ตอนที่ 2880
บทที่ 1067.3 ยุทธภพเงียบเหงาหนึ่งร ้อยปี
October 21, 2026
ทั้งสองฝ่ ายได้พบเจอกันก็ได้พูดคุยกันไปหลายคา แน่นอนว่า ตอนนั้นทั้งเกาจวินและเขาต่างก็มีใจระแวดระวังค่อนข้างมากจึงไม่ กล้าพูดเรื่องเกี่ยวกับการฝึกตนของตัวเองมากเกินไป ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่สวมกวานสูง ในมือถือแส้ปัดฝุ่ นยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “มองออกว่าเพิ่งจะไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี ตบะของเกาเซียนจวินก็ เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ขอแสดงความยินดีด้วย” ผู้ฝึ กลมปราณแห่งโลกมนุษย์ที่ดีแต่จะขโมยเอาโอกาสแห่ง สวรรค์ สูบดึงปราณวิญญาณแห่งฟ้ าดินอย่างบ้าคลั่งพวกนี้ หากได้ ครอบครองพื้นที่ฮวงจุ้ยมงคล ได้ฝึ กตนเดินขึ้นสู่ที่สูง ก็เป็ นการ เหนื่อยเพียงครึ่งแต่ได้ผลปประโยชน์เป็ นเท่าตัวจริงๆ เกาจวินนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งใบหนึ่งที่เป็ นตาแหน่งของตัวเอง “ที่ นั่ง” อยู่ข้างกายชิวชี่หูจวินผู้เป็ นเจ้าบ้าน เห็นได้ชัดว่าต าแหน่งของ นางสูงกว่าซานจวินห้ามหาบรรพตอยู่ระดับหนึ่ง นี่คือการแสดงความเคารพอย่างที่ไม่ต้องพูดอย่างหนึ่งที่ ทะเลสาบชิวขี่มีต่อเทพเซียนพสุธาในต านาน ผู้ที่ตบะสูงย่อมได้รับความเคารพเลื่อมใสคนที่เปิ ดปากแสดงความยินดีกับเกาจวินคือซานจวินขุนเขา เหนือในทุกวันนี้ คนบนโลกล้วนไม่มีใครรู ้ชื่อแซ่ของเขา รู ้แค่ฉายาที่ เขาเรียกตัวเองว่า “อวี้เตี้ยซ่างเหริน (คนบนท าเนียบหยก) ในช่วงเวลาที่ล่างภูเขาในอาณาเขตขุนเขาเหนือกาลังเจอกับ อากาศร ้อนแผดเผา แต่บนภูเขากลับมีหิมะทับถม เกาจวินได้บังเอิญ เจอกับนักพรตที่ขี่กวางขาว ในมือถือแส้ปัดฝุ่ นอยู่บนภูเขาผู้นี้ ตอน นั้นเขาบอกว่าตัวเองคือเทพภูเขาในพื้นที่ ต่อให้จะรู ้ทั้งรู ้ว่าเกาจวิ นคือผู้ฝึกลมปราณบนภูเขาที่ “บรรลุมรรคาแล้ว” แต่คาพูดคาจาก็ ยังคงวางโต ยังคงมองนางเป็ นคนเบื้องล่าง นักพรตกวางขาวมอง ตัวเองเป็ นเทพเบื้องบนอย่างภาคภูมิใจ ชายหนุ่มสวมชุดสีขาวเหมือนปัญญาชนคนหนึ่งมีสายตาลุ่ม หลง เอ่ยด้วยน้าเสียงอ่อนโยนว่า “แม่นางเกา นอกภูเขาต่างพูดกันว่า จากกันสามวันยาวนานเหมือนสามใบไม้ร่วง ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว คิดถึงเจ้ามากเหลือเกิน” ไปสืบข่าวมาแล้วว่าเจ้าประมุขคนปัจจุบันของพรรคหูซานผู้นี้ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงาน ในเมื่อมีบุพเพวาสนาเช่นนี้อยู่ ถ้า อย่างนั้นคู่บาเพ็ญเพียรของนางในอนาคตก็ไม่มีใครมาแย่งชิงกับตน ได้แล้ว ที่แท้ตอนที่อยู่ในอาณาเขตของขุนเขาตะวันตกที่มีกลุ่มยอดเขา สูงตระหง่าน แผ่อ านาจเคร่งขรึมทรงพลัง เกาจวินได้ไปเจอกับ ปัญญาชนหนุ่มที่ทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งมรรคาประหนึ่งเทพประหนึ่งเซียนผู้นี้ เขาเรียกตัวเองว่าซ่งไหวเป้ า ในอดีตเคยเป็ นคน ยากจนไร ้ชื่อเสียงในแคว้นหนันเยวี่ยน คนผู้นี้สร ้างหอเซียนที่โอ่อ่า งดงามขึ้นมาแห่งหนึ่งท่ามกลางกลุ่มก้อนเมฆสีเหลืองและสีชาดใน ภูเขาบ้านตัวเอง พื้นที่ประกอบพิธีกรรมมีชื่อว่าดินแดนเฟิ นอวิ๋น เสมียนขุนนาง “เหล่าทูตสวรรค์” กลุ่มใหญ่ นางกานัลเทพธิดาที่ เลื่อนขั้นเป็ นเซียน และยังมีสาวใช ้ประจ าห้องอีกนับไม่ถ้วนล้วนไม่ใช่ คนมีชีวิต แต่เป็ นผีภูเขาเป็ นผีพราย หรือไม่ก็เป็ นภูตที่หลอมเรือน กายได้ส าเร็จ เห็นได้ชัดว่าขุนเขาตะวันตกคือภูเขาแห่งแรกในโลกมนุษย์ที่ ตั้งใจระดมกาลังผู้คน ซ่งไหวเป้ าได้เก็บรวบ “ผู้ที่ไม่ใช่คน” ทั้งหมด ในอาณาเขตของขุนเขาบ้านตัวเองมาไว้นานแล้ว หากพูดถึงแค่จ านวนสมาชิกมากน้อยของกองก าลังบนภูเขา ดู เหมือนว่าอันที่จริงก็ยังเป็ นจวนซานจวินของขุนเขาตะวันตกแห่งนี้ ที่มาเป็ นอันดับหนึ่ง นาทุกคนไปไกลไม่เห็นฝุ่ นทิ้งเพื่อนร่วมงานใน วงการภูเขาสายน้าไว้เบื้องหลังไกลมากแล้ว ซานจวินขุนเขาใต้คือ “เด็กน้อย” หน้าตาเฉยเมยที่มีชื่อว่าไหว เซี่ย เขาแต่งตัวประหลาดที่สุด ทัดดอกไม้ไว้บนมวยผม สวมชุดผ้า ป่าน สวมรองเท้าสานพกลูกธนูที่ทาหยาบๆ ไว้เต็มเอวเกาจวินออกเดินทางท่องเที่ยวไปครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ตบะของนาง ได้พัฒนาไปแล้วไม่น้อย ถึงได้มองรากฐานมหามรรคาของซานจวิน ขุนเขาใต้ออกว่าเป็ นภูตประหลาดแห่งภูเขาสายน้าที่มีภาพ บรรยากาศแห่งความเที่ยงตรง อันที่จริงส่วนลึกในใจของเกาจวิน เมื่อเทียบกับแขกทุกคนใน ห้องแล้ว แขกที่นางเคารพนับถือที่สุดยังคงเป็ นคนผู้หนึ่งที่จงใจทิ้ง ระยะทางจากซานจวินท่านอื่นๆ ก็คือซานจวินขุนเขาตะวันออกที่ หลับตาไม่พูดไม่จาผู้นั้น และเขาก็เป็ นซานจวินมหาบรรพตใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่มีชาติ ก าเนิดมาจากผี ปี นั้นตอนที่อยู่ตีนเขาของขุนเขาโอฬารซึ่งตั้งอยู่ที่ชายหาด ตะวันออก เกาจวินที่ยังไม่ได้ขึ้นเขาก็เคยเห็นมังกรร ้ายที่ก่อคลื่นลม