ตอนที่ 2887
บทที่ 1069.1 ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องเล็ก
October 21, 2026
ในอาณาเขตของอิ่งชวนมีม้าสามตัวขี่เคียงข้างกันมาท่ามกลาง ลมพายุหิมะ มุ่งหน้าไปตามพิกัดบนแผนที่ แยกออกจากทางหลวงที่ ค่อนข้างกว้างขวางเข้าสู่ทางเส้นเล็กสายหนึ่งในภูเขา ยามเที่ยงวัน เพียงแค่เพราะหิมะใหญ่เท่าขนห่านครั้งนี้ตกลงมา ไม่หยุด การมองเห็นของคนทั้งสามจึงพร่าเลือน เป็ นเหตุให้เส้นทาง สายเล็กระหว่างภูเขาที่เดิมทีก็คดเคี้ยวอยู่แล้วยิ่งเดินทางได้ลาบาก โชคดีที่ม้าของพวกเขาสามคนไม่ใช่ม้าชั้นเลว แต่เป็ นม้าพันธ ์ดีที่มา จากศูนย์เต้าหย่วนของเมืองหลวง ว่ากันว่าเป็ นทายาทของเจียวภูเขา แม้ว่าสายเลือดจะเจือจางไปบ้างแล้ว แต่กระนั้นก็ยังสามารถขึ้นเขาลง ห้วยได้เหมือนเดินบนพื้นราบ การออกเดินทางครั้งนี้ นอกจาก เอกสารผ่านด่านของพวกเขาแล้ว สิ่งที่สาคัญที่สุดยังคงเป็ นเอกสาร ที่มาจากลายมือของรองเจ้ากรมขุนนางแห่งเมืองหลวง จากนั้นมีเจิน เหรินผู้พิทักษ์แคว้นเป็ นผู้ลงนาม แล้วจึงผ่านการตรวจสอบของ อารามเต๋าที่ใหญ่ที่สุดของหรูโจวจึงจะออกเอกสารนี้มาได้ ม้าตัวที่เป็ นผู้นาคือหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมหมวกม่านสีดา บน ร่างสวมชุดเต๋าสีเขียวมรกตหนาชั้นอบอุ่น คิ้วโก่งโค้งพวงแก้มอวบอิ่ม เรือนร่างมองดูคล้ายผอมแต่แท้จริง กลับอวบ นางขี่ม้าพันธ ์ดีสีเหลืองอ่อนจางตัวหนึ่งรองเท้าปักคู่นั้นเผยให้เห็นว่ามีการแต้มสีทองลงไปบางเบา ม้าสองตัวด้านหลังคือหนึ่งชายหนึ่งหญิง บุรุษขี่ม้าสีดา แต่งกาย ด้วยชุดเต๋สีเขียวเรียบง่าย บนศีรษะสวมงอบไม้ไผ่สาน สะพายกระบี่ สตรีเรือนกายแข็งแกร่งกายา เดิมทีผิวพรรณก็ดาคล้าอยู่แล้ว ยิ่ง อยู่ใต้หิมะขาวโพลนเช่นนี้ก็ยิ่งขับให้นางดาเกรียมเป็ นถ่านมาก กว่าเดิม แต่นางกลับสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด สวมกระโปรงแดงสีชาด ที่ปักลายกลุ่มบุปผาสีทอง ตรงชายแขนเสื้อปักเป็ นลายนกหลวน ในฐานะสาวใช ้ผู้ติดตาม อายุของนางยังไม่มาก เพียงแต่ว่าร่าง ก าย าไปสักหน่อย ตรงเอวพกดาบที่เรียบง่ายเล่มหนึ่ง และม้าที่นางขี่ก็เป็ นม้าสูงใหญ่ สองข้างของตัวม้าห้อยหีบใบเก่า ไว้ข้างละใบ หีบใบหนึ่งบรรจุเสื้อผ้า อีกใบหนึ่งบรรจุตารา และยังมีวัตถุฟางขุ่นมูลค่าควรเมืองอีกชิ้นหนึ่งที่คุณหนูมอบให้ นางดูแลพร ้อมกัน คือสมบัติหนักที่นายท่านผู้เฒ่าของตระกูลมอบให้ คุณหนูตอนที่นางเลื่อนเป็ นขอบเขตถ้าสถิต มีวัตถุฟางขุ่น การออกเดินทางครั้งนี้ของพวกเขาถึงคล่องตัว เพราะมีสัมภาระน้อยนอกจากห่อสัมภาระที่ต่างคนต่างสะพายไว้บน ไหล่และหีบสองใบที่ห้อยไว้ข้างอานม้าแล้วพวกม้านั่งที่พับได้ กล่อง ใส่อาหารรวมไปถึงกระปุกขวดทั้งหลายล้วนบรรจุไว้ในวัตถุฟางชุ่น ทั้งหมดสตรีที่มารับหน้าที่เป็ นผู้ดูแลอารามเล็กที่อาเภอฉางเส้อเขตอิ่ง ชวนมีชื่อว่าเจี่ยนซู่ เมื่อฤดูหนาวของปี ก่อน นางเพิ่งจะเลื่อนเป็ น ขอบเขตถ้าสถิต ตอนนี้ยังไม่มีฉายา ศิษย์พี่ไฉอวี้ นามหยวนเจีย ขอบเขตชมมหาสมุทร ฉายา “เสิง โม่” ภูมิลาเนาไม่ได้อยู่ที่แคว้นหนันซานซึ่งอยู่ใต้อาณัติของเขตอิ่ง ชวน แต่เป็ นแคว้นกูลวี่ซึ่งเป็ นที่ตั้งพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของพรรค จินกั่ว ในอาณาเขตของแคว้นมีต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้ า มีชื่อเสียง อย่างมากในหรูโจวของมืดสลัวสาวใช ้ซูเฉิง ชื่อเล่นว่าฮวาเชี่ยว คือ “คนคลั่งดอกไม้” อย่าง แท้จริง เชี่ยวชาญการปลูกพืชพรรณดอกไม้นานาชนิด แต่จะถนัด ปลูกดอกโบตั๋นมากเป็ นพิเศษ สวนดอกไม้ของตระกูลเจี่ยนค่อนข้าง มีชื่อเสียงอยู่ในเมืองหลวง คุณความชอบครึ่งหนึ่งก็ต้องยกให้กับฮวา เชี่ยวหนึ่งปีที่ผ่านมาดินฟ้ าอากาศค่อนข้างจะแปลกประหลาด ตอน แรกก็เป็ นหน้าร ้อนของเมื่อปีก่อนที่แล้งหนัก เรียกได้ว่าไม่เคยเจอมา ก่อนในรอบห้าร ้อยปี เทพวารีของแต่ละมณฑลและเซียนน้าสายต่างๆ ในใต้หล้าต่างก็โอดครวญกันไม่ขาดปาก ได้ยินมาว่าพ่อปู่ ล าคลอง หลายคนถูกแสงแดดแผดเผาจนร่างทองปริแตก จากนั้นพอเข้าสู่ หน้าหนาวก็เจอกับหิมะตกกระหน่าติดต่อกัน พูดถึงแค่วันนี้ที่เป็ นช่วง ปลายฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่กลับยังมีหิมะใหญ่ปลิวปรายราวบุปผา ไฉอวี้จับประคองงอบบนศีรษะ ยื่นมือมาป้ องข้างปาก เอ่ยว่า “ศิษย์น้องหญิง ฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า นครอวี่หวงก็จะมีการป่ าวประกาศ ฉายา เจ้าไปอยู่ที่อารามอาเภอฉางเส้อแล้วก็อย่าลืมตั้งฉายาที่ตัวเอง ชอบเอาไว้ล่ะ ทางที่ดีที่สุดก่อนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ก็ให้ทั้ง