ตอนที่ 2888
บทที่ 1069.2 ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องเล็ก
October 21, 2026
เจี่ยนซู่ถอนหายใจ “น่ าเสียดายที่ถูกทิ้งร ้างไปทั้งอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นหากสร ้างศูนย์เต้าหย่วนประจาเมืองไว้ที่นี่สักแห่งก็มาก พอเหลือแหล่” ไฉอวี้ยิ้มเอ่ย “หากสิ่งที่บันทึกไว้ในอักขรานุกรมท้องถิ่นเป็ น ความจริง เซียนเหรินเจ้าส านักเต๋าเคยวาดมังกรมอบให้กับฮ่องเต้ ของราชวงศ์ก่อนโดยไม่คิดค่าตอบแทน ถ้าอย่างนั้นฮ่องเต้ผู้บุกเบิก แคว้นหนันซานที่ถือเป็ นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ แน่นอนว่าต้องไม่ ยินดีจะมาสร ้างส านักเต๋าใหม่ไว้ที่นี่” ไปพักผ่อนกันอยู่ในห้องด้านข้าง พอจะอาศัยผนังและกาแพงที่ผุ พังหลบลมหลบฝนได้ ฮวาเชี่ยวหยิบข้าวของทั้งหลายออกมาจาก วัตถุฟางชุ่นเล้วก็เริ่มก่อไฟ วางหม้อหุงข้าวจากนั้นอุ่นเหล้าให้เต้า กวานไฉอวี่หนึ่งกา เจี่ยนซู่นั่งอยู่บนม้านั่งปักลายตัวเล็ก นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้จึงถาม ว่า “สถานการณ์ของที่อารามหลิงจิ้งเป็ นอย่างไร?” “คุณหนูหนอ ในที่สุดท่านก็คิดเรื่องเป็ นการเป็ นงานออกเสียที” สาวใช ้ฮวาเชี่ยวรีบวางชามและตะเกียบลง หยิบสมุดเล็กเล่มหนึ่ง ออกมาจากชายแขนเสื้อ ในที่สุดก็ได้เอาออกมาใช ้งานเสียที ด้านใน คือเนื้อหาที่นางรวบรวมมาจากช่องทางต่างๆ และเอามาจัดระเบียบอย่างละเอียด แต่ละข้อแต่ละเรื่องล้วนถูกนางบันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ อย่างรอบคอบ “พอหงเหมี่ยวเจ้าอารามคนก่อนจากไป ในอารามก็ไม่มีนักพรต ที่ได้รับธรรมโองการอีก มีแค่นักพรตที่ประจาการอยู่แค่ไม่กี่คน เท่านั้น คนเฝ้ าศาลชื่อว่าหลิวฟาง อายุห้าสิบสามปี เป็ นคนในท้องถิ่น คนแต่ละรุ่นของตระกูลเขาล้วนอาศัยอยู่ใกล้กับอารามหลิงจิ้ง ชาติ กาเนิดขาวสะอาด ที่ดินของอารามครึ่งหนึ่งล้วนเป็ นที่ดินของตระกูล หลิวพวกเขา ดูเหมือนว่าตระกูลหลิวจะมีคาสั่งสอนจากบรรพบุรุษอยู่ ข้อหนึ่งบอกว่าลูกหลานสกุลหลิวทุกรุ่นจะต้องมอบ “ที่นาควันธูป” ให้กับทางอาราม ไม่ว่าจะเป็ นกี่ไร่หรือนากี่ผืน สกุลหลิวก็ต้องทุ่มเท ให้เต็มที่” เจี่ยนซู่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “มีใจมากแล้ว พอไปถึงที่นั่น พวกเราไปพักที่อารามเต๋ากันก่อน จากนั้นค่อยไปเยี่ยมเยือนสกุล หลิวรอบหนึ่ง เตรียมของขวัญที่เหมาะสมเพื่อแสดงน้าใจของพวกเรา ไปด้วยสักชิ้น” ไฉอวี้ยิ้มเอ่ย “อันที่จริงในฐานะนักพรตที่เป็ นเจ้าอาวาส หง เหมี่ยวไม่เคยอยู่ในทาเนียบเต๋า แค่เป็ นเต้ากวานตัวสารองเท่านั้น สภาพการณ์เช่นเดียวกับเจ้าฮวาเชี่ยว รับหน้าที่เป็ นเจ้าอารามก็ถือ ว่าเป็ นการแต่งตั้งโดยไม่ยึดตามกฎเกณฑ์แล้ว” เจี่ยนซู่กล่าว “ก็ไม่ถือว่าเป็ นการแหกกฎเอาตัวมาใช ้ในงาน ส าคัญ เพราะถึงอย่างไรอดีตเจ้าอารามหงก็เป็ นเต้ากวานตัวส ารองขอบเขตชมมหาสมุทร มารับหน้าที่เป็ นนักพรตผู้ดูแลที่อาเภอฉาง เส้อก็ไม่ถือว่าเป็ นงานที่ดีอะไร” ฮวาเชี่ยวยิ้มกว้าง “หม่าฉงก็คือญาติห่างๆ ของสกุลหลิว ใช ้เส้น สายเข้าไปอยู่ในอารามหลิงจิ้ง ในเอกสารที่ปลดตาแหน่งของหง เหมี่ยวได้ตั้งใจพูดถึงข้อหนึ่ง หม่าฉงผู้นี้ต้องมีโอกาสได้ฝึ กตน แน่นอน แน่นอนว่ายังมีเอกสารแนบท้ายเอกสารปลดหงเหมี่ยวอีก หนึ่งฉบับที่ไม่ต้องเก็บเข้าระเบียนของที่ว่าการ นี่ก็เพราะจงใจเอาไว้ ให้เจ้าอารามคนใหม่ได้ใช ้อ้างอิงด้านบนกล่าวไว้ว่าหลิวฟางคนเฝ้ า ศาลเคยรับปากกับอารามหลิงจิ้งไว้นานแล้วว่าจะจัดสรรนาสองไร่และ ที่ดินภูเขาที่ปลูกต้นมะพลับไว้เต็มพื้นที่อีกผืนหนึ่งให้ ที่ดินภูเขาได้มี การส่งมอบโฉนดกันไปนานแล้ว แต่นาข้าวสองไร่นี้ หลายปีมานี้ล้วน ยื้อมาโดยตลอด แค่มองก็รู ้ว่าน่าจะเบี้ยวหนี้แล้ว หึ ภูเขาเหี่ยวแห้งน้า แล้งย่อมเกิดชาวบ้านหัวหมอ” “ฉางเกิงที่เป็ นเตี่ยนเค่อคือปัญญาชนในท้องถิ่นที่ตระกูลตกอับ ตอนยังหนุ่มที่บ้านมีฐานะดี คือคุณชายเสเพลที่มีชื่อเสียงในอ าเภอ ทั้งหลายของเขตอิ่งชวน ใช ้ชีวิตที่สุขสบายมาจนชินแล้ว เพราะไม่ เชี่ยวชาญการทาการค้า ทุกปีมีค่าใช ้จ่ายเยอะมาก รายรับไม่พอกับ รายจ่าย รอกระทั่งอายุมากขึ้น เงินในมือก็ฝืดเคือง ว่ากันว่าเพราะใน อดีตอารามหลิงจิ้งติดหนี้เขาก้อนหนึ่ง กลายเป็ นคดีฟ้ องร ้องที่เละเทะ ครั้งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจานวนเงินจะไม่น้อย ทางอารามจนปัญญาจริงๆ เพราะถึงอย่างไรก็เกี่ยวพันไปถึงเจ้าอารามคนก่อน หงเหมี่ยวที่มารับต าแหน่งก็ไม่สะดวกจะสืบเสาะต่อไป ถึงได้ท าให้ฉางเกิงเข้ามาเป็ น เตี่ยนเค่อที่อาราม หลายปีมานี้ก็ถือว่าทาหน้าที่อย่างซื่อตรง” “เฉินฉง อายุสิบหกปี เป็ นญาติของเตียนเค่อฉางเกิง พวกเขา เข้ามาอยู่ในอารามหลิงจิ้งปีเดียวกัน” “หลินซู” “หืม?” “ซู ตัวอักษรที่มีส่วนประกอบคาว่ามือ บวกกับอักษรลวี่จากคาว่า พิจารณาไตร่ตรอง ที่บ้านเปิดร ้านค้าสามร ้านอยู่ในอ าเภอ พอจะมี เงินอยู่บ้าง ถือว่าเป็ นตระกูลมีอันจะกินบรรพบุรุษล้วนท างานเป็ น เสมียนในที่ว่าการอาเภอของท้องถิ่น เพราะเมื่อหลายปี ก่อนกอง ก าลังส่วนใหญ่ของแคว้นหนันซานของพวกเรายกเลิกต าแหน่ง พนักงานที่ไม่จาเป็ นทิ้งไป คนรุ่นพ่อของหลินซูจึงไม่อาจใช ้ชีวิตอยู่ ต่อไปได้ ถึงได้หันไปทาการค้า ทุกวันนี้มีความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับ ที่ว่าการอาเภอ พอจะถือว่าเป็ นงูเจ้าถิ่นได้อยู่กระมัง แต่ก็เป็ นอย่างถู ไถมากแล้ว”“ถู่เกา ถู่เกาจากประโยคที่ว่า “ปราณหยางลอยระอุ ดินสมบูรณ์ ขยับเคลื่อนไหว”ฮวาเชี่ยวเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็หัวเราะเช่นกัน น้าฝนกระตุ้นให้ดินอุด สมบูรณ์ขยับเคลื่อนหมื่นหญ้าพันบุปผาพากันเบ่งบานเจียนซู่ถาม “ถู่เกา? ชื่อเดิมหรือ?”