ตอนที่ 2879
บทที่ 1067.2 ยุทธภพเงียบเหงาหนึ่งร ้อยปี
October 21, 2026
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ผลคือมีคาว่าแต่ว่า แต่ว่าถูกคนนอกพิศ มรรคาไปรอบหนึ่ง ข้าใช ้ตะกร ้าไม้ไผ่ตักน้า เรื่องอย่างการให้ข้าไป เสี่ยงดวงนี้ ช่าง…ยากเกินกว่าจะอธิบายได้หมดในค าเดียวจริงๆ” หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะฮ่าๆ “ยังเป็ นเหมือนเดิมจริงเสียด้วย” กู้ช่านยกเท้าที่อยู่ใต้โต๊ะเตะน่องเล็กหลิวเสี้ยนหยางไปหนึ่งที หลิวเสี้ยนหยางเจ็บจึงถลึงตาใส่ “ระวังหน่อย อย่าเตะโดนเป้ ากางเกง ของนายท่านใหญ่เข้าล่ะ อีกเดี๋ยวข้าจะต้องจัดงานเลี้ยงเข้าหอแล้ว ไม่อาจให้พี่สะใภ้ของพวกเจ้าเป็ นหม้ายได้นะ” กู้ช่านเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็พูดเหน็บแนมให้น้อยหน่อย” หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างเดือดดาล “จะเป็ นคาพูดเหน็บแนมได้ อย่างไร พวกเราสามคน มีใครบ้างที่มีชาติกาเนิดดีคาบซ ้อนเงินช ้อน ทองมาเกิด หากพี่ชายถือกาเนิดจากถนนฝูลู่หรือตรอกเถาเย่ พูดจา ไม่น่าฟัง นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่ายืนพูดไม่ปวดเอว ตอนที่ข้ารู ้จักกับ พวกเจ้า เคล็ดสุดยอดวิชา ฝี มือการเอาตัวรอดสารพัดอย่าง มี อะไรบ้างที่นายท่านใหญ่อย่างข้าไม่หัวไวเข้าใจได้เร็ว ลูกหลานคน ยากจนดูแลครอบครัวเร็ว นี่คือความสามารถเฉพาะตัวที่แค่มองจาก คนอื่นก็ทาได้แล้ว” เฉินผิงอันได้แต่ช่วยพูดไกล่เกลี่ย ชินไปแล้วก็ดีเองกู้ช่านครุ่นคิด ก่อนจะยกชามเหล้าขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็ชนกัน หน่อย” หลิวเสี้ยนหยางยื่นมือมากดชามเหล้า เขาไม่เต็มใจแล้ว “ชน อะไรกัน เมื่อครู่เจ้าลังเลไม่จริงใจแบบนี้ ข้าเสียใจมากนะ” กู้ช่านจึงก่นด่าแทน ล้วนเป็ นเคล็ดวิชาของ “ศาลบรรพจารย์” ที่ มองไม่เห็นจากเมืองเล็กบ้านเกิด คาด่าล้วนไม่ซ้าเดิม บรรพบุรุษสิบ แปดรุ่น ใครก็อย่าหวังว่าจะหนีได้ เฉินผิงอันเองก็ไม่ห้าม ยิ้มมองเรื่องสนุก หลิวเสี้ยนหยางคิด อยากจะโต้คืน ไหนเลยจะใช่คู่ต่อสู้ของกู้ช่าน เพราะถึงอย่างไรใน อดีตคนรุ่นเยาว์และเด็กบ้านใกล้เรือนเคียงของเมืองเล็ก ทุกคนต่างก็ ให้การยอมรับว่าเจ้าขี้มูกยึดของบ้านหญิงหม้ายตรอกหนีผิงมี “พรสวรรค์ดีที่สุด ทะเลาะกับคนอื่นดุเดือดที่สุด อายุน้อยที่สุด ทว่าคา ด่ากลับมีแต่ค าแปลกใหม่ เป็ นเหตุให้แม้กระทั่งยายหม่าของตรอก ซิ่งฮวาก็ยังเคยเสียเปรียบเขามาก่อน ที่หน้าประตูบ้านของนางมักจะ มีอีกองหนึ่งตั้งแต่เช ้าตรู่ ประตูบ้านและนอกก าแพงเรือนของบ้านนาง ล้วนมีแต่น้ามูกสีเหลืองชวนขยะแขยง หญิงชราเองก็นึกอยากจะจับ ตัวเจ้าลูกกระต่ายน้อยตรอกหนีผิงที่สมควรโดนแทงพันครั้งผู้นั้นมา ลงโทษ แต่ทุกครั้งเมื่อนางจงใจปิดไฟรอเฝ้ าตอนกลางคืนกลับมิอาจ อดทนได้นานกว่าเจ้าตะพาบน้อยที่ฉลาดเฉลียวผู้นั้น มาถึงภายหลัง หญิงชราก็สู้เจ้าขี้มูกยึดน้อยที่เชี่ยวชาญการวางแผนก่อนแล้วค่อย ลงมือไม่ไหวจริงๆ มีครั้งหนึ่งตอนที่ไปตักน้าที่บ่อโซ่เหล็ก นางถึงได้ฝื นนิสัยพูดจาดีๆ กับนังจิ้งจอกหญิงหม้ายผู้นั้นอย่างที่หาได้ยาก หญิงหม้ายกลับมาที่ตรอกหนีผิงด้วยความอารมณ์ดี ราวกับได้ฉลอง ปีใหม่อย่างไรอย่างนั้น นางเล่าเรื่องนี้ให้ลูกชายฟัง เจ้าขี้มูกยึดน้อยที่ อยู่ในบ้านแค่ฟังไปเงียบๆ หลังจากนั้นมาตรอกซิ่งฮวาถึงได้ไม่ สกปรกโสมมถึงเพียงนั้นอีกแล้ว หญิงชราจนใจกับเรื่องนี้แต่ก็ท า อะไรไม่ได้ นางไม่กล้าปากมากอีกแล้ว ได้แต่กล้าด่าเป็ นการส่วนตัว ว่าในบ้านหญิงหม้ายมีมารผจญมาเกิด ช่างเป็ นเวรเป็ นกรรมแต่ชาติ ปางก่อนจริงๆ คอยดูเถอะ ไม่ช ้าก็เร็วต่อให้คนไม่จัดการ สวรรค์ก็ ต้องจัดการแทน… การด่ากันครั้งนี้ผลแพ้ชนะไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น ผลคือถึง ท้ายที่สุดหลิวเสี้ยนหยางก็ได้แต่ดื่มเหล้าไปด้วยสีหน้าอัดอั้น ไม่ดื่มก็ โดนด่า ข้ามัวท าอะไรอยู่กันนะ หลิวเสี้ยนหยางพลันเอ่ยว่า “เฉินผิงอัน เจ้าเป็ นอะไรของเจ้า ไม่ คิดถึงพี่น้องของตัวเองขนาดนี้เลยหรือ? พวกเราสองคนต่างก็เป็ นผู้ ฝึ กกระบี่นะ เรื่องอย่างการเสี่ยงดวงนี้ เจ้าไม่เชี่ยวชาญ แต่ข้า เชี่ยวชาญไม่ใช่หรือไร?” กู้ช่านเกือบจะด่ากราดออกไปอีกครั้งแล้ว เพียงแต่อดกลั้นเอาไว้ สานักกระบี่หลงเฉวียนก่อกรรมท าเข็ญมามากถึงเพียงใดกันนะถึง ได้มาเจอกับเจ้าส านักคนใหม่ที่พึ่งพาไม่ได้แบบนี้ เฉินผิงอันกล่าว “ข้าเคยคิดเรื่องนี้นานแล้ว แต่เจ้าคิดว่า เหมาะสมไหมล่ะ?”ข้ายินดี เจ้าสานักหลิวอย่างเจ้าก็ยินยอม แต่ทางฝั่งของสานัก กระบี่หลงเฉวียนล่ะ? อีกฝ่ ายยินดีติดค้างน้าใจเช่นนี้กับภูเขาลั่วพั่ว ไหม? หากไม่ทันระวัง ข้ากลัวว่าจะไม่ได้ดื่มสุรามงคลของเจ้าด้วยซ้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวให้นายท่านใหญ่หลิวอย่างเจ้าเลย หลิวเสี้ยนหยางถอนหายใจ “เหตุผลข้อนี้ค่อนข้างจะถูกต้อง ถ้า อย่างนั้นเรื่องนี้ก็ให้ผ่านไปแล้วกัน วันหน้าค่อยว่ากันใหม่”เฉินผิงอันยกชามเหล้าขึ้น “อุตส่าห์ได้มารวมตัวกันทั้งที พวก เรามาดื่มกันหน่อย”ต่างคนต่างดื่มเหล้า หลิวเสี้ยนหยางเช็ดมุมปาก วางชามว่าง เปล่าลง หัวเราะร่าเอ่ยว่า “พวกเราต่างก็ไม่ชอบฟังคนอื่นอธิบาย หลักการเหตุผล ฟังหลักการเหตุผลไปแล้ว ตัวเองก็ท าไม่ได้ เหมือน ขอยืมตะกร ้าใส่ถ่านใบหนึ่งมาจากคนอื่นในหน้าหนาว อังความ อบอุ่นขับไล่ไอหนาวได้ครู่เดียวก็ต้องมอบกลับคืนไป ทันใดนั้นก็รู ้สึก ว่าหน้าหนาวนี้หนาวกว่าเดิมอีกดังนั้นมียังสู้ไม่มีดีกว่า”กู้ช่านเอ่ย “ยิ่งเหมือนคนที่สวมเสื้อผ้าบางๆ เดินอยู่บนถนนตอน ที่อากาศหนาวเหน็บแล้วมองเห็นว่าในมือของคนที่เดินมาบนเส้นทาง คือตะกร ้าถ่านที่สานจากไม้ไผ่อุ่นๆ ใบหนึ่งเพียงแค่เพราะว่าหลักการ เหตุผลของพวกเขาสามารถทาให้พวกเขามีชีวิตที่ดีได้”เฉินผิงอันเคี้ยวเนื้อปลา จิบเหล้าหนึ่งอีก ยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องเป็ นอาจารย์สั่งสอนผู้อื่น แค่ทาชีวิตของตัวเองให้ดีก่อน ระหว่างมีหรือไม่มีรสชาติ เก่งหรือไม่เก่ง ถึงอย่างไรก็ต้องเดินกันไป เอง ดอกถึงจะออกผล”หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างตกตะลึง “นี่มันคาพูดคนเมาอะไรกัน เพิ่งจะเริ่มดื่มก็เมาแล้วหรือ”กู้ช่านเอ่ย “ดื่มเหล้าอาศัยปาก เจ้าพูดให้น้อยหน่อยเถอะ ดื่ม เหล้าก็คือดื่มเหล้า อย่าเห็นเป็ นฉี่กาหนึ่ง”หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เฉินผิงอัน เจ้าไม่ควบคุมเขา หน่อยหรือ? เจ้าไม่ควบคุมเจ้าขี้มูกยึดน้อยที่ปากเต็มไปด้วยอาจม ข้าก็จะควบคุมเจ้าแทนแล้วนะ!”เฉินผิงอันยกมือขึ้นตบหัวกู้ช่าน “เถียงชนะก็คือแพ้ หลักการ เหตุผลที่ตื้นเขินแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือ ดื่มเหล้าของเจ้าไปเถอะ”ทั้งๆ ที่คนลงมือคือเฉินผิงอัน กู้ช่านกลับมองหลิวเสี้ยนหยาง หลิวเสี้ยนหยางเกือบจะดื่มเหล้าพร ้อมกับน้าตาแห่งความช้าใจอยู่ แล้ว เขาเอ่ยว่า “พี่น้องทั้งหลาย อย่ามัวสนใจเรื่องไม่เป็ นเรื่องอยู่เลย คนสามคนบนโต๊ะ ทุกคนต่างก็เป็ นเจ้าส านักกันแล้วนะ”ก็จริง ใครเล่าจะคิดได้ว่าภูเขาลูกเล็กของบ้านเกิดในอดีตที่กอด กันเพื่อหาความอบอุ่นคืนนี้มาดื่มร่วมโต๊ะกัน เพียงไม่นานทุกคนก็ได้ เป็ นเจ้าส านักสามคนของใต้หล้าไพศาลแล้วกู้ช่านมองหลิวเสี้ยนหยางแล้วดื่มเหล้าของตัวเองไปเงียบๆ ชาม หนึ่ง ดื่มหมดแล้วก็รินให้ตัวเองเต็มอีกชาม ยังคงดื่มเงียบๆ อีกครั้ง กระทั่งกู้ช่านคิดจะดื่มเป็ นชามที่สาม หลิวเสี้ยนหยางก็เริ่มลนลาน แล้ว ดอกบัวขาวนี้ไม่ใช่เหล้าฤทธิ์แรงอะไร แต่หากกู้ช่านดื่มขนาดนี้ ก็ยังเมาได้ จึงใช ้สายตาบอกเป็ นนัยแก่เฉินผิงอัน เจ้าขี้มูกยึดน้อยก็มี แต่เจ้าที่ควบคุมได้ อย่าปล่อยให้เจ้าหมอนี่ดื่มเหล้าอย่างห้าวหาญ ขนาดนี้ เฉินผิงอันกลับส่ายหน้า บอกเป็ นนัยว่าไม่ต้องสนใจ หลิว เสี้ยนหยางมองกู้ช่านที่ดื่มเหล้าชามที่สามจนหมด แล้วจึงหันไปมอง เฉินผิงอันใช ้สายตาสอบถามว่ากู้ช่านกินยาผิดขนานหรือ? เฉินผิง อันหัวเราะ เขารู ้ต้นสายปลายเหตุดี แต่กลับไม่ได้พูดอะไรบ้านเกิดในอดีต