ตอนที่ 3029
บทที่ 1102.2 หนึ่งกระบี่ต่อกรหนึ่งศัตรู
October 21, 2026
จิตแห่งมรรคาของเซียวผู่สะท้านไหว สีหน้าไม่น่ามอง ความ ตะลึงพรึงเพริดในใจของนางมีมากกว่าความตกใจ
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ขอบเขตต่าต้อย เพียงแต่ว่าพวกเรา อยู่ห่างกันไม่มากนักศาลาใกล้น้าได้ยลแสงจันทร ์ก่อน ถึงได้พอจะได้ ยินเสียงในใจอย่างรางเลือน ส่วนความคิดนั้นถูกอาพรางไว้ลึกล้า ย่อมมองทะลุไปไม่ได้ ได้แต่อาศัยการคาดเดา แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่า จะเดาถูก”
หลิวเถาจือยิ้มเอ่ย “ราชครูเฉินปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ
จริงๆ”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ข้าเดาว่าประโยคนี้ไม่ได้พูดให้ความหมาย ตรงกันข้ามสินะ?”
เซียวผู่ถอนหายใจเบาๆ ไม่พูดถึงคนอื่น พูดถึงแค่ตัวนางเอง ดู เหมือนว่าขอแค่เป็ นคนแซ่เฉิน ชีวิตนี้ก็ล้วนเป็ นคนที่ไม่ควรไปมีเรื่อง ด้วยส าหรับนาง
ชาติก่อนเหล่าเหนียงเคยติดค้างคนแซ่เฉินอย่างพวกเจ้าหรือไร?
เฉินผิงอันกุมหมัด “ไว้พบกันใหม่วันหน้า คราวหน้าค่อยมาดื่ม เหล้ากัน”
หลิวเถาจือกุมหมัดเช่นกัน “คราวหน้าที่พบกันน่าจะเจอกันที่ ทวีปอื่น อยู่ต่างบ้านต่างถิ่นเหมือนเดิม ถึงเวลานั้นข้าผู้แซ่หลิวค่อย ลองดื่มสุราภูเขาชิงเสินของเถ้าแก่รองดูสิว่าจะใช่ของจริงหรือไม่”
เฉินผิงอันยิ้มรับ หมุนกายเดินจากไป
การประชุมในศาลปุ่ นคราวก่อน ฮูหยินภูเขาชิงเสินแห่งถ้า สวรรค์จูไห่ยังไม่พูดอะไร พวกเจ้าที่เป็ นคนนอกบอกว่าจริงหรือเท็จ ย่อมไม่อาจเชื่อถือได้
หลิวเถาจือจะหวนกลับไปที่แท่นหินเพื่อฝึกวิชาให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วถึงจะออกไปจากอารามฉงหยาง ไปจากแจกันสมบัติทวีป
ยามที่บุรุษสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวเดินก้าวออกไปก้าวแรก พริบตานั้นสตรีชุดกระโปรงเขียวที่ยังตาหนิตัวเองก็เหมือนนก กางเขนที่ถูกนกพิราบยึดรัง ทั้งร่างกาย จิตวิญญาณและชุดคลุม อาคมระดับอาวุธเซียนบนร่างของนางชิ้นนั้นเหมือนกลายไปเป็ นชุด ชุดหนึ่งที่ถูกสตรีนามาซักอยู่ริมน้า บิดน้าออกให้แห้งเหมือนบิดเชือก ยาวเส้นหนึ่ง ทาให้ร่างของนางเหมือนหอกขนาดสั้น แล้วก็เหมือนทั้ง กระบี่ยาวสีเขียวที่พุ่งเป็ นเส้นตรง กระแทกเข้าใส่หัวใจทางด้านหลัง ของราชครูเฉินเซียนกระบี่หนุ่ม
ภาพเหตุการณ์ผิดปกตินี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป อีกทั้งยังเงียบเชียบ ไร ้เสียง หลิวเถาจือเพิ่งจะดีดปลายเท้าทะยานร่างอยู่กลางอากาศมุ่ง หน้าไปทางก้อนหินยักษ์ เพียงแต่อาศัยสัญชาตญาณของนักฆ่าท า
