ตอนที่ 2889
บทที่ 1069.3 ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องเล็ก
October 21, 2026
โดยทั่วไปแล้วทางอารามจะต้องมีทรัพย์สินเป็ นของตัวเอง อีกทั้ง การบรรยายธรรมและงานพิธีบูชาเทพเจ้าก็จะต้องมีการบริจาคเงินค่า ธูปเทียน เมื่อชายหญิงผู้มีจิตศรัทธามีเยอะ อารามก็จะไม่ขาดเงิน เจ้า อาวาสของอารามบางส่วนที่หากมีชื่อเสียงก็สามารถรับหน้าที่เป็ น อาจารย์ผู้ถ่ายทอดธรรมโองการ เท่ากับว่าอารามเต๋ามีผู้สืบทอดเป็ น ของตัวเองแต่อารามหลิงจิ้งของอาเภอฉางเส้อต้องการอะไรกลับไม่มี ขาดอะไรก็ล้วนขาดไปเสียทุกอย่าง! หากไม่พูดถึงการซ่อมแซมในช่วงเวลาที่หงเหมี่ยวอยู่ นับตั้งแต่ที่ คนใจบุญผู้หนึ่งออกเงินซ่อมแซมไปครั้งหนึ่งเมื่อในอดีต ก็ดู เหมือนว่าอารามหลิงจิ้งจะไม่เคยเพิ่มอิฐเพิ่มกระเบื้องใหม่มานานสอง สามร ้อยปีแล้ว เจี่ยนซู่หลุดหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ “หากเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ อารามกันดารห่างไกลอย่างอารามหลิงจิ้งนี้ ช่วงแรกเริ่มของการ ก่อสร ้าง แม้จะมั่นคงอยู่ก็จริง แต่พวกช่างไม้ในเวลานั้นต้องไม่มีใคร แอบอู้หรือลดคุณภาพของวัตถุดิบในการผลิตกระมัง?” ไฉอวี้ดื่มเหล้า ไม่เสียแรงที่เป็ นศิษย์น้องหญิง ใจกว้างจริงๆ เจี่ยนซู่เอ่ย “แบบนี้ก็ดีมากไม่ใช่หรือ ไม่ต้องมีการต้อนรับขับสู้ ใคร จะได้อยู่อย่างเงียบสงบ”นางออกจากเมืองหลวงมาครั้งนี้ เดิมทีก็เพื่อหลบความวุ่นวายอยู่ แล้ว ไม่อย่างนั้นด้วยชาติตระกูลและคุณสมบัติในการฝึกตนของนาง หากจะบอกว่าให้ไปอยู่ภูเขาที่ได้รับพระราชทานชื่อหรืออารามเต๋า ของเชื้อพระวงศ์ที่ต้องคัดลอกคัมภีร ์ถวายให้แก่ฮ่องเต้และไทเฮาด้วย มือตัวเอง เดินก้าวเดียวก็ขึ้นสู่ตาแหน่ง รับหน้าที่เป็ นเจ้าอาราม นั่น คือความฝันของคนปัญญาอ่อน หรือหากคิดรับตาแหน่งที่ค่อนข้าง โดดเด่นอย่างผู้บรรยายก็ยังค่อนข้างจะยากล าบาก แต่หากจะบอกว่า ท่านปู่ทวดของเจี่ยนซู่ยินดีที่จะช่วยวิ่งเต้นในกรมขุนนางให้นาง บวก กับการปักบุปผาลงบนผ้าแพรของพรรคจินกั่วที่เป็ นสานักของนางให้ เจี่ยนซู่ไปรับหน้าที่ในอารามในอาณาเขตของจังหวัดใหญ่หรือ อารามที่ราชสานักสั่งให้สร ้าง เพื่อรับ “ตาแหน่งดีที่สบาย” โดยไม่ หวังอานาจที่แท้จริง ก็ไม่มีปัญหาใดๆ เลย ไฉอวี้นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ไม่รู ้ว่าเหตุใด ดูเหมือนว่าอารามเต๋าที่ ขนาดค่อนข้างใหญ่ในแต่ละแคว้น พอไปถึงระดับของจังหวัดก็ดู เหมือนว่าทุกวันนี้จะต้องมีการขยับขยายตาหนักหลิงกวานประหนึ่ง ไฟลามทุ่ง “หิมะหยุดตกแล้ว” เจี่ยนซู่กล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางกันต่อ พยายามให้ไป ถึงอาเภอสวี่เซี่ยนที่อยู่ติดกับอ าเภอฉางเส้อก่อนตะวันตกดิน แล้วหาโรงเตี๊ยมพักค้างแรมกันที่นั่น พรุ่งนี้เช ้าไปดูที่อารามของอาเภอสวี่ เซี่ยนก่อน แล้วพวกเราค่อยเดินทางไปยังอารามหลิงจิ้ง” ตามแนวเส้นแกนกลางการก่อสร ้างอารามเต๋าแต่ละแห่ง สิ่งปลูก สร ้างจะมีความคล้ายคลึงกัน ผ่านประตูภูเขาไปแล้วก็คือต าหนักหลิง กวาน ตาหนักหลักที่ตั้งบูชาภาพเหมือนของมรรคาจารย์เต๋าและเจ้า ลัทธิสามท่านของป๋ ายอวี้จิง จากนั้นก็เป็ นเส้นที่ทอดยาวออกไป แต่ ศาลจื่อซุนกับศาลฉงหลินจะแตกต่างไปบ้างเล็กน้อย ฝ่ ายแรกใน ต าหนักบรรพจารย์มักจะเปลี่ยนภาพเหมือนของเจ้าลัทธิไปเป็ นภาพ ของบรรพจารย์ แซ่ดั้งเดิม ซึ่งเป็ นผู้ก่อตั้งอาราม แต่ในตาหนักข้าง ฝั่งตะวันออกและตะวันตก อารามเต๋าของแต่ละแคว้นก็มีความ แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มักจะตั้งบูชาองค์เทพ เซียนเจินของลัทธิเต๋า ที่ต่างกัน ต าหนักเหวินชาง ต าหนักเหย้าหวัง เทียนกงกรมสายฟ้ า ต าหนักราชามังกร ศาลชะตาชีวิตคู่ ศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภบุ๋นบู๊ ฯลฯ มีมากมายนับไม่ถ้วน ไฉอวี้ควักเอาถุงหลายใบออกมา “ศิษย์น้องหญิง รับไว้เถอะ วัน หน้าต้องได้ใช ้แน่หน้ากากที่อยู่ในนี้ข้าไปขอมาจากผู้ฝึกยุทธหญิง คนหนึ่งที่มาจากภูเขายาชาน มีครั้งหนึ่งนางผ่านอาณาเขตของ ส านักพวกเรา ข้าบังเอิญได้รู ้จักกับนาน หากอิงตามล าดับอาวุโส อาจารย์ของอาจารย์นางก็คือชีฮูหยินคนนั้น” ถุงใบหนึ่งคือใบไม้ทอง ถุงใบหนึ่งคือเศษเม็ดเงิน บวกกับ “หน้ากาก” ที่ทาอย่างประณีติอีกชิ้นหนึ่งก่อนจะออกจากบ้านมาในครั้งนี้ ชีวิตที่ผ่านมาศิษย์น้องหญิงไม่ ค่อยเคยได้สัมผัสกับเงินทองที่แท้จริงมาก่อน เจี่ยนซู่ยิ้มเอ่ย “เงินทอง ข้ารับไว้แล้ว ส่วนหน้ากากชิ้นนี้ช่างเถิด ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธในยุทธภพเสียหน่อย หน้าตาข้าไม่เหมาะให้ไปพบเจอ ใครขนาดนั้นเลยหรือ?” ไฉอวี้ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “มันจะช่วยลดความยุ่งยากที่ไม่จาเป็ นได้ อีกมากแน่นอน” ฮวาเชี่ยนจุ๊ปากประหลาดใจ “ชีฮูหยิน ผู้ฝึ กยุทธขอบเขต ปลายทาง! นางคือลูกศิษย์คนที่สองของหลินซือพวกเราเชียวนะ!” ทั่วทั้งหรูโจว ไม่ว่าจะเป็ นนักพรตหรือผู้ฝึ กยุทธ บนภูเขาล่าง ภูเขาล้วนรู ้สึกเป็ นเกียรติที่บ้านตัวเองมี “หลินซือสาวใช ้ที่บึกบึนล่าสันมีพละกาลังผู้นี้ นางมักจะเป็ นเช่นนี้เสมอ พอได้ยินเรื่องเล่าน่าสนใจของเทพเซียนจากฝ่ ายต่างๆ จะชอบงีบ หลับ แต่พอพูดถึงปรมาจารย์ด้านวรยุทธของ หรูโจวก็จะ กระปรี้กระเปร่าได้ทันใดเจี่ยนซู่ออกมาจากส านักเต๋าเก่าผุพัง หมุนตัวกลับแล้วก้มกราบ คารวะตามขนบลัทธิเต๋าลงจากภูเขามาแล้วก็เข้ามาบนทางหลวง ม้าสามตัวควบตะบึงไป ถึงอาเภอสวี่เซี่ยน พวกเขาหาโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งพักค้างแรมกันที่นี่ที่ว่าการอาเภอฉางเส้อได้รับการแจ้งข่าวจากเอกสารที่ส่งมาจาก เขตอิ่งชวนแล้วว่าวันนี้นักพรตผู้ดูแลอารามหลิงจิ้งจะมารับตาแหน่งขุนนางหลักของอ าเภออย่างนายอ าเภอต้องเป็ นเต้ากวาน แต่ ความสัมพันธ ์ระหว่างอ าเภอหันเซี่ยนกับอารามหลิงจิ้งนั้นธรรมดา มากมาโดยตลอด แทบจะไม่เคยมีการไปมาหาสู่กันมาก่อนหลักๆ แล้วก็เพราะหงเหมี่ยวเจ้าอารามคนก่อนมีสถานะเป็ นตัว ส ารองเต้ากวาน ดูแลอารามหลิงจิ้งมานานหลายปีแต่กลับไม่เคยมา เยี่ยมเยือนกันที่ที่ว่าการอาเภอมาก่อน นี่ท าให้นายอ าเภอหันนินทา ในใจไม่หยุด ตัวส ารองเต้ากวานอย่างเจ้าไม่เป็ นฝ่ ายมาหาข้าหรือ จะต้องให้ข้าผู้เป็ นขุนนางไปหาเจ้าที่อารามหลิงจิ้ง ไม่มีกฎระเบียบ เช่นนี้หรอกนะ!เพราะได้ยินมาว่าเจี่ยนซู่เจ้าอาวาสคนใหม่ของอารามคือ ลูกหลานตระกูลใหญ่ชั้นสูงที่มาจากเมืองหลวง อายุน้อยมาก โดยทั่วไปแล้วเต้ากวานประเภทนี้ต่างก็มา ชุบทองชุบตัว ในพื้นที่ ทั้งสิ้น อยู่ได้แค่ไม่กี่ปีก็ต้องย้ายไปที่อื่น ในใจของที่ว่าการท้องถิ่นรู ้ดี ไม่มีความจาเป็ นที่จะต้องทาให้ความสัมพันธ ์ของสองฝ่ ายตึงเครียด เกินไป ดังนั้นครั้งนี้ที่ว่าการอาเภอฉางเส้อจึงไว้หน้าอารามหลิงจิ้งอยู่ บ้าง ให้ผู้ช่วยนายอ าเภอและหัวหน้ามือปราบออกหน้ามาพร ้อมกัน