หลิวเสี้ยนหยางและกู้ช่านต่างก็มีคนที่ตัวเอง พึ่งพาเป็ นชีวิตให้แก่กันและกัน กู้ช่านเป็ นมารดาที่เลี้ยงดูมาจนเติบ ใหญ่ ส่วนหลิวเสี้ยนหยางเองนับตั้งแต่จาความได้ ในบ้านก็มีแค่ท่าน ปู่เท่านั้นท่านปู่ ของหลิวเสี้ยนหยางคือผีขี้เหล้าที่ขึ้นชื่อ ติดสุราเป็ นชีวิต จะต้องดื่มเหล้าต้มสองตาลึงที่ร ้านเหล้าทั้งหลายแทบทุกวัน ยืนดื่มจน หมด คุยเล่นเสร็จแล้วค่อยกลับบ้านไม่แน่เสมอไปว่าจะจ่ายเงินซื้อได้ไหวทุกครั้ง จึงได้แต่ไปขอเหล้า ดื่มโดยไม่จ่ายเงิน ขอให้คนอื่นเลี้ยงเหล้า ดื่มจนเสพติดก็จะทาหน้า หนาไปขอคนอื่น ไม่ว่าไกลหรือใกล้ล้วนต้องได้ยินชื่อเสียงของเขา ด้วยเหตุนี้จึงเคยสร ้างเรื่องตลกไว้มากมาย แม้กระทั่งถนนฝูลู่และตรอกเถาเย่ก็ยังได้ยินเรื่องราวของผีขี้เหล้าหลิว ดังนั้นหลิวเสี้ยนห ยางจึงไม่เคยเรียนหนังสือไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแม้แต่วันเดียว นับตั้งแต่เล็กก็เริ่มทางาน ตอนเป็ นเด็กหนุ่มก็มักจะทะเลาะต่อยตีกับ คนอื่นเป็ นประจา และทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็เพราะคนวัยเดียวกัน หรือไม่ก็ชายฉกรรจ์ทั้งหลายเอาเรื่องท่านปู่ ของเขามาล้อ ภายหลัง ได้รู ้จักกับเฉินผิงอันแห่งตรอกหนีผิง แล้วจึงได้รู ้จักกับแมลงตามก้นที่ อยู่ข้างกายเฉินผิงอัน มีครั้งหนึ่งกู้ช่านถูกหลิวเสี้ยนหยางแกล้งจน โมโหจึงเริ่มร่ายวีรกรรมอันเลื่องลือของผีขี้เหล้าหลิวขึ้นมาบ้าง…..นั่น เป็ นครั้งแรกที่เฉินผิงอันโกรธเจ้าขี้มูกยึดน้อย หลังจบเรื่องกู้ช่าน น้อยใจอย่างมาก เขานั่งร ้องไห้โฮอยู่บนคันนา รอกระทั่งมือข้างหนึ่ง วางลงบนศีรษะ เจ้าขี้มูกยึดน้อยที่ร ้องไห้จนเหนื่อยแล้วถึงได้ถามเสียง สะอื้นว่า หลิวเสี้ยนหยางพูดจาไม่น่าฟังขนาดนั้น ข้าจะพูดบ้างไม่ได้ เลยหรือ? ตอนนั้นเฉินผิงอันเอ่ยแค่ประโยคเดียวว่า เจ้าลองคิดดูให้ ดีๆ ว่าหลิวเสี้ยนหยางเคยพูดถึงแม่ของเจ้าสักครั้งไหม?เด็กน้อยเงียบเสียงลง เพียงแค่สูดน้ามูก เด็กหนุ่มรองเท้าสานที่ อยู่ข้างกายจึงยื่นมือมาช่วยเช็ดน้าตาและน้ามูกให้กับเด็กน้อยสุดท้ายเด็กหนุ่มร่างผอมแห้งก็แบกเด็กน้อยขึ้นหลังกลับบ้านไป ด้วยกัน เดินอยู่บนคันนา ภายใต้แสงสนธยา เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ กลับยังไม่ได้เดินจากไปไกล เขาคลี่ยิ้มกว้างชูหญ้าหางสุนัขในมือขึ้น โบก บนหญ้าเส้นนั้นร ้อยปลาในลาธารที่เพิ่งจะจับมาได้เรื่องทานองนี้ ดูเหมือนว่าหลิวเสี้ยนหยางเกิดมาก็เป็ นคนขี้ลืม เขาไม่เคยจดจ าความแค้น ไม่เคยเก็บมาใส่ใจแต่กู้ช่านที่ความจาดีมากมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งยังไม่เคยยอมรับผิด ยิ่งไม่ชอบพูดขอโทษกลับต้องยังจ าได้แน่นอน