ให้สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ หลิวเถาจือพลันหันหน้าไปมอง ผีเซียน ผู้นี้ก็ต้องอ้าปากค้างไปทันที ต่อให้เป็ นคนที่จิตแห่งมรรคาแข็งแกร่ง อย่างเขาก็ยังถูกลิขิตมาแล้วว่าจะห้ามไม่ทัน ทว่าหลิวเถาจือก็ไม่ได้ นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็ นย่าแย่ยิ่งกว่าเดิม เขา คิดอยากจะดึงจิตวิญญาณของ ‘เซียวผู่” กลับมาพร ้อมกัน ให้หยุด นิ่งอยู่ที่เดิม ต่อให้การทาเช่นนี้จะฉีกทิ้งจิตวิญญาณและชุดคลุม อาคมของนางไปพร ้อมกัน ท าร ้ายไปถึงรากฐานมหามรรคาของนาง แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าให้ “เซียวผู่” ลงมืออีกครั้งยอมพินาศวอดวายไป พร ้อมกับเซียนกระบี่เฉินอย่างไม่เสียดายชีวิตเหมือนคนเสียสติเช่นนี้
พริบตานั้นหลิวเถาจือก็รู ้สึกเหมือนว่าด่านฟ้ าแกนดินพลิกหมุน กลับ ภาพตรงหน้าเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เหมือนถูกคนกดหัวให้เขา จ้องมองสมุดภาพสิบกว่าแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะ…
สุดท้ายหลิวเถาจือก็เข้ามาอยู่ในดินแดนที่ว่างเปล่ากว้างใหญ่ไร ้ ที่สิ้นสุด ธารดวงดาวหลากสีพร่างพราวมีดวงดาวส่องประกาย ระยิบระยับ และยังมีดินแดนไท่ซวีที่มีสะพานยาวสีทองพาดผ่าน
การลอบฆ่าจากจิตวิญญาณของ “เซียวผู่” พร ้อมกับชุด กระโปรงสีเขียวตัวนั้นมีพลังอานาจที่มิอาจขัดขวางได้ หลิวเถาจือทา มุทราต่อเนื่องกันพร ้อมกับร่ายเวทกระบี่ออกมาใช ้ แต่กลับพบว่า ตัวเองมิอาจกักจิตวิญญาณของเซียวผู่ไว้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
ได้แต่มองดูลาแสงสีเขียวแหวกฟ้ าดินบางเหมือนกระดาษแผ่นที่ เป็ นจินตภาพพวกนั้นในรวดเดียว เกิดเป็ นเสียงฉีกเบาๆ เหมือนเสียง ผ้าที่ถูกฉีกขาดดังเป็ นระลอก
ต่อมาก็ทาลายค่ายกลกระบี่ ค่ายกลยันต์ บ่อสายฟ้ า ปณิธาน หมัดหนาแน่นที่เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้ อง ชุดคลุมอาคม หลายชิ้นที่อีกฝ่ ายเอามาต้านรับอย่างฉุกละหุกแยกไม่ออกว่าเป็ น ปลายหอกหรือปลายกระบี่ที่แทงไปยังหัวใจด้านหลังของเฉินผิงอัน ทะลุผ่านไปด้านหน้า!
“เซียวผู่” ผู้นั้นยังคงไม่หายแค้น เห็นได้ชัดว่าคิดจะได้คืบแล้วเอา ศอก ท าลายเรือนกายของเซียนกระบี่หนุ่มอย่างสิ้นเชิงแล้วก็ยังจะปั่น คว้านจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่จะให้ขอบเขตของเขาถดถอย แต่คิดจะ ให้เขากายดับมรรคาสลาย!
บางทีอาจเป็ นเพราะระดับความแข็งแกร่งของเรือนกายและจิต วิญญาณของเฉินผิงอัน หรือไม่ก็เพราะการด ารงอยู่ของนกในกรง และจันทร ์กลางบ่อ สามอย่างนี้ทับซ ้อนเข้าด้วยกัน ซึ่งต่างก็อยู่เหนือ การคาดการณ์ของนักฆ่าผู้นี้
ท่ามกลางดินแดนไท่ซวีที่ไร ้ที่สิ้นสุด นักฆ่าถอนหายใจเบาๆ ทุก สิ่งที่ทามาล้วนเสียเปล่า แค่ฆ่าเซียนเหรินคนหนึ่ง ต้องยากขนาดนี้ เลยหรือ?
