ตอนที่ 2895
บทที่ 1070.2 คลื่นมรกตหมื่นลี้งามจับตา
October 21, 2026
อูเจียงใช ้วิธีการรวมเสียงให้เป็ นเส้นถามอย่างระมัดระวังว่า “ไม่ ทราบว่าช่างเขียนชื่ออะไรหรือ” เฉินผิงอันใช ้เสียงในใจยิ้มเอ่ย “ข้าบอกว่าตัวเองคือเฉินผิงอัน เจ้าไม่เชื่อ หากเปลี่ยนคาพูดอย่างใหม่ เจ้าจะเชื่อหรือ?” อูเจียงพึมพาเสียงเบา “เรื่องประเภทนี้จะกล้าเชื่อได้อย่างไร” อยู่ในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนเหมือนกัน ติงอิงสังหารจูเห ลี่ยน ส่วนเจ้าก็สังหารติงอิง ว่ากันว่ายังทาให้อวี๋เจินอี้ที่ขี่กระบี่เดินทางไม่กล้าเข้ามาในเมือง ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอูเจียงยังได้ยินข่าวที่น่าตะลึงพรึงเพริดมาจาก อาจารย์อีกว่าอาจารย์ปู่ คือสหายรักของเซียนกระบี่แซ่เฉินคนนั้น มี มิตรภาพที่เคยช่วยเหลือแลกชีวิตกันมา เคยออกท่องยุทธภพอยู่ใน โลกด้านนอกมาด้วยกัน เฉินผิงอันโยนเหล้ากาหนึ่งไปให้ ถามว่า “อูเจียง เจ้ามีความรู ้สึก อย่างไรต่อวิถีทางโลกในทุกวันนี้?”ครั้งนี้อูเจียงไม่มัวเล่นแง่อีกต่อไป ยื่นมือไปรับกาเหล้ามาแกะ ผนึกดินออก สูดดมกลิ่นแรงๆ เหล้าดี! ยังไม่ทันได้ดื่ม คนหนุ่มก็เริ่ม รู ้สึกเมาแล้ว อูเจียงแหงนหน้ากระดกดื่มเหล้าหมักตระกูลเซียนไปอีกใหญ่ กลืนลงท้องไปแล้ว ช่องโพรงลมปราณทั่วร่างก็คล้ายพื้นดินแห้งแล้ง มานานที่ได้เจอฝนรสหวาน กลิ่นอายสุราลอยอวลอยู่ในร่างไปชักน า เลือดลม เส้นชีพจรตลอดเส้นทางก็สั่นสะเทือนเหมือนเสียงโลหะดัง อู เจียงพลันสะดุ้งโหยง ใบหน้าแดงก่า ร ้องอื้ออึงอยู่ในลาคอ ก่อนจะ ทอดถอนใจเอ่ยว่า “มิน่าเล่ามนุษย์เราถึงอยากเป็ นเทพเซียน” ย่อยฤทธิ์สุราชุมนั้นได้แล้ว อูเจียงพลันคืนสติ เหมือนตัวเองได้ กลับไปเป็ นเด็กหนุ่มอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งแรกที่ได้ไปพบเจ้าลัทธิลู่ ไถ เขาใคร่ครวญถ้อยคาที่จะกล่าวอย่างระมัดระวัง เอ่ยเสียงจริงจังว่า “วิถีทางโลกในทุกวันนี้มีเรื่องประหลาดมหัศจรรย์อยู่มากมายทุก ความเป็ นไปไม่ได้สามารถกลายมาเป็ นไปได้ เรื่องที่เมื่อก่อนไม่กล้า แม้แต่จะคิดล้วนเป็ นดั่งความฝันงดงามที่กลายมาเป็ นความจริง เรียนวรยุทธฝึกหมัด มีหวังจะเหนือกว่าบุคคลมหัศจรรย์ที่มองดูคล้าย ไร ้เทียมทานพวกนั้น ไม่ต้องอดทนจนแก่อายุเจ็ดสิบแปดสิบปี คนที่ อ่อนเยาว์อย่างจงเชี่ยนก็สามารถกลายมาเป็ นปรมาจารย์ใหญ่ได้ อย่างพวกจ้งชิว เฉิงหยวซานแล้ว คนที่ฝึกคาถาเซียนก็ยิ่งสามารถ คิดถึงความเป็ นอมตะได้ ดูเหมือนว่าภายในเวลาค่าคืนเดียว ภูเขาที่มี ชื่อเสียงและแม่น้าใหญ่ทุกแห่งในใต้หล้าล้วนมีเจ้าของหมดแล้ว ในอาณาเขตของแต่ละแคว้นมีแต่การเช่นบวงสรวง