ตอนที่ 2894
บทที่ 1070.1 คลื่นมรกตหมื่นลี้งามจับตา
October 21, 2026
ริมชายฝั่งของทะเลสาบชิวชี่ ชายฉกรรจ์ร่างเล็กเตี๋ยวสวมชุดผ้า ฝ้ ายรองเท้าสานไม่ชอบพกดาบไว้ข้างเอว แต่เคยชินที่จะกอดฝัก ดาบไว้ในอ้อมอก ชายฉกรรจ์ขยับสายตามองขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย ก็เห็นบุรุษชุดเขียวที่ปักปิ่นหยกบนศีรษะคนหนึ่งเดินมา ลมหายใจช ้าเร็ว ฝี เท้าหนักเบาของอีกฝ่ าย รวมไปถึงบุคลิก ท่าทาง มองดูคล้ายคนฝึกวรยุทธที่ฝีมือไม่สูงไม่ต่า แต่ก็เป็ นเรื่องปกติ คนที่เข้ามาในอาณาเขตของทะเลสาบชิวชี่ได้ก็ไม่มีใครที่เป็ นคน ธรรมดาอยู่แล้ว ใบหน้าของบุรุษประดับรอยยิ้มน้อยๆ สอดสองมือไว้ในชายแขน เสื้อ ถามว่า “เจ้าชื่ออูเจียงหรือ?” เป็ นคนมีความสามารถโดดเด่นในยุทธภพที่อายุน้อย แม้ว่าจะ ไม่ได้ถูกเกาจวินเชิญมาเข้าประชุม แต่อูเจียงเผยกายอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย อูเจียงพยักหน้า ชื่อเสียงในยุทธภพโด่งดังเกินไปก็น่าราคาญเหมือนกันมักจะต้องมีคนมาตีสนิทด้วยเสมอ แต่กลับไม่มีใครที่ยอมให้ผล ประโยชน์ที่แท้จริงเลยสักครั้ง เลี้ยงเหล้าเลี้ยงข้าวสักมื้อก็ยังทาไม่เป็ น หรือ?” ยามที่เจ้าคนตรงหน้าผู้นี้ก้าวเดินได้สอดสองมือซ่อนไว้ในชาย แขนเสื้อตลอดเวลา คงไม่ใช่ยอดฝีมือนอกกระแสที่เชี่ยวชาญด้าน อาวุธลับหรอกกระมัง? คนผู้นั้นยิ้มถาม “คนที่สอนวิชาดาบให้กับเจ้าชื่อลู่ไถใช่ไหม?” อูเจียงขมวดคิ้วแน่น ลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า “คนในที่แจ้งไม่ พูดจาลับๆ ล่อๆ เขาถือว่าเป็ นอาจารย์ของอาจารย์ข้าครึ่งตัว” นับตั้งแต่อาจารย์จนมาถึงพวกอาจารย์ลุงอาจารย์อาทั้งหลาย รวมถึงเจ้าลัทธิมารที่ถือว่าเป็ นอาจารย์ของอาจารย์ครึ่งตัวผู้นั้น ดู เหมือนว่าจะหายตัวไปภายในค่าคืนเดียว เขาใช ้เวลาหลายปี เดินท่องไปทั่วยุทธภพของสี่แคว้นก็ยังหา เบาะแสของพวกเขาคนใดไม่เจอ แต่เจ้าคนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้กลับใจกล้าไม่น้อย ถึงกับกล้าเรียกชื่อ ของเจ้าลัทธิมารตรงๆ แม้จะบอกว่าลู่ไถหายตัวไปนานหลายปีแล้ว ทว่าก็ยังมีบารมีที่ลึกล้าไม่ธรรมดาอยู่ในยุทธภพ ต่อให้ทุกวันนี้โลก จะเปลี่ยนไปเป็ นแปลกประหลาดมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็ นใคร ขอแค่พูด ถึงลู่ไถก็ยังไม่กล้าเรียกแม้แต่ชื่อ หากไม่เรียกว่า “คนผู้นั้น” ก็มักจะ เรียกด้วยความเคารพว่าเจ้าลัทธิลู่ส่วนลัทธิมารที่ในอดีตมีหน้ามีตาอย่างถึงที่สุด เนื่องจากเป็ นฝูง มังกรที่ไร ้ผู้นาจึงแตกแยกกันไปนานแล้ว อูเจียงเองก็เพราะมีความ แข็งแกร่งอยู่ก่อนแล้ว ออกจากบ้านถึงได้กล้าไม่ปิดบังความสัมพันธ ์ ที่ตัวเองมีต่อลัทธิมาร คนผู้นั้นพูดพึมพากับตัวเองว่า “หวงช่างที่เป็ นเงินเหรินผู้พิทักษ์ แคว้นของแคว้นหนันเยวี่ยนเป็ นนักพรตมาโดยตลอด ส่วนนิสัยของ หวนอินก็ไม่ค่อยเหมือนคนที่จะยอมรับลูกศิษย์ เมื่อเป็ นเช่นนี้ อาจารย์ครึ่งตัวของเจ้าก็คงจะเป็ นเถาเสียหยางสินะ?” อูเจียงพยักหน้า เจ้าหมอนี่รู ้จักสายสืบทอดของตนดีเลยนี่นา หรือว่าจะเป็ นผู้หลอมลมปราณที่เหยียบโชคขี้หมาได้ฝึ กวิชา เขียนท าให้รูปโฉมไม่แกร่ชรา? เป็ นผู้อาวุโสในยุทธภพที่เป็ นคนรุ่น เดียวกันกับอาจารย์ปู่ของตน? เคยเสียเปรียบมาก่อนแล้ว เอาชนะคน แก่ไม่ได้ กว่าจะรอจนคนแก่ผู้นั้นหายไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็เลยมา รังแกเด็กรุ่นเล็กอย่างตน? ไม่เป็ นไร หากอิงตามค ากล่าวของอาจารย์ ก็คือ พวกเศษสวะที่มีนิสัยเช่นนี้ ฝึกวรยุทธฝึกวิชาเซียนล้วนไม่เป็ น โล้เป็ นพาย บุรุษชุดเขียวยิ้มถาม “ได้ยินว่าลู่ไถรับลูกศิษย์ปิดสานักมาคน หนึ่ง อายุพอๆ กับเจ้า? ดูเหมือนว่าเขาไม่มีแม้กระทั่งแซ่ ชื่อว่า “จิ้ นจือ” ใช ้กระบี่ไม้ไผ่เล่มหนึ่ง คือมือกระบี่คนหนึ่ง?” อูเจียงหน้าด าทะมึนไอ้หมอนี่คิดว่าตัวเองคืออาจารย์ในโรงเรียน เห็นข้าผู้อาวุโสเป็ น เด็กนักเรียนประถมอย่างนั้นหรือ? บุรุษบิดหมุนข้อมือก็มีเหล้ากาหนึ่งโผล่มาจากความว่างเปล่า ก็ ไม่รู ้ว่าเป็ นมายากลของในยุทธภพหรือเป็ นวิธีการเทพเซียนบนภูเขา เขาโยนกาเหล้าให้อูเจียงเบาๆ อูเจียงไม่ได้ยื่นมือไปรับ เพียงแค่ใช ้ฝ่ ามือผลักออกไป ใช ้พายุ ลมกรดของผู้ฝึกยุทธที่หนาขันส่งกาเหล้ากลับคืนไปวิธีการต่าช ้าในยุทธภพมีมากมาย ยอดฝี มือที่ใช ้ยาพิษก็มี วิธีการนับไม่ถ้วน มีครั้งหนึ่งอูเจียงหลงกลสตรีคนหนึ่งจนเกือบจะ รักษาร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องเอาไว้ไม่ได้บุรุษยื่นมือออกมาจากชายแขนเสื้อ รับกาเหล้าที่ย้อนกลับมา ทางเดิมใบนั้นมา พริบตานั้นอูเจียงก็ขยับประชิดร่างของเขา ในมือ ถือฝักดาบเอาวางลงบนไหล่ของอีกฝ่ ายแล้วตบเบาๆ ถามอย่างสงสัย ว่า “พี่ชาย ฝีมือน้อยนิดแค่นี้ก็กล้าออกมาท่องยุทธภพด้วยหรือ?”