หากแค่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ถูกสังหาร ต่อให้อาการบาดเจ็บของ เฉินผิงอันจะหนักแค่ไหน ต่อให้ขอบเขตถดถอยไม่ต่างจากมนุษย์ ธรรมดา แต่ก็ยังไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี
ต้องรู ้ว่าอายุขัยในการฝึกตนของคนผู้นี้ไม่สูง แต่กลับสังหารได้ ยากนัก คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะฆ่าได้ยากเย็นเช่นนี้
คือบัญชาจากสวรรค์โดยแท้
เส้นทางแห่งการผสานขอบเขตสิบสี่มิอาจเดินไปบนทางลัดได้ จริงๆ หรือ?
ในเมื่อโจมตีไม่สาเร็จ ก็ได้แต่ถอยหนี
ดูเหมือนหลิวเถาจือจะตกอยู่ในสภาพการณ์เหมือนคนจมน้าอีก ครั้ง ลมหายใจของเขาพลันติดขัด
ภาพเหตุการณ์ในม้วนภาพเหมือนน้าลงที่ถอยร่นไป
ขณะเดียวกันในจุดลึกของจิตวิญญาณเซียวผู่ “แขก” คนหนึ่ง ที่มาในรูปลักษณ์ของดวงจิตเมล็ดงาก็พลันแตกกระจาย สลายตัว เป็ นควันเขียวกลุ่มหนึ่งที่ถูกคนเก็บเอาไป
ก่อนหน้านี้เรียกแม่น้าแห่งกาลเวลาเล็กบางเส้นหนึ่งออกมา ก็คือ แนวทางในการใช ้เวทคาถาของคนผู้นี้
ก็จริงที่ว่าในฟ้ าดินแห่งนี้ไม่มีวิธีการใดที่สามารถลบเลือน ร่องรอย ท าลายหลักฐานได้ดีไปมากกว่าวิธีนี้อีกแล้ว
บุคคลผู้นั้นร ้องเอ๊ะในใจ รู ้สึกแปลกใจเป็ นทบทวี เพราะอิ่นกวาน หนุ่มผู้นั้นถึงกับยืนแน่นิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิม ไม่ได้เดินเลียบแม่น้าแห่ง กาลเวลาช่วงหนึ่งและเส้นทางน้าพุเหลืองช่วงหนึ่งที่เขาหลอมขึ้นมา พร ้อมกัน กลับกันยังเลือกที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมถูกแม่น้า แห่งกาลเวลาห่อหุ้ม ไหลไปตามสถานการณ์พลิกกลับไปตาม กระแสน้า สุดท้ายจึงหวนกลับมายัง “ที่เดิม” ที่เขาอยู่กับเซียวผู่และ หลิวเถาจือก่อนหน้านี้
เฉินผิงอันเปิดปากพูดด้วยน้าเสียงแหบพร่า พูดคุยกับอีกฝ่ ายอยู่ ไกลๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ทุกอย่างกลับคืนมาเป็ นปกติ นอกศาลาของอารามฉงหยาง สี หน้าของเซียวผู่ขาวซีดไร ้สี เหมือนอยู่กันคนละโลก ในสมองเหมือน มีแต่แป้ งเปียก
อารมณ์ของหลิวเถาจือหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด หากจะบอกว่าก่อน หน้านี้ที่เฉินผิงอันซักไซ ้เอาเรื่อง ตนยังพอจะคลี่คลายได้บ้างหลาย ส่วน ทว่าตอนนี้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นจะคิดบัญชีกันอย่างไร?
พูดให้เป็ นเรื่องเล็ก คือสายอิงเถาชิงอีและสายซีซานเจี้ยนอิ่นเกิด ใจอาฆาตแค้น ลอบฆ่าราชครูต้าหลี พูดให้เป็ นเรื่องใหญ่ ก็คือสาม สายของผู้ล้างมลทินสมคบคิดกับเปลี่ยวร ้าง?
กลับกลายเป็ นว่าเฉินผิงอันที่ถูกลอบฆ่ากลับหมุนตัวกลับมาด้วย สีหน้าเป็ นปกติ