ตาแหน่งขุนนางสองตาแหน่งนี้ไม่เหมือนกับเสมียนชั้นผู้น้อย ต่างก็มี จดลงบันทึกของกรมขุนนาง จ าเป็ นต้องเป็ นตัวส ารองเต้ากวาน เท่านั้น หากเป็ นอาเภอใหญ่ทั้งหลาย เต้ากวานทั่วไปไม่มีภูมิหลังชาติตระกูลที่มากพอก็อย่าหวังจะได้เป็ นนายอาเภอหรือหัวหน้ามือปราบ ได้เลยมีแขกผู้สูงศักดิ์สองท่านมาเยือนอารามหลิงจิ้งตั้งแต่เช ้าตรู่ หาก จ าไม่ผิด บางทีพวกเขาก็น่าจะเพิ่งเคยมาเยือนอารามเป็ นครั้งแรกยามหิมะตกไม่หนาว ยามหิมะละลายจึงจะหนาว เมื่อวานนี้มีหิมะ ใหญ่ตกลงมาอีกครั้ง วันนี้พวกเด็กหนุ่มของอารามเต๋าแต่ละคนตัว แข็งเหมือนนกกระทา ไหล่ลู่คอตก สองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ คอยกระทืบเท้าไม่หยุดเพราะถึงอย่างไรก็มีนายท่านขุนนางที่มีอานาจสูงจากที่ว่าการ อ าเภอสองท่านอยู่ด้วยพวกเด็กหนุ่มจึงไม่อาจเอาตะกร ้าใส่ถ่าน ออกมาหาความอบอุ่นได้หลินซูรู ้สึกว่านี่เป็ นโอกาสที่หาได้ยาก จึงบากหน้าขยับเข้าไป ใกล้ ยืนอยู่หน้าประตูห้องโถงรับแขก ปลุกความกล้าเอ่ยเรียกนาย ท่านหัวหน้ามือปราบที่นั่งอยู่ข้างกระถางไฟในห้องว่าท่านลุงหวงคราวนี้ทาเอาหัวหน้ามือปราบหวงอึ้งตะลึงไปทันที ญาติจากฝ่ าย ใดกัน?กลับเป็ นนายท่านรองนายอาเภอที่ลูบหนวดยิ้ม “คือลูกชายของ เถ้าแก่หลินกระมัง ไม่เลว เป็ นนักพรตที่ประจาการอยู่ในท้องถิ่นของ พวกเราแล้ว พยายามเข้าอีกหน่อย ตั้งใจอ่านตาราอยู่ที่นี่ให้ดีพยายามช่วงชิงต าแหน่งตัวส ารองเต้ากวานมาให้ได้ก็จะถือว่าสร ้าง ชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลได้เช่นกัน”ใบหน้าหลินซูแดงก่า สีหน้าตื่นเต้นผิดปกติ คาดไม่ถึงว่าท่าน รองนายอ าเภอจะถึงกับยังจ าตนได้ เขาไม่กล้ารบกวนการพักผ่อน ของท่านรองนายอ าเภออย่างรู ้กาลเทศะ พูดตอบกลับไปเสียงเบาหนึ่ง คาก็หมุนกายถอยออกไป เดินกลับไปยังระเบียงที่อยู่ใต้ชายคา เด็ก หนุ่มรู ้สึกเพียงว่าทั่วร่างอุ่นซ่านไปหมดเห็นว่าหลินซูถึงกับพูดคุยกับท่านรองนายอ าเภอได้ หม่าฉง และถู่เกาต่างก็อิจฉาอย่างมาก ถู่เกาก็ยิ่งรีบขยับมาอยู่ข้างกายหลินซู กดเสียงลงต่าถามโน่นถามนี่หลินซูถามประโยคหนึ่งว่า เจ้าเฉินฉงล่ะ? หม่าฉงตอบกลับอย่าง ไม่สบอารมณ์ว่า เขาเจ้าเล่ห์มาก มารออยู่ตรงนี้พักหนึ่งก็ไปหลบผิง ไฟอยู่ในห้องของท่านลุงฉางแล้ว