บุรุษยังคงไม่สะทกสะท้าน ยิ้มถามว่า “ก่อนที่ลู่ไถจะหายตัวไป จากที่นี่ได้เลื่อนเป็ นขอบเขตก่อก าเนิดหรือไม่?”อูเจียงท าหน้าเหลอหรา “อะไรนะ?”ระหว่างที่พูด มือดาบร่างเล็กเตี้ยก็ถอยกรูดไปด้านหลัง กลับไป อยู่ในท่ากอดดาบอีกครั้งหากไม่เป็ นเพราะอีกฝ่ ายพูดคุยเรื่องที่เกี่ยวกับอาจารย์ปู่ของตน อยู่ตลอด อูเจียงก็ไม่มีความสนใจจะคุยเรื่อยเปื่อยกับอีกฝ่ ายมาถึง ตอนนี้อูเจียงกับเจ้าคนที่หากอิงตามลาดับอาวุโสแล้วเขาต้องเรียกอีก ฝ่ ายว่าอาจารย์อาน้อยแค่เคยเจอหน้ากันครั้งเดียวเท่านั้น อีกฝ่ ายคือพวกที่ดวงตาไปงอกอยู่บนหน้าผากแต่เคยได้ยินอาจารย์เล่าว่า อาจารย์ปู่ รักและเอ็นดูลูกศิษย์ปิด สานักคนนี้อย่างเกินกว่าเหตุไปสักหน่อย ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดวิชา เซียนให้ด้วยตัวเอง ยังสอนหมัด ล าพังแค่ตาราวิชากระบี่ก็มอบให้ไป กองใหญ่อาจารย์ปู่ ยังมอบกระบี่ไม้ไผ่เล่มหนึ่งให้กับคนวัยเดียวกันผู้นั้น ได้ยินอาจารย์เล่าตอนที่เมามาย บอกว่าบนกระบี่ไม้ไผ่แกะสลักสอง ค าว่า “เซี่ยตุย” เอาไว้ด้วยบุรุษยิ้มเอ่ย “ใช่แล้ว ขอแนะนาตัวสักหน่อย ข้าชื่อเฉินผิงอัน คือ สหายของอาจารย์ปู่ครึ่งตัวของเจ้า คือสหายรักเลยล่ะ”อูเจียงกระตุกมุมปาก “ข้าบอกว่าตัวข้าคือติงอิง เจ้าจะเชื่อไหม ล่ะ?”นักต้มตุ๋นในยุทธภพทุกวันนี้มีลูกเล่นแปลกใหม่กันไม่น้อยเลยเฉินผิงอันยกกาเหล้าในมือขึ้นแกว่ง เอ่ยว่า “เชื่อหรือไม่เชื่อว่า ข้าคือเฉินผิงอัน ไม่สาคัญ แค่เหล้าหมักตระกูลเซียนกานี้เป็ นของ จริงก็พอ กล้าดื่มหรือไม่ล่ะ?”จงเชี่ยน เจียงเสินจื่อที่สถานะไม่แน่ชัด และอูเจียง ‘กากเดนที่ เหลืออยู่” ของลัทธิมารตรงหน้าผู้นี้ รวมไปถึงปรมาจารย์วิถีวรยุทธ อายุน้อยอีกกลุ่มใหญ่ที่เป็ นดั่งหน่อไม้ผุดหลังฝนฤดูใบไม้ผลิ แม้ว่า ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธร่างทองจะมีแค่จงเชี่ยนคนเดียว แต่จานวนของผู้ฝึก ยุทธขอบเขตหกกลับมากกว่าตอนแรกที่เฉินผิงอันเข้ามาในพื้นที่ มงคลดอกบัวเกือบเท่าตัวแล้วประเด็นส าคัญคือจ านวนผู้ฝึ กยุทธ ขอบเขตหกยังจะเพิ่มมากขึ้นอีกในระยะเวลายี่สิบสามสิบปีต่อจากนี้ คาดว่าสามสิบปีให้หลัง แนวโน้มของสถานการณ์ถึงจะมั่นคงลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาจงใจมาฝ่ าทะลุขอบเขตอยู่ที่นี่ การมอบ โชคชะตาบู๊ส่วนนั้นของเผยเฉียน แน่นอนว่าเป็ นสิ่งที่สาคัญอย่างถึง ที่สุด แต่หากคิดย้อนขึ้นไปอีกสองสามก้าวสืบสาวกันไปถึงต้นตอ แล้ว ดูเหมือนว่าในผืนนาเล็กๆ แห่งนี้ เจ้าอารามผู้เฒ่าได้เพาะปลูก ต้นกล้าที่ดีกลุ่มใหญ่ไว้นานแล้ว?