ทางตระกูลในเมืองหลวงและศาลบรรพจารย์ของส านักช่วย เตรียมการไว้ให้เจ้าแต่เนิ่นๆ ช่วยวางแผนให้เจ้าไว้ก่อน พยายามให้ เจ้าได้ฉายาที่ตัวเองชื่นชอบ รับรองว่าจะผ่านมติของนครอวี่หวง อย่างน้อยที่สุดต้องมีการส่งจดหมายไปมาหากันครั้งหนึ่ง เชื่อศิษย์พี่ เถอะ ฉายาบางอย่างที่ความหมายยิ่งใหญ่เกินไปก็อย่าคิดจะเสี่ยงดวง เลย ไม่มีทางผ่านแน่ แม้จะบอกว่าเต้ากวานต้องมีฉายาที่คิดขึ้นเอง สามชื่อไว้เตรียมไปให้กับนครอวี้หวงแต่สิบสี่มณฑลของมืดสลัว หก สิบปีถึงจะมีการประชุมครั้งใหญ่จัดขึ้นครั้งหนึ่ง เต้ากวานในใต้หล้าที่ ฝากความหวังไว้กับเรื่องนี้มีมากมายถึงเพียงใด จานวนนับล้านคน ทุกคนมีคนละสามชื่อ รวมกันแล้วก็หลายสิบล้านฉายา ระดับความ ยากที่จะตั้งชื่อได้สาเร็จมีมากแค่ไหนแค่คิดก็พอรู ้ได้แล้ว…”เจี่ยนซู่ยิ้มพูดตัดบทคาบ่นของศิษย์พี่ “ขอการแต่งตั้ง” จากนคร อวี้หวงป๋ ายอวี้จิง เดิมทีก็เป็ นเรื่องที่ต้องเสี่ยงดวงอยู่แล้ว ไม่ผ่านก็เป็ น เรื่องปกติมาก ผ่านได้นั่นแหละจึงจะเป็ นเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดฝัน ถึง อย่างไรหากไม่ได้รับการแต่งตั้ง อย่างมากข้าก็แค่ใช ้ฉายาที่ตระกูล ของตัวเองในแคว้นหนันซานพวกเราเตรียมไว้ให้ก็พอ”เต้ากวานของแต่ละมณฑลมีหรือไม่มีฉายาคือการแบ่งขอบเขต อย่างหนึ่ง นี่หมายความว่านักพรตที่ได้รับโองการเจอกับอาจารย์ผู้ทาพิธี ประหนึ่งมนุษย์ธรรมดาที่เข้าพิธีสวมกวาน มีนามเป็ นของ ตัวเองเพียงแต่ว่าอยู่ในใต้หล้ามืดสลัว คิดอยากจะมีฉายาก็ไม่ใช่เรื่อง ง่ายเลยราชสานักของแต่ละแคว้นต่างก็มีคลังเก็บเอกสารที่เอาไว้เก็บ บันทึกฉายาโดยเฉพาะทุกๆ หกสิบปี จะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง ปรับเปลี่ยนใหม่และเสริมส่วนที่ขาดหนึ่งครั้งเพราะอารามน้อยใหญ่และสือฟางฉงหลินทุกแห่งในสิบสี่มณฑล ของใต้หล้าล้วนถือเป็ นของป๋ ายอวี้จิง นี่จึงเป็ นเหตุให้ฉายาของเต้า กวานทุกคนมิอาจซ้ากันได้ดังนั้นทุกๆ หกสิบปีจึงจะถึงระยะเวลาที่กาหนดไว้ ก็คืองานพิธี ยิ่งใหญ่ในการ “แสวงหามรรคา” ซึ่งมีผู้คนเข้าร่วมมากมายเหมือน ปลาตะเพียนข้ามแม่น้า หากสามารถได้รับฉายาที่นครอวี้หวงป่ าว ประกาศด้วยตัวเองทั้งยังมีเอกสารส่งมาให้ ก็จะถูกเต้ากวานมองเป็ น การ “บรรลุมรรคา” ถือเป็ นนิมิตหมายอันดีใหญ่เทียมฟ้ า ดังนั้นไฉอวี้ กับเจี่ยนซู่ที่คุยกันถึงได้พูดถึง “การขอแต่งตั้ง อีกทั้งนักพรตที่สร ้าง นครอวี่หวงก็ยังเป็ นถึงเจ้าลัทธิใหญ่ของป๋ ายอวี้จิง คือลูกศิษย์คนแรก ของมรรคาจารย์เต๋า ดังนั้นฉายาที่ได้มาจากงานพิธีครั้งนี้จึงมี ความหมายไม่ธรรมดาอย่างยิ่งนีจึงเป็ นเหตุให้เจ้าลัทธิใหญ่โค่วหมิงกลายมาเป็ นเหมือน “อาจารย์ผู้คุมสอบ ส าหรับการสอบเคอจวี่ครั้งใหญ่ทุกหกสิบปีของ เต้ากวานกลุ่มนี้เพื่อแย่งชิงและกาหนดฉายาไว้ล่วงหน้า วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ นครอวี่หวงแห่งป๋ ายอวี้จิงที่ดูแลเรื่องการประกาศทะเบียนชื่อบน ท าเนียบของนักพรตจึงจะท าการ “เปิดประตู” ในยามจื่อ กระบิบินแจ้ง ข่าวและยันต์เจ็ดสีจะแผ่มืดฟ้ ามัวดิน กรูกันมาถึงเหมือนฝูงตั๊กแตน นี่ ก็เพื่อช่วยให้เต้ากวานในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมราชสานักบ้านตัวเอง ได้รับฉายาที่มี “ความหมายงดงาม” ตรงใจแต่เนิ่นๆสิบสี่มณฑล ผู้ฝึกตนใหญ่หลายคนที่เลื่อนเป็ นห้าขอบเขตบน นานแล้ว ถึงขั้นที่ว่าจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีฉายาที่จริงจัง นี่ก็เพื่อ “ลองเสี่ยงดวง” ผลคือสิบกว่าครั้งแล้วก็ยังขอการแต่งตั้งได้ไม่สาเร็จฮวาเชี่ยวยื่นมือมาปัดหิมะที่ทับถมอยู่บนขนคอม้า เอ่ยว่า “คุณหนู กรมพิธีการของราชสานักสารองฉายาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ป๋ า ยอวี้จิงมาถึงหรู่โจวของพวกเรา แต่ไหนแต่ไรมาก็ต้องผ่านมือของ ราชสานักชื่อจินมาก่อน บางทีระหว่างนี้อาจยังต้องถูกราชวงศ์ใหญ่ อีกหลายแห่งคัดเลือกมาก่อนแล้วรอบหนึ่ง สุดท้ายกว่าจะมาถึง แคว้นหนันชานของพวกเราฉายาที่เหลืออยู่ก็มีแค่ร ้อยกว่าฉายา แล้ว ยังเป็ นของเหลือที่คนอื่นเลือกไปแล้วด้วย ความหมายธรรมดา ฟัง แล้วสามัญอย่างมาก มีบางฉายาที่ฟังยากจนไม่เหมือนฉายาเลยด้วย ซ้าอักษรบางตัวข้าถึงกับไม่รู ้จักด้วย ฉายาหนึ่งมีตั้งสามสี่ตัวอักษรมันเข้าท่าแล้วหรือ ฉายาที่พอจะใช ้ได้หน่อยก็ถูกศาลบรรพจารย์ของ สองพรรคนั่นแย่งไปแล้ว หรือไม่ก็ถูกอารามที่ใหญ่ที่สุดพวกนั้นใช ้ เส้นสายกับราชสานัก ทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อไปเงียบๆ กว่าจะเหลือ ฉายาที่พอใช ้ได้ไว้ไม่ใช่เรื่องง่ายก็ยังถูกคนแย่งไปหมดแล้ว แย่งกัน แทบหัวร ้างข้างแตก”