ฮวาเชี่ยวพยักหน้า “เป็ นชื่อเดิม แต่ว่าอันที่จริงคนผู้นี้มีชาติ ก าเนิดธรรมดา บรรพบุรุษคือคนต่างถิ่นที่ย้ายจากนอกเขตมายัง อ าเภอฉางเส้อ เคยเปิ ดศูนย์ฝึ กยุทธอยู่นานหลายปี แต่ไม่นานก็ ด าเนินกิจการต่อไม่ไหว บางทีทรัพย์สมบัติที่เก็บสะสมเอาไว้นั่น ต่างหากถึงได้ท าให้ถู่เกาเข้าไปอยู่ในอารามได้”ไฉอวี้ยิ้มเอ่ย “แซ่สกุลล้วนหาได้ยาก”เจี่ยนซุ่ขมวดคิ้วน้อยๆ ยิ่งฟังยิ่งรู ้สึกผิดปกติ “ต่อให้อารามหลิงจิ้ง จะเล็กแค่ไหน แต่จะดีจะชั่วก็เป็ นอารามที่ทางราชสานักจดลงบันทึก ที่ว่าการในท้องถิ่นออกเงินสร ้างขึ้นอย่างเป็ นทางการ คิดอยากจะ กลายเป็ นนักพรตที่ประจาการณ์อยู่ในอารามเต๋าประเภทนี้ ดู เหมือนว่าไม่ใช่แค่จ่ายเงินไม่กี่แดงก็เข้าไปอยู่ได้กระมัง?”ไฉอวี้กลั้นขา “อันที่จริงก็เข้าใจได้ไม่ยาก เดิมทีเขตอิ่งชวนก็ ไม่ใช่เขตการปกครองใหญ่อะไร อ าเภอฉางเส้อยังเป็ นอาเภอที่ ยากจนที่สุด ตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารห่างไกล คาดว่าอารามก็น่าจะ ยากจนมากเหมือนกัน”สถานการณ์ของอารามเต๋าที่คล้ายคลึงกันนี้มีให้พบเห็นอยู่ไม่ น้อย เพียงแต่ว่าศิษย์น้องหญิงมาจากตระกูลชนชั้นสูงของแคว้น อีก ทั้งยังฝึ กตนมาตั้งแต่เด็ก แน่นอนว่านางจึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง ขนบธรรมเนียมผู้คนประเภทนี้พูดถึงแค่เขตและอาเภอที่อยู่ในหนึ่งแคว้น ทุกบ้านล้วนมีคัมภีร ์ที่ อ่านยาก บางอาเภอก็ร่ารวยมีเหลือกินเหลือใช ้ แต่บางเขตบาง จังหวัดกลับยากจนจนไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกปากหม้อเขตและจังหวัดมากมายที่มีอาณาเขตกว้างขวาง ภาษีที่ส่งมอบ ในแต่ละปี บางทีอาจยังสู้อาเภอแห่งอื่นไม่ได้ด้วยซ้าเจี่ยนซู่ถาม “ในเอกสารเจ้าอารามหงได้เขียนหรือไม่ว่า เขาได้ ถ่ายทอดเวทคาถาชักน าของตระกูลเซียนขั้นพื้นฐานให้พวกเขาสัก บทสองบทบ้างหรือไม่?”ฮวาเชี่ยวพยักหน้า “มี เพียงแต่ว่าได้ผลไม่ดีนัก บางทีคนที่พอจะ มีความเกี่ยวข้องกับเต้ากวานบ้างเล็กน้อยก็น่าจะมีแค่หม่าฉงเท่านั้น”เพราะถึงอย่างไรเต้ากวานก็ไม่ได้เป็ นกันง่ายขนาดนั้น หากไม่มี ฐานกระดูกในการฝึกตน คิดอยากจะอาศัยการสอบเคอจวี่ใน ‘อันดับ รอง’ มาคว้าสถานะเต้ากวาน ได้ทาเนียบ เต๋า “น้าขุ่น” มาครอง ระดับ ความยากกลับสูงยิ่งกว่า ข้อเรียกร ้องด้านความสามารถทาง วรรณกรรมก็ยิ่งสูงมากขึ้นเจี่ยนซู่ถอนหายใจ “ในเมื่อเจ้าอารามหงปลดประจาการไปแล้ว แต่ไม่ได้พาใครออกไปจากอารามหลิงจิ้งสักคนเดียว นี่ก็สามารถ อธิบายปัญหาได้เป็ นอย่างดีแล้ว”ใช่ตัวอ่อนเต้ากวานหรือไม่ มีคุณสมบัติในการฝึ กตนหรือไม่ ฐานกระดูกดีเลวสูงต่าอารามเต๋าในใต้หล้า ตระกูลใหญ่ชนชั้นสูงแต่ละแห่งล้วนมีวิธีการในการตรวจสอบที่เป็ นความลับไม่แพร่งพรายอยู่ มากมายเจี่ยนซู่ถามอีก “เด็กหนุ่มพวกนี้นิสัยเป็ นอย่างไรกันบ้าง?”ฮวาเชี่ยวลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “เกียจคร ้าน”“ล้วนขี้เกียจกันอย่างมาก การบ้านประจาวันหรือกิจธุระน้อย ใหญ่ในอาราม หากหลบได้พวกเขาล้วนพากันหลบเลี่ยง ไม่มีสักคน ที่ขยันมือเท้าคล่องแคล่ว”