หาไม่แล้วต่อให้โชคชะตาบู๊ของพื้นที่มงคลรากบัวจะเข้มข้นแค่ ไหน ก็ยังต้องค่อยๆ ไปรวมตัวกันอยู่บนร่างของผู้ฝึกยุทธเต็มตัวส่วน น้อย ไม่ใช่ ปีที่ดีงามแห่งยุทธภพ” ที่ร ้อยบุปผาประชันกันเบ่งบาน อย่างในตอนนี้อูเจียงจ้องบุรุษที่ทาท่าลับๆ ล่อๆ ผู้นี้เขม็ง เงียบคิดไปพักหนึ่งก็ เอ่ยว่า “ไม่มีผลงานมิกล้ารับเงินเดือน ว่ามาเถอะ ศัตรูของเจ้าคือใคร ต้องการให้ข้าไปฟันใคร บอกไว้ก่อนนะว่าฟันคนน่ะได้ แต่ฆ่าคน ไม่ได้ ทุกวันนี้ราชสานักทั้งหลายควบคุมอย่างเข้มงวด สถานการณ์ เคร่งเครียด ในเมื่อเจ้าเป็ นผู้หลอมลมปราณบนภูเขา ศัตรูของเจ้าก็ ต้องมีสถานะที่ไม่แย่เหมือนกัน แอบไปฟันเขาสองสามที่ไม่ยาก แต่ หากมีคนตายจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กอะไรแล้วไม่มีความจาเป็ นที่ข้า จะต้องกลายเป็ นนักโทษประกาศจับที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพียงแค่ เพราะเหล้าหมักตระกูลเซียนกาเดียว”เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรีด ไม่เสียแรงที่เป็ นลูกศิษย์ที่เถาเสีย หยางสอนมาด้วยตัวเองแล้วก็โชคดีที่เถาเสียหยางไม่ได้ตั้งใจ ถ่ายทอดวิชาให้เขาเท่าใดนัก เฉินผิงอันยกมือขึ้น “แค่เจอหน้าก็ถูก ชะตา มอบให้เจ้า ไม่ต้องมีค่าตอบแทน”ไม่ว่าอย่างไรอูเจียงก็ถือเป็ นเด็กรุ่นหลานของลู่ไถ ตนที่เป็ นผู้ อาวุโสเพราะอาศัยน้าขึ้นเรือจึงลอยสูงตามก็ควรต้องมอบของขวัญ พบหน้าให้กันบ้างอูเจียงหัวเราะหยัน “คิดจะตกปลาใหญ่เลยปล่อยสายเบ็ดยาว หรือคิดจะกราบไหว้ฟ้ าดินเป็ นพี่น้องกับข้า ไปๆ มาๆ พอสนิทสนม คุ้นเคยกันแล้วก็จะได้ช่วยขายชีวิตให้เจ้า?”นิยายในยุทธภพและนิยายคดีความไม่น้อยต่างก็เขียนกันไว้แบบ นี้ มองดูเหมือนเป็ นวิญญูชนผู้เที่ยงตรง แสร ้งวางมาดอย่างภูมิฐาน แต่แท้จริงแล้วใจดาอย่างยิ่ง ฆ่าคนโดยที่สองมือไม่เปื้อนเลือดโชคดีที่ตอนนี้ตนยังไม่ได้แต่งภรรยาที่หน้าตางดงามราวบุปผา ไม่อย่างนั้นก็ต้องระวังไว้สักหน่อย พออูเจียงคิดมาถึงตรงนี้ก็เหลือบ ตามองประเมินอีกฝ่ ายอีกรอบ ลักษณะเหมือนคนที่ดูดีแต่เปลือกนอก อยู่จริงๆ ควรต้องอยู่ให้ห่างๆ หน่อยแล้วอาจารย์พูดถูกแล้ว ยุทธภพอันตราย ไอ้ที่บินไปบินมาบนจุดสูงก็ ไม่มีนกสักตัวที่ดี