโลกยุคหลังก็มองจ้าวจวี้หราน เป็ นต้นแบบที่ดีที่สุดในหมู่ขุนนางปุ่นแม่ทัพบูและเวลานี้เอง ซ่งไหวเป้ าก็พลันเก็บสีหน้าเกียจคร ้านผ่อนคลาย สายตาของเขาก็ไม่สอดส่ายไปบนร่างของสตรีทั้งสองอย่างส่งเดชอีก แล้ว แต่ใบหน้าแผ่กลิ่นอายเข้มงวดดุดันฝ่ ามือสองข้างวางไว้บนหัว เข่า ใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “กษัตริย์ไม่รักษาความลับ ย่อมเสียแผ่นดิน คนไม่ปิ ดความลับ ย่อมเสียชีวิต เจ้าประมุขเกา สหายร่วมงาน ทั้งหลาย ในเมื่อเป็ นเช่นนี้พวกเราก็สามารถปิดประตูคุยธุระกันอย่าง จริงจังได้แล้ว”เกาจวินตกใจเล็กน้อย แต่นางก็ยังพยักหน้ารับ เลือกจะใช ้เสียง ในใจพูดว่า “เนื้อหาที่จะพูดต่อจากนี้ ข้าหวังว่าทุกท่านจะเก็บไว้เป็ น ความลับ ไม่แพร่งพรายออกไปข้างนอกแม้แต่คาเดียว นอกจากนี้ แล้วข้ายังจะร่ายค่ายกลชั้นหนึ่งเพื่อป้ องกันกาแพงมีหู เพื่อความ ปลอดภัยไว้ก่อน และจะต้องขอให้กงหูจวินช่วยร่ายวิชาอภินิหารแห่ง ชะตาชีวิต สร ้างไอน้าขึ้นมาปะปนกับโชคชะตาน้าและปราณ วิญญาณที่อยู่รอบๆ เกาะด้วย”กงฮวาพยักหน้า “ไม่ยาก บนเกาะและในอาณาเขตน่านน้าของ ทะเลสาบชิวชี่รอบเกาะ เดิมทีก็มีหมอกหนาตอนกลางคืนอยู่แล้ว”เกาจวินหยิบกล่องไม้สีเหลืองใบหนึ่งที่ลักษณะโบราณเรียบง่าย ออกมาจากชายแขนเสื้อ ใช ้นิ้วปาดไปบนแผ่นไม้ของกล่องใบเล็ก เบาๆ หนึ่งทีก็มีแสงสว่างเป็ นกลุ่มๆ ที่สีสันแตกต่างกันทยอยลอยตัว ขึ้นกลางอากาศ ส่องแสงกระพริบวูบหนึ่งทีก็หายวับไป พอออกไป จากห้องก็หลอมรวมเข้ากับม่านราตรี อ้อมวนไปรอบเรือนลั่วฮวาของ ในอาราม“อันดับแรกข้าจ าเป็ นต้องพูดจาเป็ นกลางแทนภูเขาลั่วพั่ว เจ้า ขุนเขาภูเขาลั่วพั่วเฉินผิงอัน คนผู้นี้ไม่ใช่คนที่มีเวทคาถาสูงแต่ไร ้ คุณธรรม เขาคือคนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างโดดเด่นแท้จริง”จาต้องยอมรับว่าเมื่อเกาจวินได้พบเจอกับมือกระบี่ชุดเขียวที่ ไม่ได้มีรูปโฉมเป็ นเด็กหนุ่มดังเดิมผู้นั้นอีกครั้ง นางก็รู ้สึกว่าเขามี เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครจริงๆ“หากอยู่ในยุทธภพที่พวกเราค่อนข้างคุ้นเคยก็สามารถเรียกเขา เป็ นปรมาจารย์ใหญ่อย่างสมชื่อได้เลย มีครบทั้งฝีมือและคุณธรรม น้าใจ มีมาดของปรมาจารย์และเสน่ห์ของเซียนกระบี่อย่างยิ่ง”“ก่อนหน้านี้เขาเคยแฝงตัวเข้ามาในพรรคหูซานของพวกเรา อย่างลับๆ โดยไม่ได้รับเชิญ มาเชิญให้ข้าไปเป็ นแขกที่ภูเขาลั่วพั่ว ด้วยตัวเอง ข้าติดตามเฉินผิงอันไปถึงที่นั่นก็เคยได้เห็นทุกการกระท า ทุ ก ค า พู ด ข อ ง เ ข า ต อ น ที่อ ยู่ บ น ภู เ ข า บ้า น ตัว เ อ ง ม า ก่ อ น ขนบธรรมเนียมประจาภูเขา ภาพบรรยากาศของพื้นที่ประกอบ พิธีกรรม ล้วนสอดคล้องกับภาพลักษณ์จวนเซียนในใจของข้าเมื่อ ครั้งอดีตอย่างมาก”การที่พูดว่า “เมื่อครั้งอดีต” ก็เพราะหลังจากที่เดินทางท่องเที่ยว ไปในใต้หล้ามาแล้วเกาจวินก็ได้เห็นความประหลาดความมหัศจรรย์ มากมาย รู ้สึกว่าค าว่าจวนเซียนจะต้องมีกลิ่นอายเขียนล่องลอยที่อยู่ ไกลจากโลกมนุษย์อย่างแน่นอนเจ้าของขุนเขาสายน้าที่แท้จริงสามารถนาตะวันจันทรามาเป็ น พื้นที่ประกอบพิธีกรรมภูเขาสายน้าอยู่ในเรือนพัก ห้ามหาบรรพต กลุ่มภูเขาก็คือหินฮวงจุ้ยในบ้านของตัวเอง เบื้องใต้สะพานแห่งความ เป็ นอมตะที่ผู้ฝึกลมปราณพิสูจน์มหามรรคาไม่เสื่อมสลายมีสายน้า นับพันนับหมื่นสายซึ่งรวมแม่น้าลาคลองทะเลสาบเป็ นหนึ่งในนั้นไหล รินผ่านซ่งไหวเป้ าเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนใจ “แม่นางเกา เจ้าประมุขใหญ่เกา ของข้า พวกเราเพิ่งจะเริ่มคุยเรื่องเป็ นการเป็ นงาน เจ้าก็เพิ่มปณิธาน ฮึกเหิมให้คนอื่น ดับบารมีอานาจของตัวเองเสียแล้วหรือ?”
้