คนที่เป็ นขุนนางก็ ยุ่งอยู่กับการสร ้างศาลยามที่ชาวบ้านจุดธูปก็จริงใจมากเป็ นพิเศษ…” พูดมาถึงตรงนี้อูเจียงก็เงยหน้ามองฟ้ า พูดด้วยสีหน้าซับซ ้อนว่า “เคยได้เจอกับสหายคนหนึ่งที่จับผลัดจับผลูได้ฝึกวิชาเซียนครึ่งทาง เขาบอกว่านี่เรียกว่าสวรรค์สรรค์สร ้าง” โคลงศีรษะ ดื่มเหล้าเงียบๆ ไปอีกหนึ่งคา ครั้งนี้ไม่กล้าดื่มเยอะ อู เจียงมองทะเลสาบชิวชี่ที่ริ้วน้าเป็ นประกายระยิบระยับ พึมพาว่า “เพียงแต่ว่าเหล่าเทพเซียนพากันปรากฏตัวภูตผีถือกาเนิด คนที่มีวร ยุทธติดตัวอย่างข้ารู ้สึกว่าเป็ นเรื่องดี แต่พวกชาวบ้านอาจไม่ได้รู ้สึก ว่าน่าสนใจสักเท่าไร น่าจะรู ้สึกหวาดผวากันมากกว่า” เฉินผิงอันพยักหน้า “เจ้าคิดได้แบบนี้ก็ไม่เลวเลย ไม่ต้องคิดหรอ กว่าควรจะดื่มเหล้าให้ประหยัดอย่างไร ดื่มหมดแล้วก็ค่อยดื่มกาใหม่ ดื่มให้สบายใจ ความสามารถในการดื่มของเจ้าต้องไม่มีทางสู้วิชา อภินิหารขนย้ายสุราได้แน่นอน” หากพูดกันถึงความสามารถในการยุให้ดื่ม อย่างน้อยที่สุดเถ้า แก่รองก็มีขอบเขตเท่าเทียมกับขอบเขตวรยุทธ อูเจียงกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง “เซียนกระบี่เฉินเป็ นคาถาเซียน อย่างการย้ายเหล้า ด้วยหรือ?” เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “สอนไม่ได้ แล้วก็สอนไม่ไหวด้วย” เพราะวิชาอภินิหารบทนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า “มีเงินเพราะถึงอย่างไรเฉินผิงอันก็ไม่มีขอบเขตและไม่มีหนังหน้าหนา อย่างเจ้าลัทธิลู่ เขาสามารถขนย้ายเหล้าเซียนจากทั่วสารทิศในโลก มนุษย์มาโดยไม่บอกกล่าวใครได้จริงๆเฉินผิงอันหยิบเหล้าอีกกาออกมา ยื่นส่งให้อูเจียง ยิ้มบางๆ ถาม ว่า “ในเมื่อเจ้ามองโลกแบบนี้ หลายปีมานี้เจ้าท่องยุทธภพอย่างไร?”อูเจียงทาท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด คิดไปคิดมาก็ยังกลืนคาพูดที่ สวยงามไพเราะเหล่านั้นกลับลงท้องไป ตอบตามสัตย์จริงว่า “ก็แค่ ชายโสดคนหนึ่ง ท่องยุทธภพไปตามความชื่นชอบของตัวเอง อย่าง น้อยก็ไม่ท าร ้ายใคร”เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มเอ่ย “ดูจากการแต่งกายของเจ้าก็รู ้แล้วว่าเจ้าไม่ได้โกหก”ผู้ฝึกยุทธขอบเขตหกมีโชคชะตาบู๊มาอยู่ติดกายแล้ว อยู่ที่ไหนก็ เป็ นที่ชื่นชอบทั้งนั้นต่อให้ไปคว้าตาแหน่งแม่ทัพบู๊ที่ระดับขั้นขุนนาง ไม่ต่ามาจากราชสานักก็ยังเป็ นเรื่องเล็กที่ท าได้ง่ายๆใบหน้าอูเจียงอัดอั้นอยู่บ้าง นักเล่านิทานใต้สะพานลอยต่างก็พูด กันไม่ใช่หรือว่าหนวดเครารุงรัง ไม่แต่งเนื้อแต่งตัว พเนจรท่องอยู่ใน ยุทธภพ หากไม่ใช่วีรบุรุษก็เป็ นลูกผู้ชายเรือหอเรือนลาหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังเกาะหลัวไต้ เพ่ยเซียงเจ้าแห่ง แคว้นหูที่ปลดหมวกม่านคลุมหน้าออกแล้ว ข้างกายพา “เซียนจิ้งจอกผู้ติดตาม” มาด้วยสามคน เวลานี้กาลังนั่ งดื่มชาชม ทัศนียภาพอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอเรือนผู้ดูแลชั่วคราวของเรือหอเรือนที่ตั้งใจมารอคอยเพ่ยเซียง “เจ้า แห่งแคว้น” อยู่ที่นี่คือนักพรตหญิงอายุน้อยคนหนึ่งของอารามต้ามู่ คือหนึ่งในลูกศิษย์ผู้สืบทอดของกงฮวาเจ้าอาราม ได้รับประทานชื่อ ว่าเป๋ าซิ่ง ฉายา “โหรวรื่อ” การประชุมในครั้งนี้นางมีหน้าที่ต้อนรับ ดูแลแขกที่มาเยือนโดยเฉพาะ เวลานี้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนเสื่องาช ้างที่ ขาวสะอาดราวกับหยก เป็ นคนต้มชารับรองแขกด้วยตัวเองเป๋ าซิ่งยื่นส่งถ้วยชาให้กับแขกผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย คลี่ยิ้มหวานเอ่ย ว่า “เพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าแห่งแคว้น เจ้าอารามของข้าก็ได้ สร ้างเรือนหลังหนึ่งขึ้นใหม่บนเกาะหลัวไต้โดยเฉพาะ ตั้งชื่อว่ากู่เยว่ เซวียน รอแค่ให้เจ้าแห่งแคว้นขึ้นเกาะมาพานักเท่านั้น หากไม่ รังเกียจว่าสถานที่อยู่ห่างไกล วันหน้ากู่เยว่เซวียนก็จะเป็ นเรือนพัก ส่วนตัวของเจ้าแห่งแคว้นแล้ว ในอนาคตหากมีผู้ฝึกลมปราณของ แคว้นหูมาเที่ยวเล่นที่ทะเลสาบชิวขี่ก็สามารถไปพักอยู่ที่นั่นได้”ดูเหมือนว่าอารามต้ามู่จะให้การดูแลผู้ฝึ กตนหญิงและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าเป็ นพิเศษเพ่ยเซียงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “หากได้เจอกับกงหูจวินจะต้อง ขอบคุณนางต่อหน้าเสียหน่อย”คุยเล่นกันไปได้พักหนึ่ง พูดถึงชาติกาเนิดของเป๋ าซิ่ง นางก็ยิ้ม บางๆ เอ่ยว่า “บรรพบุรุษอาศัยอยู่ที่แม่น้าก่านเจียงมาทุกรุ่น ห่างจาก ทะเลสาบชิวชี้ไม่ไกลนัก บรรพบุรุษของข้าต่างก็เป็ นคนปล่อยแพของ แม่น้า”กวอจู๋จิ่วทิ้งตัวนอนหงาย ยื่นมือไปเลิกผ้าม่านขึ้นมองไปยังริม ชายฝั่งของทะเลสาบที่มีต้นหลิวตันหยางขึ้นเรียงราย รู ้สึกเลื่อมใสยิ่ง นัก ตัวร ้ายใหญ่อย่างอาจารย์พ่อช่างเป็ นได้อย่างสบายอุราเหลือเกิน……ไพศาลมีเก้าทวีป ใต้หล้ามืดสลัวมีสิบสี่มณฑล ในบรรดานั้นมี เพียงแค่มณฑลหรู่โจวเท่านั้นที่เป็ นสถานที่เพียงหนึ่งเดียวซึ่งได้รับ การยอมรับว่า “โชคชะตาบู๊กดข่มเหนือกลิ่นอายแห่งเต๋าเพียงแค่เพราะราชสานักชื่อจินของหรู่โจวมี “หลินซือ” แห่งภูเขา ยาชานนั่งบัญชาการณ์บวกกับที่ในอาณาเขตหรู่โจวมีแคว้นแห่งสายน้าอยู่เยอะมาก เป็ นเหตุให้คือสถานที่ที่ท าให้เต้ากวานสายนักมองลมปราณของป๋ า ยอวี้จิงปวดหัวมากที่สุด