มรสุมอยู่ในสระลึกกับตาตัวเอง มันลากเอาเรือนกายใหญ่โตยาวร ้อย จั้งเลื้อยขึ้นไปบนภูเขา แต่กลับถูกเทพองค์หนึ่งที่พิทักษ์ขุนเขาเผย ร่างกายธรรมใหญ่ยักษ์ ในมือถือตราประทับอาคมที่แกะสลักเป็ น อักษรเหนี่ยวจ้วนซัดมันกลับลงไปในสระมังกร ปากอมกฎสวรรค์ ออกโองการลงโทษให้มันบ าเพ็ญตนอยู่ในสระลึกสามร ้อยปี ถึงจะ กลับมาเห็นแสงตะวันได้อีกครั้งส่วนนอกเหนือจากมหาบรรพตใหญ่พวกนี้แล้ว ยามที่อยู่ระหว่าง ขุนเขาตระหง่านและแม่น้าทะเลสาบไร ้ชื่อเสียง เกาจวินก็ได้เห็นคน ประหลาดมามากมาย เคยเห็นสมบัติวิเศษแห่งฟ้ าดิน เห็นต้นไม้โบราณพืชพรรณเขียนที่งอกงามตามลาดับ กลิ่นอายแห่งมรรคาแผ่ อบอวล เดี๋ยวรวมตัวเดี๋ยวแยกจากไม่แน่นอน โชควาสนาผุดขึ้นจาก สี่ทิศ โชคชะตาภูเขาสายน้าไหลริน เมืองหลวงของราชวงศ์โลก มนุษย์มีปราณมังกรล้อมวน พื้นที่ฮวงจุ้ยมงคลทั้งหลายทยอยกันมี เค้าโครงของพื้นที่ประกอบพิธีกรรมหยกทองและถ้าสถิตจวนเซียนที่ เหมาะให้ผู้ฝึกลมปราณมาบุกเบิกโลกมนุษย์ใหม่เอี่ยมเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาคือ “ภาพเหตุการณ์ประหลาดที่รอคอยให้ฟ้ าประทานฝนรส หวานลงมา” อย่างที่บรรพจารย์อวี๋กล่าวถึง หลังจากที่พื้นที่มงคลราก บัวเลื่อนเป็ นพื้นที่มงคลระดับสูงก็มีการก่อกาเนิดตามโชคชะตา หยิน หยางฟูมฟักมหามรรคาถูกจาแลงขึ้นมามากมายคืนนี้ในเรือนลั่วฮวาแห่งนี้ สุ่ยจวินกงฮวาคือเจ้าบ้าน ซานจวินห้า ท่านคือแขกผู้มีเกียรติ เจิ้งเฟิ่งโจวแห่งขุนเขากลาง จ้าวจวี้หรานแห่ง ขุนเขาตะวันออก อวี้เตี๋ยซ่างเหรินแห่งขุนเขาเหนือ ซ่งไหวเป้ าแห่ง ขุนเขาตะวันตก ไหวเซี่ยแห่งขุนเขาใต้เกาจวินรับชาร ้อนถ้วยหนึ่งที่หูจวินหญิงข้างกายส่งมาให้ เอ่ย ขอบคุณหนึ่งคา ใช ้สองมือประคองถือถ้วย พูดเข้าประเด็นโดยตรงว่า “ข้าเคยไปเยือนนอกฟ้ ามาแล้วรอบหนึ่ง เพิ่งจะกลับมาเมื่อไม่นานนี้”เกาจวินเพิ่งจะพูดเปิดประเด็น ซ่งไหวเป้ าก็รีบยิ้มบางๆ พูดคล้อย ตามทันที “รู ้สึกเป็ นอย่างไรบ้าง เป็ นเหมือนอย่างที่ในตาราบอกว่า ผู้ที่นั่งปากบ่อมองฟ้ าบอกว่าฟ้ าดินเล็ก แต่หาใช่ฟ้ าดินเล็กไม่ จริง ไหม?”เขาไม่ชอบกลอนคู่ที่อยู่หน้าประตูของอารามต้ามู่มานานแล้ว แสร ้งทาเป็ นลี้ลับซับซ ้อน พูดจาวางโตโดยไม่ละอาย แค่มองก็รู ้ว่า เป็ นลายมือของคุณชายผู้สูงศักดิ์คนนั้นท าเอาเขาสะอิดสะเอียนแทบ แย่ตอนนั้นซ่งไหวเป้ ายืนอยู่หน้าประตูก็อดกลอกตามองบนติดๆ กัน ไม่ไหว เกือบจะหันหลังเดินกลับไปแล้วหากไม่เป็ นเพราะคิดถึงแม่นางเกาที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกเห็น เขาก็ไม่ยินดีจะเดินเข้ามาในอารามแห่งนี้ด้วยซ้าเกาจวินพูดด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “เหนือฟ้ ายังมีฟ้ า ผู้ฝึกลมปราณ ของที่นั่นที่เป็ นเหมือนข้า พูดถึงแค่คนเป็ นขอบเขตโอสถทอง เพิ่งจะ เดินข้ามธรณีประตูของเซียนดินเข้าไปก็มีเยอะมากแล้ว”สีหน้าของเด็กหนุ่ม “ไหวเซี่ย” มืดทะมึน พูดเสียงทุ้มหนักว่า “ตามบันทึกลับที่มีอยู่ในหอจิ้งหย่าง ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนทุกๆ สามวัน ห้าวันก็จะมี “เจ๋อเซียน” ของที่แห่งนั้นวิ่งมาทาตัวกร่างอยู่ในพื้นที่ ของพวกเรา ท าตามใจปรารถนา ไม่ใช่ก่อกวนแคว้นก็ท าให้ใต้หล้า ปั่นป่ วนจนโกลาหลวุ่นวาย หรือไม่ก็ชอบฆ่าคนบริสุทธิ์ในยุทธภพ พร่าเพื่อ พูดถึงแค่ครั้งล่าสุดเจ๋อเซียนที่สามารถยืนยันสถานะได้ก็คือ กลุ่มที่มีโจวเฝยแห่งตาหนักคลื่นวสันต์และลู่ฝ่ างแห่งยอดเขาเหนี่ยวค่านเป็ นหนึ่งในนั้น บางคนก็ตายไปในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยน แล้วบางคนก็ยังไม่ตาย แต่ขึ้นไปบนหัวกาแพงแล้วจากไป เชื่อว่าใน เอกสารที่อยู่ในคลังลับของพรรคหูซาน เรื่องลับๆ ของพวกเซียนใน ดินแดนเบื้องบนพวกนี้มีแต่จะถูกบันทึกไว้มากยิ่งกว่า”พอประโยคนี้เอ่ยออกมา ทั้งเจ้าบ้านและแขกที่อยู่ในห้องต่างก็ เงียบงันไร ้ค าพูด คนในห้องเหมือนกาลังนั่งเข้าฌานในที่สุดเจิ้งเฟิ่ งโจวก็เป็ นคนท าลายความเงียบ “ขอถามเจ้า ประมุขเกาหน่อยเถิดว่านอกฟ้ าแห่งนั้น ผู้ฝึกลมปราณที่ขอบเขตสูง ที่สุด มรรคกถาสูงถึงขนาดไหน? พวกเรามีข้อให้อ้างอิงหรือไม่?”เกาจวินยิ้มเจื่อนเอ่ย “ตบะสูงมากจริงๆ ไม่อาจคานวณได้เลย”ตอนที่อยู่ภูเขาพอวิ่นมหาบรรพตอุดรของแจกันสมบัติทวีป เกาจ วินเคยมีการสอบถามที่ค่อนข้างละลาบละล้วงต่อเว่ยซานจวินว่า นาง จะสามารถท าการถามมรรคาประลองเวทคาถากับขอบเขตก่อก าเนิด ที่ปีนั้นขอบเขตเท่าเทียมกับอาจารย์ได้หรือไม่แต่ตอนนั้นเว่ยป้ อเพียงแค่ส่ายหน้ายิ้มๆ ปฏิเสธเกาจวินไปอย่าง ละมุนละม่อม พูดแค่ว่าาสามารถอ่านตาราที่เก็บสะสมไว้ในจวนให้ มากหน่อยได้ การรบราฆ่าฟันก็ไม่จ าเป็ นแล้วในเมื่อแม้กระทั่งขอบเขตก่อกาเนิดที่ถือว่าอยู่ในขอบเขตของ เซียนดิน เกาจวินก็ยังไม่เคยได้สัมผัสตบะสูงต่าและพลังพิฆาตแข็งแกร่งและอ่อนแอของอีกฝ่าย แล้วจะเอาอะไรมาพูดถึงห้าขอบเขต บนที่เหนือเกินกว่าก่อกาเนิดขึ้นไป?!